มกราคม 2561

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ยี่ร้อยพลอยโกสินทร์ _ บทที่ ๖ (๑) กรุงเก่า


บทที่ ๖ กรุงเก่า

(พ.ศ. ๒๕๓๔ - ๒๕๓๕)

              คาบเรียนวิชาสังคมศึกษาอาจารย์สมเกียรติครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ห้าของเอกกำลังบรรจงเขียนพระนามพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาตามลำดับปีพุทธศักราชที่แต่ละพระองค์ขึ้นครองราชย์และเหตุการณ์สำคัญในรัชกาลนั้นๆ ลงบนกระดานดำ เพื่อทวนให้นักเรียนเข้าใจถึงภาพรวมของประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยามากยิ่งขึ้น

             “ทุกคนอ่านเนื้อหาบนกระดานตามที่ครูเขียนนะครับข้อความหรือคำบางส่วนจะเว้นไว้ เดี๋ยวเสร็จแล้วครูจะมีคำถามมาให้ตอบกัน” อาจารย์สมเกียรติกำลังตั้งใจเขียนข้อมูลนั้นด้วยชอล์คเขียนกระดานดำและคิดว่าต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยห้านาทีจึงหันมาบอกให้นักเรียนอ่านเนื้อหาบนกระดานนั้นไปพลาง 

             อาจารย์สมเกียรติลงมือเขียนเนื้อหาต่อไปในขณะที่เอกและนักเรียนส่วนใหญ่ในชั้นเรียนต่างพากันตั้งใจอ่านอย่างรายละเอียดต่างๆ บนกระดาน เพราะเด็ก ๆ จำได้ว่าอาจารย์มักมีข้อสอบมาถามเพื่อเก็บคะแนนพิเศษรายบุคคลเสมอหลังจากสอนจบแต่ละบทเรียนและสรุปเนื้อหาให้เข้าใจ

             “เรียบร้อยครับมาเริ่มดูตามกันเลย” เมื่ออาจารย์สมเกียรติเขียนเสร็จจึงกล่าวเพื่อส่งสัญญาณให้นักเรียนเตรียมพร้อม

            “กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งที่สองต่อจากสุโขทัยที่เรียนไปแล้วเมื่อเดือนก่อนโดยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานียาวนานถึง ๔๑๗ ปี และมี จาก ๕ ราชวงศ์ คือราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททองและราชวงศ์บ้านพลูหลวง” อาจารย์เริ่มอธิบายสรุปประวัติของกรุงศรีอยุธยาให้นักเรียนฟังแล้วจึงต่อด้วยคำถาม “การปกครองสมัยอยุธยาตอนต้นมีมีชื่อเรียกว่าอะไรและมีลักษณะแบบใดใครตอบได้ยกมือแล้วเดินมาที่ตรงนี้เลยครับ”เมื่ออาจารย์พูดจบเอกก็ยกมือขึ้น แล้วเดินไปที่หน้าชั้นเรียน

“การปกครองที่พระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตย์พระองค์แรกทรงริเริ่มขึ้นนั้นเป็นลักษณะที่พระมหากษัตริย์ทรงรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางเรียกว่า ระบบจตุสดมภ์ ซึ่งแบ่งเป็นสี่ส่วนคือ กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง และกรมนา” เอกตอบคำถามอย่างฉะฉ้านและถูกต้อง ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากเพื่อน ๆเหมือนอย่างเคย

“ถูกต้องเอกอมรตอบได้ดีมากครับ สมกับที่เป็นหัวหน้าชั้น”อาจารย์กล่าวชมเอกอย่างออกนอกหน้า “คำถามต่อไปก็คือกรุงศรีอยุธยาเสียเอกราชให้แก่พม่าในสมัยพระมหากษัตริย์พระองค์ใดบ้าง” ขณะที่อาจารย์พูดยังไม่ทันจบประโยค เด็กหญิงอวบอ้วนชื่อรัชนีที่เธอแอบชอบเอกอยู่ก็รีบยกมือแล้ววิ่งไปหน้าชั้นเรียนทันที

              “ครั้งแรกสมัยสมเด็จพระมหินทราธิราชและครั้งที่สองสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ ค่ะ” เด็กหญิงส่งสายตามองไปที่เอกและตอบคำถามด้วยอาการเอียงอาย

“ถูกครับสำหรับพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยาสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์คนไทยส่วนใหญ่รู้จักกันในพระนามพระเจ้าเอกทัศน์นั่นเอง”อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ก่อนถามข้อถัดไป “ใครจำได้บ้างว่าระยะเวลา๔๑๗ ปี ที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนี้เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ พ.ศ. ใด”

             “พ.ศ.๑๘๙๓ ถึง พ.ศ. ๒๓๑๐ ครับ” เด็กชายวัฒนาคู่ปรับของเอกเปิดตำราท่องตัวเลขนี้มาเป็นอย่างดีก่อนเดินมาออกตอบคำถาม

             “ใช่แล้วครับแต่ในปีเดียวกับที่เสียกรุงครั้งที่สองนั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงกอบกู้เอกราชกลับคืนมาให้ชาวไทยได้สำเร็จและย้ายมาตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีอยู่ได้ ๑๕ ปี ก่อนจะมาถึงเมืองหลวงปัจจุบันคือกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนกันในบทต่อ ๆ ไป” อาจารย์เกริ่นนำเชื่อมโยงถึงบทเรียนถัดไปเพื่อให้กระตุ้นให้เด็ก ๆ รู้สึกอยากอ่านเตรียมตัวมาก่อนเรียน

             ระหว่างนี้อาจารย์ได้ตั้งถามให้ลูกศิษย์ก็ผลัดกันตอบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งครบจำนวนข้อตามเป้าหมาย ซึ่งเอกก็สามารถตอบคำถามของอาจารย์ในใจตามได้ถูกต้องทุกข้อด้วยจากนั้นก่อนหมดเวลาของคาบเรียนวันนี้ อาจารย์มีเรื่องกำหนดการทัศนศึกษาช่วงสัปดาห์หลังปีใหม่มาบอกให้นักเรียนทราบโดยนักเรียนในชั้นปีจะได้ไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อชมโบราณสถาน ทำให้เด็ก ๆดีอกดีใจกันยกใหญ่ที่ได้รู้ข่าวนี้ เพราะจะได้ไปเที่ยวและได้เห็นสถานที่จริงในประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเรียนเสร็จจากบทเรียน

              ตอนเลิกเรียนของเย็นวันนี้คุณโสก็ให้คนขับรถมารับเอกและพลกลับบ้านเหมือนอย่างเคยโดยระหว่างทางกลับบ้านนั้นเอกอดใจไม่ไหวที่จะเล่าน้องชายฟังเรื่องทัศนศึกษาที่เพิ่งรู้จากอาจารย์ประจำชั้นทำให้พลรู้สึกตื่นเต้นแทนพี่ชายแต่ก็เสียดายที่ชั้นปีที่ตัวเองเรียนอยู่นั้นไม่ได้มีโอกาสไปด้วยซึ่งตลอดทางจนถึงบ้านนั้นทั้งสองคนก็คุยเรื่องนี้กันเพลิน นอกจากนี้เอกยังไปเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟังต่ออีกครั้งเมื่อถึงบ้านทำให้คุณโสแอบกังวลใจอยู่ไม่น้อยที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะต้องเดินทางไปที่นั่นแม้ว่าเอกนั้นจากอยุธยามาตั้งแต่อายุยังน้อยมากและคงจำความเดิมไม่ได้แล้วก็ตาม ดังนั้นเธอจึงพยายามชวนลูกคุยเรื่องนี้เพื่อถามย้ำให้แน่ใจว่าลูกชายลืมเหตุการณ์ทั้งหมดที่บ้านเกิดไปแล้ว

“ลูกเอกค่ะไปอยุธยาเนี่ยะฟังดูน่าสนุกจัง” คุณโสแกล้งเปรยกับลูกรัก

“ครับแม่มีที่เอกอยากไปตั้งเยอะ แต่ครูบอกว่ามีเวลาแค่วันเดียวคงจะได้สักสองสามแห่ง”

“แล้วลูกอยากไปที่ไหนบ้าง”

“เอกอยากไปกรุงเก่าบริเวณวังหรือสถานที่อื่น ตามบทเรียน” เอกตอบตามที่จำได้จากบทเรียน

“พลเสียดายที่ปีนี้ยังไม่ได้ไปอยุธยา” พลบอกแม่

“อยุธยาเป็นเมืองที่สวยและสงบมากจ้ะแม่ชอบ” คุณโสพูดเพราะเผลอนึกถึงท้องทุ่งสีเขียวที่บ้านเกิด “จริง ๆ แล้ว เอกก็เกิดที่นั่นนะลูก”เธอแกล้งพูดเปรยขึ้นเพราะอยากรู้ว่าเอกจำอะไรเกี่ยวกับบ้านเกิดได้บ้าง

“น่าเสียดายเอกจำอะไรไม่ได้เลยครับแม่ อย่างนี้ต้องไปให้ได้ซะแล้ว” เมื่อลูกเอกพูดประโยคนี้ขึ้นมาเองจึงทำให้คุณโสรู้สึกโล่งอกอย่างมาก

 สองเดือนถัดมา เมื่อถึงเช้าวันเดินทางไปทัศนศึกษาคุณโสก็ให้คนขับรถมาส่งลูกชายทั้งสองคนที่โรงเรียนดังย่านชานเมืองกรุงเทพฯโดยเอกมาถึงโรงเรียนก่อนเวลานัดหมายประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมขึ้นรถบัสปรับอากาศคันใหญ่ที่โรงเรียนจัดไว้ให้ทั้งหมดสามคันแล้วนักเรียนแต่ละคนต่างทยอยกันมาลงชื่อในใบรายชื่อกับอาจารย์ก่อนขึ้นไปนั่งบนรถส่วนพลนั้นที่มาพร้อมพี่ชายในวันนี้แต่ไม่ได้ไปด้วยก็รอเข้าเรียนตามปกติ โดยเอกและเพื่อนนักเรียนในห้องเดียวกันได้นั่งรถหมายเลขหนึ่งจากนั้นพอได้เวลาแปดนาฬิกาอาจารย์และผู้ช่วยประจำรถก็ตรวจนับจำนวนนักเรียนจนครบถ้วนดีแล้วจึงเริ่มออกเดินทางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งระหว่างเดินทางบนรถบัสคันนั้นอาจารย์ก็เริ่มหากิจกรรมให้นักเรียนทำกันเพื่อความสันทนาการ

“นักเรียนฟังทางนี้ครับเดี๋ยวครูจะแจกขนมกับนมสดให้ทุกคน แต่ก่อนอื่นเรามาทำกิจกรรมสนุก ๆ กันก่อนนะครับ” ครูสมเกียรติหยิบไมโครโฟนขึ้นพูดกับเด็ก ๆ เมื่อรถขับไปได้ร่วมสิบนาที “เกมส์นี้เรียกว่าบิงโก ในกระดาษที่แต่ละคนจะได้รับแจกจะมีตัวเลขอยู่ในห้าคูณห้าแถวและแบบไม่เหมือนกันส่วนในกระป๋องพลาสติกนี้จะมีกระดาษหนึ่งร้อยใบที่มีตัวเลขหนึ่งถึงหนึ่งร้อยซึ่งครูจะสุ่มเรียกชื่อให้นักเรียนมาจับตัวเลขครั้งละหนึ่งหมายเลขเพื่อให้ทุกคนทำเครื่องหมายในกระดาษที่แจกให้ในตอนแรก ทำไปเรื่อย ๆจนมีคนที่สามารถวางตัวเลขได้ครบในแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวทะแยง อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเป็นผู้ชนะในเกมส์ ให้ยกมือขึ้นแล้วบอกคำว่า บิงโก ให้เพื่อน ๆ ได้ยินนะครับ” ครูอธิบายกติกาการเล่นเกมส์นี้ก่อนจะแจกกระดาษให้เด็ก ๆ และพูดต่อไปว่า “ครูมีรางวัลเป็นขนมห่อใหญ่ให้กับคนชนะ แต่ลูกศิษย์ที่น่ารักของครูทุกคนต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองไม่โกงการแข่งขันนะครับ”

จากนั้นอาจารย์สมเกียรติก็เริ่มสุ่มเรียกชื่อให้นักเรียนผลัดกันขึ้นมาจับสลากตัวเลขแล้วเด็ก ๆ ก็ปากกาที่ได้รับแจกพร้อมกระดาษมาลุ้นวงตัวเลขกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่งอาจารย์ขานชื่อนักเรียกคนที่สิบสอง

“เอกอมร” อาจารย์สมเกียรติเอ่ยชื่อพร้อมยิ้มให้ลูกศิษย์คนโปรด

“ครับอาจารย์” เอกยกมือรับคำและเดินไปหาอาจารย์ แล้วจึงสุ่มหยิบสลากในกระป๋องที่อาจารย์ส่งให้

“หมายเลขยี่สิบเอ็ด” อาจารย์หยิบกระดาษที่เอกส่งให้มาอ่านต่ออย่างเดิม

“ฮ้ะ! บิงโก บิงโก” เอกพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะความแปลกใจว่าเลขที่ได้ยินก็คือตัวเลขที่เขาตั้งตารออยู่เพื่อชนะเกมส์นี้จึงรู้สึกประหลาดใจในความโชคดีอยู่ไม่น้อย

“สุดยอดอะเอกเก่งที่สุดเลย” รัชนีรีบพูดเสียงดังขึ้นยกยอเอก แล้วเพื่อนๆ บนรถนั้นก็ต่างร่วมปรบมือให้หัวหน้าห้องที่ชื่นชอบกันอย่างต่อเนื่อง

“ขี้โกงนี่มันโกงชัด ๆ” วัฒนาตะโกนขึ้นเสียงดังด้วยความไม่พอใจเพราะกำลังรออีกหนึ่งตัวเลขก็จะครบแถวเช่นกันอีกทั้งเขาเองก็ไม่ชอบเอกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

 “วัฒน์นี่เธออย่ามาแพ้แล้วพาลนะ เอกเขาชนะใส ๆ จ้ะ” รัชนีพูดย้ำวัฒนาพร้อมทำให้สีหน้าเยาะเย้ยใส่เขา

 “ยายนีเธอนี่มันข้างคนผิดชัด ๆ ยายชะนี ๆ ๆ” คำพูดของวัฒนาทำให้รัชนีควันออกหูทำให้เธอถึงขั้นง้างมือขึ้นจะตบปากเขา

 “เอกขอเถอะนี วันนี้ทุกคนมาทัศนศึกษา อย่าให้มีเรื่องทะเลาะกันเลยนะครับ” เอกรีบเขาห้ามไม่ให้ทั้งสองตีกัน“เดี๋ยวเรายกขนมเนี่ยะให้เพื่อน ๆ แบ่งกันกันทั้งหมดเลยและถือว่าเกมส์นี้นายชนะด้วย” คำพูดของเอกทำให้อารมณ์ร้อนของวัฒน์เริ่มคลายลง

https://web.facebook.com/199Foods/




Create Date : 20 มกราคม 2561
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2561 23:24:54 น.
Counter : 632 Pageviews.

5 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmambymam, คุณ**mp5**

  
เรื่องราววันนี้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์
นอกจากอ่านเพลินแล้วยังได้ความรู้อีกด้วย
เยี่ยมเลยค่ะ

ไว้แวะมาใหม่จ้า

โดย: mambymam วันที่: 20 มกราคม 2561 เวลา:21:20:16 น.
  
ขอบคุณหยกตะวันที่แวะชมกล้วยไม้จ้ะ
พรุ่งนี้พี่มาใหม่ค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 21 มกราคม 2561 เวลา:21:42:29 น.
  
เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มาในรูปแบบของนิยาย ชอบครับ เพราะตอนเด็กๆ ก็เรียนแบบนี้ แต่จำรายละเอียดเนื้อหาแบบนี้ไม่ได้แล้ว นานมากแล้วครับ
โดย: ruennara วันที่: 22 มกราคม 2561 เวลา:3:41:13 น.
  
มาส่งกำลังใจหมวดงานเขียนค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 22 มกราคม 2561 เวลา:7:36:24 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจไปให้จขบ.ครับ
โดย: **mp5** วันที่: 22 มกราคม 2561 เวลา:16:59:55 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17



จอมใจจอมมโน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เกิดมาแล้วทำชีวิตให้มีค่า
ลองเปิดตา 👀 หาความหมายในกายตน
และตั้งใจสร้างประโยชน์เพื่อมวลชน
อย่าได้จนไร้ความดีเมื่อจากลา
มุ่งดำเนินเดินก้าวย่างด้วยสติ
สมาธิประกอบกันเข้าเถิดหนา
ดำรงตนไม่ประมาทในเวลา ⏱
นำชีวา พาสู่ธรรม กระทำดี

จากใจ...
.....หยกตะวัน เจล 😎


https://web.facebook.com/yoktawan.gel



*งานเขียนใน blog นี้สำหรับอ่านค่ะ 😀😃 ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ คัดลอก หรือกระทำการใด ๆ ทุกกรณี โดยไม่ได้รับอนุญาต