Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
ข่าวสารยานยนต์ - วน ๆ กับเรื่องของ Ford

ปกติข่าวสารยานยนต์ที่ไปเอามาไว้ใน Blog นี้ มักจะปน ๆ กันหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ค่าย และบริษัท แต่ช่วงนี้ มักจะมีข่าวให้มุ่งเป้าไปที่ค่าย ๆ เดียว
มาวันนี้ก็ขอมุ่งเป้าไปที่ Ford อันดับ 2 แห่ง Big 3 หรือ 3 ราชัน American Car หรือ อันดับ 3 ของโลกยานยนต์ (โดน Toyota เคี๊ยะตกอันดับ 2 ไปเมื่อ 2 ปีก่อน)
ขอเหลาสักนิดนึงว่า Ford เกิดขึ้นโดยเงื้อมมือ Henry Ford 1 ในผู้พลิกประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ จากระบบการผลิตแบบ Craft Production คือ ผลิตรถยนต์เป็นงานฝีมือ ที่ไม่มีรถคันไหนหน้าตาเหมือนกันเลย ปรับแต่ง จูนกันเอง มาเป็นระบบ Mass Production คือ ผลิตรถยนต์ด้วยชิ้นส่วนมาตรฐาน เป็นผลให้ลดต้นทุนการผลิตลงอย่างฮวบฮาบ และสร้างความนิยมให้กับ Ford Model T เป็นระยะเวลานานนับ 10 ปี ก่อนที่หลาย ๆ บริษัทจะนำระบบนี้ไปใช้ (แม้กระทั่ง Taichi Ohno และ Eiji Toyoda แห่ง Toyota ก็มาเรียนรู้จาก Ford ก่อนพัฒนาไปเป็น Toyota Production System หรือที่ อเมริกันชนนิยมเรียกกันว่า Lean Manufacturing)


รูป Ford Model T จาก makingthemodernworld.org.uk


แต่มีขึ้น ก็ต้องมีลง แล้วกลุ่ม 3 ราชัน เองก็ลงแบบไม่มีหูรูดซะด้วย Ford เองพยายามแก้ปัญหา "ขาลง" มานานมากแล้ว และก็ยังไม่สำเร็จเสียที ถึงขั้น Copy เอา TPS มาดัดแปลง ใส่ TPM....ฯลฯ เข้าไปเป็น FPS แล้ว ในราว ๆ ปี 1994 ก็ยังไม่สำเร็จ และปีที่แล้ว ก็ได้เปลี่ยนมือ CEO ออกจากตระกูล Ford มาเป็น Alan Mulally

เรื่องแรกของ Alan Mulally วันนี้ก็เป็นเรื่องการขยายความร่วมมือกับแนวร่วมอุตสาหกรรมรถยนต์อื่น ๆ ได้มาจาก Autonews วันที่ 27 มีนาคม 2550 โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Powertrain หรือตัวเครื่องยนต์
ใน Autonews นี้เอง Mulally ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทาง Ford นั้นมีพันธมิตรมากมาย ทั้งด้าน Technology และ รถยนต์ด้วยกัน ดังนั้น จากนี้ไปจะได้เห็นความร่วมมือเหล่านี้มากขึ้น
ข้อสังเกตคือ Mulally เอง ได้ไปเยือน Toyota ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา จนถึงกับมีข่าวว่า Ford อาจผูกสัมพันธไมตรีกับ Toyota ซะด้วยซ้ำ เพียงแต่ในเวลานั้น Mulally ให้สัมภาษณ์เพียงแค่ว่า Ford ไม่จำเป็นต้องหาพันธมิตรที่ใหญ่กว่าเพื่อเอาตัวรอด (แปลตรงตัวซะงั้น)

ข่าวนี้ จขบ. ให้ข้อสังเกตไว้ว่า ไม่น่าแปลกเรื่องการหาความร่วมมือโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Powertrain มีความร่วมมือเรื่องนี้ กับค่ายรถยนต์อื่น ๆ บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเครื่องยนต์ Hybrid เช่น ข่าวความร่วมมือพัฒนารถ Hybrid ระหว่าง BMW GM และ DCX ใน eere.energy.gov 10 ธันวาคม 2548 กระทั่ง Ford เองก็หาพันธมิตรในการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ถึงขั้นมีข่าวอย่างเป็นทางการในการพัฒนาระบบร่วมกับ Microsoft แต่ที่น่าสนใจคือ การร่วมมือมากมายขนาดนี้ บอกอะไรเรา ขอตีความเอาว่า ความแข็งแกร่งของบริษัทเหล่านี้ เชิงเทคโนโลยี และภาคการผลิต ลดลง เพราะในสมัยเริ่มแรก Henry Ford ต้องพัฒนาทุกอย่างเอง เพราะผู้ผลิตอื่น ๆ ไม่สามารถปรับตัวเชิงวิศวกรรมตามเขาทัน แต่ตอนนี้กลับต้องแสวงหาความร่วมมือ กับคนอื่น ๆ เคยได้ยินกันไหมว่า Honda, Toyota ต้องไปร่วมมือกับชาวบ้านชาวเมือง จขบ. ไม่เคยนะ
สิ่งที่จขบ. คาดเดาเอาเองอีกก็คือ เมื่อเกิดความร่วมมือเชิงวิศวกรรมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ Ford นั่นคือ การซื้อขายจะกลายเป็นเชิง Partnership มากกว่ากาเป็นแค่ผู้ซื้อ ขายกันธรรมดา เมื่อจับคู่ Partnership ได้ แทบจะหมายถึงการผูกขาดทางการค้าไปโดยปริยาย จขบ. คิดว่า สมมติ ร่วมมือกันพัฒนา ECU ได้ตัวนึง กับผู้ผลิต A ที่อินเดีย แล้วจะผลิตรถที่ใช้ ECU ตัวนี้ที่ อังกฤษ คงไม่พัฒนา ECU ตัวนี้กับผู้ผลิต B หรอก ไม่งั้นก็เริ่มต้นพัฒนาใหม่ แถมมีความเสี่ยงสูงที่ความลับทางเทคโนโลยีจะรั่วไหลอีก
ดังนั้นความสัมพันธ์จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นกับการทำงานเชิง Partnership แบบนี้

เป็นเรื่องที่ Mulally ช่วยขายรถยนต์ Ford 4 คัน ได้ใน 40 นาที เอามาจาก Autonews วันที่ 27 มีนาคม 2550 เช่นกัน เรื่องของเรื่องก็คือ Mulally ได้มีโอกาสพูดคุยกับครอบครัวนึงซึ่งตัดสินใจจะซื้อรถใหม่ และกำลังจะไม่ใช้ Ford ด้วยหลายสาเหตุ แต่เรื่องหลัก ๆ ก็คือ มีประสบการณ์ไม่ดีกับ Dealer ของ Ford ที่ New York มาก่อน และกำลังจะลงหลักปักฐานกับ Camry ดังนั้น Mulally ก็เลยได้โอกาสโน้มน้าวจิตใจ ด้วยว่า ตะแกมี Toyota มาแล้วหลายคัน กระทั่ง Camry และ Lexus ดังนั้นจึงรู้ไส้รู้พุง ญี่ปุ่นดี ( อู้ย แหล แน่ ๆ ถ้าจริง คง Copy ระบบ Toyota ที่เรียกว่า วิถี Toyota สำเร็จไปนานแล้นนนน ) และในที่สุดสามารถโน้มน้าวให้เปลี่ยนมาซื้อ Ford Fusion ได้ และในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็สามารถขาย Fusion คันที่ 2 และ Escape ได้อีกคัน ในขณะที่ Fusion คันที่ 3 อยู่ในระหว่างการตัดสินใจ การทำงานครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับ Dealer ที่นั่นเป็นอย่างมาก (ไม่กลัวรึไง ว่าเค้าจะไล่แกออก เพราะแกเป็น Dealer แท้ ๆ แต่ขายรถสู้เขา ผู้ซึ่งเป็น CEO ไม่ได้)


Ford Fusion จาก www.edmunds.com


Toyota Camry จาก www.hybrid-vehicles.net



ดูจากข่าวนี้แล้ว เหมือนกับว่า Mulally คงเริ่มมองเห็นปัญหาเรื่อง Dealer อยู่เหมือนกัน กระทั่งในเมืองไทยเอง จขบ. เคยเห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ใน Pantip.com กล่าวหา Ford ในทำนองนี้อยู่บ่อย ๆ

วันนี้ขอจบเรื่องราวของ Ford แต่เพียงเท่านี้ เอาไว้มีอะไรน่าสนใจ จะเอามา Post ไว้อีก


Create Date : 28 มีนาคม 2550
Last Update : 28 มีนาคม 2550 10:02:57 น. 3 comments
Counter : 670 Pageviews.

 
อืมมม ไม่ค่อยได้ตามวงการรถเลยครับ... น่าสนใจดีนะครับ.. เห็นว่าสมัยก่อนญี่ปุ่นนี่ส่งคนไปเรียนรู้จากประเทศมหาอำนาจ ลอกเลียนจนเดี๋ยวนี้ฝรั่งต้องมาลอก...
น่านับถือจริงๆ


โดย: biggg วันที่: 1 เมษายน 2550 เวลา:0:42:14 น.  

 
ต้นทุนกำไรก็น้อย ต้องทำรถบางๆ ใส่หลังคากระดาษ แล้วขายแพงอย่างโตโยต้าไทยสิครับ กำไรเยอะ แถมยังได้สิทธิพิเศษมากมาย เช่น ลงทุนในโซนหนึ่งแต่ได้สิทธิเหมือนโซนสาม, ผลิตรถมากมายขายให้คนไทย ส่งขายให้เพื่อนไทยอีก โดยอาศัยสิทธิพิเศษทางภาษี แต่กลับลงทุนนิดเดียวเองในไทย ตลาดหุ้นก็ไม่เข้า จ้างงานก็ไม่กี่คน JIT ของโตโยต้าก็คือให้ซัพพลายเออร์ไปตั้งคลังสินค้ารอบๆ โรงงานตัวเอง ตัวเองไม่ต้องมีคลังงสินค้า


โดย: Apache IP: 203.146.5.60 วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:11:16:50 น.  

 
ยินดีบความสำเร็จ


โดย: มานะบากบั่น IP: 125.24.219.81 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:10:17:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ECie
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




หลังไมค์ของผมค๊าบ !!
Friends' blogs
[Add ECie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.