ฉันยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ฉันจะตามหามันให้เจอ...ELIZABETH GILBERT
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
16 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
เริ่มต้นใหม่...วัยใสคอซอง





โรงเรียนใหม่ของฉันเป็นโรงเรียนหญิงล้วน ตอน ม.1เราได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กวัด มีห้องประจำห้องเดียว เรียนทุกวิชาเป็นการเริ่มใหม่ที่ดี ฉันได้เจอครูที่สอนภาษาอังกฤษสนุกมากทำให้ฉันตื่นตัวและสอบได้คะแนนดีไปด้วย วิชาอื่นๆก็พอใช้ได้เวลาหมดชั่วโมงเราก็นั่งคุย นั่งเล่น รอครูมา 


มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเอาลูกแมวในวัดใส่เป้กลับบ้านด้วยความที่อยากเอามันไปเลี้ยง กลับถึงบ้านฉันโดนว่าม้าให้อาม่าเอามันไปปล่อยวัดแถวบ้านทันที ฉันควรจะหาทางเอามันกลับไปอยู่ที่เดิมสิฉันควรจะหาเหตุผลอธิบายม้า แต่ฉันพยายามไม่มากพอ ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเรื่องนี้ ยังรู้สึกผิดเสมอมา

ม.2 เราเริ่มกลับเข้าไปเรียนในโรงเรียน เราเริ่มมีเพื่อนใหม่จากการวัดเกรดช่วงนั้นฉันก็ห้าวๆหน่อยนะ หนึ่งในเพื่อนใหม่คงอยากสนิทกับฉันแต่ฉันปฏิเสธแบบทำร้ายจิตใจทีเดียว มีอีกหลายครั้งที่ฉันทำแบบนี้ มีเพื่อนน่ารักมากมายอยากเป็นเพื่อนกับฉันแต่ฉันไม่สามารถตอบรับความดีของพวกเธอได้ อาจเพราะฉันไม่เคยได้รับมันมาก่อนฉันเลยไม่รู้จะแสดงออกไปยังไง แต่กลับบางคนที่ฉันอยากสนิทด้วย ฉันไม่กลัวที่จะเข้าไปทำความรู้จักเลยซักนิดแม้บางทีจะฉันหน้าหงายกลับมาก็ตาม ฉันเริ่มสนุกกับการมีเพื่อน การทำความรู้จักเพื่อนใหม่มีกลุ่มในห้อง มีเพื่อนต่างห้อง(เพื่อนที่เจอตอนเรียนพิเศษ) กีฬาที่โปรดตอนนั้นคือปิงปอง ฉันชอบเล่นมากเพราะมีเพื่อนเล่นเก่งเยอะ ฉันกลับมาฝึกตีปิงปองกับกำแพงที่บ้าน มีเพื่อนคนนึงเล่นปิงปอง ตบเก่งมากเล่นกันทีไรสู้ไม่ได้เลย บล็อกไม่อยู่ พักหลังฉันเริ่มฮึด อยากตบนักใช่มั้ยงั้นกูไม่บล็อกมึงแล้ว กูหวดกลับเลยละกัน ฉันก็บ้าๆบอๆตามเรื่องแต่การเรียนก็ไปเรื่อยๆ จบ ม.2 ฉันจบด้วยเกรดเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สอบวิชาเลขได้เกรด4

ช่วง ม.2 มีจุดหักเหในชีวิตอีกเรื่อง ก่อนหน้านั้นฉันเป็นคนพูดมากพอสมควรและฉันก็เริ่มรู้ตัวด้วยว่าเป็นคนพูดแบบขวานผ่าซาก มีอยู่ครั้งวิชาภาษาไทยฉันนั่งโม้กับเพื่อนจนโดนครูดุ ครั้งหนึ่ง ครูให้ออกไปเล่าเรื่องสยองขวัญเอาอีกแล้ว... เรื่องที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์...คิดไม่ออกสิ...ตอนนั้นเลยเอาเรื่อง ผีจาก พล นิกร กิมหงวนไปเล่า ยังเล่าไม่ทันจบ ครูก็ไล่ไปนั่ง ฉันเลยกลายเป็นคนพูดน้อยลงนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

อีกเรื่องที่ฉันได้รับรู้ตอนเรียน ม.2 คือความจริงเกี่ยวกับ พ่อและแม่ฉันรับรู้จากช่างเสื้อของม้า ว่าพ่อมีครอบครัวอยู่แล้ว แล้วมาแต่งงานซ้อนกับแม่ช่างคนนั้นย้ำว่า อย่าบอกม้าว่ารู้จากเขา ฉันตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับเพื่อนคนหนึ่งทำให้ฉันรู้ว่าเพื่อนฉันคนนี้ดีมาก เธอปลอบใจฉัน หลังจากที่ฉันบอกเพื่อนคนนี้แล้วเรื่องนี้ไม่เคยเป็นปมในใจฉันอีก ฉันขอบคุณจักรวาลที่ส่งเพื่อนคนนี้มาอยู่ข้างฉันณ เวลานั้น บางครั้ง ฉันยังนึกถึงเธอด้วยความขอบคุณเสมอ

ปีนี้ฉันเป็นเหรัญญิกห้อง ตอนจบเทอม มีเงินเหลือห้าร้อยกว่าบาทสำหรับฉันมันเยอะมาก ฉันไม่รู้จะทำไงกับมันในตอนนั้น ฉันไม่เคยมีเงินเก็บจึงเลือกเก็บมันไว้ และค่อยๆนำมาใช้จนหมด...มันคือเรื่องที่รบกวนจิตใจตลอดมา

ก่อนขึ้น ม.3 เป็นช่วงที่ฉัน “เบื่อ” ทุกอย่างในชีวิตเบื่อแบบไม่อยากมีชีวิตอยู่ อาจเป็นเพราะอากาศร้อน หรือเพราะเรื่องเงินห้องตอน ม.2 ก็ไม่รู้ ตอนนั้นฉันไปเรียนติวกับกลุ่มเพื่อนๆที่เล่นกีฬาจนสนิทกันเพื่อเตรียมความพร้อมขึ้น ม.3 มีเรียนติว 10วัน ฉันไปติวด้วยอาการเงียบผิดปกติไป9วัน เล่นเอาเพื่อนๆแปลกใจอีกแล้ว

ม.3 ผลจากการวัดเกรด ส่งผลให้ฉันไปอยู่ห้องคิงและกีฬาชนิดใหม่ที่เล่นจนจบ ม.6 คือบาสเก็ตบอลมันเป็นกีฬาที่ทำให้รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง และมันสนุกมาก ฉันก็ตั้งใจเรียนอยู่นะแต่ดันทะลึ่งมาอยู่กับเด็กเก่งทั้งห้อง มันสมองฉันมีข้อจำกัด ไหนจะเรื่องเพื่อนสนิทในวัยว้าวุ่นอีกปิดเทอมแรกฉันสอบได้ 2.67 เกรดไม่ขี้เหร่หรอก แค่เป็นลำดับสุดท้ายของห้องเอง

กลับถึงบ้าน แจ้งผลการสอบให้ม้า สิ่งที่ฉันได้รับคือ ไม้เรียวที่กระหน่ำมาให้สาสมกับการสอบได้ที่โหล่ ฉันจำได้ว่าเอามือรับพลังคอสโมติดคอมโบแทบไม่อยู่เลยล่ะ

ทำให้เพิ่งนึกขึ้นได้ก็ตอนนี้แหละ ถ้าเราแจ้งแค่เกรดให้นักเรียนไม่ได้เหรอ อย่าบอกลำดับที่สอบเลยจะดีมั้ยอยากน้อยมันก็เป็นการปกป้องเด็กจากอารมณ์ของผู้ใหญ่ได้นะคงไม่ใช่ฉันรายเดียวหรอกที่เคยโดนและอาจยังโดนแบบนี้ (แต่สมัยนี้ไปไกลขึ้นขั้นแปะผ้าหน้าโรงเรียนไปแล้วเนอะ)


อย่างที่บอกว่า เป็นช่วงเพื่อนสนิทวัยว้าวุ่นฉันก็มีเรื่องพวกนี้เข้ามาอยู่เรื่อยๆ เปิดเทอม2 ฉันพยายามตั้งใจเรียนนะแต่ฉันบ้าบาสเก็ตบอลมากกว่า ฉันเริ่มเรียนไม่รู้เรื่องวันๆเอาแต่เหม่อรอเวลาหมดชั่วโมงเพื่อจะวิ่งไปเล่นบาสท่าเดียว จบ ม.3 ด้วยเกรด2.53 สอบก็ได้ลำดับที่ 53 จากจำนวนนักเรียนในห้อง 56 คน แต่ด้วยเกรดรวม 3ปีฉันได้สิทธิ์เรียนต่อ ม.4 กลับมาถึงบ้านแค่โดนม้าด่า

ม้าเริ่มให้ฉันช่วยงาน ด้วยการเย็บกางเกง ตอนช่วง ม.3 นี่แหละมันทำให้ฉันต่อต้านเล็กๆนะ ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวตนของฉัน “ไม่เลย ไม่ใช่แนวกู”ฉันไม่เคยให้ความร่วมมือดีๆเลย ตอนอยู่บ้านฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเครื่องเล่นเกมส์ที่เฮียซื้อไว้ ถ้าเฮียอยู่บ้านฉันจะไม่ได้เล่น ฉันจึงต้องเล่นให้เต็มที่เพื่อเติมเต็มอะไรบางอย่างเกมส์ที่ฉันเล่นส่วนใหญ่เป็นแนว RPG เก็บเลเวลตีบอส วันที่ม้าให้ช่วยทำงานฉันมักเริ่มงานตอนบ่ายสามเสมอ และจะต้องมี วิทยุอยู่ข้างๆตัวตลอดม้าฝึกให้ฉันเย็บกางเกง ฉันยื้อเวลาหลายปีทีเดียวกว่าจะยอมเย็บกางเกงให้สำเร็จเป็นตัวขึ้นมา 




Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2560 16:21:21 น. 0 comments
Counter : 495 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Ruchy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่ลูกหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน ขอบคุณในมิตรภาพที่มอบให้กันนะคะ
Friends' blogs
[Add Ruchy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.