บันทึกของเด็กชายกำลังโต
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
19 เมษายน 2551 พาเที่ยววันสงกรานต์ ภาค 1

เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมาผมได้ไปเที่ยวประจวบกับครอบครัวมาครับ ความจริงสงกรานต์ปีนี้ตั้งใจว่าจะไม่ไปไหน อยากอยู่กรุงเทพ เพราะสงกรานต์ทีกรุงเทพอย่างกับเมืองร้างเลย เงียบดีจริงๆ


แต่พี่ชายผมมาจากเมืองกาญจชวนไปเที่ยวกัยเพราะได้หยุดยาว พี่เค้าได้หยุดถึง 17 ก็เลยชวนกันว่าไปทะเลกันดีกว่า


ที่นี้มาดูว่าจะไปไหนดี คราวแรกว่าจะไปชะอำ แต่ ชะอำตอนสงกรานต์นี่คนเยอะมากๆ จนมองทะเลเห็นแต่หัวคนเต็มไปหมด เลยตกลงว่าจะไปประจวบหาดวนกรกัน

หาดนี้เป็นหาดที่ผมไปเสมอๆเวลาอยากหาที่สงบๆสักวันสองวันคิดเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อย เลยคิดว่าแม้จะเป็นวันสงกรานต์คนก็ไม่เยอะมาก

โทรไปทีแรกว่าจะจองบ้าน แต่เต็มหมด เราเลยตกลงว่าไปนอนเต้นท์กัน ยังห่วงหลานว่าจะนอนได้หรือเปล่า แต่เจ้าหลานชายผมกลับชอบที่จะสร้างบ้านเองซะนี่ พ่อเค้าว่าเห่ออยากสร้างบ้านเองน่าดู





ว่าแล้ววันที่ 14 เมษา เราก็ออกเดินทางจากกรุงเทพเมืองฟ้าอมร แต่เช้าตรู่ สู่ประจวบคีรีขันธ์กันเลย


ถนนว่างจริงๆ เอารถไปสองคัน กระบะไว้ขนของ แล้วก็เก๋งขนคน แวะเติมแก๊สโซฮอลล์ช่วยชาติแล้วก็ซื้อขนมกินระหว่างทาง กันแถวๆพุทธมณฑล


ระหว่างทางมีเพลงพี่จุ้ยกับพี่เบิร์ด กล่อมพวกเราไปตลอดทาง เพลงพี่เบิร์ดมีอิทธิพลกับบ้านของเรามาก เรียกว่า ร้องเพลงพี่เบิร์ดกันได้ก่อนร้องเพลงชาติซะอีก

...ตัดตอนมาถึงสักห้าโมงเช้า เราแวะเมืองประจวบกันเล็กน้อยเพื่อซื้อของสดไปย่างกินกัน พร้อมกับเบียร์นิดหน่อยสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กๆ...หลับ T_T เป็นเด็กนี่ดีจริงๆ รอหม่ำอย่างเดียว

หาดวนกรเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดประจวบมานาน คำว่า " วนกร " มาจาก วน ที่แปลว่า ป่า กับ กร ที่แปลว่ามือ เนื่องมาจากที่นี่เคยใช้เป็นที่ฝึกของนักศึกษาคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาก่อน

ปัจจุบันที่นี่ประกาศเป็นเป็นอุทยานแห่งชาติในความดูแลของกรมป่าไม้ครับ




ประมาณบ่ายโมง เราก็เดินทางมาถึงหาดวนกรอันเป็ฯที่หมายของเราครับ เสียค่าบริการคนละ 20 บาท รถคันละ 30 ส่วนเด็กกับคนชราฟรีจ้า

พอเข้าไปถึงก็ไปติดต่อที่ศูนย์บริการชำระค่ากางเต้นท์ คืนละ 30 บาทต่อคนต่อคืน สำหรับคนที่เอาเต้นท์มาเองครับ ส่วนที่เป็นบ้านพักลองติดต่อกัยทางกรมอุทยาน ส่วนใหญ่จะว่างนะครับถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล

พอถึงที่ปรากฎว่ามีคนเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับแน่น เราหาทำเลกางเต้นท์กันได้แล้วก็ลงมือกางกันเลย

เด็กๆดูจะสนุกกับการสร้างบ้านเองเป็นพิเศษ ได้มาอยู่กับธรรมชาติสวยๆแบบนี้ดูก็จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

พอกางเต้นท์เสร็จ เด็กๆก็ทนไม่ไหวจนต้องวิ่งออกไปเล่นน้ำกัน ส่วนผู้ใหญ่ก็ผูกเปลนอนคุยกัน พลางเตรียมข้าวเย็นกันไปด้วย

มื้อนี้เรามีปลาหมึกย่างหอมฉุยกับยำทะเล แล้วก็ปลาโอเผาเกลือหอมๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ริมทะเล แหมมื้อนี้เอาจานเสต็กมาแลกก็ไม่ยอมครับ



เด็กๆเล่นน้ำกันจนเหนื่อย ขึ้นมาหาอะไรกินกัน เป็นเด็กนี่ดีจัง ไม่ต้องมีเรื่องอะไรต้องกังวล แค่เล่นให้สนุกก็พอแล้ว

ส่วนผมเดินเล่นริมชายหาด ออกห่างจากผู้คนออกไปทุกที ชายหาดนี้ยาวมาก ไม่เคยเดินสุดซะที ก็แหมตั้ง 7 กิโลเมตร ใครจะเดินสุดล่ะเนอะ เดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

เห็นน้ำเซาะหาดทรายเป็นรูปโค้งสวยดีเลยถ่ายรูปมาด้วยครับ




ไม่รู้ใครเนอะที่เปรียบชีวิตคนเราเหมือนกับน้ำขึ้นน้ำลง เข้าใจเปรียบดีจัง เพราะชีวิตคนเราก็แค่นี้จริงๆ แค่ขึ้นลง บางทีเรามองหาความสุขเมื่อตอนน้ำขึ้นว่ามากมาย แต่พอมีความทุกข์เมื่อตอนน้ำลงเรากลับรับไม่ได้ซะนี่

ทั้งๆที่ ไม่ว่าน้ำจะขึ้นหรือลง ย่อมจะมีอีกสิ่งตามมาเสมอ เช่น มีน้ำขึ้นอีกเดี๋ยวก็ลง มีน้ำลงอีกเดี๋ยวก็ขึ้น สลับกันอยู่สองอย่างนี้

ศาสนาเค้าถึงสอนให้เรามีใจที่หนักแน่น แล้วก็เข้าใจว่าสิ่งต่างๆนั้นล้วนเป็นความไม่แน่นอน เราเองที่ไปยึดเอามันมาเป็นสรณะ สุดท้ายก็ทุกข์เพราะว่าไปยึดเอานั้นเอง




ผมเดินเล่นกับความคิดของตัวเองไปไกลจนห่างผู้คนออกไปทุกทีๆ หันมองทะเลเวิ้งว้างเบื้องหน้า แล้วหายใจแบบเต็มปอด เอาโอโซนที่ชายทะเลให้เต็มที่ เพราะที่กรุงเทพคงจะไม่เต็มปอดแบบนี้

เสียงคลื่นซัดกับหาดทรายอยู่ครืนๆ คลื่นนี่ช่างซื่อสัตย์กับหาดทรายซะจริง ผมคิด

ถ้าผมคิดจะบอกรักกับใครสักคน ผมจะบอกกับเค้าว่าจะซื่อสัตย์กับเค้าเหมือนกับคลื่นกับหาดทรายนี่แหละ เพราะไม่ว่านานแสนนานแค่ไหน เกลียวคลื่นก็จะมาหาหาดทรายอยู่เสมอ.....ฮิ้วววววววว หวานไปไหมเนี่ย




เดินกลับมาที่เต้นท์อีกครั้ง เด็กๆลงไปเล่นน้ำกันอีกแล้ว เด็กกับทะเลนี่คู่กันจริงๆเลย ตอนเด็กๆผมก็ชอบเล่นน้ำทะเล เรียกว่าถ้าแม่ไม่บอกแกมสั่งให้เลิก ผมก็ไม่เลิกเหมือนกันนิ

มานอนเปลฟังเพลง แกมเสียงทะเล เคลิ้มๆ แม่ก็เรียกทานข้าวเย็นกันมื้อนี้เราทานข้าวกันพร้อมหน้า ตอนเด็กๆเราทานข้าวกันพร้อมหน้าเสมอ แต่ตั้งแต่พี่ชายไปทำงานที่กาญก็ไม่ค่อยได้ทานข้าวด้วยกัน แถมผมเองบางทียังกลับบ้านดึกด้วย เลยไม่ค่อยได้ทาน



คืนนั้นเรานั่งคุยกันอยู่ประมาณสามทุ่ม จึงแยกย้ายกันเข้านอน ผมนอนคนเดียวเพราะเต้นท์ที่ใช่อยู่ประจำนอนได้คนเดียวเนื่องจากนิสัยเสียชอบไปไหนคนเดียวนั่นเอง

ผมนอนฟังเสียงคลื่นบอกรักกับหาดทรายเคล้ากับเพลงเพราะๆของเต้นท์หนุ่มสาวข้างๆ คงจะเร็วเกินไปสำหรับพวกเค้าที่จะเข้านอนเลยเปิดเพลงเบาๆคุยกันจนดึกดื่น การได้อยู่กับคนรักในบรรยากาศสวยๆแบบนี้ใครล่ะจะอยากให้คืนนี้ผ่านไปเร็วๆเนอะ



สุดท้ายเสียงเพลงแล้วก็เสียงคนจีบกันก็กล่อมจนผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

--------------------------------------------



ตั้งใจจะเล่าแค่สองตอน แต่เจ้าของบล็อกโม้เก่งเลยยาวกว่านั้นซะล่ะครับ แหมพาไปทะเลถ้าไม่ออกทะเลก็จะยังไงอยู่นี่เนอะ

คราวนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมามากนักครับ เอาแต่นอนๆกินๆอย่างเดียวเลย







Create Date : 19 เมษายน 2551
Last Update : 20 เมษายน 2551 15:39:18 น. 9 comments
Counter : 1016 Pageviews.

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ

ยังไม่เคยไปทะเลประจวบฯเลย


โดย: ใครกัน...นั่งอยู่ตรงนี้ วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:18:48:49 น.  

 
ท่าทางจะเงียบสงบดีนะค่ะ ดีใจด้วยค่ะได้ไปนอนฟังเสียงคลื่น ถึงจะฟังคนเดียวก็สุขใจนะค่ะ ฟังแล้วอยากไปจัง


โดย: วนิส วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:22:40:34 น.  

 
วิวสวยจัง อยากไปมั่ง คงจะมีความสุขมากๆเลยเน้อะ "ถ้าผมคิดจะบอกรักกับใครสักคน ผมจะบอกกับเค้าว่าจะซื่อสัตย์กับเค้าเหมือนกับคลื่นกับหาดทรายนี่แหละ เพราะไม่ว่านานแสนนานแค่ไหน เกลียวคลื่นก็จะมาหาหาดทรายอยู่เสมอ"ชอบจัง ถ้ามีคนมาบอกกับเราอย่างนี้คงรู้สึกดีมากๆ


โดย: กะเจี๊ยบ (กะเจี๊ยบหวาน ) วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:8:34:54 น.  

 
ถึงลุงเคยแวะหาดนี้หลายต่อหลายครั้งแต่ว่า ไม่มีรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้มาบอกเล่าใครได้เลย เพราะเดินห่างลานจอดรถไม่เคยเกิน 300 เมตรก็ว่าได้

มาฟังป๊อกบรรยายจึงรู้ค่าของหาดนี้ขึ้นอีกเพียบแหละครับ


โดย: เขาพนม วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:19:48:18 น.  

 
ทะเลประจวบฯชอบนะ ไปหลายครั้งก็ยังชอบอยู่เลย โดยเฉพาะสามร้อยยอด ต้องมีรอบสอง

ทางน้ำบนหาดทรายสวยดีแฮะ


โดย: ลุงแมว วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:22:02:19 น.  

 
เคยไปกางเต๊นท์นอนที่นี่เหมือนกัน สมัยรับน้องปีหนึ่ง คิดถึงอดีตอันยาวนานอีกแล้ว

หาดวนกรนี่สวยมากๆ เลยนะ ตอนที่ไปนั่นปูลมเยอะมากๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังเยอะเหมือนเดิมหรือเปล่า


โดย: เนระพูสี วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:11:36:05 น.  

 
ท้องฟ้ามองแล้วสบายดีจัง

รูปน้ำเซาะทรายโค้งสวยดีคับ เป็นผมก็คงจะถ่ายรูปเก็บไว้เหมือนกัน พอถ่ายเสร็จก็ย่ำทรายเล่นเลย 55+

แหม..แต่เพลงนี่ เอิ่ม
แอบรักใครปะเนี่ย??



โดย: P_Poy วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:13:05:37 น.  

 
แถวๆปราณบุรีก็น่าสนนะป๊อก

วนอุทยานท้าวโกษาอะไรนั่น ทะเลสวยเช่นกัน แต่คนก็เยอะด้วย ยกเว้นหามุมเงียบๆพักสักวันสองวัน


โดย: เขาพนม วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:20:02:18 น.  

 
อยากเห็นจัง


โดย: nooknick IP: 125.26.23.193 วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:13:22:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pilok
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






黒川 Kurokawa (black river) 明 Akira (bright)

บันทึกออนไลน์ของคนเล็กๆ แต่ตัวไม่เล็ก เก็บแง่มุมของคนนู่น เรื่องของคนนี้ ชีวิตของคนนั้น มาบอกเล่า เม้าท์ แซว ไปตามเรื่อง ประกอบกับรูปถ่ายเล่าเรื่องราวที่เจ้าของบล็อกกำลังหัดถ่ายอยู่ครับ


รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นว่าวที่กำลังสู้อยู่กับลม มีเพียงเชือกเส้นเล็กๆที่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร ดึงรั้งชีวิตไว้ไม่ให้ลอยละลิ่วไปกับสายลมแรง


และหากมีใครสักคนกำลังโหยหากำลังใจ บล็อกเล็กๆนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่หัวใจกำลังอ่อนล้า อยากให้รู้ว่า ที่ตรงนี้ก็มีคนๆหนึ่งยืนอยู่เป็นเพื่อนทุกข์ เพื่อนสุข เพื่อนร้องไห้ เพื่อนหัวเราะ และยินดีที่จะให้กำลังใจคุณเสมอครับ













ขอบคุณที่เข้ามาเที่ยวคับ
Google
Friends' blogs
[Add pilok's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.