ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายเกินพิกัด...แล้วจะกลับมาเขียนเรื่องที่ค้างไว้ให้จบครับ...สักวัน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
แจ้ง (14)

สิ่งแรกที่ท่านยายทำก็คือรีบปิดไฟฉายในมือแล้วเก็บซ่อนมันเอาไว้ภายใต้ชุดของนาง โดยไม่ใส่ใจกับความร้อนที่เกิดจากการใช้งานหนักเกินปกติเมื่อครู่ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังของนางได้รับบาดเจ็บเป็นแผลไหม้พุพองได้ง่ายๆ ไม่ใช่เพราะว่านางมีพลัง หรือมีผิวหนังที่ทนต่อความร้อนได้มากกว่าคนทั่วไป แต่เป็นเพราะนางจำเป็นต้องรักษาความลึกลับของตนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก

เสียงระเบิดดังลั่นเมื่อครู่คล้ายเป็นประกาศการสิ้นสุดของเหตุวุ่นวายในค่ำคืนนี้ ความสงบเงียบของยามราตรีหวนคืนกลับมายังบริเวณรอบๆ นี้อย่างรวดเร็ว หากไม่นับรอยเท้าประหลาดที่ถูกเหยียบย่ำทิ้งไว้บนพื้นดิน กับความเสียหายของหมู่บ้านที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง รวมถึงแสงเรืองสีแดงที่ยังคงส่องสว่าง พร้อมกลุ่มควันหนาทึบที่ลอยค้างอยู่บนฟากฟ้า เหตุการที่ผ่านมานั้นก็ราวกับจะเป็นเพียงฝันร้ายเท่านั้น

'มีสัตว์มืดบางตัวที่หลงออกจากฝูง และยังวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน' แต่นางไม่กังวลกับเขา และขาของพวกมันมากเท่ากับเขี้ยว และเล็บของเจ้าตัวประหลาดตัวเมื่อครู่ นอกจากข้าวของที่หักพังเสียหายแล้ว ก็คงจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง หรือโชคร้ายถึงกับเสียชีวิตจากเขาของพวกมัน

'นั่นก็ไม่เลวร้ายนัก' นางบอกกับตัวเอง

“...เราจะทำอย่างไรต่อดีครับ” อรุณที่ยังคงยืนอยู่ทางด้านหลังของนางเอ่ยถามขึ้นอย่างลังเล

'มันง่ายกว่าที่จะถามคนอื่นว่าควรทำอย่างไร' แต่น่าเสียดายที่นางทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะท่านยายต้องมีคำตอบให้กับทุกเรื่อง ถึงแม้ว่าที่จริงแล้วนางอาจจะไม่มีก็ตาม

“เจ้าก็ลองบอกมาสิ ว่าควรทำอย่างไรดี” นางย้อนถามอย่างสุขุมเพื่อซื้อเวลา ยังมีอีกสองสามเรื่องที่นางไม่มีข้อมูลมากพอที่จะนำมาใช้ขบคิดหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวนางเอง ซึ่งมีความหมายไม่ต่างจากทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้มากนัก

“ผมจะเข้าไปดูรุ่งในบ้าน เอ่อ ผมหมายถึงคุณลุงกับคุณป้าด้วยว่าเป็นอะไรกันหรือเปล่า” พ่อแม่ของรุ่งกับรัตต่างเป็นพรานมือดีของหมู่บ้าน ซึ่งทำให้เขารู้สึกเบาใจไปส่วนหนึ่ง รัตก็ได้ได้รับถ่ายทอดฝีมือมาจากทั้งสอง ในขณะที่รุ่งกลับเรียบร้อยอ่อนหวานไม่เหมือนใคร

“งั้นก็รีบเข้าไปดูเลย” อย่างน้อยคำพูดนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มองเห็น 'มัน' อย่างที่นางเป็นกังวล

“...ว่าแต่เจ้าเห็นตัวประหลาดอีกตัวนั่นหรือเปล่า”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนางจึงถามออกไปแบบนั้น บางทีอาจเป็นเพราะครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าเขาเป็นเด็กที่น่าสนใจ มีมุมมองที่ต่างจากชาวบ้านคนอื่นๆ 'แต่เขาก็ไม่เห็นมัน' ส่วนหนึ่งของนางนั้นอาจรู้สึกโล่งใจ แต่อีกส่วนกลับรู้สึกเสียดายที่เขาเองก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นอย่างที่คิด

“เห็นครับ...” เขานึกถึงเงาประหลาดน่ากลัวนั้นอีกครั้ง “แต่ผมไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่”

“ช่างเถอะ รีบเข้าไปดูในบ้านว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง”

ท่านยายพลันรู้สึกถึงแรงสะเทือนจากสิ่งที่กำลังมุ่งตรงมาจากในหมู่บ้าน ไม่ใช่จากสัตว์มืดมีเขาฝูงนั้น แต่เป็นจากฝีเท้าม้ากับล้อที่บดลงบนผืนดิน 'ปัญหาที่ฉันไม่รู้อีกอย่างกำลังมาแล้ว' ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะมีเรื่องราวเกิดต่อเนื่องไม่ยอมให้นางได้หยุดพักความคิดเลยสักนิด

“รับดาบเจ้าคืนไปด้วย” นางมองไปยังทิศทางที่รถม้ากำลังมุ่งมา พร้อมกับใช้มือเปล่าคีบจับปลายแหลมของดาบก่อนยื่นส่งด้ามให้อรุณอย่างไม่ใส่ใจ

เขารับมันคืนกลับมาพร้อมกับความรู้สึกที่ไม่ถูกต้องบางอย่าง 'นางไม่เคยจำเป็นต้องใช้มัน' ความจริงข้อนี้ผุดขึ้นมาภายในใจของเขาอย่างฉับพลัน ในการขับไล่เจ้าสัตว์ประหลาดเมื่อครู่ไปนั้นนางไม่ได้ใช้มันเลย แล้วนางจะขอมันไปจากเขาด้วยเหตุผลใดกัน

บางทีนางอาจแค่ต้องการยึดดาบ ยึดอาวุธของเขาเอาไว้ในช่วงเวลานั้น 'แต่เพราะอะไร' เขายังคิดไม่ออก

“เจ้ารีบไปได้แล้ว” นางเร่งรัด พร้อมเอื้อมมือไปแตะไฟฉาย มันเริ่มเย็นลงแล้ว และถ้าโชคดีนางก็คงไม่จำเป็นต้องใช้มันไปอีกสักพัก “ระวังตัวด้วย” นางพูดสิ่งที่เกินจำเป็น แต่คนส่วนใหญ่มักชอบได้ยินคำพูดแบบนี้

“ครับ ท่านยาย”

“แล้วอย่าสงสัยอาวุธในมืออีก เจ้าคงพอเข้าใจแล้วว่ามันจะเป็นอย่างไร”

“ครับ...ผมจะพยายาม” มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ใช่แค่คิดว่าเขาเชื่อมั่น บอกตัวเองว่าเชื่อมั่น แต่เขาจำเป็นต้องเชื่อมั่นจริงๆ จากใจจึงจะได้ผล ดาบที่พลาดไปนั้นอาจหมายถึงแขนสักข้าง หรือชีวิตของเขาที่ต้องสูญเสียไปในชั่วเสี้ยววินาที เสี้ยววินาทีที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงมันอย่างเต็มที่ เสี้ยววินาทีที่อาจเริ่มขึ้นแล้วจบลงอย่างเลอะเลือน เสี้ยววินาทีที่มีเพียงหนึ่งเดียว และไม่อาจหวนคืนกลับมาได้อีกตลอดกาล

มันสำคัญถึงเพียงนั้น แต่กลับมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถตื่นรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตนเองในแต่ละวินาทีที่กำลังมีชีวิตอยู่ในโลกของความเป็นจริงนี้บ้าง ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักใช้ชีวิตอยู่ในความเป็นจริงเพียงครึ่งเดียว โดยทิ้งอีกครึ่งที่เหลือไว้ภายในโลกแห่งความคิดฝันของตนเสมอ

อรุณเดินผ่านแผ่นไม้ที่เคยเป็นประตูบ้านที่หลุดลงมากองอยู่บนพื้น มันประกอบขึ้นจากแผ่นไม้หลายชิ้นและสภาพยังดีอยู่นอกจากไม้ในส่วนที่ติดอยู่กับบานพับเหล็กที่เป็นฝีมือพ่อของเขาเท่านั้นที่มีความเสียหาย อะไรก็ตามที่พังมันจะต้องมีพละกำลังมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่รู้วิธีที่จะเปิดปิดประตูอย่างถูกต้อง

เขาเดินผ่านช่องประตูเข้าสู่ภายในตัวบ้านที่มืดมิด บ้านส่วนใหญ่ต่างมีไฟฟ้าแสงสว่างใช้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ห่างจากหลังอื่นๆ มาก ทำให้การเดินสายไฟฟ้าทำได้ลำบาก และเจ้าของบ้านเองก็ไม่ได้คิดว่าจำเป็นต้องดิ้นรนมากมายขนาดนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งแสงสว่างในยามค่ำคืน แม้จะเคยถูกรบเร้าจากลูกสาวทั้งสองหลายครั้งก็ตาม

เขาก้าวเดินช้าๆ ไปในห้องด้านหน้าของตัวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ใช้เป็นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน สำหรับบ้านหลังนี้อาจเป็นการนั่งล้อมวงเพื่อทำการดูแลรักษา ซ่อมแซมเครื่องมือล่าสัตว์ต่างๆ บนพื้นมีข้าวของหลายสิ่งตกหล่นอยู่ เงาที่คุ้นเคยของวัตถุชิ้นหนึ่งในนั้นทำให้เขาก้มลงหยิบขึ้นมา

มันเป็นตะเกียงขนาดเล็กที่ยังคงมีใช้กันอยู่ทั่วไปอย่างที่เขาคาดไว้ และจากน้ำหนักของมันเขาเดาว่าน่าจะยังมีน้ำมันเหลืออยู่ภายในขวดแก้วอีกเกือบครึ่ง แสงสว่างนับเป็นตัวช่วยที่ดีในความมืดเช่นนี้ เขากดปุ่มจุดไฟซึ่งใช้ปฏิกิริยาเคมีบางอย่างกับการเสียดสีทำให้เกิดความร้อนอยู่สองสามครั้ง เขาจึงพบเห็นประกายไฟ และไส้ของตะเกียงก็ติดสว่างขึ้น

จากแสงสว่างนั้น เขาจึงพบเห็นครอบแก้วอีกชิ้นซึ่งหล่นอยู่ใกล้ๆ แล้วนำมันมาประกบลงด้านบนของตะเกียงเพื่อทำให้สมบูรณ์ แสงจากเปลวไฟที่โยกไหวในตอนแรกจึงนิ่งสงบลง เขายกชูมันขึ้นแล้วมองไปรอบๆ ห้อง นอกจากข้าวของจำนวนหนึ่งที่หล่นอยู่แล้ว ภายในบ้านดูเหมือนจะไม่มีร่องรอยความเสียหายอื่นใดอีก ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ให้พบเห็น ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี

แต่คนในบ้านหายไปไหนกันหมด

“...รุ่ง...คุณลุง คุณป้า มีใครอยู่ไหมครับ” เสียงของเขาไม่ดังอย่างที่คาด และมันฟังดูห่อเหี่ยวชอบกลภายในห้องที่ว่างเปล่ากลางดึกเช่นนี้ “เฮ้ ออกมาได้แล้ว ปลอดภัยแล้วครับ” ครั้งนี้เสียงดังขึ้นอีกนิด แต่ยังคงเวิ้งว้างไม่เปลี่ยน

ไม่มีเสียงตอบรับใดใดทั้งสิ้น

จากร่องรอยที่พบเห็น เจ้ากิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นน่าจะไม่ได้เข้ามาภายในบ้าน ผู้ร้ายจึงเหลือเพียงเจ้าตัวประหลาดสองหัวหลายแขนหลายขานั้น เมื่อหวนนึกถึงเจ้าตัวที่ว่า เขาก็เริ่มรู้สึกกลัง และกังวลขึ้นมาอีกครั้ง

'มันไปแล้ว' เขาย้ำกับตัวเอง สิ่งสำคัญในตอนนี้คือต้องรีบค้นหารุ่งกับคนอื่นๆ ว่ายังปลอดภัยอยู่หรือไม่

“เฮ้ ออกมาได้แล้ว ปลอดภัยแล้ว...” เขาร้องเรียกอีกครั้งอย่างไร้ผล ก่อนเปลี่ยนเป็นใช้ความคิดว่ามันน่าจะเกิดอะไรขึ้น 'เจ้าตัวประหลาดนั่นบุกเข้ามาด้วยการพังประตู ซึ่งน่าจะเกิดเสียงดังทีเดียว' ถ้าหากเขาติดอยู่ภายในบ้านหลังนี้ เขาจะทำอย่างไร

'หาอาวุธไว้ต่อสู้' แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น 'หาที่ปลอดภัยให้กับรุ่ง' ปกป้องลูกสาวก่อน อาจเป็นคำตอบที่ถูกต้องกว่า ทั้งหมดคงรีบหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย และห้องที่ปลอดภัยที่สุดภายในบ้าน 'ก็คงจะหนีไม่พ้น' ห้องหนึ่งที่ต้องมีอยู่ในบ้านทุกหลัง และเขาพอจำได้ลางๆ ว่าห้องดังกล่าวนั้นอยู่ที่ไหน

เขาเดินลึกเข้าไปในตัวบ้านพร้อมกับตะเกียงในมือ ตรงไปยังห้องเล็กๆ ที่บานประตูนั้นแข็งแรงยิ่งกว่าประตูหน้าบ้านเสียอีก มันไม่มีร่องรอยความเสียหายใดๆ ให้พบเห็น แต่กลับทำให้เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่วิ่งไปทั่วทั้งร่าง

เพราะว่าประตูบานที่ว่านั้นเปิดอ้าอยู่

เขารีบดึงประตูห้องเก็บอาหารให้เปิดกว้างออก โดยทั่วไปแล้วภายในจะเต็มไปด้วยเนื้อตากแห้ง ไส้กรอก ชีส หรืออาหารแห้งชนิดต่างๆ เก็บสะสมไว้ เพื่อป้องกันหนู แมลงต่างๆ มันจึงเป็นห้องที่ประกอบขึ้นอย่างแข็งแรง และมักถูกใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นด้วย

บนพื้นที่มุมหนึ่งของห้อง มีร่างพ่อแม่ของรุ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงกำแพงอยู่ ทั้งคู่ต่างไม่มีบาดแผลบนร่างกาย และยังคงมีลมหายใจ แต่ไม่มีรุ่งอยู่ภายในห้องนี้ 'เธอไปหลบอยู่ที่อื่น' นั่นเป็นความคิดด้านดีของเขา ในขณะที่ความคิดด้านร้ายนั้นตะโกนคำตอบอื่นที่ต่างออกไป หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้น แต่มือกลับเย็นเฉียบลง 'ยังไม่ได้ไปดูที่ห้องของพวกเธอเลย' เขาพยายามเบี่ยงเบนความคิดของตัวเอง

'...ว่าแต่เจ้าเห็นตัวประหลาดอีกตัวนั่นหรือเปล่า'

เขานึกถึงคำถามนั้นของท่านยายขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนที่เหตุผลของเขาจะติดตามมาทัน เขาเคยคิดว่าได้มองเห็นมันตั้งแต่แรก แต่ที่จริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขาพึ่งจะมองเห็นมันอย่างชัดเจนในตอนนี้เอง

อรุณตัดสินใจวิ่งกลับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

#####

ท่านยายสำรวจดูรถม้าสีดำซึ่งนางยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ ผ่านทางกล้องส่องทางไกลที่ก็ไม่มีใครรู้เช่นกันว่านางมี และใช้อุปกรณ์เช่นนี้อยู่ มันกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ในขณะที่คิ้วทั้งสองของนางก็เคลื่อนขมวดเข้าหากันเหมือนกับความคิดที่สับสนของนาง

“นั่นมันอะไรกันอีกล่ะ” นางบ่นออกมาเบาๆ แทนที่จะแค่คิดอยู่ในใจเหมือนทุกครั้ง เพราะมั่นใจว่าจะไม่มีใครได้ยิน

นางเห็นเด็กสาวที่ชื่อรัตกำลังนั่งอยู่ตรงตำแหน่งคนขับ แต่รถม้าสีดำนั้นดูเหมือนจะวิ่งไปอย่างที่มันอยากจะวิ่งมากกว่า ส่วนคนขับที่เป็นหญิงลึกลับนั้นก็ไม่รู้ว่าหายไปอยู่ที่ใด 'นอกจากนั้น' นางยังสามารถรับรู้ได้ถึงสิ่งรบกวนบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาจากภายในรถม้าอย่างชัดเจน นางยังไม่อาจระบุได้ว่ามันคืออะไร แต่พลังงานในรูปแบบเช่นนั้นไม่สมควรมีอยู่ โดยเฉพาะภายในหมู่บ้านของนางแห่งนี้

“...พรุ่งนี้คงจะต้องขอพักยาวล่ะ” นางบ่นพึมพำ ก่อนรีบคำนวนทิศทาง และความเร็วของรถม้าเพื่อหาตำแหน่งที่นางจะไปปรากฏตัวได้อย่างเหมาะสม แล้วเดินก้าวยาวๆ ไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงบ่นเกี่ยวกับเรื่องขา และหลังที่เริ่มปวดของนาง

#####

รัตทดลองรั้งสายบังเหียนเพื่อบังคับให้ม้าทั้งสองหยุด หรืออย่างน้อยก็ชลอช้าลงเมื่อพบว่าพวกมันกำลังจะวิ่งผ่านแถวบ้านของเธอ ออกพ้นเขตหมู่บ้านเข้าสู่ป่าทางทิศเหนือแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เสียงภาษาประหลาดที่ออกคำสั่งจากภายในรถม้านั้นเงียบไปนานแล้ว แต่ดูเหมือนม้าทั้งสองยังคงทำตามอย่างเคร่งครัด

“...ห ยุ ด...” เสียงร้องดังมาในสายลมจากทางด้านหน้าของรถม้าซึ่งเธอจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใคร แต่ด้วยความไม่มีเหตุผลบางอย่างทำให้เธอนึกสงสัยขึ้นมาว่ามีเสียงหอบหายใจปนอยู่ในนั้นด้วย

“ท่านยาย” เธอตะโกนตอบ “พวกมันไม่ยอมหยุด” ภายใต้แสงจันทร์ กับแสงสีแดงที่เรื่อเรืองอยู่บนขอบฟ้า เธอมองเห็นร่างเล็กๆ ในชุดสีดำยืนอยู่กลางช่องโล่งของต้นไม้ที่รถม้ากำลังมุ่งหน้าไป ระยะห่างนั้นลดลงอย่างน่ากลัว ถึงแม้ว่ารถม้าจะไม่ได้ใช้ความเร็วมากนัก

ช่องด้านหลังที่นั่งคนขับถูกดึงเปิดออกพร้อมกับเสียงร้องไม่เป็นภาษาดังออกมาจากภายใน ซึ่งเธอเข้าใจเอาเองว่าอาจเป็นการบอกให้ท่านยายที่ยืนขวางทางอยู่นั้นหลบไปให้พ้น

“หลบไป หลบไป” เธอดึงรั้งสายบังเหียนให้แรงขึ้นอีก แต่ก็ไม่เป็นผล

“...ห ยุ ด...”

ครั้งนี้เธอรู้สึกราวกับว่าท่านยายนั้นได้มายืนตะโกนสั่งอยู่ที่ข้างกาย รู้สึกได้ถึงสายตาวาวเป็นประกายที่บ่งบอกความหมายมากกว่าคำพูด รู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นเมื่อนางเริ่มไม่พอใจ รู้สึกได้ถึงความอึดอัดราวกับคนทำผิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา แขนทั้งสองที่ดึงรั้งสายบังเหียนอยู่นั้นมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด และเธอก็ดึงมันจนสุดแรง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแรงดึงนั้น หรือว่าม้าดำทั้งคู่เองก็ตกอยู่ใต้คำสั่งของท่านยายด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าคนที่อยู่ในรถม้าจะตะโกนสั่งโวยวายเพียงใดก็ตาม รถม้าก็ค่อยๆ ช้าลงจนหยุดนิ่งในที่สุด

รถม้าหยุดอยู่ห่างจากร่างของท่านยายเพียงไม่กี่ก้าว แต่นั่นก็เป็นเพราะนางขยับเข้ามาอย่างจงใจก่อนหน้านั้น เมื่อเห็นว่ารถม้าช้าลงมากแล้ว ความปลอดภัยของนางนั้นสำคัญ และการเปิดตัวที่น่าประทับใจก็สำคัญเช่นกัน

รัตพึ่งรู้สึกถึงความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อแขนทั้งสองของตนเมื่อพยายามปล่อยมือออกจากบังเหียนอย่างยากลำบาก มือทั้งสองของเธอกำแน่น จนด้านในของฝ่ามือเป็นรอยจิกจากปลายนิ้วของเธอเอง รวมถึงรอยกดที่เกิดจากสายบังเหียนด้วย เธอมองดูมันอย่างงงงัน ไม่นึกว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นการกระทำของเธอเองจริงๆ

“เอ้า มัวทำอะไรอยู่ รีบลงมาแล้วผูกม้าไว้กับต้นไม้ให้แน่น” ท่านยายยืนท้าวเอวออกคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ค่ะ” รัตรีบลงจากรถม้าอย่างระวัง พร้อมกับนำสายบังเหียนไปผูกไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ เพราะเธอไม่รู้วิธีที่จะปลดม้าทั้งสองออกจากตัวรถ ซึ่งท่านยายก็ไม่ได้ว่าอะไร เสียงบ่นที่ไม่เป็นภาษาจากภายในตัวรถม้ายังคงดังลอดช่องออกมาไม่ยอมหยุด


Create Date : 20 กรกฎาคม 2559
Last Update : 20 กรกฎาคม 2559 21:53:24 น. 1 comments
Counter : 680 Pageviews.

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:32:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zoi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




..........
Friends' blogs
[Add zoi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.