Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 

โบรกแนะเก็งกำไร 13 หุ้นเด่น ดัชนีมีลุ้นรีบาวด์รับประชุม G7-หวังQE3 ยังเน้นฝั่งขาย

ที่มา ข่าวหุ้นออนไลน์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.28 น. ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 31.52 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากเปลี่ยนแนวโน้มเป็นแข็งค่าต่อเนื่องใน 2 วันทำการที่ผ่านมา จากเมื่อปลายเดือนพ.ค.ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากสุดที่ระดับ 31.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ฟื้นตัวหลังปรับลงแรงวานนี้ เนื่องจากความคาดหวังกรณีกลุ่ม G7 เรียกประชุมฉุกเฉินวันนี้เพื่อพิจารณาวิกฤติหนี้ยูโรโซน นักวิเคราะห์คาดดัชนีหุ้นไทยมีลุ้นรีบาวด์ตามตลาดเอเชียเช้านี้ แต่ยังอยู่ในกรอบจำกัด ยังเน้นขายเป็นหลัก และเก็งกำไร 13 หุ้นเด่น ได้แก่ HEMRAJ, AI, AH, PF, LOXLEY, CPF, BGH, SINGER, MINT, BEC ,SCC, KBANK, BAY, ขณะที่หุ้นเด่นเดือนมิ.ย. ได้แก่  INTUCH, QH, GFPT, AOT, BECL, DTAC, SIRI และ AP

บล.ฟินันเซีย ไซรัสระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ยังแนะนำเน้นถือเงินสดเพื่อรอรอบใหญ่ แต่ระหว่างทางพอจะเทรดดิ้งได้บ้าง

กลยุทธ์: FSS ยังแนะนำให้เน้นถือเงินสดต่อเนื่อง เพราะเราคาดว่า SET มีแนวโน้มที่จะแกว่งลงไปแถว 1070 จุดได้ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. นี้ ส่วนถ้าจะเข้าเทรดดิ้งสั้นตามรอบอีกครั้ง ยังแนะนำให้ดูแรงซื้อตามแนวรับทางเทคนิคได้ แต่ควรจำกัดพอร์ต และขายทำกำไรเมื่อตลาดรีบาวด์ในกรอบที่ไม่กว้างมากนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการติดหุ้น

หุ้นเด่นทางเทคนิค   HEMRAJ, AI, MINT (SBL)

แนวโน้ม หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือน พ.ค. ออกมาเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) ปรับตัวลงกัน 1-2% แต่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ และปรับตัวลงร่วงหน้าไปก่อนแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศเช้านี้เริ่มมีจังหวะรีบาวด์กลับขึ้นได้บ้างแล้ว อาจช่วยให้ SET สามารถแกว่งทรงตัวได้บ้าง และมีลุ้นโอกาสรีบาวด์กลับช่วงสั้นๆ ได้ อย่างไรก็ตามความกังวลเรื่องวิกฤติหนี้ยูโรโซนและความอ่อนแอของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังมีอยู่ ทำให้ FSS คาดว่า SET จะรีบาวด์ได้เพียงกรอบจำกัด และยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อได้อีก ขณะที่ด้านการเมืองบ้านเรานอกจากแรงกดดันจากการพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดองฯ ซึ่งสภาฯ มีแนวโน้มจะเลื่อนไปพิจารณาในสมัยประชุมหน้าหลังมีกลุ่มคัดค้านอยู่ ยังเพิ่มเติมความขัดแย้งอีกหลังศาล รธน. รับวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะลงมติในสภาฯ วาระ 3 วันนี้ (5 มิ.ย.) ขัด รธน.หรือไม่ ซึ่งประเด็นสำคัญของร่างฯ ดังกล่าวคือการจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อนำไปสู่การแก้ไข รธน. ทั้งฉบับต่อไป ดังนั้นจากปัจจัยลบที่กดดันทำให้เราคาดว่า SET ยังแกว่งลงต่อในเดือน มิ.ย. นี้อยู่

แนวรับ  1114-1110 , 1102-1100 จุด    แนวต้าน  1120 , 1125-1130  จุด

บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ กลยุทธ์การลงทุน : ยังเน้นข้างขาย แนวโน้มตลาดวันนี้ : มีโอกาสทดสอบ 1100

แรงกดดันจากปัจจัยภายนอกยังค่อนข้างหนักจากปัญหาหนี้ยุโรปที่เป็นความกังวลใจหลักของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ, ยุโรป และจีนออกมาอ่อนแอกว่าคาดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความวิตกต่อภาพเศรษฐกิจมีมากขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาข้อมูลการจ้างงานที่ซบเซาสุดในรอบ 1 ปี ได้กดดันดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงเกือบ 275 จุด และร่วงลงต่ออีกเล็กน้อยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่วนการเมืองภายในของไทยยังคงความร้อนแรง เมื่อศาลรธน.มีคำสั่งชะลอการโหวตรธน. และรัฐบาลได้เลื่อนการประชุมเพื่อพิจารณาพ.ร.บ.ปรองดองออกไปก่อน จึงต้องดูการเดินหน้าของพรรคเพื่อไทยต่อกรณีดังกล่าว ขณะที่มีแรงต่อต้านจากกลุ่มพันธมิตรฯ คาดภาพรวมยังกดดัน SETI มีโอกาสทดสอบ 1100 จุด ได้ อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรดีดตัวแข็งค่าหลังคณะกรรมาธิการยุโรปส่งสัญญาณสนับสนุนแผนการใช้กองทุน ESM ในการช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ในยูโรโซน ส่งผลให้เช้านี้ (7.55 น.) บาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31.51 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่กลุ่ม G7 เรียกประชุมฉุกเฉินวันนี้เพื่อพิจารณาวิกฤติหนี้ยูโรโซน

กลยุทธ์การลงทุน : ยังเน้นข้างขายเป็นหลัก

แนวต้าน : 1123-1130 แนวรับ : 1100-1087

การจัดพอร์ตระยะสั้น* - หุ้น 25-30% : เงินสด 75-70%

ถือต่อในพอร์ต : CPF, BGH, SINGER, MINT

หุ้นที่ปรับออก : SF

หุ้นที่แนะนำ :1. BEC เก็งกำไรถ่ายทอดฟุตบอลยูโร FV 58.5 กรอบเทรดระยะสั้น ต้าน 54 รับ 49 Cut loss 48.5 บาท

บล.กสิกรไทยระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาด: ตลาดหุ้นโลกเมื่อวันศุกร์ปิดลบราว 2% ในขณะที่เมื่อวานซึ่งเราปิดทำการตลาดเอเซียลบแรง ในขณะที่ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มทรงตัว ท่ามกลางกระแสข่าวที่สเปนอาจต้องขอรับความช่วยเหลือจาก IMF และโปรตุเกสต้องเข้าช่วยเหลือฐานะการดำเนินงานของธนาคารขนาดใหญ่ 3 แห่ง อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอลง โดยนักลงทุนชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) 6 มิ.ย. เรามองว่าระดับราคาของตลาดในปัจจุบันอยู่ในจุดที่น่าสนใจ แม้จะยังมีประเด็นความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกรีซ (17 มิ.ย.) และการที่สเปนอาจต้องขอรับความช่วยเหลือด้านการเงิน แต่บรรยากาศในช่วงปลายเดือนที่จะมีการประชุมเฟด (19-20 มิ.ย.) และสุดยอดผู้นำยุโรป (28-29 มิ.ย.) มีแนวโน้มจะเป็นบวกต่อภาพการลงทุน เพียงแต่ตลาดหุ้นในช่วง 2 สัปดาห์นี้ อาจถูกประเด็นทางจิตวิทยามีอิทธิพลเหนือปัจจัยทางพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดผันผวนกว่าปกติและ SET Index อาจเหวี่ยงลงถึง 1100 กระทั่ง 1050 แต่ระดับดังกล่าวจะเปิดโอกาสลงทุนที่ดียิ่งสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว

กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดต่างประเทศบวกเพราะลงมามากและข่าวผู้นำ G7 เตรียมหารือทางโทรศัพท์ปัญหาวิกฤติยุโรปคืนนี้ นักเก็งกำไร - เปิดโดดลงเสี่ยงซื้อ เปิดโดดบวกรอย่อ / นักลงทุน – หาจังหวะเข้าซื้อ โดยเฉพาะหาก SET ต่ำกว่า 1100 จุด ทั้งนี้เราเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 20% หุ้นแนะนำ AH PF LOXLEY สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: ตั้งแต่ 25 พ.ค. เราได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นจาก 25% เป็น 40% หลังหุ้นปรับลงมาถึง 1100 จุด และเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นสู่ระดับเต็มที่หาก SET ยังปรับลงถึงระดับที่เราประเมินว่าเป็น downside ของ SET Index ที่ 1050 จุด หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสม ได้แก่ TICON TCAP KK EGCO RATCH PS SIRI PTTGC และธนาคารขนาดใหญ่ อาทิ KTB

บล.ไทยพาณิชย์ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งจีน สหรัฐฯ และยุโรป ล่าสุดออกมาแย่กว่าคาด จึงเป็นที่มาของแรงขายหนักในสินทรัพย์เสี่ยง – ตลาดปรับร่วงลงแรงจากวันศุกร์ที่ผ่านมาต่อเนื่องวานนี้ จากตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนที่ออกมาแย่ ทั้ง PMI ของจีนที่ออกมาเพียง 50.4 จากระดับ 53.3 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงานสหรัฐฯ ปรับพุ่งขึ้นสูงจากเดือนก่อนที่ระดับ 8.2% จาก 8.1% ในขณะที่ PMI ของเยอรมันออกมาแย่เช่นกัน ทำให้นักลงทุนต่างพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา โดยตลาดหุ้นหลักๆ ของทั่วโลกต่างปรับร่วงลงแรงวานนี้ โดยเฉพาะตลาดอินโดฯ และฟิลิปปินส์ ที่ร่วงลง 3.4-3.8% ซึ่งเราคาดว่าตลาดหุ้นไทยคงเจออาการเดียวกันในวันนี้ แต่มองระดับแนวรับเพียง 1,100 จุดเท่านั้น ซึ่งเป็นระดับจุดต่ำสุดเดิมในช่วงที่ผ่านมา

SET - แนวโน้มหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวลงตามเพื่อนบ้านที่วานนี้ร่วงลงแรง แต่เรายังคาดหวังการ Rebound ในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ แต่คาดว่าระดับการ Rebound จะขึ้นกับมาตรการใหม่จาก ECB ในการประชุม 6 มิ.ย. เบื้องต้นคาดการดีดตัวเพียง 1,125-1,135 จุดเท่านั้น ในขณะที่ตลาดกลับมาคาดหวัง QE3 อีกครั้งหลังตัวเลขการว่างงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาดที่ 8.2% หุ้นน้ำมันช่วงนี้ยังถูกเสี่ยงขายออกมา ส่วนหุ้นแนะนำเดือนนี้ได้แก่ INTUCH QH GFPT AOT BECL

KGI ประเมิน SET วันอังคารเปิดปรับลง ทดสอบระดับทางจิตวิทยา 1,100   จุด ก่อนฟื้นตัวได้ ทั้งนี้แรงกดดัชนีฯ น่าจะมีเพื่อรับรู้การร่วงแรงของตลาดหุ้นเอเชียกว่า 2% เมื่อวานนี้ (ไทยปิดทำการ) ตามตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ที่น่าผิดหวัง (6.9 หมื่นตำแหน่ง เทียบกับที่ตลาดคาด 1.50 แสนตำแหน่ง และการจ้างงานเดือน เม.ย. ถูกปรับยอดให้ลดลงเหลือ 7.7 หมื่นตำแหน่ง จากตัวเลขเดือนเม.ย. ของเดิมที่ 1.15 แสนตำแหน่ง) รวมทั้งแรงกดดันในสเปนที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ดี KGI คาดว่า SET จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากในสัปดาห์นี้มีปัจจัยต่างประเทศหลายอย่างที่น่าจะกระตุ้นการรีบาวด์ของตลาดได้ เริ่มจากในวันนี้ กลุ่มประเทศ G7 จะประชุมฉุกเฉินทางโทรศัพท์เพื่อหาทางรับมือกับวิกฤตตลาดเงินในสเปน ส่วนวันที่ 6 มิ.ย. จะมีการประชุม ECB ประจำเดือน มิ.ย. ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ย หรือนโยบายนอกกระแสหลัก เช่น การซื้อพันธบัตร (SMP) หรือการปล่อยกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ (LTRO3) เป็นต้น ส่วนวันที่ 7 มิ.ย. ประธานเฟดเบอร์นานกี จะแถลงภาพเศรษฐกิจและนโยบายการเงินต่อคณะกรรมการร่วมของคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณเพิ่มโอกาสทำ QE3 หลังจากภาคแรงงานอ่อนแรงลงมาก ทั้งนี้หลังตัวเลขจ้างงานออกมานั้น ตลาดเงินสหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่จะมี QE3 ในปีนี้เป็น 50% จากเดิมที่โอกาสอยู่ที่ 33%

ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ สภาฯ ได้เลื่อนการประชุมเพื่อพิจารณา พรบ. ปรองดองในวันที่ 5-7 มิ.ย.ไปก่อน เพื่อลดแรงกดดันจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างไรก็ดีในสัปดาห์นี้จะมีการพิจารณาอีกประเด็นที่มีความเปราะบาง อันได้แก่การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อศาลฯ รับเช่นนี้แล้ว ทางสภาฯ จะเปิดการพิจารณาวาระที่ 3 ต่อได้เลยหรือไม่

กลยุทธ์: KGI คงมุมมองว่าตลาดหุ้นจะผันผวนหนักรอบๆ ค่า PE 13 เท่าที่ 1,120 จุด นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงแนะซื้อหุ้นใหญ่ที่ลงมาแรงเช่น SCC*, KBANK*, BAY* เพื่อรอขายช่วงรีบาวด์ซึ่งน่าจะเกิดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ส่วนนักลงทุนที่ระดับการรับความเสี่ยงเป็นปกติ แนะให้เน้นหุ้นในพอร์ตจำลองเดือน มิ.ย. เช่น INTUCH, DTAC, HEMRAJ, SIRI และ AP เป็นต้น




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2555
0 comments
Last Update : 5 มิถุนายน 2555 10:01:36 น.
Counter : 2313 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


yonradee24
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add yonradee24's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.