Apple in Neverland (เพียงเพราะโลกมันกลม...หรือพรหมลิขิต)
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
30 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
The 50 diet tips every woman should know


50 เคล็ดลับไดเอตพึงรู้คู่สาวๆ


1.ยอมรับความจริง คุณมีเอวหนาไม่ใช่เพราะการเผาผลาญพลังงานต่ำหรือปัญหาต่อมใดต่อมหนึ่งผิดปกติ แต่เป็นเพราะสิ่งที่กินเข้าไปต่างหากล่ะ ทำใจรับเรื่องนี้ซะแล้วคุณจะมีแรงบันดาลใจมากขึ้น

2.อย่าผัดผ่อน เริ่มซะตั้งแต่วันนี้การไปโรงยิมพรุ่งนี้ หรือไดเอตะวันมะรืนน่ะทำได้ง่าย ว่าแต่ว่าที่จริงแล้วคุณอยากลดน้ำหนักตอนนี้ไม่ใช่หรือ?

3.เน้นการเปลี่ยนนิสัยการกิน ตลอดชีพแทนแค่การไดเอตเฉย ๆการไดเอตคือการเริ่มในวันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ และเปลี่ยนการกินในระหว่างนั้น พอจบสิ้นโปรกแกรมคุณก็หวนไปกินเหมือนเดิม และน้ำหนักขึ้นเท่าเดิม แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ

4.เลิกคิดซะทีว่าพลาดไปครั้งหนึ่งก็จะพังไปทั้งหมด คุณเผลอกินมากไปใช่มั้ย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องโยนการไดเอตทิ้งแล้วตรงดิ่งวิ่งไปที่ตู้เย็นนี่นา ก็แค่ยอมรับความจริงแล้วเริ่มใหม่

5.จดบันทึกการกินเพื่อจำแนกว่ากินอะไรมากแค่ไหน จะได้เห็นกันจะๆว่าควรเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

6.เลิกโทษโอกาสพิเศษว่าทำให้มีนิสัยการกินที่ไม่ดีซะเถอะ ที่ทำงานต้องมีเค้กวันเกิดเสมอ หรือไม่ก็ใครสักคนเลี้ยงข้าวกลางวันแถมต้องไปดริ๊งก์ตอนกลางคืนอีกล่ะ นี่เป็นชีวิตปกติมากๆของคุณ ดังนั้นจงยอมรับและจัดแผนการกินเพื่อนสุขภาพที่ดีให้สอดคล้องกับสถานการณ์จะดีกว่า

7.เลี่ยงไดเอตแบบที่คุณไม่ปลื้ม อาหารควรเป็นเรื่องน่าอภิรมย์ ไม่ใข่เรื่องรันทดใจ สิ่งที่ควรทำจึงเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและคุณควรปลื้มกับมันด้วย

8.อย่างเหมาว่าสลัดคืออาหารเพื่อสุขภาพ เพราะอาจเพียบไปด้วยมายองเนส ชีส ถั่ว ซึ่งแคลอรีเพียบ

9.เวลาทำกับข้าวให้เคี้ยวหมากฝรั่งชูการ์ฟรี เพื่อยับยั้งการชิมหรือหยิบอาหารใกล้มือหรือของจิบจิบใดๆ ถ้าลดชีสที่คุณกินทุกวันลงไปได้ คุณจะลดน้ำหนักได้ปีละ 5 กิโลกรัมเลยทีเดียว

10.ทำอะไรให้มือไม่ว่าง เช่น ถักนิตตึ้ง ตอนดูทีวี เย็บผ้า ทาเล็บ แทนการหยิบขนมเข้าปาก

11.ถ้าคุณกินเสมอเวลาดื่ม ให้เปลี่ยนนิสัยการดื่มใหม่ เช่น ปกติคุณกินขนมปัง 2-3 ชิ้นกับชาตอนบ่าย ให้เปลี่ยนเป็นชากับซุปไขมันต่ำแทน

12.แปรงฟันเวลานึกอยากกินของจุบจิบ นั่นเพราะอาหารจะมีรสชาติแย่หลังใช้ยาสีฟันน่ะสิ

13.ดูวิธีการกินของสาวหุ่นผอม เช่น พวกเขาอาจสั่งยินกับสลิมมิ่งโทนิค (50 แคลอรี) แทนไวน์หนึ่งแก้ว (100 แคลอรี) งดของหวานและชีส นานๆ ครั้งถึงจะแตะช็อกโกแลต

14.มุ่งที่การกินสิ่งดีๆ แทนของแย่ๆ เช่น กินผักผลไม้แล้วคุณจะกินไขมันกับน้ำตาลน้อยลงเพราะจะรู้สึกอิ่มมากขึ้นไงล่ะ

15.ชี้อุปสรรคตัวหยุดยั้ง แล้วคุณจะลดน้ำหนักได้ อุปสรรคทั่วไปอาจหมายถึงอาหารซื้อกลับบ้านในคืนวันศุกร์ ไม่มีเวลาทำกับข้าว ไม่ชอบโรงยิม หรือเป็นครอบครัวปลื้มการกินชิป วางแผนฟาดฟันสู้อุปสรรคแล้วคุณจะลดน้ำหนักได้

16.เปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารเป็นแบบสเปรย์ น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะมี 100 แคลอรี ขณะแบบสเปรย์มี 10 แคลอรี แค่เปลี่ยนเท่านี้ก็ลดน้ำหนัก 4 กิโลกรัมในหนึ่งปีได้แล้ว

17.อย่าตักกินจากขวด ห่อ หรือถุง เพราะคุณอาจกวาดกินหมดทั้งกล่องหรือไอศกรีมทั้งกระปุกเพราะไม่เห็นว่ากินมากแค่ไหน ให้ตักใส่ชามแทน ซึ่งควรจะเป็นชามเล็กๆ ด้วย

18.คิดถึงอาหารโปรดแคลอรีสูง แล้วหาทางเลือกแคลอรีต่ำที่กินแบบเดียวกันได้ เช่น กินเบบี้แครอททอดกรอบแทนชิป

19.ดื่มน้ำเวลาหิว เพื่อให้แน่ใจว่าไม่หลงผิดคิดว่าความกระหายเป็นความหิว

20.จำไว้ว่าอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น มุสลี ข้าวกล้อง น้ำผลไม้มีแคลอรีเหมือนกัน ดังนั้นต้องระวังปริมาณทีกินด้วย

21.ปรุงอาหารให้อร่อยขึ้นด้วยการโรยสมุนไพร เช่น กระเทียมและเครื่องเทศเนยหรือน้ำมัน จะอร่อยโดยไม่รับแคลอรี

22.ซื้ออาหารห่อเล็ก เช่น บิสกิต ขนม กรุบกรอบ ถั่ว แทนถุงใหญ่ซึ่งมันเผลอกินหมดถุงโตๆ ทั้งหมดนั้นเสมอ

23.เปลี่ยนจากเครื่องดื่มน้ำอัดลมมาเป็นแบบไดเอต คนที่เคยดื่นวันละกระป๋อง จะลดน้ำหนักได้ 6.8 กิโลกรัม ในหนึ่งปีถ้าเลือกแบบได้เอตแทน แต่ทางที่ดีดื่มน้ำเปล่ากันดีกว่านะ

24.กำจัดอาหารไขมันและน้ำตาลเพียบไปจากตู้ในครัว เพราะถ้ามีตัวเลือกน้อย คุณจะได้กินน้อยลงไงล่ะ

25.เก็บอาหารไขมันต่ำแบบแช่แข็งเอาไว้ในตู้เย็น รวมทั้งผักและสลัดด้วย เวลาหิวจะได้หยิบได้ทันที

26.กินไข่คนกับขนมปังปิ้ง สลัด และมันฝรั่งอบทั้งเปลือกเป็นอาหารหนึ่งมื้อใหญ่

27.ปรุงสลัดรสอร่อยโดยใช้ผักสำเร็จรูป มะเขือเทศเชอร์รี่ ข้าวโพดหวานกระป๋อง น้ำส้มบัลซามิคเป็นทางเลือกที่ใช้ได้

28.ปรุงพาสต้าโฮลวีท และผักแช่แข็ง ใส่ซอสมะเขือเทศไขมันต่ำ โปะด้วยพาร์ชวนชีสเสิร์ฟกับสลัด

29.เสิร์ฟผักหรือสลัดก่อนอาหารจานอิ่ม เพื่อกินให้อิ่มไปครึ่งท้องก่อน จากนั้นกินข้าวหรือพาสต้า หรือขนมปังอีกหนึ่งในสี่และอีกหนึ่งในสี่เป็นไก่ ปลา ไข่ หรือถั่ว

30.หมั่นสังเกตปริมาณอาหารสำเร็จรูป โดยเฉพาะพาสต้าและข้าว โดยปรุงตามคำแนะนำที่ฉลาก

31.ขับรถไปผับจะได้จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ตัวเองได้ เพราะคุณจะได้ไม่แตะแอลกอฮอล์ไงล่ะ แต่ก็ต้องเลือกเครื่องดื่มอย่างระวังด้วย โค้กหนึ่งแก้วมีแคลอรีมากกว่าไวน์หนึ่งแก้ว เลือกเครื่องดื่มโซดาและค่อยๆจิบ หรือเครื่องดื่มไดเอตหรือน้ำมะนาว

32.เลือกคุณภาพแทนปริมาณ เครื่องปรุงคุณภาพดีมีรสชาติเพียบสนองความหิวคุณให้รู้สึกอิ่มไวและไม่กินจุ

33.เสิร์ฟอาหารใส่จานใบเล็ก เป็นตำราเก่าสุดแต่ใช้การได้โดยเฉพาะถ้าคุณชอบเติมช้ำ

34.ระวังอาหารไขมันต่ำ เพราะไม่ได้หมายความว่ามีแคลอรีต่ำ อาหารไขมันต่ำ เช่น บิสกิตและมัฟฟินมันเป็นตัวแย่สุด แม้จะมีไขมันต่ำแต่น้ำตาลที่เพิ่มทำให้จำนวนแคลอรีโดยรวมสูง

35.อย่าอ่านหนังสือหรือดูทีวีตอนกินอาหาร สิ่งเบี่ยงเบนจะทำให้คุณตักอาหารเข้าปากมากเกินควร

36.หาสิ่งชดเชยการกินเพื่อปลอบใจ แทนที่จะคว้าช็อกโกแลตมากินให้เปิดเพลงฟังหรือโทรหาเพื่อนซี้แทน

37.กินสม่ำเสมอ อย่าเว้นมื้อใดโดยเฉพาะอาหารเช้า การศึกษาพบว่าคนที่เว้นอาหารเช้ามักอ้วนกว่าคนที่กินมื้อเช้าเพราะมักชดเชยและกินมากขึ้นในเวลาต่อมา

38.ค้นหานิสัยที่ทำลายเจตนาอันดีของคุณ แล้วเปลี่ยนแปลงซะใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น แทนทีจะปราดไปที่ตู้เย็นตอนกลับบ้านให้เลือกผลไม้แทน หรือถ้าผ่านร้านขนมเป็นซื้อทุกทีก็ให้เปลี่ยนไปเดินเส้นทางอื่นแทน

39.นอนให้พอ ความเหนื่อยล้าบ่อยๆ ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ การได้นอนเพิ่มอีกชั่วโมงสองชั่วโมงช่วยทำให้อยู่ห่างจากอาหาร

40.เลือกอาหารปริมาณน้อยสุด จากการศึกษาพบว่ายิ่งได้อาหารมากเท่าไรก็ยิ่งกินมากเท่านั้นโดยไม่สนใจว่าหิวหรือเปล่า ที่แย่กว่านั้นก็คือไม่ยอมชดเชยด้วยการกินน้อยลงทีหลังอีกด้วย

41.อย่าดื่มแคลอรี น้ำผลไม้แก้วโตมี 120 แคลอรี น้ำอัดลมกระป๋อง 140 แคลอรี ถ้ากระหายให้ดื่มน้ำเปล่าซึ่งไร้แคลอรีแทน

42.เริ่มอาหารทุกมื้อด้วยสลัดผัก แต่ต้องใช้น้ำส้มบัลซามิคหรือน้ำสลัดไร้ไขมันนะ

43.เลือกอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ พูดง่ายๆ คือเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นพลังงานเพราะช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ดังนั้นคุณจะไม่หิวและกินจุบจิบ ทางเลือกที่ดีคือ โฮลวีตพาสต้า บะหมี่ พอริดจ์ โฮลเกรน ซีเรียล ผักและผลไม้

44.ลองของว่างแคลอรีต่ำต่อไปนี้ถ้าหิว
• ซุปไขมันต่ำ
• เมลอนสักชิ้น
• สลัดผลไม้หนึ่งชาม
• ค็อกเทลกุ้งราดน้ำสลัดซีฟู้ด

45.เก็บผักหั่นใส่จานไว้ในตู้เย็น เป็นของว่างเสมอหิวจุบจิบ เสิร์ฟกับซอสซัลซาหรือโยเกิร์ตผสมมินท์ซอส น้ำมะนาวและกระเทียม

46.ซ่อนหม้อทอด เอาไว้จะได้ไม่หยิบมาทอดอะไรกินไงล่ะ

47.ใช้ตะเกียบเวลากินอาหาร จะได้กินช้าลง เพราะกินไม่ถนัดและมีเวลาตัดสินใจว่าจะเลือกของหวานอะไร สมองต้องการเวลา 20 นาที ในการรับสัญญาณว่าอิ่มแล้ว ดังนั้นไม่ว่าคุณจะกินอะไรเข้าไปก่อนหน้านั้นสมองยังไม่รับรู้

48.เตรียมอาหารเองแทนการกินนอกบ้าน หรือซื้ออาหารสำเร็จรูปมาซึ่งใส่เกลือและน้ำตาลที่คุณควบคุมไม่ได้

49.ลืมตาชั่งน้ำหนักในห้องน้ำไปซะ น้ำหนักคุณขึ้นๆลงๆ ตลอดวัน ดังนั้นการหมั่นชั่งวันละหลายครั้งไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากทำให้อารมณ์เสีย ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งก็พอ

50.อย่างดอาหารกลุ่มหลัก เช่น นมหรือไข่ไปเพื่อลดน้ำหนัก งดอาหารพวกนี้ช่วยให้น้ำหนักคุณลดได้ก็จริง แต่คุณจะทำไปตลอดชีวิตได้รึไง? นิสัยในการกินเพื่อลดน้ำหนักของคุณควรเป็นแบบยั่งยืนเพื่อให้น้ำหนักลดอย่างถาวร



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 9:48:54 น. 0 comments
Counter : 441 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม?
Location :
ภูเก็ต Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to my bloggang, My name is Apple
I born & grow up in big wonderful place from south
of thailand, I start to learn how to painting from
myself, I love painting, travel, photography,writing
Friends' blogs
[Add คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม?'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.