บันทึกของเด็กชายกำลังโต
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
14 พฤษภาคม 2550 ชีวิตมหาวิทยาลัยของฉัน

วันนี้เขียนบล็อกว่าด้วยเรื่องเครียดๆหน่อยนะครับ ทั้งที่ปกติไม่ค่อยได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เท่าไหร่ ไม่ใช่อะไรหรอก เบื่อการเมือง ( แต่ถึงไงก็มีคนมาพูดให้ฟังจนเบื่ออยู่ดี )


แต่วันนี้อ่านข่าวน้องที่ฆ่าตัวตายเพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ตามที่หวัง แล้วรู้สึกกระอักกระอ่วน


สงสารน้องมากๆที่ทำร้ายตัวเองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ น้องเค้าน่าจะเป็นเด็กเรียนดี มีอนาคตที่สดใส อาจเป็นวิศวกรมือทองที่สร้างอะไรให้กับโลกนี้ได้อีกมากมาย


ยิ่งเสียใจมากขึ้นไปอีกเมื่อทราบข่าวว่าน้องเค้าเคยพลาดหวังมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วมาพลาดครั้งนี้อีกครั้ง


ฉันไม่รู้ว่าไอ้ค่านิยมแบบนี้มันถูกปลูกฝังหรือจุดเริ่มมาจากไหน ประเภทที่ว่า เด็กเก่งเรียนวิทย์ หรือ คนเก่งสอบเตรียมฯ เรียนเยี่ยมเอนท์วิศวะ ( หัวปานกลางเรียนกฎหมาย อันนี้ไม่เกี่ยวแก้ตัวให้ตัวเองครับ )


บางทีเราใช้ชีวิตหรือสอนเด็กให้แข่งขันมากเกินไปหรือ จนเค้ารู้สึกว่า " ต้องชนะถึงจะได้รับการยกย่อง คนแพ้ไม่มีค่า "


ความคิดบ้าๆที่พยายามจะให้เด็กเสพติดความเป็นผู้ชนะ เพราะเชื่อว่านั่นเป็นสิ่งกระตุ้น เป็นแรงขับเพื่อให้เขาไขว่คว้าความเป็นผู้ชนะ


ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกของการเอนท์ติดเป็นยังไง เพราะไม่ได้เข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยด้วยการเอนทรานซ์ ผมสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง แต่พลาดหวัง


ผมสอบไม่ได้ ทั้งๆที่ตอนนั้นผมแบกรับความรู้สึกของโรงเรียนเอาไว้ ผมสอบได้เป็นอันดับหนึ่งของสายศิลปของโรงเรียน แป็นตัวแทนของโรงเรียนในการทำกิจกรรมต่างๆเสมอๆ ทุกคนคาดหวังว่าผมจะสอบได้


มันสำคัญมากโดยเฉพาะถ้าโรงเรียนของคุณเป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่ทั้งโรงเรียนมีคนมีสิทธิสอบตรงแค่สองคน การเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ จะทำให้ระดับความน่าเชื่อถือของโรงเรียนดูดีขึ้นอีกโข


ผมในขณะนั้นมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าต้องได้เข้าเรียนแน่ อ่านหนังสืออย่างมาก แต่น่าเสียดายเพราะเรื่องเล็กๆ ผมทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้ เพราะเป็นข้อสอบของสายวิทย์ ซึ่งผมไม่เคยเรียนมาก่อน


และแล้ว " เห็นไหมล่ะ เด็กเก่งน่าจะเรียนวิทย์ " คำแบบนี้ผมฟังจนเบื่อเลยจริงๆ ปลายปีผมได้มีโอกาสพูดกับรุ่นน้องโดยเป็นตัวแทนของสายศิลป ผมบอกน้องๆว่า อย่าเลือกเรียนสายศิลปเพราะว่าเราเป็นคนเรียนไม่เก่ง หรือว่าอยากสบาย เรียนสายไหนมันก็ไม่สบายทั้งนั้น ( ผมโดนแซวเล็กน้อยหลังงาน ถ้าคนที่สนิทหน่อยมันโดนเตะตูดหลังแซวเสร็จ )


ผมทำเรื่องแปลกๆอีกด้วยการไม่เอ็นทรานซ์ และไม่ขอรับทุนจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งให้ทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรโดยไม่จำกัดคณะ ( ทุกวันนี้ผมยังเก็บใบเชิญของมหาวิทยาลัยนั้นอยู่เลย ) ยังไม่นับทุนจากสถาบันราชภัฎแทบทุกทุนของโรงเรียนเพราะผมเรียนได้เป็นอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียน คุณครูและหลายๆคนบอกว่าผมคงคิดผิดอีกแล้วที่ปล่อยผ่านโอกาสนั้นไป


มีอาจารย์สองท่านที่ให้คำแนะนำผมอยู่เสมอ ท่านหนึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของกลุ่มกิจกรรมที่ผมทำอยู่ ( ความจริงท่านเป็นผู้ดำเนินการให้ผมได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าว )


อีกท่านเป็นอาจารย์แนะแนวของโรงเรียน ที่บังเอิญเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องผมด้วย อาจารย์เคยบอกว่าโรงเรียนของเราถ้ามีคนสอบติดได้สักคนก็ดีแล้ว แต่อาจารย์จะดีใจยิ่งกว่าถ้าเห็นเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยกัน เพราะนั่นจะวัดชีวิตในบั่นปลาย


ผมเลือกเรียนรามคำแหง เพราะอาจารย์ทั้งสองท่านแนะนำว่าถ้าอยากเรียนกฎหมายให้เรียนที่นี่ ( ถึงบัดนี้ยังนึกไม่ออกว่าถ้านับเฉพาะวิชากฎหมาย เรียนกฎหมายที่นี่แล้วจะดีกว่าที่อื่นตรงไหน เพราะมันก็ตัวบทเดียวกัน )


ปีแรกที่ราม สวรรค์บันดาลอิสระให้ผมแล้ว ชีวิตเด็กหอมันช่างสนุกสนาน สายๆตื่น กลางวันนอน จีบสาว เย็นๆเตะบอล ตกค่ำกินเหล้า ( ความสนุกจะหมดไปหลังการสอบ 1 เดือนตอนประกาศผล )


ปีที่สอง ผมตั้งใจเรียนมากขึ้น เรียนรามผมแทบไม่ได้ทำกิจกรรมเลย เพราะเอาแต่เที่ยวเล่นหัวหกก้นขวิด การเรียนเริ่มยากเพราะมีวิชาเฉพาะ


ปีที่สาม ผมแย่แล้ว ผมเก็บได้เพียงครึ่งของที่ควรได้ เป็นไปได้ว่าผมอาจได้เรียนหลักสูตรหนาแน่น ( 8 ปี ) ผมเลิกเล่น เพื่อนๆที่น่ารักของผม ( มีชะตากรรมคล้ายๆกัน )จับกลุ่มติวหนังสือกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเรียนของราม คุณอาจทำทุกอย่างได้เอง แต่ได้ดีไม่เท่ากับทำเป็นกลุ่มหรอกเชื่อสิ


ปีสี่ เทอมแรกผมสอบตกเพียงสองตัวจากเก้า ผมดูหนังสืออย่างเต็มที่ มีเพื่อนบางคนจบไปแล้ว รุ่นพี่บางคนยังเรียนอยู่ ผมบอกกับตัวเองว่า ผมจะจบในปีนี้
เทอมสอง ผมลุ้นตัวโก่ง ผมสอบ 10 ตัวรวด เป็นเทอมที่ขอจบ เป็นครั้งแรกที่ที่บ้านโทรมาถามว่า " เรียนเป็นไงมั่ง " หรือในความหมายก็คือ " เทอมนี้จะเรียนจบไหม "


ผมสอบผ่านทุกวิชา เป็นเทอมแรกในการเรียนที่ผมไม่มีตกและเป็นเทอมที่สำคัญที่สุด ณ บอร์ดประกาศผลสอบผมน้ำตาแทบเล็ด โทรหาที่บ้านทันที " ผมเรียนจบแล้ว "


รุ่งขึ้นผมเอาพวงมาลัยไหว้พ่อขุนกับที่บอร์ดประกาศผลตามที่รุ่นพี่แนะนำ ไหว้พ่อขุนพอเข้าใจ ทำไมต้องไหว้บอร์ดด้วย แถมให้จุดธูปอีกแน่ะ เพื่ออะไร ( ยังดีที่ไม่ต้องไหว้จระเข้เผือกด้วย )


ผมผ่านชีวิตมหาวิทยาลัยมาอย่างจวนเจียน แต่ผมว่าคุ้มค่าสุดๆ เพราะเรื่องบางเรื่องทำได้เพียงแค่ช่วงชีวิตเดียวเท่านั้น ผมไม่ได้รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อยที่วันนั้นผมไม่ได้เอนทรานซ์ ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้เห็นชีวิตแบบที่มันควรจะเป็นไม่ใช่แบบที่ต้องการให้เป็น


ผมปลูกฝังค่านิยมแบบของตัวเองให้แก่ตัวเอง ไม่ใช่ทำตามค่านิยมของคนส่วนมาก


เหนือสิ่งอื่นใด ผมโชคดีที่ครอบครัวไว้ใจและเชื่อมั่น ทำให้ผมพร้อมจะพยายามเพื่อครอบครัว


ไม่รู้ว่าวิญญาณของน้องเค้าจะอยู่ที่ไหนในเวลานี้ ( หวังว่าคงไม่อยู่ข้างหลังผมนะ ) น้องอาจมีเรื่องที่กดดันและทุกข์ใจ วันนี้น้องผ่านมันไป แม้จะเป็นวิธีที่ไม่ดีเลย ขอให้น้องไปสู่สุขคติและพบเจอโลกที่ไม่ต้องเจอกับการแข่งขันอันไร้ค่าแบบนี้อีก


ถ้ามีน้องที่สอบไม่ได้ ก็อย่าเสียใจไปเลย อย่ากลัวที่จะมองไปข้างหน้าเพียง
เพราะน้องไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่


ขอให้เข้มแข็งนะ สิ่งดีมากมายอยู่เหมือความรับรู้ครับ





Create Date : 14 พฤษภาคม 2550
Last Update : 14 พฤษภาคม 2550 23:58:50 น. 1 comments
Counter : 351 Pageviews.

 
แวะมาอ่านและร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ


โดย: Beee (Beee_bu ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:44:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pilok
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






黒川 Kurokawa (black river) 明 Akira (bright)

บันทึกออนไลน์ของคนเล็กๆ แต่ตัวไม่เล็ก เก็บแง่มุมของคนนู่น เรื่องของคนนี้ ชีวิตของคนนั้น มาบอกเล่า เม้าท์ แซว ไปตามเรื่อง ประกอบกับรูปถ่ายเล่าเรื่องราวที่เจ้าของบล็อกกำลังหัดถ่ายอยู่ครับ


รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นว่าวที่กำลังสู้อยู่กับลม มีเพียงเชือกเส้นเล็กๆที่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร ดึงรั้งชีวิตไว้ไม่ให้ลอยละลิ่วไปกับสายลมแรง


และหากมีใครสักคนกำลังโหยหากำลังใจ บล็อกเล็กๆนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่หัวใจกำลังอ่อนล้า อยากให้รู้ว่า ที่ตรงนี้ก็มีคนๆหนึ่งยืนอยู่เป็นเพื่อนทุกข์ เพื่อนสุข เพื่อนร้องไห้ เพื่อนหัวเราะ และยินดีที่จะให้กำลังใจคุณเสมอครับ













ขอบคุณที่เข้ามาเที่ยวคับ
Google
Friends' blogs
[Add pilok's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.