เรื่องเล่า 6 ในคณะแพทยศาสตร์ ภาค 7 (Extern)

ต่อดีกว่าครับ ก็เรื่องราวของรพ.ศูนย์ชลบุรี คงพักไว้เท่านั้น...ไม่อยากรำลึกความหลังอันขมขื่นมากครับ T^T

ก็ต่อไปเป็นตอนที่ไปฝึกงานที่รพช.ครับ อืม อย่างที่บอกว่าตอนปี 6 เนี่ยไม่ค่อยมีเรียนแล้วครับ จะเน้นฝึกงานอย่างเดียวให้เจอกับรพ.หลายๆระดับ จะได้รู้ว่าจบมาต้องทำงานอะไรบ้าง

1 เดือนกว่าๆ ที่รพ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ตอนที่ไปเป็นอำเภอเล็กๆห่างจากอำเภอเมืองลพบุรี ประมาณ 20 กม.ได้ครับ จำได้ว่าตอนนั้นทั้งอำเภอมี 7-11 เจ้าเดียวเองครับ 55

ก็สภาพวันแรกที่ไป บริเวณรพ. กว้างมากๆ แต่อาคารรพ. มีอาคารเดียว ชั้นเดียว เล็กๆ ส่วนที่พักเราก็พักบ้านพักแพทย์ในรั้งรพ.แหล่ะครับ คือ บ้านมันเหลือ ถามจากผอ.ได้ความประมาณว่า ตามจริงแล้วรพ.นี้ควรจะมีหมอ 4-5 คน ก็เลยสร้างบ้านพักเผื่อไว้ แต่เอาเข้าจริงๆมีเค้าส่งหมอมาให้แค่ 1 คน (รวมผอ.ก็ 2 คน)

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าพี่แพทย์ใช้ทุนคนนั้นอยู่เวรเกือบทุกวันครับ พอพี่แกเห็นเด็กๆอย่างเราเข้ามาก็มองตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง ซึ่งตรงข้ามกับผมและเพื่อนอีกคนที่มองกันตาละห้อย 55

ก็จะไม่ให้ตาละห้อยได้ยังไงครับ เท่าที่แอบถามพี่พยาบาลมาแกบอกว่าผอ.อยู่รพ.น้อยมาก ส่วนใหญ่ก็ประชุม เฮ้อ แอบสงสัยว่าพี่แกอยู่ได้ไงเนี่ย

ก็หลังจากที่ผมกับเพื่อนมาฝึกงานที่นี่ก็เหมือนว่างานของพี่แก (แพทย์ใช้ทุน) จะไม่ได้ลดลงเลย เพราะว่านอกจากต้องตรวจคนไข้ตามปกติแล้ว ยังต้องมาคอยสอนพวกเราอีก

ตอนเช้าเราก็จะเดินดูที่วอร์ดกัน 3 คน มีแต่ห้องธรรมดา ไม่มีห้องพิเศษ ไม่มี ICU แยกชายฝั่งหนึ่ง หญิงอีกฝั่งหนึ่ง คนไข้ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ประมาณ 30 กว่าๆเตียง แต่ก็น่ะรพ.ประจำอำเภอ (เมื่อก่อนยังไม่ใช้คำว่ารพช.ครับ) ยังอุตส่าห์มีคนไข้นอนใส่เครื่องช่วยหายใจอีก 4 เตียง แต่เป็นเครื่องช่วยหายใจรุ่นโบราณที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า (Bird Respirator) ถ้าจำไม่ผิดมันผลิตครั้งแรกประมาณปี ค.ศ.1955....ไม่น่าเชื่อเนอะว่ามันจะยังใช้ได้อยู่ และที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าคือ ไอ้เครื่องที่ว่าเนี่ยปัจจุบันยังมีใช้ในอีกหลายรพ.เลยครับ T^T

เวลาเดินดูคนไข้ ด้วยความที่เพิ่งไปฝึกงานรพ.ใหญ่ๆมา บางครั้งเราก็มักมีคำถามกับการรักษาของพี่เค้า เช่น ตอนอยู่รพ.ศูนย์ เห็นอาจารย์เค้าไม่ให้ยาตัวนี้นิเค้าให้ยาอีกตัว, เคสแบบนี้เคยเห็นอาจารย์เค้าเอาไปผ่านิ แล้วทำไมพี่เค้าไม่เอาไปผ่า ฯลฯ (ตอนแรกก็แอบด่าในใจว่า "พี่มันรักษายังไงฟร่ะ ไม่เห็นได้เรื่อง"

จนหลังจากนั้นพี่เค้าก็บอกว่า "ก็ลองดูดิรพ.นี้มีหมอกี่คน มียาอะไรบ้าง มีห้องผ่าตัดมั๊ย ฯลฯ" อืมจริงแฮะลืมคิดไป

กว่าจะดูคนไข้ที่วอร์ดเสร็จก็เกือบ 9 โมง จริงๆช่วงแรกช้ากว่านี้อีกเพราะเดินไปพร้อมกัน 3 คน แต่หลังๆก็หารกันจะได้คนละประมาณ 10-14 เตียง (ถ้าใช้เวลาเตียงละ 5 นาที ก็เกือบชั่วโมงแล้วอ่ะ)

เสร็จแล้วก็รีบมาออก OPD ต่อ พอเดินมาถึงเท่านั้นแหล่ะก็ถูกสายตาสารพัดคู่จ้องปานจะกินเลือดกินเนื้อ มองตาก็เข้าใจได้ว่า "ทำไมหมอมันเพิ่งมาเอาป่านนี้ เวลาราชการมันกี่โมงกันแน่ บลาๆๆๆ" ก็อยากจะเถียงนะว่า "ตรูน่ะมาทำงานตั้งแต่ 7 โมงครึ่งแล้ว แต่ไม่มีใครเห็นเองนิ" แต่ก็ขี้เกียจเถียง ก้มหน้าก้มตาตรวจให้เสร็จๆดีกว่า

ใครที่เคยไปรพ.รัฐบาลจะรู้ว่าสภาพคล้ายๆปากคลองตลาด มีลุงๆป้าๆนั่งคุยเจี๊ยวจ๊าว หลายคนที่ได้เพื่อนใหม่ก็ตอนมารพ.นี่แหล่ะ แบบว่านั่งรอนานไม่รู้จะทำอะไรก็ชวนคนข้างๆคุย จนหลายๆครั้งถึงกับมาบอกให้ครั้งหมอนัดครั้งหน้ามาพร้อมกันจะได้มานั่งคุยกัน....เอ่อ ตกลงมารพ.หรือมาปิคนิคกันแน่เนี่ย

แล้วยิ่งช่วง High Season ก็เช่น เช้าวันจันทร์ หรือ วันแรกที่เปิดหลังจากวันหยุดยาว คนไข้จะมากกว่าปกติประมาณ 2 เท่า อย่างวันปกติคนไข้ OPD จะประมาณ 150-200 (วันที่ 150 เคสนี่ถือว่าเป็นช่วง Low Season ครับ นานๆมีสักที) ส่วนช่วง High Season ก็จะประมาณ 300 กว่าๆ ก็ลองนึกว่าสำหรับหมอ 3 คนเนี่ยเหนื่อยขนาดไหน....ไม่กล้านึกว่าตอนพี่แกอยู่คนเดียวทำยังไงฟร่ะ

ก็ก้มหน้าก้มตาตรวจไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเดิมๆอยู่แล้วมารักษาต่อเนื่อง ก็ไม่ค่อยได้ถามอะไรมาก ดูความดัน ดูน้ำตาลในเลือด ถามว่ามีอาการอะไรผิดปกติไหม ถ้าปกติดีทุกอย่างก็สั่งยาเหมือนเดิม (ฃอันที่จริงควรจะต้องถามมากกว่านี้ครับ แต่เนื่องจากคนไข้เยอะมากเลยถามเท่าที่จำเป็นครับ เพราะถ้าคุยกับคนไข้คนไหนนาน คนที่ต่อคิวหลังจากนั้นก็จะบ่น (บางครั้งก็ด่า 55) ส่วนใหญ่เลยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาที/คน (แล้วมันจะตรวจให้ดีได้ยังไง ยังสงสัยอยู่อ่ะ)

จากคนไข้ประมาณ 200 คน หาร 3 ก็ได้คนละประมาณ 70 ราย รายละ 4 นาทีก็ 280 นาที (4 ชม. กับอีก 40 นาที) ก็ถ้าเริ่มตรวจ 9 โมงจะได้พักกินข้าวก็เกือบบ่าย 2 ตลอดๆ ถ้าวันไหนโชคร้ายที่ ER มีเคสหนักๆ ก็จะเหลือหมอตรวจ OPD แค่ 2 คน ก็นรกเลยครับ

หลังจากนั้นนะเหรอก็ไปกินข้าว แต่ยังไม่ใช่ว่าเสร็จแล้วจะได้กลับบ้านนอนนะ งานยังเหลืออีกบาน แต่ไม่วายตอนไปกินข้าวก็จะมีคนไข้มาแล้วไม่เจอหมอ ก็จะถาม (ออกแนวด่า) ว่าหมอยังไม่กลับจากกินข้าวอีกเหรอ....เอ่อ ก็ตรูเพิ่งไปเมื่อกี๊เองนะ

พอกินข้าวแล้วรู้สึกว่าพลังงานกลับคืนมาหน่อย พร้อมจะลุยกันต่อแล้ว 55 กลับมานั่งตรวจ OPD ต่อแต่รอบบ่ายคนไข้ไม่ค่อยเยอะหรอกครับ ปิดรับบัตรบ่าย 3 โมงครึ่ง ซึ่งก็ตรวจเสร็จไม่เกิน 4 โมงเย็นหรอก แต่ว่าหนทางยังอีกยาวไกลนัก

หลังจากตรวจเสร็จน่ะเหรอ ก็จะมีคนไข้ผ่าตัดเล็ก เช่น พวก ผ่าฝี ผ่าซีสต์ ฯลฯ ซึ่งเป็นคนไข้ที่มาตรวจตอนเช้า แต่ว่านัดมาผ่าตอนเย็น ก็ถ้าผ่าตอนเช้าเลยคงได้โดนคนไข้ที่รอคิวตรวจด่าหูชาแน่เลยครับ กว่าจะผ่าเสร็จก็เกือบๆ 5 โมงเย็น แต่ที่จริงตอนอยู่เวร ER ตอน 4 โมง ก็ทำไงได้งานมันไม่เสร็จนี่นา

พอผ่าเสร็จก็ยังนะ ยังเหลือคนไข้ที่วอร์ดที่ต้องตามไปดูอีก ส่วนใหญ่ก็จะดูพวกที่สั่งเจาะเลือด สั่งเอ็กซเรย์เมื่อเช้าไป แล้วก็ดูคนไข้ใหม่ที่ admit มาแต่ละวันด้วย ก็ประมาณ 30 กว่าเตียงตลอด ระหว่างนี้ก็จะโดน ER โทรตามเป็นระยะๆ ก็อาศัยวิ่งไปวิ่งมาเอา กว่าจะดูคนไข้ที่วอร์ดครบทุกเตียงก็เล่นเอาเหนื่อย บางครั้งเสร็จเกือบๆ 2 ทุ่ม

แต่หลังๆ เริ่มฉลาด 55 ขี้เกียจวิ่งแล้ว เลยเอาจักรยานมาขี่ดีกว่า ทุ่นแรงไปได้เยอะเลยครับ แต่พอปั่นไปกลับหลายๆครั้งมันจะรู้สึกเวียนหัวแทน 55




Create Date : 29 สิงหาคม 2555
Last Update : 30 สิงหาคม 2555 11:16:30 น.
Counter : 3395 Pageviews.

4 comments
  
สู้ ๆ นะคะ พี่ก็ทำงานที่ รพ.เหมือนกัน ก็เลยรุ้ว่ามันหนักหนาสาหัสพอสมควร
โดย: cyberlifenlearn วันที่: 5 กันยายน 2555 เวลา:12:27:38 น.
  
เหมือนจะสนุกกับงาน แต่ก็เหนื่อยแทนเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณหมอของคนไข้สู้ ๆ ค่ะ
โดย: ishi_imp วันที่: 5 กันยายน 2555 เวลา:13:10:58 น.
  
แวะมาอ่านค่ะ ^ ^
โดย: จ๋า IP: 27.55.10.104 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:33:45 น.
  
เป็นกำลังใจให้คุณหมอค่ะ..
โดย: phanet วันที่: 19 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:47:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

zenario
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]



สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
22
24
25
26
28
30
31