บันทึกของเด็กชายกำลังโต
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
23 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
23 มิถุนายน 2550 ข้าวโพดคั่ว รุ่น " สู้แล้วรวย "

ออกตัวก่อนนะครับ บล็อกหน้านี้ผมเขียนขึ้นเพราะได้มีแง่คิดเล็กๆ เกิดจากวันที่รถติดวันหนึ่ง ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ หรือล้อเลียนศรัทธาของใคร หากเห็นว่ามันเกินเลยไป ต้องขออภัยด้วยนะครับ


-----------------------------------------------------------


ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องจตุคามลงบล็อกตั้งแต่ก่อนไปเที่ยวอีก แต่ก็ยั้งใจไว้ แต่ผมได้ผ่านไปแถวปิ่นเกล้า เห็นคุณลุงคนนึงเดินขายข้าวโพดคั่วอยู่สี่แยกพอดี

ที่เด็ดกว่านั้นคือคุณลุงเค้าตั้งสโลแกนของข้าวโพดว่า " สู้แล้วรวย "


ทำให้เรื่องจตุคามมาสะกิดใจผมอีก จนตัดสินใจเขียนบล็อกหน้านี้ครับ


กระแสความแรงของจตุคามปัจจุบันเรียกได้ว่าแรงเข้าขั้น เคยได้ยินมาว่าวัตถุมงคลที่สมัยแรกทำมีราคาเพียง 49 บาท ปัจจุบันมีราคาเหยียบ 40 ล้านไปแล้ว ( เขียนเป็นตัวเลขจะยิ่งตกใจครับ 40,000,000 บาท เลขศูนย์มากกว่าเงินเดือนปัจุบันของผมอีก )


ผมไม่เคยดูถูกศรัทธาหรือความเชื่อของใครและรู้สึกรังเกียจใครก็ตามที่ดูถูกคนอื่นเพียงเพราะว่าคนอื่นเค้ามีความเชื่อแตกต่างกับตัวเอง

เพราะความเชื่อนั้น ย่อมแสดงถึงความมีอยู่และดำรงอยู่ของศรัทธา ไม่ว่าจะในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ซึ่งศรัทธานี้เป็นตัวขับดันความรู้สึกความเป็นชาติได้ดีและถูกต้อง มากกว่าการสร้างความรู้สึกความเป็นชาติโดยการหาจุดเกลียดร่วม แบบที่นาซีเคยทำกับพวกยิวในสมัยสงครามนู่น


แต่ผมคิดว่ากระแสของจตุคามนี้ไม่ได้เป็นไปในรูปแบบของความศรัทธา แต่เป็นความหลง ( ภาษาพระเรียก โมหะ )

หลงในชื่อรุ่น " รวยทันตา " " เกิดมารวย " " รวยไม่ได้บอกใคร "

หลงในคำกล่าวอ้างบอกต่อกันมา ว่าถ้ามีไว้แล้วไม่อายใคร ดูเป็นคนทันสมัย

หลงในความเป็นของประดับสวยงาม บอกสถานภาพของผู้สวมใส่ ฉันได้มาในราคาเท่านั้นนะ เท่านี้นะ


ไอ้ความหลงแบบนี้จะทำลายคุณค่าขององค์จตุคาม

ความหลงซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการก้าวเข้าสู่พุทธภาวะ อันเป็นจุดประสงค์ของชาวพุทธเรา




ถ้าจำได้ตอนที่บริษัทอาหาร นำเข้าชาเขียวเข้ามาใหม่ๆ ทุกคนก็ชอบดื่มกัน เพราะเชื่อว่าจะได้รับประโยชน์จากชาเขียว

ปัจจุบันนี้รู้กันแล้วว่า ชาเขียวแบบนั้นหาประโยชน์อะไรได้ไม่มากอย่างที่คนเข้าใจแต่แรก

เรื่องนี้ก็เช่นกัน กระแสความหลงในจตุคาม ก็เหมือนกับกระแสของชาเขียว เมื่อแรกชิมก็ยังหอมหวานดีอยู่ แต่หาประโยชน์อะไรจากความหลงแบบนั้นไม่ได้

สุดท้ายคงต้องใช้ความเข้าใจดั้งเดิมที่ว่าน้ำบริสุทธิ์ ก็ยังดีที่สุด เปรียบคือการทำบุญ และสร้างความดีนั่นคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


ความจริงแม้แต่ในหมู่ของผู้ที่ศรัทธาองค์จตุคาม ก็ยังรู้สึกแปลกใจกับกระแสนี้ ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่าสมัยก่อนท่านเคยจะให้เหรียญจตุคามกับบุคคลท่านหนึ่ง ยังถูกปฏิเสธ ขอเปลี่ยนเป็นพระองค์อื่นเลย วันนี้คนนั้นคงกำลังเสียดายน่าดู เพราะเหรียญนั้นปัจจุบันขายกันถึง 6 หลัก

ท่านบอกกับผมว่าการห้อยหรือบูชาที่ถูกนั้น ไม่ใช่ทำกันแบบในปัจจุบัน ที่นึกอยากจะห้อยก็ห้อย อยากจะแขวนก็แขวน แต่ต้องมีการไหว้ครู คือการ ขอรับเอาความดี เอาสิ่งมงคลไปปฏิบัติ และถวายกุศลกรรมเป็นสิ่งตอบแทน

คิดกันง่ายๆ ถ้าทุกคนที่แขวนเหรียญจตุคามทำกุศลกรรมตอบแทนพระองค์ท่านคนละ 1 อย่าง เราจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าวันละแสนเรื่อง ซึ่งไม่น้อยเลยนะ สำหรับสังคมที่กำลังโหยหาความดีอย่างเช่นทุกวันนี้





มาถึงตรงนี้ สำหรับผู้เฝ้าดูอย่างเราๆ คงต้องไปให้กระแสค่อยๆพิสูจน์ความจริงไปเอง


แต่ถ้าท่านพอจะมีความรู้หรือมีคนรอบข้างที่กำลังหลงในชื่อรุ่น หลงในความทันสมัย ของกระแสนี้อยู่ อยากให้ท่านได้ลองสะกิดบอกถึงเนื้อแท้ของการศรัทธา ก็จะเป็นการทำกุศลที่ได้ช่วยรักษาศาสนาของพระพุทธเจ้าให้บริสุทธิ์



วันนั้นผมลองตั้งคำถามเล่นๆ กับตัวเอง

ระหว่างจตุคามรุ่น " รวยจัง " กับข้าวโพดคั่ว รุ่น " สู้แล้วรวย " ของคุณลุงอะไรศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน

พอตอบคำถามแล้วก็แอบยิ้มกับตัวเองเล็กๆ






แค่คุณลุงขายข้าวโพดคั่ว ทำให้ผมเพ้อไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ...





-----------------------------------------------------------


link น่าสนใจ

ประวัติองค์ราชันจตุคามรามเทพ

ประวัติจากวิกิพีเดีย


บล็อกหน้านี้จะเครียดไปไหมเนี่ย แต่อยากเขียนเผื่อจะเป็นประโยชน์ให้ผู้ที่กำลังหลงเข้าในความเป็นมงคลของสิ่งต่างๆมากขึ้นนะครับ



อาจารย์ขา ก้อนศิลา บ้านข้าเจ้า
ลุกขึ้นเต้น เร่าเร่า น่าเลื่อมใส
ทำพุทธรูป กันเถิดหนา เลิศกว่าใคร
" เออทำได้ " " แน่หนา ท่านอาจารย์ "
ขืนทำไป ไม่มั่น มันป่วยการ
พุทธรูป ตายด้าน เพราะลังเล

ถ้าในใจ เชื่อมั่น มันก็ได้
ถ้าในใจ สงสัย มันก็เขว
เป็นพุทธจริง ตรงที่ใจ ไม่เกเร
มันไหลเท ออกจากใจ ข้างในเรา

พุทธะจริง ข้างในมี ดีอยู่แล้ว
พุทธรูป หินหรือแก้ว มักพาเขลา
มีพุทธจริง แล้วจะวิ่งเที่ยวหาเอา
อะไรเล่า มาหมอบไหว้ ให้ยุ่งเอย


จากหนังสือ " เซน พุทธทาส "




ป.ล. ไอ้พวกที่เอารูปจุดกลมๆ เวลาถ่ายรูปมาให้ดู ขอเถอะ มันคือฝุ่นที่สะท้อนกับแสงแฟลช ( โว้ย )





Create Date : 23 มิถุนายน 2550
Last Update : 23 มิถุนายน 2550 21:31:05 น. 9 comments
Counter : 378 Pageviews.

 
อืมม์ ฝนอยู่ไกลขนาดนี้ฝนก็ยังยินเรื่องกระแสของจตุคามเลยค่ะ แรงมาก ถึงกับเหยียบกันตาย ขโมยขึ้นบ้าน

แต่ตอนนี้กระแสคุ้กกี้ของพระพโยมดูท่าจะแซงหน้านะคะ แม๊ชักอยากจะได้ซักกระปุกมาไว้ บูชา เอ๊ย ไว้กิน


โดย: Malee30 วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:22:12:52 น.  

 
หวัดดีจ้า pok แวะมาเยี่ยมก่อนนอน
ส่วนเรื่องจตุคามพรุ่งนี้จะมาคอมเม้นนะ ในฐานะลูกหลานชาวนครคนนึง

แต่วันนี้ ตอนนี้ ลืมตาไม่ขึ้นแล้วอะ นอนก่อนดีกว่า

ฝันดีนะคร๊าบบบ


โดย: ปางหวัน วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:23:50:27 น.  

 
บูชาในแง่ของชาวพุทธครับ ในฐานะเทพองค์หนึ่งที่ค้ำจุนศาสนา ประมาณนั้น เรื่องมีไว้แล้วรวย อันนี้ไม่ทราบได้ ศรัทธาเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่เหตุผลก็ต้องมีเหมือนกัน
.........ลูกหลานชาวนครศรีฯ เช่นกัน


โดย: ลุงแมว วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:16:30:30 น.  

 
กว่าจะเข้ามาถึงบล็อกนี้ก็ดึกดื่นทุกที ...หุหุ

สำหรับพี่นะ พี่ว่าศรัทธากับความเชื่อ และความหลงงมงายมันคนละเรื่องกันอะป๊อก
ศรัทธาก่อให้เกิดขวัญกำลังใจ เกิดแรงเกิดพลังก็เหมือนที่เรามีพทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจนั่นแหละ
ในขณะที่ความหลงก่อให้เกิด ความงมงายสิ้นคิด ไร้สติ

ไม่มีสิ่งไหนจะบันดาลอะไรให้ใครได้ถ้าคนคนนั้นไม่ได้เริ่มต้นกระทำ (มีเหตุก็ต้องมีผล)

บางคนเค้าก็แขวนด้วยความศรัทธา ในขณะที่บางคนก็แขวนด้วยความงมงาย

เพราะฉะนั้นใจ(คนคนนั้น) สำคัญที่สุดแหละป๊อกเอ๊ยย..

คิดดีทำดีเมื่อไหร่ บูชาท่านไว้ไม่มีอับจน...ประโยคนี้อยู่ในเพลงอะ เคยฟังมะ..เพราะน๊า...

เม้นไปเม้นมาชักมึน..


โดย: ปางหวัน วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:0:08:18 น.  

 
แวะมาเยี่ยมนะครับ



โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:20:21:06 น.  

 
เน้นที่การประพฤติธรรมน่าจะดีสุดนะ องค์จตุครามยังตั้งมั่นปกปักษ์รักษาพระธาตุเลยครับ

ผมไม่ค่อยจะสนใจนักว่าแขวนแล้วรวยอย่างโน้นรวยอย่างนี้ตามชื่อรุ่นที่เขาเจตนาตั้งมา แต่ผมศรัทธาองค์ท่านที่มุ่งสร้างความดี ตอนนี้จึงมีแค่ภาพของท่านเท่านั้นครับ



โดย: เขาพนม วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:22:38:15 น.  

 
มือไวไปหน่อย กดส่งซะแล้ว จึงต้องมาขอต่อเพิ่มเติมอีกนิด...

ตอนนี้จึงมีแค่ภาพของท่านเท่านั้นครับ ของจริงไม่มีแม้นแต่แว่นเดียว รูปเท่านั้นมีเยอะมาก เพราะที่สำนักงานพรรคพวกเขาเช่าหามาเพียบเลย ถ่ายภาพให้เขาบ่อยมาก...


โดย: เขาพนม วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:22:49:37 น.  

 

ผมก็รู้สึกข้องใจเกี่ยวกับกระแสของสิ่งนี้มานานแล้วเหมือนกันครับ
ว่าทำไมมันดังได้ถึงขนาดนี้
หรือว่าคนไทยไร้ที่พึ่ง...


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:2:40:54 น.  

 
เขียนได้ดีเชียวคุณ pilok คิดว่ามันเป็นกระแสนิยมอ่ะค่ะ .. ไม่อยากจะพูดเลย เห่ออะไรเป็นพัก ๆ เนี่ย .. เดี๋ยวอีกหน่อยก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาแน่นอน ลองนึกถึงสมัยก่อนโน้นนน..น่ะค่ะ .. ตั้งกะเรียนประถม ช่วงนั้นทามาก็อตจิ เป็นที่นิยมมากถึงขนาดมาเข้าแถวรอซื้อกันยาวเหยียด .. แฮะๆ .. เอ๊ะ ยังไงว่าไปว่ามาจากจตุคามกลายเป็นทามาก็อตจิได้ไงหว่า ..


โดย: ดอยปุย วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:12:50:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pilok
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






黒川 Kurokawa (black river) 明 Akira (bright)

บันทึกออนไลน์ของคนเล็กๆ แต่ตัวไม่เล็ก เก็บแง่มุมของคนนู่น เรื่องของคนนี้ ชีวิตของคนนั้น มาบอกเล่า เม้าท์ แซว ไปตามเรื่อง ประกอบกับรูปถ่ายเล่าเรื่องราวที่เจ้าของบล็อกกำลังหัดถ่ายอยู่ครับ


รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นว่าวที่กำลังสู้อยู่กับลม มีเพียงเชือกเส้นเล็กๆที่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร ดึงรั้งชีวิตไว้ไม่ให้ลอยละลิ่วไปกับสายลมแรง


และหากมีใครสักคนกำลังโหยหากำลังใจ บล็อกเล็กๆนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่หัวใจกำลังอ่อนล้า อยากให้รู้ว่า ที่ตรงนี้ก็มีคนๆหนึ่งยืนอยู่เป็นเพื่อนทุกข์ เพื่อนสุข เพื่อนร้องไห้ เพื่อนหัวเราะ และยินดีที่จะให้กำลังใจคุณเสมอครับ













ขอบคุณที่เข้ามาเที่ยวคับ
Google
Friends' blogs
[Add pilok's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.