ฉันยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ฉันจะตามหามันให้เจอ...ELIZABETH GILBERT
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2560
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
11 มิถุนายน 2560
 
All Blogs
 

คุโรดะ คัมเบ...(2)



สวัสดีค่ะ...ตอนนี้ฉันสร้างทางเข้าสำหรับ คุโรดะ คัมเบ โดยเฉพาะ

หลังจากลอกบทมา 5ตอน ฉันรู้สึกว่า ฉันหาเรื่องใส่ตัวซะแล้ว
ยิ่งลอก ยิ่งยาวนะ แต่ละตอนที่ลอก อารมณ์ก็ไม่ค่อยอยู่ในร่องในรอย
ฉันไม่รู้หรอกว่า พวกคุณที่ยังอ่านอยู่ จะชอบแบบไหน แต่บอกกันได้นะ 

ตั้งใจว่าจะเปิดหัวด้วยการเก็บตก สิ่งที่ไม่ได้เล่า มีอะไรบ้างน้อ...
...คัมเบวัยเด็ก ไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ การเรียนของเขาคือการนั่งในห้องที่มีตำรากองเต็มไปหมด
เขาชอบไปหาปู่ และไปนั่งฟัง พ่อโอะทะทสึเล่าเรื่องราวต่างๆมากกว่า
...คัมเบกลับมาตั้งใจเรียน หลังเหตุการณ์ทีแม่ป่วยและตัวเองถูกจับ
...การเรียนแบบคัมเบ ไม่มีการสอบวัดผลเหมือนที่เราๆเรียน ฉันเข้าใจว่าการเรียนสมัยนั้นคือการอ่าน จำ ทำความเข้าใจ นำมาใช้ เปรียบเทียบกับสถานการณ์จริง
...คัมเบเลือกเส้นทางของตัวเอง ได้ตั้งแต่อายุ 15
...ในเรี่องจะมีฉากที่ คัมเบ ได้นั่งคุยกับพ่อตลอด นอกจากความผูกพัน 
มันคือการถ่ายทอดคำสอน คือการเรียนรู้ผ่านสายเลือดจากรุ่นสู่รุ่น ในชีวิตจริงของฉัน ไม่ค่อยมีแบบนี้นะ และของพวกคุณล่ะ   

ระยะทางยังอีกยาวไกล แต่ฉันจะทำไปเรื่อยๆจนจบ ให้กำลังใจกันหน่อยนะ 
ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2560
2 comments
Last Update : 11 มิถุนายน 2560 17:33:28 น.
Counter : 648 Pageviews.

 

ตอนที่6
โอดะ โนบุนางะ ใช้ อาเคจิ มิทสึฮิเดะจับตา โชกุน โยชิอาคิ ในขณะเดียวกัน โชกุนก็พยายามบั่นทอน โอดะ ทำให้โอดะต้องถูกล้อมด้วยทัพต่างๆ...

ณ ค่ายทหารโอดะ ในโอมิ โอดะมีบัญชาให้เผาวัดใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้กับเคียวโทะ สำหรับโอดะผู้จดจ่อกับการรวมชาติ เขาพร้อมกำจัดทุกคนที่ขวางทาง...นำมาซึ่งเหตุการณ์เผาวัดบนภูเขา ฮิเอ และสังหารพระในวัดอย่างไร้ปราณี...

ปี 1572 ณ ปราสาทฮิเมจิ โซะจุมารุ บุตรชายคัมเบ อายุ 5ปี กำลังเล่นปีนต้นไม้ เสียงเทะรุร้องไล่หลังด้วยความเป็นห่วง พี่เลี้ยงของนางแซวให้นางนึกถึงความทะโมนของตนเอง ว่าแล้วต่างคนก็หัวเราะชอบใจ ขณะนั้น คิวมุ อาคนรองคัมเบ แวะมาหาถามไถ่เรื่องสุขภาพของเทะรุ พร้อมนำปลาไหลมาฝาก แบบมีนัยยะแอบแฝง แล้วก็จากไป เทะรุรับมาอย่างงงๆ กว่าจะถึงบางอ้อ ก็ต่อเมื่อพี่เลี้ยงเอ่ยขึ้น...
“เขาบอกใบ้นะค่ะ” / “เขา...หมายถึงลูกคนที่สอง?”
“คนที่ต้องการกำลัง คงจะเป็นนายท่านค่ะ” พี่เลี้ยงโบ้ยไปให้คัมเบ ทั้งสองคนมองปลาไหลผู้น่าสงสาร

คืนนั้น...คืนไหนก็ไม่รู้(ฮา) เทะรุประคองถาดปลาไหลย่างไปให้คัมเบ คัมเบรู้สึกเซอร์ไพร้ส์เล็กน้อย พลางคีบปลาเข้าปากหนึ่งคำ ยิ้มอย่างชอบใจ เทะรุจ้องไม่วางตา พอคัมเบเงยหน้ามาสบตา ก็หลบตา เมื่อคัมเบถามว่าเป็นอะไร นางก็อ้างว่า ท่านพ่อของนางส่งข่าวมาบอก ว่าพี่สาวแต่งงานทีหลังแต่มีลูกไปสองคนแล้ว เมื่อไหร่นางถึงจะมีลูกอีก...“เทะรุคลอดโซจุมารุออกมาแล้วนะ...แค่นั้นก็พอแล้ว ข้าขอบใจเจ้ามากนะ” คำตอบของคัมเบ ทำเอาเทะรุอึ้งไปชั่วขณะ “นายท่าน...ลองหานางสนมดูสิคะ” คราวนี้ คัมเบเงยหน้ามามองนาง นางพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “แล้วก็...มีลูกเพิ่ม” คัมเบตอบกลับว่า “เรื่องนางสนมคงไม่ได้” / “แต่ว่า...”“เจ้าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวของข้า” เว้าจบพ่อคุณก็ก้มหน้าคีบปลาเข้าปาก เทะรุได้แต่มองตาม...

ฉากตัดมาที่เหล่าบริวารหน้าใหม่ของคัมเบ ซึ่งก็คัดขึ้นมาเป็นสิบ แต่ที่เป็นหลักจะมีสามคน ตามที่เกริ่นในตอนท้ายคราวที่แล้ว ฉากนี้เป็นการฝึกซ้อมต่อสู้ ทะเฮ ผู้มีทักษะอันโดดเด่น แต่มุทะลุไม่ยอมใคร ทำให้มีปัญหากับคนอื่นตลอด เมื่อคัมเบเดินเข้ามาทุกอย่างยุติชั่วขณะ เซ็นสุเคะจึงเอ่ยขึ้น
“ทะเฮ รู้จักฟังบ้างสิ นี่ไม่ใช่การต่อสู้นะ” / “ผู้อ่อนแอคือคนผิด ในสนามรบ...พลาดคือตาย คนพวกนี้ใจยังไม่พร้อมพอ” ว่าแล้ว ทะเฮก็ปลีกตัวออกไป คนอื่นก็ลุกตาม อิโนะอุเอะ ได้ปรามพวกที่เหลือ “ปล่อยเขาไป! นั่งลง” คัมเบยืนมองเหตุการณ์อย่างเงียบๆ

เดือนกันยายน ปี 1572 โอดะ ส่งสาร ตำหนิการกระทำของโชกุน โยชิอาคิ ไม่ต้องสงสัยว่าโชกุนจะหัวร้อนขนาดไหน อาเคจิพยายามระงับโทสะของโชกุน และขอให้โชกุนเก็บอาการไว้ เลยโดนสวนไปดอก “เจ้ารับใช้ใครกันแน่?!” งานนี้โชกุนโยชิอาคิไม่ยอมง่ายๆ ฮีไม่ทนค่ะ

เหตุการณ์ต่อมาบรรยายว่า ทาเคดะ ชินเง็ง เริ่มเคลื่อนไหว ที่ค่ายทหารโอดะ คิโนะชิตะกับฮัมเบ มาหาโอดะ...”นายท่านครับ ทาเคดะ ชินเง็ง เคลื่อนทัพมาที่เคียวโทะครับ ตอนนี้พวกเราถูกล้อมไว้รอบด้านครับ” โอดะนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ศัตรูที่แท้จริงคือใครกัน? ล่อมันออกมาให้ได้...แล้วก็ขยี้มัน” คิโนะชิตะฟังอย่างตั้งใจ โอดะมอบหมายให้คิโนะชิตะ ดูแลค่ายทหาร ตัวเองกลับไปที่ กิฟุ “อย่าเอามัวนอน รอโชคชะตา”

ณ ปราสาทโกะฉะคุ เจ้าเมืองพร้อมคัมเบและแม่ทัพทั้งหลาย ร่วมกันประเมินสถานการณ์บ้านเมือง...ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า โนบุนางะคงถึงจุดจบ เพราะถูกปิดล้อมหลายด้าน มีเพียงคัมเบ ที่มองว่าโอดะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จึงไม่ควรประมาท...การหารือสิ้นสุด เมื่อ อิทสึคิ บุตรชายเจ้าเมือง วิ่งมาหาพ่อ ก่อนจบการประชุม เจ้าเมืองย้ำถึงสิ่งสำคัญอันเดียวของเขา “หน้าที่ของเราคือต้องปกป้อง โกะฉะคุ แห่งนี้เอาไว้ ต้องทำเพื่อเด็กคนนี้”

หลังการประชุม คัมเบจึงได้พูดคุยกับพ่อตาของตน พ่อตาถามถึงโซะจุมารุ และไม่วายถามว่าเมื่อไหร่คัมเบจะมีลูกคนที่สองซักที พร้อมสนับสนุนให้คัมเบหานางสนม เพราะเป็นถึงเจ้าเมือง ก็ควรมีผู้สืบสกุลมากๆจะดี แต่คัมเบก็ยืนกรานที่จะมีเทะรุเพียงคนเดียว พ่อตาเองดูเหมือนสุขภาพจะไม่แข็งแรงนัก คัมเบถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง...

ฝ่ายบริวารของคัมเบ นั่งทานอาหารร่วมกัน มีเพียงทะเฮที่แยกตัวไปนั่งทานเงียบๆ คนอื่นๆซึ่งเขม่นอยู่แล้ว ก็พยายามหาเรื่อง เซ็นสุเกะรีบเข้ามาห้ามปราม เมื่อแยกตัวทะเฮออกมาได้แล้ว เซ็นสุเคะจึงถือโอกาสสอนทะเฮ “เจ้าน่ะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด เป็นเด็กใหม่ ให้ความเคารพรุ่นพี่หน่อยสิ” ทะเฮฟังแล้วถอนใจ เซ็นสุเคะพูดต่อ “ฟังให้ดีนะ ทะเฮ ถ้าเจ้ายังเอาแต่ก่อเรื่องกับความวุ่นวาย เจ้าจะถูกขับออกไปนะ บุเฮ-สะมะที่จากไป...เปรียบเหมือนกับพี่ชายของข้า เขาน่ะเป็นบุชิที่เก่งมาก เจ้าน่ะจะต้องสืบทอดต่อจากโมะรินะ!ต้องทำตัวให้เรียบร้อยหน่อยสิ!” เซ็นซุเคะเว่าจบก็ตบบ่าทะเฮแล้วเดินจากไป

ฉากต่อมาเป็นคืนหนึ่ง คัมเบได้พบกับอิโนะอุเอะ(บริวารที่ท่านพ่อเป็นผู้แนะนำ) ซึ่งกำลังเป่าขลุ่ยตามลำพัง ทั้งสองจึงได้สนทนากัน “ต่อสิ...เป็นบทเพลงที่ไพเราะมาก ทำไมถึงได้เพลงไพเราะเช่นนั้นล่ะ?” / “ จากความลับที่ข้าเก็บไว้ครับ” คัมเบยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ “ดูจากบริวารของข้าตอนนี้ เจ้าคิดว่าไงบ้าง?” / “ดูไม่สามัคคีกันเลย” / “เจ้าพูดตรงมากเลยนะ” / “ขออภัยครับ” / “แต่เจ้าพูดได้ถูกต้อง...โทษนะที่ขัดจังหวะ...ต่อเลย”

ทะเฮกับพวกที่เขม่นกันลงท้ายด้วยการวิวาท แม้จะถูกรุม แต่ทะเฮก็แข็งแกร่งกว่าทุกคน และก็เป็นเซ็นสุเคะที่เข้ามาห้ามตามเคย แต่ครั้งนี้เซ็นสุเคะก็เหลืออดกับทะเฮเช่นกัน เขายืนคำขาดให้ทะเฮเลิกใช้สกุล โมะริ เพราะทะเฮไม่คู่ควร แต่ก็รอให้คัมเบเป็นผู้ตัดสินใจ...
“พวกที่เขาทะเลาะด้วยวันก่อน เพราะพวกนั้นขโมยเครื่องงรางของเขาไป พวกนั้นตั้งใจแค่จะแกล้งเล่นครับ” เซ็นสุเคะรายงานให้คัมเบทราบ โดยมีอิโนะอุเอะนั่งฟังด้วย “เครื่องราง?” / “ครับ” เซ็นสุเคะหยิบเครื่องรางที่ว่านั้นยื่นให้คัมเบ “นี่ครับ” / “นี่มัน...” / คืออะไรหรือครับ?” / “เรียก ทะเฮ มานี่”

เมื่อทะเฮมาถึง คัมเบจึงพูดขึ้น “สิ่งนี้ ข้าเคยมอบให้ บุเฮ ในอดีต ทำไมถึงมาอยู่กับเจ้าได้?” ทะเฮนั่งเงียบ จนเซ็นสุเคะต้องเตือน “ทะเฮ! นายท่านถามก็ตอบสิ!” / “ตอนที่...ข้ารับช่วงตระกูล โมะริ ต่อ...ท่านแม่ของ บุเฮ-สะมะ ให้ข้ามาครับ คนของตระกูล โมะริ ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องนายท่าน เพื่อปกป้องจิตวิญญาณที่ว่า...นางบอกให้ข้าพกมันติดตัวเอาไว้” / คัมเบทวนประโยคที่ว่า “ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องนายท่าน...นางบอกเช่นนั้นรึ?” / “ครับ.......ข้า......ต้องเป็นให้ได้เหมือน บุเฮ-สะมะ ในฐานะคนตระกูล โมะริ ครับ...ข้าจะเป็นให้ได้ดั่ง บุเฮ-สะมะ นั่นคือคำปฏิญาณของข้าครับ” / “งั้นรึ” / “ทะเฮ” เซ็นสุเคะ พูดขึ้นมาบ้าง “อภัยให้ข้าด้วย! ข้านั้น...ไม่เข้าใจความรู้สึกของเจ้า ข้าเองครั้งหนึ่ง...บุเฮ-สะมะ ก็เคยบอกไว้” (“ฝากด้วยนะ ปกป้องนายท่านแทน...ข้าด้วย”) “ข้ามันยังไม่เอาไหน ข้ามองคนไม่ออก ถ้าเป็นแบบนี้...ข้าคงไม่มีหน้าไปพบ บุเฮ-สะมะ” คัมเบมองไปยังเซ็นสุเคะ “เซ็นสุเคะ” / “ครับ” / “เจ้าคิดว่าจุดเด่นของ คุโระดะ คืออะไร?” / “พวกเราขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งครับ” / “ความแข็งแกร่งที่ว่า มันมาจากความสามัคคี” คัมเบเสริม “แค่คนคนเดียว ทำอะไรไม่ได้มาก” ว่าแล้วก็เดินมาหยุดระหว่างเซ็นสุเคะกับทะเฮ แล้วกล่าวต่อ “แต่ถ้าทุกคนนั้น...รวมเป็นหนึ่งเดียว ความแข็งแกร่งจะเพิ่มสิบเท่า หรือร้อยเท่า” / “ครับ” เซ็นสุเคะตอบรับ “คุริยะมะ เซ็นสุเคะ, โมะริ ทะเฮ ข้าขอสั่งให้เจ้าทั้งสอง เป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน” / “พี่น้องร่วมสาบานหรือครับ? / “เซ็นสุเคะคือพี่ ทะเฮ คือน้อง เซ็นสุเคะคือ ปัญญา ทะเฮคือ พลังกาย เมื่อรวมกัน...จะเป็นพลังที่ยอดเยี่ยม ไม่คิดว่ามันวิเศษงั้นรึ? เซ็นสุเคะ...ในฐานะพี่ชาย...คอยดูแล ทะเฮ ด้วยล่ะ” คัมเบสั่ง พร้อมยื่นเครื่องรางของทะเฮ ให้แก่เซ็นสุเคะ เซ็นสุเคะยื่นมือรับพร้อมตอบรับ แล้วคัมเบก็หันไปสั่งทะเฮบ้าง “ทะเฮ...ตั้งแต่นี้ไป เจ้าต้องเชื่อฟัง เซ็นสุเคะบอก” ทะเฮสบตาคัมเบแทนคำตอบแล้วมองไปทางเซ็นสุเคะ อีกฝ่ายจึงยื่นเครื่องรางให้ ทะเฮยื่นมือไปรับและจับมือเซ็นสุเคะ พร้อมตอบรับคำสั่งคัมเบเช่นกัน “จงสาบานร่วมกัน!” / “ครับ” อิโนะอุเนะที่นั่งฟังอยู่ตลอด สีหน้าปรากฏรอยยิ้มบางๆ

ตัดมาที่โอดะ ซึ่งกำลังแสดง โน (ละครสด?) “ชีวิต 50ปี ของคนๆหนึ่ง ไม่อาจจะเทียบกับอายุขัยของดาบเล่มนี้ ชีวิต...เป็นเพียงความฝัน เป็นเพียงภาพลวงตา มีสิ่งใดกันเล่า...ที่จะคงอยู่...ได้ตลอดไป?” ขณะนั้นเอง ชิบาตะ วิ่งมารายงานว่า ที่สมรภูมิ มิคะทะงะฮะระ ทัพของอิเอยาสึถูก ชินเง็ง ตีแตก ตัวอิเอยาสึ หนีไปตั้งหลักที่ ปราสาท ฮะมะมะทสึ โอดะสั่งชิบาตะ ให้นำความไปบอก ให้อิเอยาสึ ตรึงทัพของชินเง็ง ไว้ให้นานที่เท่าที่จะทำได้ “นายท่านครับ จะไม่ส่งทัพเสริมไปช่วยหรือครับ?” / “ไปได้! ทำตามที่สั่ง!” / ”รออะไรอยู่หรือคะ?” ภรรยาโอดะถาม / “รอศัตรูเข้าปะทะก่อน / “หมายความเช่นไรหรือคะ?” / “ถ้าไม่มีใครบุกก่อนที่ ชินเง็ง จะไปถึง ข้าจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าตรงกันข้ามก็คือจุดจบของข้า ข้าเดิมพันด้วยชีวิต ไม่มีอะไรจะสนุกไปกว่านี้แล้ว คนเราตายแค่ครั้งเดียว ทุกคนต้องตายเหมือนกัน ข้าอยากจะใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนไป” / ฝ่ายภรรยาได้ฟังคำตอบ ก็หัวเราะเบาๆ จนโอดะหันมามอง “เมื่อถึงตอนนั้น ข้าคนนี้...จะขอไปด้วยค่ะ”

ด้านคิโนะชิตะ ซึ่งตั้งค่ายอีกทางหนึ่ง สนทนากับฮัมเบ กุนซือส่วนตัว “ทำไม โนบุนางะ-สะมะ ถึงไม่ยอมเคลื่อนทัพออกจาก กิฟุล่ะ? ถ้าชินเง็ง ยกทัพไปทางตะวันตก พวกเราจะโดนล้อมทุกทาง” ฮัมเบกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ข้าเชื่อว่านายท่านกำลังรอบางอย่างอยู่...รอให้มีการโจมตีจากด้านใน เคียวโทะ” / “เคียวโทะ? โยชิอาคิงั้นรึ?” / “ถ้านายท่านลุกขึ้นสังหารโชกุน เขาจะถูกตีตราเป็นกบฏครับ แต่ถ้า...โยชิอาคิเป็นฝ่ายลงมือก่อนล่ะก็...” / “เข้าใจล่ะ” / “นายท่านน่ะคงกำลังรอเรื่องนี้อยู่เป็นแน่” / “สมกับเป็นฮัมเบ”

โอดะใช้ให้อาเคจิ ไปแจ้งโชกุนโยชิอาคิว่าต้องการสงบศึกด้วย แต่โยชิอาคิคิดว่าโอดะกำลังเพลี่ยงพล้ำ จึงตัดสินใจจัดการกับโอดะ ไม่สนใจคำทัดทานของบริวาร...

ฝ่ายโอดะได้รับรายงานว่า โชกุนอาชิคางะ โยชิอาคิ ติดอาวุธในเคียวโทะแล้ว “แล้ว ชินเง็ง อยู่ที่ไหน?” โอดะถามบริวาร “เขายังตั้งทัพอย่ที่ มิคะวะครับ” ชิบาตะรายงาน “แบบนี้ข้า...ก็ชนะเดิมพันอีกแล้ว!...เคลื่อนทัพ!” / “ไปที่ไหนหรือครับ” / “ก็เคียวโทะน่ะสิ!” แล้วโอดะก็เดินนำหน้าไป

จุดผ่านด่าน โอสะคะยะมะ ระหว่างที่โอดะกำลังเคลื่อนทัพผ่าน ชายผู้หนึ่งมารอพบ...”เป็นเกียรติที่ได้พบท่านครับ! ข้าเจ้าผู้ครองปราสาท อิบาราคิแห่งเส็ตทสึ อาราคิ มุราชิเงะ ครับ!” อาราคิแนะนำตัวจบ ก็เงยหน้าสบตากับโอดะที่จ้องอยู่ โอดะเคลื่อนทัพผ่านไป...

ฉากต่อมาเป็นปราสาท อาราคินั่งรอโอดะ...เมื่อโอดะมาถึง...”เงยหน้าขึ้น” อาราคิเงยหน้าตามเสียงนั้น
“อาราคิ มุราชิเงะ! เจ้าไม่คิดเข้าร่วมกับ โยชิอาคิ งั้นรึ?” / “ครับ ท่านโยชิอาคิไม่มีความสามารถพอที่จะนำความสงบสุขมาได้ครับ” / “สถานการณ์ที่ เส็ตทสึ เป็นไงบ้าง?” / “ครับ! ที่เส็ตทสึ เจ้าเมืองทั้งน้อยใหญ่ ต่างแยกกันกระจัดกระจาย ไม่มีใครคุมอำนาจที่แท้จริงครับ ถ้าท่านต้องการ...และมอบทหารบางส่วนให้กับข้า ข้าจะไปที่นั่น แล้วรวบรวมให้เป็นหนึ่งครับ!” / “เจ้าพูดเก่งมากนะ” โอดะพูดจบหันไปทางบริวารใกล้ชิดที่ยกดาบมารอ ฮีชักดาบออกมาจิ้มไปที่หมั่นโถวชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินมาเสิร์ฟหมั่นโถวแก่มุราชิเงะ มุราชิเงะมีสีหน้าตื่นตะหนก “กินสิ” โอดะเชิญด้วยใบหน้าที่นิ่งโคตร ฝ่ายมุราชิเงะมองหน้าโอดะแล้วโฟกัสสายตามาที่หมั่นโถว ซึ่งมีปลายดาบทะลุออกมาอีกด้าน เขาเคลื่อนตัวไปด้านหน้าพยายามกินหมั่นโถวจากด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงกับปลายดาบ แต่เมื่อชำเลืองมองไปยังโอดะ ก็พบว่ากำลังถูกจ้องอยู่ เสี้ยววินาทีนั้น มุราชิเงะตัดสินใจกินหมั่นโถวตรงๆ แล้วโอดะก็หัวเราะชอบใจ “มุราชิเงะ! หลังจากรวบรวม เส็ตทสึ ได้แล้ว จัดการตามใจชอบเลย” / “ครับ!”

คืนหนึ่งหลังจากนั้น ณ ที่พักของมารดาโอดะ ผู้ซึ่งกำลังสวดภาวนา ภรรยาโอดะแวะมาส่งข่าว “ท่านแม่คะ ดีใจได้แล้วค่ะ พวกเราชนะครั้งใหญ่ค่ะ อีกไม่นานทั้งแผ่นดินจะเป็นของ โนบุนางะ-สะมะค่ะ” / “เขายังไม่พออีกงั้นรึ? เขาต้องการให้เลือดหลั่งอีกสักเท่าไหร่?” / “โนบุนางะ-สะมะ คือบุตรชายของท่านค่ะ เมื่อไหร่กันที่ท่านจะเลิกฝังใจเรื่องอดีตคะ?” มารดาโอดะ ถอนหายใจแทนคำตอบ...

ที่ปราสาทฮิเมจิ คัมเบและพ่อ ได้รับรายงานจากนักบวชรายหนึ่ง “ตามข่าว...โชกุน ยอมแพ้ให้กับ โนบุนางะ ในเวลาแค่สองวันครับ” / “ในที่สุด โนบุนางะ-โดโนะ ก็ครองทั้งหมดสินะ” คัมเบพูดขึ้นหลังฟังรายงานจบ “โนบุนางะ เลื่อนตำแหน่งให้กับทุกคนตามที่เขาเห็นควรโดยไม่สนฐานะเดิม ขนาดบริวารใหม่ของเขา ยังได้รับ เส็ตทสึ ไปครองทั้งหมด” นักบวชยังคงรายงานต่อ “เส็ตทสึ ทั้งหมดรึ เป็นใครกันน่ะ?” คัมเบแสดงความสนใจ “ดูเหมือนจะชื่อ อาราคิ มุราชิเงะครับ” / “อาราคิ มุราชิเงะ?” คัมเบทำหน้าประหลาดใจมาก

เมื่อนักบวชกลับไปแล้ว สองพ่อลูก ก็นั่งถกกันต่อ...”จากโรนิน กลายเป็นเจ้าครอง เส็ตทสึ?” โมโทะทะคะกล่าวก่อน “ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงครับ แต่ว่า...ข้า...ติดอยู่ที่ ฮะริมะ อันห่าไกล” สีหน้าของคัมเบแสดงออกชัดเจนถึงความผิดหวัง เมื่อพูดจบ ก็ลุกขึ้นไปยืนหน้าระเบียง “ได้แค่ฟังข่าวที่เกิดขึ้นใน มิยะโคะ(เคียวโทะ) ความจริงเบื้องหลังเป็นเช่นไร ข้าไม่มีทางรู้เลย เป็นแค่กบในบ่อน้ำ!” ระหว่างที่พูด ฮีก็ไปหยิบธนูมายิงเล่นแก้เซ็ง คุณพ่อจึงเอ่ยขึ้น “ถ้างั้นล่ะก็...ทำไมไม่กระโดดออกจากบ่อ...ไปดูด้วยตาของตัวเองดูล่ะ? เส็ตทสึเองก็ไม่ได้ไกลอะไร ไปพบกับ อาราคิ มุราชิเงะ-โดโนะ ดูสิ” / “แต่ว่า...ที่ ฮิเมจิล่ะ?” / “ข้าจะช่วยดูให้เอง ถ้าชั่วเวลาแค่ไม่นานก็ไม่มีปัญหา” / “จริงหรือครับ...ท่านจะช่วยดูให้จริงหรือครับ?” / “ไปสิ” / “ขอบพระคุณมากครับ” ***(นี่เป็นการสนทนาของสองพ่อลูกที่น่าประทับใจอีกครั้ง บวกกับนักแสดงทั้งสองที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้นึกถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวค่ะ)***

ภูมิภาคเส็ตทสึ ณ ปราสาทอิบาราคิ...คัมเบมานั่งรอใครบางคน มีเซ็นสุเคะและทะเฮติดตามมาด้วย ซักพัก ใครบางคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าดีใจ...”คัมเบ! ดีใจจริงๆที่ได้พบเจ้า!” คัมเบตอบกลับด้วยท่าทีนอบน้อมเช่นเคย “ครั้งก่อนขอบคุณมากเลยครับ!” (ใครบางคนที่ว่าคือ มุราชิเงะ ที่คัมเบได้พบตอนไปทำเควสซื้อปืนค่ะ) “ไม่ต้องมากพิธีน่ะ” แล้วมุราชิเงะก็ทักทายเซ็นสุเคะด้วย ก่อนกลับมาคุยกับคัมเบต่อ “เป็นไง ยังจำที่ข้าเคยพูดไว้ได้ไหม?...และตอนนี้ ข้าก็ได้ครองปราสาทแล้ว!” คัมเบตอบมุราชิเงะด้วยรอยยิ้ม “ข้ายังจำได้ดีครับ ข้าทราบข่าวแล้วดีใจมากเลยครับ” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ คัมเบพร้อมบริวาร ก็โค้งคำนับให้ มุราชิเงะ “ข้ามาถึงจุดนี้ได้เพราะความสามารถล้วนๆ! หรือจะบอกว่า อาศัยดวงด้วยนิดหน่อยนะ” มุราชิเงะตอบอย่างอารมณ์ดี

จากนั้น มุราชิเงะ ก็ชงชาให้ คัมเบดื่ม คัมเบค่อนข้างเกร็งเล็กน้อย มุราชิเงะ นำถ้วยชาที่ได้รับจากอาจารย์ชงชาที่ชื่อ เซ็นโนะ โซเอคิ-สะมะ มาอวดคัมเบ คัมเบรับมาพิจารณา...”นี่เป็นของดีมากเลยนะครับ” / “คัมเบ เจ้าแยกความต่างออกงั้นรึ?” / “พูดตามตรง...มันเป็นคาถ้วยเก่าๆสำหรับข้าครับ” / “พูดเป็นเล่นน่ะ ถ้วยนี้มีค่าเท่าปราสาททั้งหลัง” / “เอ๋...ขนาดนั้นหรือครับ?” สีหน้าคัมเบเปลี่ยนไปทันที พร้อมกับคืนถ้วยนั้นแก่ มุราชิเงะ “เป็นสมบัติสืบทอดของตระกูล โชกุนอาชิคางะ หลังจาก โนบุนางะ-สะมะ เข้าเคียวโทะ...เขาให้ความสนใจกับพวกถ้วยชามนี้มาก ข้าถึงตายก็ไม่ปล่อยมันไป” มุราชิเงะเผยความสำคัญของถ้วยชา พร้อมประคองถ้วยในมืออย่างทะนุถนอม “โนบุนางะ เป็นคนแบบไหนหรือครับ?” คัมเบยิงคำถามที่อยากรู้มานาน มุราชิเงะเว้นจังหวะก่อนพูดขึ้น “ได้ข่าวเรื่องการเผาวัด ในภูเขา ฮิเอหรือเปล่า?” / “ครับ...ช้าทราบแล้วครับ” / “ที่นั่นน่ะมีคนคิดคด อาศัยศาสนาบังหน้าซ่อนอยู่...โนบุนางะ-สะมะ เกลียดพวกนั้นที่สุด เขาจะไม่ปราณีทุกคนที่คิดขวางทางเขา เขาเลือดเย็นสุดๆ บางคนถึงกับเรียกเขาว่า...จอมปีศาจ” มุราชิเงะตอบคัมเบสีหน้าจริงจังมาก “จอมปีศาจ?” คัมเบทวนคำนั้น มุราชิเงะพูดต่อ...”สำหรับเขา นอกจากตัวเองแล้ว อาจจะไม่เชื่ออะไรอีกเลยก็ได้ ไม่มีใครที่น่ากลัวเท่าเขาอีกแล้ว...แต่ว่า...มีบางอย่างในตัวเขา ที่ดึงดูดผู้คนเข้าหาเขา บางอย่างที่ทำให้เจ้าอยากจะขอติดตามเขา”...คัมเบนั่งฟังอย่างตั้งใจ

ค่ำคืนนั้น มุราชิเงะจัดงานเลี้ยงต้อนรับคัมเบ โดยให้ภรรยาร่ายรำพัดโชว์ แล้วตัวเองก็มานั่งชมเมียให้คัมเบฟัง เมียฮีชื่อ ดะชิ พอนางรำพัดเสร็จ ก็มารินเหล้าให้คัมเบ นางชื่นชมคัมเบแบบอ้อมๆ ทำให้คัมเบหวั่นไหวเล็กน้อย มุราชิเงะจะชวนกินเหล้าต่อ คัมเบปฏิเสธอย่างสุภาพ ทะเฮจึงรับอาสากินแทน สกิลซดเหล้าของทะเฮไม่ธรรมดา เล่นเอามุราชิเงะชอบใจ ระหว่างนั้น มุราชิเงะชวนคัมเบคุย...”คัมเบ ลองพูดถึงอนาคตกันหน่อย อีกไม่นาน โนบุนางะ-สะมะ จะได้ครองทั้งแผ่นดินแน่ๆ เจ้าจงรีบคว้าโอกาสในตอนที่ยังทำได้” เป็นบทสนทนาที่แฝงความหวังดี คัมเบตอบรับสั้นๆ “เขามีอิทธิพลกับข้ามากเลย ข้าทึ่งในเป้าหมายที่เขาวางไว้ ประทับใจข้ามาก แต่ว่าเขาใช้งานหนักมากนะ อีกสามวันเราก็ต้องออกศึกอีก” คัมเบรีบถามด้วยความกระตือรือร้น “ที่ไหนหรือครับ?” / “ปราสาท มาคิชิมะ โยชิอาคิ แอบไปรวบรวมทหารที่นั่นอีก” / “มุราชิเงะ-โดโนะ ข้ามีเรื่องจะขอครับ ศึกที่ว่านั่น ขอข้าไปกับท่านได้ไหมครับ?” / “ได้สิ! ไปด้วยกันนะ!” มุราชิเงะดีใจยิ่งกว่าคัมเบซะอีก “ขอความกรุณาด้วยครับ” เซ็นสุเคะและทะเฮรู้งานทันที “ไปดูให้เห็นกับตา!” มุราชิเงะกล่าว สีหน้าคัมเบพอใจมากๆ

อิโนะอุเอะควบม้าเร็วมาส่งข่าวร้าย...ว่าพ่อตาของคัมเบได้สิ้นชีวิตลงแล้ว คัมเบครุ่นคิดก่อนบอกบริวารทั้งสาม “ข้าต้องรีบกลับไป พวกเจ้าอยู่กับ มุราชิเงะ-โดโนะ...แล้วดูให้ดีว่าทัพของโอดะ ต่อสู้กันเช่นไร”

“ท่านพ่อ...ก่อนจะสิ้นลม เรียกชื่อของข้าด้วยค่ะ” เทรุกล่าวกับคัมเบ “ชื่อของเจ้ารึ?” / “ข้าเคยหวัง...ว่าเขาจะได้อยู่เห็นลูกคนที่สองของเรา” นางกล่าวทั้งน้ำตา คัมเบเขยิบเข้าไปใกล้กล่าวปลอบใจ “อย่ารีบร้อน...เทรุ เราต้องค่อยๆไป สนใจ โชจุก่อน อย่าเพิ่งนึกถึงลูกที่ยังไม่มี เข้าใจรึเปล่า?” / “ค่ะ” / “พ่อของเจ้าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก...น่าเศร้านัก” ทั้งคู่ปลอบใจซึ่งกันและกัน

กรกฎาคม 1573 ปราสาท มาคิชิมะ ทัพมหึมาของโอดะ ปรากฏต่อหน้าโชกุนโยชิอาคิ...
“ข้าคือ คิโนะชิตะ โทคิฉิโระครับ ตามคำสั่งของนายข้า...ให้ข้าพาตัวของท่านไปยังปราสาทที่คาวาฉิครับ” นั่นคือจุดจบของโยชิอาคิ เข้าสู่ยุค เท็นโซ

ณ ปราสาท โยชิดะ โคริยามะ แห่งตระกูล โมริ โยชิคาวะ โมโทฮารุ, โคบายาคาวะ ทาคาคะเงะ และโมริ เทรุโมโตะ กำลังประเมินสถานการณ์ล่าสุด เพื่อเตรียมรับมือ ทัพของโอดะ โนบุนางะ

ปราสาท ฮิเมจิ...”อยากให้นายท่านได้เห็นกับตาจริงๆครับ สมกับเป็น โอดะ โนบุนางะ ต่างกับเรามากครับ ทั้งขนาดทัพ ความเป็นระเบียบ ยอดเยี่ยมสุดๆ แม้กระทั่งเสบียงที่มี ขนาดทะเฮ ได้เห็นแล้วยังถึงกับพูดไม่ออกครับ” เซ็นสุเคะรายงานด้วยความตื่นเต้น “ต่อให้เป็น ทะเฮ ก็คงต้องอึ้งอยู่แล้ว” / “ไม่ครับ จะว่าอึ้งก็ไม่ใช่ เขายิ่งฮึกเหิมมากขึ้นครับ” / “หมายความว่าไง?” / “หลังจากได้เห็นทัพมหึมา เขาตั้งเป้าไว้ว่า จะสังหารข้าศึก 100 หรือ 1,000 ด้วยตนเอง ฟังแล้วเลอะเทอะมากครับ...เขา...ไปฝึกกับน้ำตกครับ” / “น้ำตก?” แล้วคัมเบก็หัวเราะ “น่าสนใจจริงๆ” / “ข้าไม่เข้าใจเขาจริงๆเลยครับ” เซ็นสุเคะทำหน้าแบบเพลียๆ แล้วขอตัวจากไป...



 

โดย: Ruchy 22 มิถุนายน 2560 21:49:35 น.  

 

ตอนที่7
มุราชิเงะเผยความลับให้คัมเบได้รู้ว่า ทาเคดะ ชินเง็ง เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลดีต่อโอดะ โนบุนางะ ที่ไม่ต้องพะวงหลังอีกต่อไป เป้าหมายใหม่คือการเคลื่อนทัพไปทางฝั่งตะวันตก ซึ่งตระกูลโมริดูแลอยู่ ด้วยเหตุนี้ ตระกูลโมริจึงส่ง อังโคะคุจิ เอะเค กุนซือคนสำคัญ มาขอพบคัมเบ ทางด้านคัมเบก็มีการหารือกัน คิวมุ(อาคนรอง) ไม่เห็นด้วยที่คัมเบจะออกไปเจอเอะเค แต่คัมเบกลับมองว่า เอะเคเองเสี่ยงชีวิตมาเพื่อพบเขา เขาจึงสมควรออกไป เพื่อจะได้ทำความรู้จักเอะเค รวมไปถึงท่าทีของตระกูลโมริด้วย ระหว่างนั้น เอะเคกำลังฆ่าเวลาด้วยการเล่นซ้อมดาบกับ โซจุมารุ บุตรชายของคัมเบ พอเอคเคนั่งพัก ก็พูดลอยๆขึ้น ซึ่งเป็นประโยคที่น่าสนใจยิ่ง...”วันหนึ่ง...จะต้องเก่งเหมือนพ่อแน่ๆนะ...สักวันหนึ่งหัวของข้า...อาจโดนเขาตัดก็เป็นได้นะ คำทำนายของข้า มักจะแม่นเสมอเลยนะ”

เอคเคมาพบคัมเบด้วยเพื่อทำความรู้จัก ทดสอบความสามารถ และประเมินท่าทีว่าคัมเบมีความคิดอ่านอย่างไร และมีท่าทีจะเข้ากับฝ่ายตนหรือไม่ ในขณะที่คัมเบก็ได้ทราบท่าทีและเจตนาของฝั่งโมริเช่นกัน(โมริไม่มีความต้องการขยายดินแดน ถ้าถูกบุกก็มีความพร้อมตอบโต้เต็มกำลัง) ทั้งสองโต้ตอบอย่างรู้ทันกัน ก่อนจาก เอคเคได้ทำนายสถานการณ์บางอย่างทิ้งท้ายไว้

กันยายน 1573 (คัมเบ 29ปี) สิ่งที่เอคเคเคยกล่าวได้กลายเป็นความจริง เมื่อโอดะปราบ อาซาอิและอาซากุระที่ทำศึกยืดเยื้อมา 4ปี ก็ได้เวลาพิจารณาความดีความชอบ ในบรรดาแม่ทัพทั้งหมด โอดะทำให้ทุกคนแปลกใจ เมื่อแต่งตั้ง คิโนะชิตะเป็นได้เมียว พร้อมยกดินแดนซีกทางเหนือของโอมิและเขตปกครองเก่าของอาซาอิ คิโนะชิตะจึงถือโอกาสขออนุญาตเปลี่ยนชื่อจากคิโนะชิตะ โทะคิฉิโระ เป็น ฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ ชื่อใหม่นั้นมาจากตัวคันจิของแม่ทัพหลักสองคนคือ ชิบาตะ คะทสึอิเอะ กับ นิวะ นะงะฮิเดะ (ความเห็นส่วนตัว นี่ถือเป็นความฉลาดหลักแหลม เพราะเป็นการสื่อความหมายถึงความเก่งกาจของสองแม่ทัพหลัก มารวมอยู่กับเขา ซึ่งอาจจะได้รับคำแนะนำจาก ทาเกะนากะ ฮัมเบ ที่ปรึกษาส่วนตัวก็เป็นได้)

ฮิเดโยชิวิ่งเหมือนเด็ก นำความไปบอกเมียรัก ซึ่งก็คือ โอเนะ ด้วยความดีใจ ว่าตนได้รับแต่งตั้งเป็นไดเมียว และยังได้ครองปราสาทด้วย เมื่อโอเนะทราบแล้วว่าสามีได้ครองปราสาทใด ก็แสดงความเห็นไปว่า ปราสาทที่แตกพ่าย เป็นอัปมงคล ควรสร้างใหม่โดยใช้ปราสาท กิฟุเป็นต้นแบบ และสร้างเมืองที่สดใสเพื่อดึงดูดผู้คน เป็นโอกาสที่ฮิเดโยชิจะได้แสดงฝีมือ(ด้านบริหาร)ด้วย ระหว่างนั้น น้องชายของฮิเดโยชิ ก็วิ่งเข้ามาแสดงความยินดี จากครอบครัวชาวนาไต่เต้ากันจนเป็นไดเมียว ถือเป็นความภูมิใจสูงสุดที่น่ายินดีจริงๆ ฮิเดโยชิยกย่องโอเนะว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา

คัมเบ ได้พาเด็กน้อยผู้สูญเสียครอบครัวคนหนึ่งซึ่งขอมาจากเจ้าเมืองโคเดระมาฝากให้เทรุดูแล และเรียกโซจุซึ่งกำลังซ้อมดาบให้มาทำความรู้จักและเป็นเพื่อนกัน เด็กน้อยมีชื่อว่า มะทะเบะ ยืนมองโซจุอย่างเงียบๆ เทรุมองมะทะเบะด้วยความเมตตา

วันหนึ่ง พี่สาวของเทรุแวะมาเยี่ยม และเพื่อมาบอกข่าว ว่าสามีของนางตัดสินใจเข้าร่วมกับตระกูลโมริ โดยมีสองเหตุผล ประการแรก ดินแดนอยู่ใกล้กับโมริ ประการที่สอง คือกลัวโอดะ ทั้งเรื่องการเผาวัด และเป็นศัตรูกับศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินคาดเดา นางยังบอกเทรุให้เกลี่ยกล่อมคัมเบเพื่อมาอยู่ฝั่งโมริด้วยกัน ขณะนั้น คัมเบมาถึงได้แวะมาต้อนรับ นางก็เปลี่ยนเรื่องพูดคุย โดยมอบของสองสิ่ง หนึ่งคือผ้ายันต์ที่ขอมาเพื่อการมีทายาท สองคือยาสูตรลับซึ่งนางมอบให้คัมเบโดยตรง

โซจุประลองฝีมือกับมะทะเบะ สู้ไม่ได้ ถูกมะทะเบะหวดเข้าที่หน้าผากจนบวมแดง หญิงรับใช้เทรุตามจับตัวมะทะเบะได้ นางตำหนิเด็กน้อยที่ทำร้ายทายาทคนสำคัญของคุโรดะ และให้กล่าวขอโทษต่อหน้าเทรุ แต่เมื่อเด็กน้อยมองไปที่มือเทรุซึ่งวางอยู่บนหัวไหล่ของโซจุ เขาก็วิ่งหนีไป

พ่อของคัมเบฝ่าสายฝนเพื่อมานั่งกินข้าวและสนทนากับลูกชาย “คัมเบ! ชาวนาให้ข้ามาน่ะ มากินด้วยกันสิ” / “อิทะดะคิมัส” คัมเบกล่าวรับ “เห็นว่า โมริส่งคนมาพบรึ?” พ่อถามคัมเบด้วยความสนใจ “ครับ เขามาหยั่งเสียงเราดูครับ” คัมเบตอบ พ่อฟังแล้วพยักหน้า พลางหยิบลูกอะไรไม่รู้สีแดงๆสองลูกขึ้นมา “โอดะหรือโมริ? วันหนึ่งเจ้าคงถูกบีบให้เลือกข้าง” คัมเบมองพ่อแล้วก็เอื้อมมือไปฉกลูกแดงๆมาลูกนึง แล้วกล่าวว่า “ภาระของท่านพ่อ ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วครับ การตัดสินใจของข้า...จะตัดสินอนาคตของทุกคนด้วย” พ่อพยักหน้ารับแล้วเสริมว่า “นั่นแหละ...คือการเป็นเจ้าเมือง” / “ครับ” คัมเบตอบแล้วก็กัดลูกแดงๆนั่น “ของเจ้าโมริงั้นรึ” พ่อถามแล้วก็งับลูกที่อยู่ในมือ คัมเบยิ้มน้อยๆ “โอดะ ก็ไม่เลวนะ”

เทรุ ออกตามหามะทะเบะ จนมาเจอที่คอกม้า เด็กน้อยนั่งก้มหน้าตัวสั่นเพราะตากฝน...เขาพยายามจะเดินหนีไปแต่ก็หมดสติไปเสียก่อน เมื่อจัดการให้มะทะเบะพักผ่อนแล้ว คัมเบตามมาดูอาการ “เป็นไงบ้าง?” / ”ไข้ยังสูงค่ะ” / “ข้าได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว...จริงๆแล้ว มะทะเบะ...หลังจากเสียพ่อกับแม่ เขาถูกส่งตัวไปอยู่กับญาติๆ เปลี่ยนไปเรื่อย เพราะงั้น...เขาถึงไม่เปิดใจกับคนอื่น” เทรุมองคัมเบ “เรื่องเป็นแบบนั้นเองหรือคะ?” คัมเบก็หันมาพูดกับเทรุต่อ “ต้องดูเด็กพร้อมกันคงเหนื่อยมาก แต่ข้าฝากด้วยนะ เทรุ” / “ค่ะ” ยิ้มรับอย่างเดียวเลย ระหว่างนั้น มะทะเบะเพ้อถึงแม่ เทรุจึงกระซิบเบาๆ “ข้าอยู่นี่แล้ว” ตกดึกเด็กน้อยสร่างไข้ เมื่อลืมตามาเห็นนางซึ่งเผลอนั่งหลับอยู่ จึงเอื้อมมือไปแตะเบาๆ นางรู้สึกตัวพร้อมเอามือไปจับหน้าผาก “ไข้ลดลงแล้วนะ โล่งไปที” ว่าแล้วก็กุมมือมะทะเบะพร้อมยิ้มด้วยความอ่อนโยน ทำให้เด็กน้อยยิ้มออกได้เสียที

เมื่อหายไข้แล้ว มะทะเบะจึงไปหาโซจุ มีเทรุตามดูห่างๆ โซจุทักขึ้น “ไม่เป็นไรแล้วหรือ?” มะทะเบะพยักหน้ารับแทนคำตอบ โซจุยื่นมือที่มีกบตัวน้อยให้มะทะเบะ มะทะเบะก็รับไว้แล้วกล่าวว่า...”นายน้อย...ข้าขอโทษ...เรื่องก่อนหน้านี้ด้วยครับ” / “เอาไว้ดวลกันอีกนะ” โซจุเสนอไฝว้อีกแล้ว “ข้าจะโดนดุอีกครับ ไว้ปีนต้นไม้เล่นกันดีกว่า” คัมเบตามมาสมทบ “ข้าเข้าใจแล้วว่า ทำไมนายท่านถึงพาเขามาค่ะ เด็กๆคือพรจากสวรรค์ ข้าจะไม่ให้มันมากวนใจข้าค่ะ” ทั้งคู๋ยิ้มให้กันแล้วหันไปมองเด็กๆซึ่งกำลังปีนต้นไม้อย่างสนุกสนาน

โอดะนั่งดูบริวารเล่นมวยปล้ำ และถือโอกาสยืดเส้นยืดสาย สักพัก ภรรยาก็เดินเข้ามาหาอย่างร้อนใจกับเหตุการณ์ที่ นางาชิมะ และการเผาวัด สังหารพระบนภูเขาฮิเอ โอดะให้เหตุผลว่า พระเหล่านั้นเป็นมารศาสนาและหลอกให้ทัพอาซากุระขึ้นเขาเพื่อสู้กับตน และที่ต้องฆ่าเด็กกับผู้หญิงด้วยเพื่อป้องกันการฆ่าล้างแค้นในอนาคต “ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง” / “การกระทำของท่านแข็งกระด้างไปค่ะ วันหนึ่งมันอาจจะกลับมาหลอกหลอนท่านค่ะ” / “กรมมตามสนองงั้นรึ...วางใจได้ ข้าไม่เชื่อเรื่องพวกนั้น”

สายของคัมเบรายงานว่า อุคิทะ นาโออุเอะแห่งบิเซ็น ได้เข้าร่วมกับทางโมริแล้ว เป็นผลให้ซามุไรส่วนใหญ่ในฮะริมะ พากันเข้ากับโมริด้วย รวมทั้งโคซุคิก็เช่นกัน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของเอคเค เหลือเพียง เบ๊สโชะแห่งมิคิที่ยังลังเล...

หลังจากนั้นก็เป็นการโต้ตอบกันของเหล่าบริวารใกล้ชิดของคัมเบเช่นกันว่าจะเลือกฝั่งไหน โดยที่คัมเบนั่งฟังอยู่ห่างๆ

สมรภูมิ นางะชิโนะ พฤษภาคม 1575 โอดะและโทคุคาวะ ร่วมมือกันปราบทัพของทาเคดะ จนแตกพ่าย โดยอาศัยปืนยิงจากระยะไกล ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นคนของตระกูลโมริหารือกัน ประมุขหนุ่มของโมริ เรียกให้เอคเคเข้าพบและรายงานสถานการณ์ สิ่งที่เขาแจ้งเป็นไปตามที่สายของคัมเบบอกไว้แล้ว สิ่งเดียวที่กวนใจเอคเค คือไม่สามารถประเมินท่าทีของคัมเบได้ โยชิคาวะมองว่าเมืองฮิเมจิของคัมเบเป็นเมืองเล็กๆ ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่โคบายาคาวะเตือนไว้ว่า “รอยรั่วเล็กๆสามารถจมเรือใหญ่ได้” เอคเคจึงบอกเป็นนัยว่าตนได้เดินแผนบางอย่างไปแล้ว...

ปราสาทโกะฮาคุ ในแคว้นฮะริมะ คุชิฮะชิ สะเคียวโนะชิน พี่ชายของเทรุ ได้รับช่วงต่อจากบิดาที่เสียชีวิต ในฐานะเจ้าเมืองหลักของโคเดระ พยายามเกลี้ยกล่อมให้เจ้าเมืองโคเดระ เข้าร่วมกับโมริ โดยให้เหตุผลว่า โอดะเมื่อเอาชนะ ทาเคดะแล้ว จะต้องบุกผ่านโคเดระ เพื่อยึดดินแดนตะวันตก ตระกูลโมริขึ้นชื่อเรื่องคุณธรรม อยู่กับโมริจะปลอดภัยกว่า และขอให้รีบประกาศการตัดสินใจ เจ้าเมืองเป็นคนขี้กังวล แต่ก็รับคำ

ต่อมา สะเคียวโนะชิน มาพบ คัมเบกับเทรุ เพื่อบอกว่าเจ้าเมืองตัดสินใจเลือกโมริ ก่อนที่เจ้าเมืองจะเรียกประชุม เขาจึงมาพบคัมเบก่อน “ท่านพี่คิดว่าเข้ากับโมริดีที่สุดหรือครับ?” คัมเบถาม “ใช่แล้ว ยังไงเราก็ต้องทำตามที่นายท่านสั่ง คัมเบ เรามาร่วมมือกันเพื่อโคเดระเถอะนะ” เมื่อคัมเบแสดงถึงความกังวล “อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะเข้าร่วมกับโอดะ?” คัมเบจ้องตากลับแทนคำตอบ “ฟังให้ดีนะคัมเบ โคซุคิ,สามีของริคิเลือกเข้ากับโมริ ถ้าเราเลือกเข้ากับโอดะก็เท่ากับเป็นศัตรูกับริคิ พี่น้องต้องเข่นฆ่ากันเองนะ คัมเบอย่าทำให้เทรุต้องเจ็บสิ” คัมเบนิ่งไป ระหว่างนั้น เทรุยกสำรับมา “เรื่องที่คุย เสร็จหรือยังคะ?” สะเคียวโนะชิน ชิงจังหวะตอบก่อนว่าคัมเบเข้าใจหมดแล้ว นางจึงถามคัมเบว่าจะเข้ากับโมริงั้นหรือ สะเคียวโนะชินชิงพูดขึ้นอีกครั้ง “เทรุ ดีแล้วนะ? แบบนี้พี่น้องก็ไม่ต้องต่อสู้กันเอง” แม้คัมเบไม่พูดอะไร แต่เทรุก็รู้ว่าเขาคิดอย่างไร

คัมเบกับพ่อขี่ม้าออกมาข้างนอก “ข้าได้ยินมาว่าจะมีการเรียกประชุมที่โกะฉะคุ” / “ครับ”
“ยังตัดสินใจไม่ได้รึ?” / “ถ้าอยู่กับโมริ พวกเราก็จะมั่นคง แต่ทว่า...เราจะประมาทโอดะไม่ได้ครับ ถ้าเข้าข้างโมริ ก็หมายถึงต้องสู้กับโอดะ แบบนั้นเราอาจจะต้องจมไปพร้อมกับโมริครับ” คุณพ่อรับฟังตาม
“ถ้าข้าคาดการณ์ผิด...ถ้าข้าคาดการณ์อนาคตผิด เราจะสูญเสียทุกอย่างครับ ทั้งที่ท่านปู่สร้างไว้ ทั้งที่ท่านพ่อสร้างไว้” / “คัมเบ อย่ากลัวที่จะล้มเหลว เจ้าเป็นคนคิดเอง และต้องตัดสินใจเอง ข้าเชื่อว่าปู่ของเจ้า ก็ต้องพูดเหมือนกับข้า” / “ทั้งหมดก็เพื่อความอยู่รอด” / ”ใช่” คุณพ่อยิ้มรับการตัดสินใจของคัมเบ

มิถุนายน 1575 วันประชุมชี้ชะตามาถึงแล้ว เมื่อเจ้าเมืองขึ้นประทับบนที่นั่ง...เปิดประชุมโดยต้องการฟังความเห็นของทุกคนว่าควรจะเข้าร่วมกับโมริหรือโอดะ ฝ่ายสนับสนุนโมริชิงออกตัวก่อน สะเคียวโนะชินสรุปปิดท้ายว่า “ไม่ว่ายังไงก็ต้องเป็นโมริครับ” ฝ่ายสนับสนุนโมริพยักหน้ารับเป็นทอดทีเดียว “คัมเบเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ครับ” สะเคียวโนะชินยังชิงปิดเกม “งั้นรึ ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหา” เจ้าเมืองจะกล่าวต่อ...คัมเบก็เริ่มรุกซะที “ถ้าข้าจะขอพูดตามตรง...ข้า...คิดว่าเราควรเลือกข้างโอดะครับ” เจ้าเมืองแววตาเปลี่ยนทันที สะเคียวโนะชินเหมือนโดนฉีกหน้า...

...ท่ามกลางเสียงอื้ออึง คัมเบรุกต่อ “ใจเย็นๆก่อนครับ! ฟังข้าพูดก่อนครับ!” คัมเบลุกจากที่นั่งเดิม มานั่งตรงหน้าเจ้าเมือง “ข้าจะอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ...ข้าเองก็ยอมรับในความแข็งแกร่งของโมริ แต่ผู้ปกครองที่จากไปของพวกเขานั้น ไม่มีความคิดที่จะขยายอาณาเขตออกไปครับ ยิ่งกว่านั้น ผู้ปกครองคนปัจจุบัน ก็ยังไม่ประสามากนัก” ก่อนจะพูดต่อ มีคนคัดค้าน “แต่โมริมีพันธมิตรมากมาย!”...”ใช่แล้ว พวกเขามีทั้งคิคคาวะกับโคบายาคาวะคอยช่วยนะ!” คัมเบโต้ตอบบ้าง “แต่ถึงอย่างนั้น! ถ้าโมริไม่มีท่านลุงโมโทฮารุ-โดโนะกับทาคาคะเงะ-โดโนะ คอยช่วย เขาก็ไม่สามารถที่จะสั่งการใดๆเองได้ครับ ด้วยผู้นำเช่นนั้น...คิดว่าจะเอาชนะโอดะได้งั้นหรือ?”...

...”ในทางกลับกัน โนบุนางะตั้งเป้าที่จะรวมชาติครับ ผู้นำที่ตั้งเป้าแบบนั้น จะมีพลังในการสู้ แค่เป้าหมายโอดะก็ชิงความได้เปรียบแล้ว เขาเริ่มจากโอวาริเล็กๆ...แต่สามารถเอาชนะ อิมางาวะ, อาซาอิ, อาสะคุระ หรือแม้กระทั่งทาเคดะได้ครับ แรงส่งของเขาตอนนี้ ไม่มีใครจะหยุดลงได้ครับ” คัมเบเว้นวรรค...

...”ยิ่งกว่านั้น โอดะไม่ได้มีดีแค่ทหารครับ ยังมีการปกครอง เมืองที่เข้มแข็ง ผู้คนจะเข้มแข็งตามครับ โดยการเปิดการค้าเสรี ยกเลิกจุดเก็บอากร แนวทางการปกครองใหม่นี้ ทำให้เขตปกครองเขาเข้มแข็งมากครับ ทั้งผู้คนและพ่อค้าเศรษฐีต่างเข้าหาเขา เขาให้รางวัลบริวารตามผลงาน โดยไม่สนฐานะเดิม เพราะงั้นจึงมีแต่คนเก่งๆรับใช้เขาครับ โอดะ โนบุนางะที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ จะต้องรวมแผ่นดินแน่ๆครับ” กล่าวถึงตรงนี้ สะเคียวโนะชินพยายามท้วง ก็ไม่อยู่ในสายตาของคัมเบแล้ว “นายท่านครับ! นี่คือโอกาสทองของเราแล้วครับ! อย่าพลาดโอกาสนี้ไปเลยครับ! เราก้าวพลาดครั้งเดียว หมายถึงจุดจบของเราครับ! ทั้งหมดก็เพื่อ...ความอยู่รอดของเราครับ!” พอคัมเบพูดจบ เจ้าเมืองตัดสินใจทันที “ข้าเข้าใจแล้ว! ข้าจะ...ทำตามที่คัมเบแนะนำ พวกเรา...จะเข้าร่วมกับโอดะ” คัมเบดีใจมาก “เราควรจะแจ้งข่าวให้ทางโอดะ ทราบในทันทีครับ ข้านั้นพอจะรู้จักกับบริวารสำคัญของโอดะครับ โปรดอนุญาตให้ข้า ไปที่ กิฟุ ด้วยเถอะครับ!” เจ้าเมืองฝากเรื่องให้คัมเบจัดการ “ชะตาของโคเดระ อยู่ที่เจ้าแล้วคัมเบ” สะเคียวโนะชินได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ...

เทรุช่วยคัมเบเตรียมตัวไปกิฟุ คัมเบขอโทษนางที่ทำให้สะเคียวโนะชินเสียหน้า รวมถึงโอกาสเผชิญหน้ากับสามีของพี่สาวในฐานะศัตรู “อย่าพูดแบบนี้สิคะ ถ้า...หนทางมันเป็นเช่นนี้ ข้า...ก็จะติดตามท่านไปค่ะ”

เจ้าเมืองโคเดระ เล่นมวยปล้ำกับลูกชาย เล่นเสร็จก็มานั่งคุยกับภรรยา เขาบอกภรรยาว่า คัมเบพุดเก่งจนเขาต้องคล้อยตาม แต่ก็ไม่แน่ใจการตัดสินใจของตัวเอง ฝ่ายภรรยานั้นบอกว่า คัมเบฉลาดและเชื่อใจได้ “เรื่องนี้น่ะ...ต้องคิดให้มากนะ เอาเถอะ ถ้าเกิดแย่ขึ้นมาก็ให้เขารับผิดชอบไป” เจ้าเมืองเปิดไพ่เช่นนี้ ทำเอาภรรยาอึ้งกิมกี่...

คัมเบ พร้อมบริวารคนสนิทออกเดินทางแล้ว ระหว่างทางเจอกลุ่มนักฆ่า คัมเบปล่อยให้สามสหายคนสนิทแสดงฝีมือด้วยความเชื่อใจ “ดูเหมือนจะมีคนไม่อยากให้เราไปเจอ โนบุนางะ-สะมะ นะครับ” คุโรเอม่อนพูดขึ้น

ปราสาทอาริโอคะ เซ็ททสึ คัมเบมาเพื่อพบกับมุราชิเงะ เขาชื่นชมที่คัมเบเกลี้ยกล่อมโคเดระได้ คัมเบแจ้งความประสงค์ว่าต้องการพบ โนบุนางะให้เร็วที่สุด มุราชิเงะตอบรับคำขอ ขณะเดียวกัน ภรรยาของเขาก็เข้ามา คัมเบทักทายตามมารยาท มุราชิเงะบอกภรรยาว่า คัมเบจะเข้าร่วมกับโอดะ ซึ่งนางก็เห็นด้วย และเตือนคัมเบว่าให้ระวังโนบุนางะ-สะมะ เพราะสามีนางหลงโนบุนางะ เหมือนเด็กสาวที่พบรักแรกจนนางแอบอิจฉา มุราชิเงะหัวเราะชอบใจ “แบบนี้ข้ายิ่งสนใจในตัวโนบุนางะ-สะมะ ยิ่งขึ้นอีกครั้บ” มุราชิเงะถือโอกาสเตือน “คัมเบ...ข้าจะแนะนำเอาไว้นะ โนบุนางะ-สะมะเป็นคนที่เข้าใจยาก จงตอบทุกคำถามที่เขาถามมา อย่าได้ตอบอะไรอ้ำอึ้งเด็ดขาด” คัมเบฟังด้วยความตั้งใจ

ปราสาทกิฟุ ณ บัดนี้ คัมเบถูกจัดให้นั่งรอ ในระยะที่ค่อนข้างไกลมาก มีแม่ทัพนั่งสองฝั่ง (ถ้ามองในแง่ฝ่าเข้าไปสังหาร ไม่มีทางทำได้) เมื่อทราบว่าโอดะกำลังมาถึงแล้ว คัมเบก้มคำนับรอจนโอดะนั่งที่ประทับแล้ว...”เงยหน้าได้” คัมเบจึงเงยหน้าตามเสียงนั้น คัมเบในวัย 30ปี กำลังจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นแล้ว...

 

โดย: Ruchy 21 สิงหาคม 2560 22:35:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Ruchy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่ลูกหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน ขอบคุณในมิตรภาพที่มอบให้กันนะคะ
Friends' blogs
[Add Ruchy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.