ผมไปที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแต่ต้องก้าวไปข้างหน้า I will go anywhere as long as it forward.
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
28 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
เข็มฉีดยา


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ สื่อได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของเรามาก สังเกตได้จากการที่หลายๆ คนเปิดรับสื่อทุกวัน หรืออีกหลายๆ คนยอมทิ้งเวลาวันละไม่ต่ำกว่าสี่ห้าชั่วโมง เพื่อแลกกับการติดตามสื่อ จนเรียกได้ว่าสื่อเข้ามาส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว เหตุผลหนึ่งที่ทำให้สื่อเป็นที่สนใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ก็คงหนีไม่พ้นการที่บรรดาสื่อทั้งหลายแขนงในบ้านเราได้ยกระดับตนเองขึ้นมา สามารถตอบสนองได้แบบทันใจ จนทำให้บทบาทของมันพุ่งพรวดขึ้นมา ราวกับเขย่งก้าวกระโดด
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าสื่อในบ้านเรามีหลายแขนงประกอบไปด้วย สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ แต่ที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น สื่อน้องใหม่อย่างอินเตอร์เนตเพราะมันมีข้อได้เปรียบกว่าสื่ออื่นก็คือสามารถเข้าถึงได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และที่สำคัญก็ยังเป็นพื้นที่ที่แสวงหากำไรได้โดยง่าย ทำให้หลายคนมองว่าสื่อคือสิ่งที่หอมหวาน น่าสนใจ น่าติดตาม แต่ใครจะรู้บ้างว่าสื่อค่อยๆ แทรกซึมเข้ามา ก่อนที่จะเข้าครอบงำโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
ถึงแม้ว่าสถานะของสื่อในเวลานี้จะไม่ได้มีพลานุภาพเหมือนเข็มฉีดยา ที่ฉีดอะไรเข้าไปผู้รับสารก็ต้องเชื่อหรือเห็นพ้องไปตามนั้น แต่อิทธิพลของมันก็ไม่เคยลดน้อยถอยลงไป มันสามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นฮีโร่ได้ภายในข้ามคืน ขณะเดียวกันก็สามารถทำลายคนบางคนให้แทบอยู่ในสังคมไม่ได้เช่นเดียวกัน สามารถเป็นชนวนก่อให้เกิดความแตกแยกทางสังคมได้ และที่สำคัญยังมีอิทธิพลต่อทัศนคติของหลายๆ คนในสังคมด้วย สังเกตได้จากทุกครั้งที่สื่อนำเสนอข่าวอะไรออกไปคนส่วนใหญ่มักจะเชื่อโดยทันที เพราะคิดว่าสื่อคือกระบอกเสียงของประชาชน ขณะเดียวกันก็เปรียบดั่งกระจกที่คอยสะท้อนภาพของสังคมออกมา
เห็นได้ชัดจากข่าวล่าสุดของเด็กผู้หญิงที่ตอนแรกให้การว่าถูกฉุดขึ้นไปบนรถตู้และถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนข่มขืนตลอดทาง ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ก็มีเสียงให้กำลังใจหลั่งไหลเข้ามามากมาย ขณะเดียวกันก็มีเสียงก่นด่าแกมพิพากษาพวกเดนคนเหล่านั้นเข้ามาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่อง แค่คำให้การด้านเดียว สุดท้ายเด็กผู้หญิงก็ยอมรับว่าตนเองเป็นแฟนกับหนึ่งในแก็งค์นั้น แต่ที่ร้ายกว่าคือเธอเข้าไปมีส่วนพัวพันกับการซื้อขายยาบ้าด้วย กลายเป็นเรื่องโอละพ่อที่ต้องตามกันต่อ
นอกจากนี้ข่าวหรือภาพข่าวที่มีเนื้อหารุนแรงนั้นก็มีอิทธิพลต่อกลุ่มเด็กและวัยรุ่นสูงมาก เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่มีวุฒิภาวะที่มากพอ เห็นที่อะไรที่ปรากฎขึ้นมาก็จะคิดว่าเป็นเรื่องดีและก่อให้เกิดการทำตาม หรือที่เรียกกันว่า “พฤติกรรมเลียนแบบ” ดังเห็นได้จากสถิติการก่ออาชญากรรมในขวบปีล่าสุด ปรากฎว่ามีเด็กอายุต่ำกว่าสิบปีติดชารจ์เข้ามาด้วย ที่น่าตกใจกว่านั้นคือเหตุเกิดมาจากหยิบปืนพ่อไปลองยิงกับเพื่อนเล่นๆ ที่ไหนได้แม่นยังกับจับวาง ยิงเปรี้ยงเดียวจอด ส่วนสาเหตุก็ไม่ใช่อื่นไกลจำมาจากละคร ฉากดวลปืนระหว่างพระเอกกับผู้ร้าย
เมื่อสื่อเป็นธุรกิจมากขึ้นการโฆษณาก็เป็นกลยุทธ์หลักที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ แต่ด้วยความที่มุ่งหวังทางการค้าเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดผลกระทบที่น่าเป็นห่วงตามมา อย่างโฆษณาเครื่องสำอางค์ที่ปรากฎอย่างดาษดื่นและเนื้อหาการโฆษณาก็ยังคงเน้นไปที่การทำให้ผิวขาวขึ้นได้ ซึ่งมองผิวเผินก็ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หากเพ่งมองให้ลึกลงไปจะพบว่าเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้เกิดขึ้น ค่านิยมที่ว่าคนผิวดำดูไม่สง่าเท่าผิวขาว ไปไหนมีแต่คนล้อ และไม่มีใครชอบ ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น แต่เป็นเพราะภาพที่เห็นจากสื่อ ทำให้หลายคิดเชื่อไปตามนั้น
มีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลสื่อ
- ต้องเริ่มแก้ไขจากสื่อใช่มั้ย?
- รัฐบาลควรจะควบคุมให้มากกว่านี้หรือเปล่า?
- ผู้ปกครองควรดูแลและกวดขันให้มากกว่านี้หรือเปล่า?
เมื่อถกกันว่าควรจะแก้อย่างไร ก็เกิดคำถามผุดขึ้นมามากมายอย่างกับดอกเห็ด แต่เมื่อปัญหาเกิดเหลือคำถามเดียว ใครรับผิดชอบ สุดท้ายกลายเป็นโยนบาปหาแพะ เรื่องอิทธิพลสื่อจึงเรื้อรังเรื่อยมา
แม้จะมีคนคัดค้านว่าสื่อเป็นแค่เพียงผู้นำเสนอไม่ได้ไปชี้แนะให้ใครต้องเลียนแบบหรือทำตาม แต่ด้วยการที่สื่อปรากฎภาพให้เห็นบ่อยครั้ง มันก็เหมือนเป็นการตอกย้ำให้คนๆ นั้นเชื่อว่าสิ่งที่เขาเห็นจนชินตานั้นคือสิ่งที่เหมาะที่ควร
สื่อก็อาจเปรียบได้ดังดาบสองคม เพราะนำมาซึ่งประโยชน์ แต่นัยเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว เราควรดูสื่อให้เป็นแค่สื่อ ไม่ให้มันเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากเกินไป มิฉะนั้นแล้วเราอาจถูกแทรกซึมทางความคิด หรือถูกครอบงำให้เชื่อไปในทางเดียว ซึ่งหากปล่อยให้เป็นแบบนี้เราก็จะเป็นได้แค่ผู้ตาม รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดของเราก็จะลดน้อยถอยลง จนท้ายที่สุดเราก็จะเป็นได้แค่คนไข้ รอซึมซับสิ่งที่หมอจะฉีดเข้าไป




Create Date : 28 กันยายน 2550
Last Update : 28 กันยายน 2550 22:10:45 น. 0 comments
Counter : 229 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zikou
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add zikou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.