Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
ประตูที่ถูกเลือก



เด็กสาวหน้าตาซีดเซียวนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงสีขาว ลมหายใจรวยริน ร่างกายซูบผอมพอๆ กับหัวใจที่ไร้เรี่ยวแรงจะบังคับให้ตัวเองลุกขึ้นมาสัมผัสกับความสวยงามบนโลกนี้อีกครั้ง ทั้งที่อาการทางกายไม่สาหัสเท่าไหร่แต่ใจกลับสิ้นพลังที่จะหยัดยืน หากเพียงร่างกายไม่ถูกพันธนาการด้วยสายระโยงระยางจากเครื่องมือของแพทย์ที่ฉุดรั้งชีวิตไว้ เธอคงทิ้งลมหายใจไปอยู่ภายใต้อ้อมกอดของมัจจุราชนานแล้ว


เด็กสาวขดตัวอยู่ซอกโซฟาสีแดงสดในห้องรับแขกของบ้าน เธอบีบรูปร่างที่ผอมบางนั้นเข้าหากันจนกลายเป็นก้อนเหมือนเป็นเพียงหมอนใบหนึ่งบนโซฟาที่ไม่มีค่าใดๆ ทั้งสิ้น ใบหน้าใสที่ฉาบด้วยน้ำตาถูกซุกลงกับเข่าเพื่อหลีกหนีภาพที่บาดใจ แต่เสียงด่าทอกันของบุพการีก็ยังดังก้องในโสตประสาท สงครามน้ำลายเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่และคงกินเวลาอีกยาวนานหลายกัป เด็กสาวยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างโดยอัตโนมัติ แต่เสียงก็ยังเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ แม่เสียงดังกว่าพ่อเสมอและเสียงแว๊ดของแม่ก็ยั่วโทสะให้พ่อต้องเงื้อแขนเงื้อขาฟาดลงบนตัวแม่ทุกครั้ง แต่แม่ก็ไม่เคยเข็ด พอความเจ็บซาลงเสียงแม่ก็ดังขึ้นมาอีก พ่อและแม่ทำราวกับเธอเป็นสิ่งของหรืออะไรสักอย่างที่ตั้งวางไว้ตรงนั้น ไม่มีความรู้สึกกับการปะทะอารมณ์ที่ดุเด็ดเผ็ดมันของคนทั้งคู่ เรื่องราวในอดีตที่เธอลืมไปแล้วบางเรื่องถูกขุดขึ้นมาสาดใส่กันราวกับมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ควรประกาศให้โลกรู้ และเมื่อหมดเรื่องที่บาดลึกความรู้สึกของกันและกันแล้ว แม่มักจะหันหลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ส่วนพ่อก็หันหลังให้แม่เดินไปทางประตู แล้วสตาร์ทรถบึ่งออกไปด้วยความเร็ว บางครั้งพ่อหายไปหลายวันเด็ก สาวอดคิดไม่ได้ว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่ก็โล่งใจทุกครั้งที่เห็นพ่อกลับมา พายุอารมณ์สงบได้สักสองสามวันก็เริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ โหมกระหน่ำครั้งแล้วครั้งเล่า เด็กสาวจำไม่ได้ว่าเรื่องที่เป็นต้นตอก่อไฟให้พ่อกับแม่อารมณ์ปะทุขึ้นมาเป็นเรื่องอะไรบ้างมันคละเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวไปหมด


หลายครั้งที่เธอมีเรื่องอยากจะปรึกษาทั้งเรื่องสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเป็นสาว เรื่องเพื่อนที่โรงเรียน เรื่องผลการเรียนที่ตกลง เรื่องครูฝึกสอนหนุ่มที่ชอบมาทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยกับเธอ และยังอีกสารพัดเรื่องที่เธอก็ลืมไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่จะอ้าปากพูดแม่ต้องผลัดไปก่อนทุกที
“เอาไว้ก่อนได้ไหมแม่กำลังยุ่ง”
“อะไรหนักหนาแกนี่เรื่องเยอะจริงๆ”
“โตแล้วก็คิดเอาเองบ้างสิ ถ้าไม่มีแม่แล้วจะทำยังไง”
แม่มักพูดประโยคเหล่านี้ด้วยสีหน้าที่ส่อแววรำคาญ และปัดมือเพื่อให้เธอออกไปให้พ้นหูพ้นตาเสมอเมื่อเธอต้องการคำปรึกษาอะไรสักอย่าง ดูเหมือนว่าทุกเรื่องของแม่จะสำคัญเสมอ ยกเว้นเรื่องของเธอ



เด็กหญิงตัวน้อยใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกับครอบครัว แม้กับจะมีเพียงน้ำพริกกะปิซึ่งดูจากคราบที่ติดขอบถ้วยแล้วคงเป็นถ้วยเก่าที่เหลือจากเมื่อวาน ยอดผักบุ้งที่เก็บมาจากริมรั้วลวก และไข่เจียวบางๆ อีกหนึ่งจาน ไม่ใช่อาหารที่เลิศหรูแต่ช่างเป็นการกินข้าวที่ดูเอร็ดอร่อยที่สุดในโลกสำหรับเด็กน้อย พ่อกับแม่ปรึกษากันเรื่องค่าเทอม ค่าน้ำค่าไฟ และยังกับข้าวในวันพรุ่งนี้อีก แต่ไม่มีน้ำเสียงใดที่แสดงถึงการตำหนิติเตียนอีกฝ่าย ถ้อยคำส่งแรงใจต่อกันฟังแล้วเหมือนยาขนานเอกที่หมอคนใดในโลกก็ไม่สามารถปรุงขึ้นมาได้ ถึงร่องรอยแห่งความกังวลยังเกาะกุมอยู่บนใบหน้าของผู้นำครอบครัวทั้งสอง แต่ก็ไม่วายหันมาถามไถ่ความ
เป็นไปในชีวิตของลูกอย่างเอื้ออาทร
“แม่คะวันนี้เรียงความเรื่องครอบครัวของฉันที่หนูให้แม่อ่านมื่อวานนี้ได้คะแนนเต็มด้วยค่ะ ครูชมว่าหนู
เขียนเก่ง แม่ว่าโตขึ้นหนูเป็นนักเขียนดีไหมคะ ? ” เสียงเล็กๆ นั้นเจื้อยแจ้ว แม่ฟังอย่างใส่ใจในขณะที่ลูบหัวเธอไปด้วย
“ไหนเมื่อวันก่อนหนูบอกว่าอยากเป็นพยาบาลไงล่ะ” แม่ถามกลับเพราะอยากหาเรื่องมาคุยกับลูกสาว
“แม่อยากให้หนูเป็นพยาบาลเหรอ ? ” เด็กหญิงถามกลับเมื่อซุกหัวลงที่ตักของแม่
“เอาเถอะ อยากเป็นอะไรก็ได้แล้วแต่หนู แต่ที่สำคัญต้องตั้งใจเรียนนะลูก” แม่ตอบมือยังลืมหัวลูกอยู่ เด็กหญิงยิ้มให้ผู้เป็นแม่ เธอนอนหนุนตักแม่ฮัมเพลงที่ชอบอย่างร่าเริง



มันนานมาแล้วที่ครอบครัวของเธอเคยอบอุ่นนานขนาดที่เธอคิดว่ามันอาจเป็นเพียงความฝัน หรืออาจไม่เคยเกิดขึ้นเลยในชีวิตของเธอ ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นเกิดขึ้นในบ้านหลังเล็กๆ มันเล็กว่าบ้านหลังนี้มาก อาจเพราะความคับแคบกระมังที่ทำให้ไออุ่นแผ่กระจายได้ทั่วถึง ไม่เหมือนบ้านหลังนี้ที่ใหญ่จนหากันแทบไม่เจอ พ่อกับแม่จึงไม่เห็นว่าเธอเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง เด็กสาวเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้น เหม็นกลิ่นอาหาร คลื่นไส้อาเจียน จนกระทั่งเธอเป็นลมลื่นล้มไถลไปตามขั้นบันไดในบ่ายวันหนึ่งขณะกำลังเดินเข้าห้องเรียน เลือดที่ไหลลงมาตามขาทำให้เพื่อนและครูตกใจรีบนำเธอส่งโรงพยาบาล



“เธอลองเล่นแคมฟร็อกสิ มีเพื่อนๆ ที่ให้คำปรึกษาเราเยอะแยะเลย” เพื่อนคนหนึ่งบอกเมื่อเธอเปรยเรื่องที่บ้านให้ฟัง
“ยังไงหรือฉันเล่นไม่เป็น” เธอเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“แหม ! เธอนี่เชยจริงๆ “ เพื่อนสาวคนเดิมบ่นด้วยรอยยิ้มเหยียดๆ ก่อนที่จะอธิบายวิธีเล่นโปรแกรมที่ว่าให้เธอฟัง เย็นวันนั้นเธอจึงขอให้เพื่อนช่วยพาไปซื้อกล้องสำหรับติดตั้งกับคอมพิวเตอร์
เมื่อกลับถึงบ้านเธอติดกล้องและเปิดโปรแกรมตามที่เพื่อนบอก เลือกเข้าห้องที่เพื่อนคนเดิมแนะนำ วันนี้เด็กสาวรู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบโลกใหม่ เธอมีเพื่อนที่ประสบปัญหาเดียวกันมากมาย เธอเลือกคุยกับพี่ชายคนหนึ่ง เขาช่างเป็นคนดีเข้าใจความรู้สึกเธอทุกอย่าง อ่อนโยนและปลอบประโลมยามเธอมีทุกข์ ในทุกๆ เย็นเธอจะรีบทานข้าวแล้วหมกตัวอยู่ในห้อง หายไปในโลกที่พ่อแม่ไม่เคยเข้าถึงเพราะไม่เคยใส่ใจ แม้เธอจะเงียบหายไปจากการเป็นส่วนหนึ่งในบ้านก็ไม่เคยมีใครสงสัยและกลายเป็นเรื่องปกติ



เด็กหญิงวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่ด้วยอาการลิงโลด เมื่อเธอถูกทางโรงเรียนเลือกให้เป็นตัวแทนไปแข่งอ่านทำนองเสนาะ พ่อเข้ามาสมทบหลังจากได้ยินข่าวดีจากลูกสาว ทั้งสามกอดกันจนกลายเป็นหนึ่งเดียว เธอเจื้อยแจ้วถึงคำพูดของคุณครูให้พ่อกับแม่ฟัง แม่บอกว่าวันนั้นจะใส่เสื้อลายดอกที่ซื้อมาตั้งนานแล้วไปดูการแข่งขันของเธอ แต่พ่อไปไม่ได้เพราะรับงานทาสีบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกใหม่หน้าปากซอยไว้



เด็กสาวร่างกายเปลือยเปล่ากำลังโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่หน้ากล้องตัวจิ๋วที่ติดตั้งไว้กับคอมพิวเตอร์ ราวกับตัวเองเป็นนางโชว์มืออาชีพในสถานบริการ ผิวขาวนวลอกอวบอิ่มสะโพกกลมกลึงซึ่งเราเรียกมันว่าของสงวนถูกเผยแพร่ไปให้สมาชิกร่วมห้องสนทนาฮิตในโปรแกรมแคมฟร็อกที่เรียกตัวเองว่าเพื่อนได้ดูกันอย่างทั่วถึง คนแล้วคนเล่าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันโชว์ลีลาที่คิดว่ายั่วยวน เซ็กซี่ที่สุด ดูๆไปคล้ายกับท่าทางทุรนทุราย
ของอสูรกายที่กำลังแก่งแย่งกันหนีจากไฟนรก ปราศจากความสวยงามตามแบบที่หญิงสาวควรจะเป็น ยางอายในยามนี้ถูกชะล้างด้วยสิ่งเสพติดเม็ดเล็กแต่อานุภาพยิ่งใหญ่นอกจากทำให้มึนเมาแล้ว ยังสามารถ เร่งเร้าความกล้าให้ออกมาโลดแล่นในทางเสื่อมได้อย่างไม่สะทกสะท้าน



เด็กสาวยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงสีขาว ผู้เป็นแม่เปิดประตูเข้ามาเกาะขอบเตียงพินิจพิจารณาดวงของลูกสาวอย่างกังวล นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอได้มองหน้าลูกสาวอย่างเต็มตา ชั่วอึดใจนายแพทย์หนุ่มก็เดินเข้ามายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียง
“ลูกสาวคุณเสียเลือดมากก็เลยเกิดอาการช็อค” เขารายงานอาการคนไข้ทันที
“แต่ที่โรงเรียนบอกว่าแกแค่เป็นลมไม่ใช่หรือคะ ?” ผู้เป็นแม่ยืนยันอาการตามคำบอกเล่าของอาจารย์ที่นำบุตรสาวของเธอมาส่งโรงพยาบาล
“ใช่ครับ“ นายแพทย์หนุ่มกล่าว และเว้นช่วงไว้นิดหน่อยเหมือนไม่แน่ใจว่าจะพูดประโยคต่อไปดีหรือเปล่า แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดออกไป “แต่นั่นเพราะลูกสาวคุณเสียเลือดมาก และทางเราคาดว่ามันมาจากการทำแท้ง”
“ทำแท้ง !” ดังสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไง ประโยคนี้วนอยู่ในใจของหญิงสาวเหมือนรูปที่ถูกเปิดซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาได้ยินประโยคที่ออกจากปากหมอเมื่อครู่พอดี
“แล้วลูกผมจะเป็นยังไงบ้างหมอ”
“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดคาดแกน่าจะฟื้นภายในวันนี้นะครับ ยังไงเราก็คงต้องส่งกำลังใจไปช่วยแกอีกแรงหนึ่งด้วย ” หมอกล่าวเสียงเรียบแต่นัยย์ตายังมีแววกังวล
“ดูลูกยังไง ถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้” ชายวัยกลางคนกระแทกเสียงใส่ภรรยาหลังจากหมอเดินออกจากห้องไปแล้ว
“คุณจะมาโทษฉันฝ่ายเดียวได้ยังไง นั่นมันก็ลูกคุณเหมือนกันนะ” ฝ่ายหญิงตอกกลับ
“ที่ผมหาเงินมาให้คุณกับลูกใช้นี่ยังไม่พอใจอีกหรือไง ต้องให้ผมมาจัดการเรื่องลูกด้วยหรือ ?” เขาขบกรามดังกรอด “นี่มันบ้าบออะไรกันนี่”
เสียงถกเถียงระคนเสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แม้กำแพงปูนที่แน่นหนาของห้องคนพักฟื้นพิเศษยังต้านไว้ไม่อยู่ จนพยาบาลต้องเข้ามาเตือน แต่เมื่อลับหลังไปสงครามน้ำลายก็เริ่มปะทุขึ้นอีก เรื่องเก่าถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเป็นอาวุธทิ่มแทงกันอย่างดุเดือดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนทั้งคู่จะลืมร่างของลูกสาวที่ยังนอนไร้สติอยู่ตรงหน้าไปโดยสิ้นเชิง



เด็กสาวรู้สึกแปลกใจที่พบว่าตัวเองยืนอยู่ตรงกลางของทางเดินเล็กๆ ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศโดยรอบถูกปกคลุมด้วยสีดำสนิท ไม่มีวัสดุใดๆ บ่งบอกสักนิดว่าจุดที่เธอยืนอยู่เป็นสถานที่แห่งไหน มันคล้ายหลอดแก้วที่ทอดตัวอยู่ในอวกาศเหมือนที่เคยเห็นในหนังสือวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ปรากฏดาวสักดวง มีเพียงประตูสีขาวที่อยู่ปลายทางของทั้งสองฝั่งเฝ้ารอให้เธอก้าวเข้าไปค้นหา เด็กสาวหันรีหันขวางชั่งใจระหว่างปลายทางทั้งสองก่อนจะตัดสินใจเลือกเดินไปยังประตูทางด้ายขวามือ แต่ละก้าวที่ทำลายระยะห่างระหว่างเธอ
กับประตูนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าและกล้าๆกลัวๆ แปลกที่เธอกลับใช้เวลาเดินมาหยุดยืนเผชิญหน้ากับบานประตูสีขาวนี้เพียงเสี้ยวนาที

เธอพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะใช้มือผลักมันเข้าไป ภาพที่เห็นคือห้องสีขาวในคลินิกแห่งหนึ่ง ผนังด้านซ้ายมือที่ทอดตัวต่อจากประตูมีหญิงสาวที่แต่งกายด้วยเสื้อคลุมและหมวกคล้ายชุดปลอดเชื้อของแพทย์แต่มันเป็นสีขาว เธอกำลังสาละวนกับการเตรียมเครื่องมือเหมือนกำลังจะทำการผ่าตัดอะไรบางอย่าง ถัดไปเป็นผ้าม่านที่กั้นห้องนี้ให้พ้นจากโลกภายนอก ตรงกลางห้องมีคนนอนหงายอยู่บนเตียงเหล็กร่างกายตั้งแต่หน้าอกถึงน่องถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวมอๆ ขาทั้งสองถูกยกสูงในลักษณะแยกจากกันพาดไว้บนเหล็กที่เหมือนคานทั้งสองข้างของปลายเตียง ซึ่งด้านนั้นหันมาทางประตูพอดีทำให้ไม่เห็นหน้าคนบนเตียง เด็กสาวจึงเดินอ้อมเข้าไปดูใกล้ๆ เป็นไปได้ยังไง ! คนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นคือตัวเธอเอง ตาของเธอเบิกโตด้วยความตกใจระคนสงสัยในสิ่งที่เห็น ผู้หญิงในชุดคลุมและหมวกคนเดิมเดินถือถาดโลหะวาววับมารองรับลิ่มเลือดที่พุ่งออกมาจากหว่างขา ห้องสีขาวพลันเปรอะเปื้อนไปด้วยเป็นสีแดงฉานของหยดเลือด กรี๊ด ! ภาพตรงหน้าทำให้เด็กสาวร้องออกมาอย่างลืมตัว แต่เสียงที่คุ้นหูได้ดังแทรกขึ้นมาทำให้เธอหยุดฟังและหันไปสนใจกับต้นเสียงที่อยู่นอกผ้าม่าน
“เพราะคุณที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้” เสียงผู้หญิงตะโกนลั่น
“เธอนั่นแหละเลี้ยงลูกยังไง ปล่อยให้มันทำตัวแบบนี้” ผู้ชายกระแทกเสียงสวนกลับทันที
“นี่มันก็ลูกคุณเหมือนกันนะ อย่ามาโยนให้ฉันรับผิดชอบคนเดียวสิ ถ้าคุณไม่แบ่งเวลาไปให้ผู้หญิงอื่นก็คงมีเวลามาดูแลลูกบ้าง มันก็คงไม่ทำตัวแบบนี้หรอก”
“อย่ามาพูดมั่วๆ นะ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นก็เพราะคุณมัวแต่เอาเวลามาจับผิดผมนั่นแหละ”
“ก็คุณมันมีความผิดจริงมั๊ยล่ะ ?”
เสียงทะเลาะกันของคนนอกม่านดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่องเก่าๆ เริ่มขุดคุ้ยมาด่าทอกันราวกับเป็นศัตรูมาแต่ชาติปางไหน จนในที่สุดก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือ เด็กสาวรู้สึกคุ้นชินกับเหตุการณ์แบบนี้ และเริ่มคาดเดาว่าคนหลังม่านต้องเป็นพ่อกับแม่อย่างแน่นอน เธอลังเลก่อนจะใช้มือแหวกผ้าม่านออก ภาพที่เห็นเป็นจริงอย่างที่คาด พ่อกับแม่ของเธอกำลังทะเลาะตบตีกันท่ามกลางเปลวไฟสีส้มที่ลุกโชติช่วงขึ้นเรื่อยๆ เขม่าควันสีดำทำให้ห้องสีขาวสะอาดตานั้นขมุกขมัวภายในพริบตา กรี๊ด ! เด็กสาวกรีดร้องพร้อมยกมือขึ้นปิดหูและวิ่งเตลิดออกจากห้องนี้กลับไปทางเดิม
เธอวิ่งเร็วราวกับม้าฝีเท้าเยี่ยม จนในที่สุดเธอก็มายืนอยู่หน้าประตูสีขาวอีกบาน และทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่นาน กว่าที่จะผลักประตูตรงหน้าเข้าไปด้วยความสงสัย ความหวาดกลัวจากภาพเมื่อครู่ทำให้เธอเพียงแค่ค่อยๆ ชะโงกหน้าสังเกตการณ์ภายในห้องเท่านั้น
ในบ้านไม้เก่าๆ หลังเล็กๆ เด็กหญิงกำลังอวดใบประกาศนียบัตรรับรองผลชนะเลิศอันดับหนึ่งของการแข่งขันอ่านทำนองเสนาะ ผู้เป็นแม่หยิบใบประกาศมาดูในขณะกำลังตั้งวงข้าว เมื่ออ่านรายละเอียดแล้วเธอจึงดึงลูกสาวเข้าไปหอมแก้ม
“เก่งนะเรา” ผู้เป็นแม่กล่าวแล้วส่งใบประกาศแผ่นนั้นให้พ่อต่อ
“ไม่เสียแรงที่พ่อกับแม่พยายามหาเงินมาส่งเอ็งเรียน” ผู้เป็นพ่อส่งกระดาษแผ่นสำคัญนั้นคืนให้ลูกสาวแล้วขยี้ผมลูกอย่างเอ็นดู เด็กสาวทำจมูกย่นล้อเลียนพ่อ ทำให้แม่ที่นั่งมองอยู่หัวเราะกับอาการของลูกสาว
“กินข้าวเถอะวันนี้มีหมูทอดเป็นรางวัลให้หนูด้วย” หญิงสาวสองพ่อลูกไปที่วงข้าวที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
เด็กสาวมองภาพตรงหน้าด้วยอาการอิจฉา เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ วงข้าวของครอบครัวนั้น ทั้งสามกินข้าวด้วยกันอย่างเงียบๆ แต่เป็นความเงียบที่อบอุ่นแตกต่างจากความเงียบโต๊ะกินข้าวของบ้านเธอ
เหลือเกิน
“อ้าว !”
ผู้เป็นแม่เงยหน้าจากวงข้าวแล้วมองมาที่เธอ เด็กสาวผงะเล็กน้อยไม่คิดว่าหญิงสาวจะมองเห็นเธอ เพราะในที่แล้วไม่มีใครเห็นเธอเลยสักคน เธอหยุดฝีเท้าแล้วกำลังจะหันหลังกลับ
“หนูมาที่นี่ได้ยังไง” หญิงสาวในวงข้าวเอ่ยกับเด็กสาว นั่นทำให้เธอหันกลับไปมอง และพบว่าเด็กหญิงกำลังเดินตรงมาที่เธอ พร้อมกับส่งรอยยิ้มไร้เดียงสาให้ ก่อนที่จะใช้มือเล็กนั้นจับมือของเธอ
“มากินข้าวด้วยกันสิคะพี่”
เด็กสาวยิ้มตอบและเดินตามไปอย่างว่าง่ายเพื่อร่วมวงข้าวกับทั้งสามคน
“บ้านนี้น่าอยู่จังนะคะ” เด็กสาวเอ่ยหลังจากตักข้าวใส่ปากได้สองคำ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในใจบอกให้เธอพูดออกมาแบบนั้น หญิงสาวส่งรอยยิ้มเย็นกลับมาแทนคำตอบ
“พี่ก็อยู่กับหนูที่นี่สิคะ” เด็กหญิงชวน
“ไม่ได้หรอกลูก พี่เขาต้องกลับไปอยู่ในที่ของเขา” ผู้เป็นแม่ปรามลูกสาว
“คุณน้ารังเกียจหนูหรือคะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น เอ็งก็มีบ้าน มีพ่อแม่ มีหน้าที่ต้องทำ” ชายหนุ่มชี้แจง
“หนูอยากอยู่ที่นี่จริงๆ นะคะ ที่นี่ทำให้หนูอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกได้จากที่ไหนมาก่อน หนูก็ฝันว่าอยากจะมีบ้านแบบนี้มานานแล้ว”
“กลับไปเถอะหนูก่อนที่ประตูจะปิด แล้วหนูจะไม่ได้กลับไปอีก” หญิงสาวชี้ไปที่ประตู เด็กสาวมองตามก็เห็นว่าประตูนั้นค่อยๆ เลื่อนปิดลงทีละน้อย
“พวกเราไม่ได้รังเกียจเอ็งหรอกแต่ถ้าเอ็งอยู่ที่นี่เอ็งจะไม่ได้กลับไปอีก” ชายหนุ่มเสริม เด็กสาวพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ เธอหันกลับมามองที่วงข้านั้นอีกครั้งทั้งสามโบกมือและส่งรอยยิ้มให้ เด็กสาวยิ้มตอบก่อนจะใช้มือผลักประตูให้ปิดลงท่ามกลางความตกใจของทั้งสามคน



เสียงสัญญาณจากเครื่องตรวจวัดชีพจรดังลากเสียงยาว เส้นกราฟที่หน้าปัดวิ่งเป็นเส้นตรงยาว หมอและเหล่าพยาบาลวิ่งกันจ้าละหวั่น เครื่องปั๊มหัวใจถูกกดลงที่ร่างกายที่แน่นิ่งสองสามครั้ง แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับ หมอใช้ไปฉายกระบอกเล็กส่องรูม่านตาแล้วส่ายศีรษะ กระบวนการรั้งชีวิตกำลังจะดำเนินไปอีกครั้ง แต่คงไม่เป็นผลเพราะเด็กสาวเจ้าของร่างได้เลือกแล้วว่าเธอจะปิดประตูแห่งความจริงลงอย่างถาวร


.....................................................





Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 4:46:54 น. 36 comments
Counter : 494 Pageviews.

 
ดีจัง... มาให้กำลังใจน๊า


โดย: piggew (ARPUPU ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:26:14 น.  

 
โอ้ว บทลงท้ายออกแนวเศร้านะคะ จะมีต่อไม๊คะเนี่ย

สบายดีน๊าฝนแวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: Malee30 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:04:29 น.  

 

บางที..เธออาจคิดถูกก็ได้ค่ะ...



โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:21:43 น.  

 


เศร้าเนอะ


โดย: แสง สีรุ้ง วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:43:17 น.  

 
ยินดีเลยค้าฝนอยู่ออสโลค่ะ

srivetchasil02@yahoo.com


โดย: Malee30 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:37:35 น.  

 

พอดีลิตช์เห็นหนังเรื่องกอดเข้าหนะค่ะ เลยตรงคอนเซ๊ปต์...



โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:4:19:15 น.  

 
สวัสดีคะ แวะมาทักทายยามเช้า


โดย: หน่อยอิง วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:9:40:52 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ
ห่างหายไปร่วมเดือน เลยมาเยี่ยมช้า ต้องขออภัยด้วยนะคะ
ขอบคุณมากเลยค่ะที่แวะไปทักทาย


โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:11:54:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ
แวะมาขอบคุณค่ะที่ไปฟังเพลงด้วยกันที่บล็อกนู้น
มีความสุขกับวันพักผ่อนนะคะ


โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:12:43:21 น.  

 
วันนี้วันเกิด....
สุดประเสริฐเลิศกว่าวันไหน
วันนี้ขอให้มีแต่สุขใจ
และขอให้สุด ๆ กว่าวันไหนทุกวี่วัน


+++ H a p p y B i r t h d a y ค่ะ +++




โดย: โสดในซอย วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:0:10:11 น.  

 
แวะมา Say Happy Birthday!!!!! คร้าบบบบบ
ช่วยรับเค้กวันเกิดด้วยครับ เอาไป 2 ก้อนเลยนะ



ได้เวลา Summer แล้วเตรียมตัวไปเที่ยวทะเลกันเถอะ


ภาพนี้ตอนไปดำน้าที่เกาะช้างเมื่อปีก่อนครับ




โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:0:13:03 น.  

 


สุขสันต์วันเกิดนะคะ
มีความสุขมาก ๆ
คิดสิ่งใดสมหวังดั่งใจปรารถนา


มาอีกเป็นรอบที่ 3 ค่า



โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:0:13:24 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ มีความสุขมากๆทุกๆวัน โรคภัยอย่าได้ แพ่วพาน การงานรุ่งโรจน์ ไม่เจ็บไม่จนครับ และเพื่อเป็นการเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด ผมขอเชิญแวะเข้ามาที่ blog พอดีผมมี cocktail รอให้ดื่มอยู่ครับ


โดย: veerar วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:0:25:46 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ





โดย: simple_xxx วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:1:22:03 น.  

 


สุขสันต์วันเกิดจ้า ขอให้เป็นปีที่ดีตลอดไปของคุณ

สวัสดีเช้าวันหยุดคะ


โดย: pigarea วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:6:17:57 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ ขอให้มีแต่ความสุขและความสมหวังนะค่ะ



โดย: Candydolls วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:7:37:49 น.  

 



โดย: a_mulika วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:8:20:31 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ^^



โดย: Charlotte Russe วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:8:26:00 น.  

 
อ่านเรื่องแล้ว ก็อึ้งนืดๆๆ




ขอให้มีความสุขในวันเกิดนะค่ะ

พบเจอแต่สิ่งดีๆๆนะ


โดย: zalitalin วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:8:28:37 น.  

 



สุขสันต์วันเกิดครับ



โดย: พฤกษาริมน้ำ วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:9:25:28 น.  

 
______ Glad you have a nice party ! __________




Happy Birthday Comments

Happy Birthday Comments click here..



โดย: Opey วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:9:42:14 น.  

 


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:10:19:59 น.  

 
Happy Birthday นะค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ ปล. ตามมาเยี่ยมชมค่ะ



โดย: Takaw (Takaw ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:10:22:07 น.  

 


::::::: H A P P Y :: B I R T H D A Y :::::::


ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ และมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยค่ะ



โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:10:27:04 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า..มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*****




โดย: ป้าหู้เองจ่ะ... (fifty-four ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:10:40:35 น.  

 


โดย: kanhompung วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:10:47:04 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จค่ะ

zwani.com myspace graphic comments


โดย: แม่น้องแปงแปง (แม่น้องแปงแปง ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:10:49:03 น.  

 

Happy Birthday นะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ
และมีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังคะ





โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:12:35:20 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดอกฝิ่นสีชมพู วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:13:09:42 น.  

 


โดย: joblovenuk วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:13:43:15 น.  

 


โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:14:50:56 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ




โดย: vanilla_ole วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:16:56:47 น.  

 


โดย: นู๋แป๋ว (nupaew ) วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:18:00:17 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ มีความสุขมากๆ ค่ะ


โดย: ohioh วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:19:54:27 น.  

 



โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:20:50:48 น.  

 


*** สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ
พรใดที่เป็นของชาวโลก
สุขใดที่ช่วงโชติของชาวสวรรค์
รักใดที่อมตะและนิรันดร์
ขอรักนั้นและพรนั้นจงเป็นของ....จขบ. คะ***



โดย: หน่อยอิง วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:9:32:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gagayear
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]































Site Meter

New Comments
Friends' blogs
[Add gagayear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.