Everything that you see may not be something that you think

YoiChi_KunG
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่านที่มาเยี่ยมเยียน ติดต่อผมทาง facebook ได้นะครับ ใช้ชื่อว่า Yoichi kung ตอนนี้ไม่ได้อัพบล็อคแล้ว แมสเสจมาหลังไมค์ก่อนก็ได้ครับ
((CLICK เลือกฟังเพลงได้เลยครับ)) boomp3.com boomp3.com boomp3.com boomp3.com boomp3.com boomp3.com
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add YoiChi_KunG's blog to your web]
Links
 

 
Little Miss Sunshine : คนขี้แพ้มักมีข้ออ้างเสมอ

Little Miss Sunshine

คะแนน IMDB : 8.1/10 (76,333 votes) , ส่วนตัว 8.5/10




หนังแนว Comedy ที่มีการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่อยู่เน้นไปที่รถโฟล์คเพียงคันเดียว เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของคนขี้แพ้ทั้ง 6 ที่อยากจะทำความฝันของ "โอลีฟ" ลูกสาวคนสุดท้อง ให้เป็นจริง โดยการเป็นผู้ชนะในการประกวด The Little Miss Sunshine ให้ได้

แต่ครอบครัวของโอลีฟเองก็มีปัญหากันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อที่ล้มเหลวจากการเป็นนักพูด แม่ที่สัญญากับพ่อไว้ว่าจะเลิกบุหรี่แต่ก็ต้องแอบสูบลับหลัง ลุงซึ่งเป็นเกย์แอบ พี่ชายที่มีปัญหาเรื่องตาบอดสีทำให้ไม่สามารถเป็นนักบินได้

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง ด้วยรถโฟล์ค นั้นทำให้ทุกคนได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน หันหน้าเข้าคุยกัน ทำให้ต่างคนต่างเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้วปัญหาของแต่ละคนนั้นมันก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวนี่สิเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าเป็นไหนๆ

คู่แข่งของเธอในการประกวด Miss Sunshine นั้น มีแต่เด็กสาวที่สวย เซ็กซี่ พยายามเฟคตัวเองให้เหมือนดาราบ้าง เหมือนนางแบบบ้าง ทำให้เราเองอดคิดไม่ได้เลยว่า โอลีฟ จะมีอะไรไปสู้เขาได้ โอลีฟนั้นไม่เหมาะกับการประกวดเวทีนางงาม แต่สิ่งหนึ่งที่โอลีฟแสดงออกมาก็คือ ความสดใส ร่าเริง ที่ไม่ต้องเฟคอะไร ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กผู้หญิงที่มีวัยวุฒิเพียงแค่นี้ ทำให้ในสายตาผมนั้นเธอน่ารักกว่าทุกคนที่ประกวด แต่ผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามกันครับ

ดูจบแล้ว รอยยิ้ม ความอิ่มเอมใจ ความประทับใจ ยังคงค้างในความรู้สึก ผมได้ข้อคิดมาด้วยแหละ ผู้ที่แพ้ ไม่ควรมีข้ออ้าง แต่เราควรยอมรับความพ่ายแพ้นั้น และถามตัวเองว่าเรามีความพยายาม+ความตั้งใจทำมันได้ดีที่สุดแล้วหรือยัง....ถ้าเราพยายามทำมันอย่างสุดความสามารถแล้วล่ะก็ ถึงเราจะไม่สำเร็จ แต่ก็ชนะใจตัวเองแล้ว



Create Date : 03 ธันวาคม 2550
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 14:41:29 น. 4 comments
Counter : 807 Pageviews.

 
ดูแล้วเหมือนกันค่ะ ประทับใจตอนท้ายมากๆ ทำให้รู้ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง ครอบครัวคือคนที่อยู่กับเราเสมอ



โดย: อีฟ IP: 124.120.84.167 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:13:26:35 น.  

 


โดย: 555+ IP: 118.172.172.67 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:19:06:59 น.  

 


โดย: แพน IP: 118.172.172.67 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:19:07:20 น.  

 
เพิ่งดูเรื่องนี้เมื่อวานครับทางช่อง Star Movie ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ชื่อเรื่องว่าอะไร คือไม่ได้ดูตั้งแต่เริ่มอ่ะครับ มาดูก็ตอนกลางๆเรื่องในรถแวนแล้ว แต่ก็คุ้นๆเหมือนกัน มารู้ชื่อก็ตอนที่ในครอบครัวพูดถึงการประกวด Little Miss Sunshine อ่ะครับทีนี้ก็อ๋อเลย คือว่าอยากดูเรื่องนี้ด้วยแต่ลืมๆไป เพราะได้ยินว่าเข้าชิงออสการ์ด้วยและได้ยินคำวิจารณ์ว่าดี
ตอนแรกก็ดูว่าหนังตลกดี แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆมากเลย
ชอบหลายฉาก เช่น ฉากที่หนู Olive นอนห้องเดียวกับปู่แล้วก็ได้คุยกับคุณปู่ น้องเขาอยู่ๆก็ร้องไห้ออกมาเพราะว่ากลัวแพ้การประกวด Miss Sunshine แต่คุณปู่ก็ปลอบน้องเขาว่า หนูสวยที่สุดแล้ว และก็บอกประมาณว่าอย่ากลัวที่จะแพ้ แต่จงกลัวที่จะไม่ได้ทำมันต่างหาก จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง...
อีกฉากก็คือตอนที่ Dwayne(พี่ชายของน้อง Olive)เขารู้ว่าตัวเองตาบอดสีจากการที่น้อง Olive เขาเล่นแผ่นตรวจสายตาอ่ะ แล้วลุงก็บอกให้เขารู้โดยตรงๆเลย Dwayne ก็เลยคลั่งเนื่องจากไม่สามารถเป็นนักบินได้แล้ว ก็เลยต้องจอดรถทั้งๆที่ต้องรีบไปกองประกวด Dwayne ที่กำลังสติแตกก็ไปที่ทุ่งข้างทางแล้วบอกว่าอยากอยู่คนเดียว ทิ้งเขาไว้ที่นี่ แล้วแม่เขาก็ไปปลอบแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายน้อง Olive ก็ไปปลอบโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากพูดสักคำ เพียงแค่เข้าไปซบข้างไหล่แล้วกอด เท่านี้ Dwayne ก็บอกว่าไปกันก็ได้แล้ว...
และอีกฉากที่ดูแล้วมันจี้ดี ฉากในโรงพยาบาล ก็คือตอนที่ปู่เขาเสียแล้ว แม่ก็บอกทุกคนว่าเรายังเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ แม่รักลูกทุกคนมากแล้วก็เริ่มร้องไห้ Dwayne ซึ่งตอนนั้นยังไม่ยอมพูด ตอนแรกนึกว่าเป็นใบ้ ก็ได้เขียนในสมุดฉีกแทนคำพูดว่า "Go Hug Mum" ให้กับน้อง Olive แล้วน้องเขาก็เดินเข้าไปกอดแม่ ดูแล้วก็ขำดี แต่ก็อบอุ่นดี
และอีกฉากก็คือ ตอนที่น้อง Olive อยู่หลังฉากเวทีการประกวดห้องแต่งตัวอ่ะ คือว่าพ่อและพี่ชายพยายามที่จะปกป้องน้อง Olive ด้วยการไม่ให้ขึ้นเวทีประกวดความสามารถรอบสุดท้ายแล้ว เพราะคนอื่นเขาจะหาว่าน้องหรือลูกตัวเองเป็นตัวตลก แต่แม่ก็ห้ามเพราะมันเป็นสิ่งเดียวในตอนนั้นที่น้อง Olive เขาปรารถนาและก็พยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก หลังจากปรึกษากันแล้ว 3 คน สุดท้ายแม่ก็บอกน้อง Olive ว่าถ้าไม่อยากประกวดต่อไปแล้วก็ไม่ต้องแล้วแต่ลูกประมาณนั้นอ่ะ แต่น้อง Olive ก็ไม่พูดอะไร น้องหยิบหมวกใส่ศีรษะแล้วก็พร้อมแสดงแล้ว แบบว่า The Show Must Go On อะไรประมาณนี้ แบบว่าน้องเขาแน่จริงๆ ชอบๆ
สรุปว่าชอบหนังเรื่องนี้มาก หลงรักไปเลย ดูแล้วนึกขำไม่หยุด อมยิ้มตลอด แต่ก็มีสาระข้อคิดดี ปนเคล้ากับความเพี้ยน ความฮาดี และก็มีเรื่องดราม่านิดๆปนเศร้าแบบน้ำตาซึมๆ ครบทุกรสเลย ทุกคนควรไปหามาดูนะครับ


โดย: Ton IP: 58.9.67.77 วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:10:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.