Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
27 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 

ร่างกายที่ปราศจากพิษ

๑. คำนำ
ความเศร้าและความโชคร้ายของผู้คนส่วนมากเกิดจากความประมาทและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สุขภาพที่ดีทั้งกายและใจมาจาก ” ความเข้าใจที่ถูกต้อง ” กับ “ การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ “
๒. แนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพ
1. น้ำ
(1) ปัญหาอันยิ่งใหญ่ของน้ำกลั่นไม่ใช่เป็นเพราะว่าเป็นน้ำที่ไม่มีการเจือปนแร่ธาตุอื่นใด แต่เนื่องเพราะมันเป็นกรดอ่อน ๆ ตามทฤษฎีค่า pH เท่ากับ 7 ในความเป็นจริงคือต่ำกว่า 7 เมื่อเทียบความสัมพันธ์กับค่า pH ที่ 7.35 ~7.45 ของของเหลวในร่างกายของคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์ จะมีปฏิกิริยาเป็นกรด เมื่อธาตุกายค่อนไปทางกรด การทำงานของเซลล์จะแย่ลง ระบบอวัยวะต่าง ๆในร่างกายและความสามารถในการทำงานของระบบก็จะอ่อนแอ การดื่มน้ำกลั่นในระยะยาวเป็นการสร้างโรคเรื้อรังอย่างช้า ๆและสร้างสภาวะของโรคมะเร็ง ในความเป็นจริง ในหลาย ๆประเทศมีเพียงผู้ป่วยที่ต้องล้างไตเท่านั้นที่ดื่มน้ำกลั่น
(2) น้ำต้มเดือดคือน้ำตาย ในระหว่างต้มน้ำสามารถทำลายคลอรีนของน้ำ แต่ในขั้นตอนของการทำลายคลอรีนจากการหุงต้มด้วยความร้อนสูง ทำให้เกิด “ Trihalomethanes “ ที่เป็นต้นเหตุของสารก่อโรคมะเร็ง ดังนั้น น้ำที่ต้มเดือดนอกจากจะเจือปนด้วยสารก่อมะเร็งและก็ยังไม่มีออกซิเจนด้วย
(3) เงื่อนไขของน้ำดี
• ค่า pH จะต้องเป็นด่าง อยู่ระหว่าง 7.4 ~7.6 ค่า pH เกิน 8 จะมีความเสี่ยงของด่างเป็นพิษ
• จะต้องรักษาแร่ธาตุเดิมให้คงอยู่ เพราะแร่ธาตุเหล่านี้ไม่เพียงมีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ยังสามารถรักษาความเป็นด่างอ่อน ๆ ของน้ำ
• จะต้องไม่มีสิ่งแปลกปลอม ไม่ควรมีคลอรีนหรือโลหะหนัก
(4) ถ้าสามารถดื่มน้ำที่ถูกต้อง รับรองโรคภัยจะหายไปมากกว่าครึ่ง ตื่นเช้าลุกจากที่นอนดื่มน้ำ 500 ซีซี บ่าย 15.00 น. ดื่มน้ำ 500 ซีซี กลางคืน 21.00 น .ดื่มน้ำอีก 500 ซีซี ช่วงเวลาอื่น ๆ ดื่มประมาณ 1000 ~1500 ซีซี สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ไม่ควรรอให้กระหายน้ำแล้วจึงดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำทุกครั้งเมื่อมีเวลาโดยให้ติดเป็นนิสัย
(5) ขอแนะนำทุก ๆท่าน อะไร ๆก็ประหยัดได้ แต่ควรเตรียมงบประมาณไว้ก้อนหนึ่งสำหรับซื้อเครื่องกรองน้ำที่ดี ๆเพราะน้ำในร่างกายของเราจะเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 18 วัน วันนี้เราเปลี่ยนน้ำโอกาสหน้าก็ไม่ต้องเปลี่ยนเลือด
2. อากาศกับ Anion -
(1) สูบบุหรี่ จากผลการวิจัยของอังกฤษพบว่า การสูบบุหรี่ทุก ๆ 1 มวน ทำให้อายุสั้นลง 11 นาที คนที่สูบบุหรี่ได้ควันเพียง 10 % เท่านั้น ที่เหลือ 90 % กลายเป็นควันมือ 2 คนที่อยู่ห่างจากผู้สูบบุหรี่ภายในระยะ 50 ซ.ม. ควันมือ 2 ที่ได้รับจะมากกว่าผู้สูบโดยตรง 10 เท่า
(2) Anionลบ Anionลบสามารถลบล้าง Anionบวก ที่มีมากเกินไปในร่างกายของคน ทำให้เลือดเป็นด่าง ประโยชน์ที่สำคัญของ Anion ลบ คือ การผลัดเก่าเป็นใหม่ สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย ปรับการนอนหลับให้ดีขึ้นและขจัดความอ่อนเพลีย ยังสามารถทำให้คนตื่นตัวตลอดเวลา ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น มีการระงับความเจ็บปวดที่ชัดเจน ทั้งยังทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น Anion ลบรวมตัวกับเชื้อโรคทำให้โครงสร้างทางโมเลกุลของมันเปลี่ยนไป ส่วน Anion บวกเป็นตัวทำให้จิตของคนฟุ้งซ่านหรือเกิดอารมณ์หงุดหงิด
วิธีเพิ่ม Anionลบ ที่ดีที่สุด คือ เดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าหรือดินแดง ท่อนไม้หรือหินก้อนเล็ก( pebble ) ถ้าเดินวันละ 30 นาที จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคต่าง ๆเป็นอย่างมาก เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น อื่น ๆ เช่น การเดินในป่าเขา ที่เต็มไปด้วยประจุลบ เดินได้นานไม่รู้สึกเหนื่อย ในใจเต็มไปด้วยความสุข ก็เพราะว่าได้รับ Anion ลบอย่างเต็มที่ ในห้องปรับอากาศนอกจากจะขาดแคลน Anion ลบแล้วยังเป็นห้องที่จุเต็มไปด้วยเชื้อโรคทุกชนิด ไม่ควรอยู่นาน
ตารางแสดงแหล่งแพร่กระจายของ Anion ลบ
บรรยากาศ จำนวน
ป่าไม้ น้ำตก 50,000 Ion s/CC
ภูเขา ทะเล 5,000 Ion s/CC
ชานเมือง ท้องทุ่ง 700 ~ 1,500 Ion s/CC
สวนสาธารณะ 400 ~ 600 Ion s/CC
ริมถนนเขตสีเขียว 100 ~ 200 Ion s/CC
ที่พักอาศัยในเมือง 40 ~ 50 Ion s/CC
ห้องมิดชิดที่มีระบบปรับอากาศ 0 ~ 25 Ion s/CC
3. แสงแดด
(1) แสงแดดให้ผลดีจากการบำบัดของธรรมชาติ ดังนั้น แพทย์มักจะให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลออกไปตากแดด การตากแดดที่เหมาะสมสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น แสงแดดในยามเช้าเป็นแสงที่ดีที่สุดเดินเท้าเปล่าหรือสวมรองเท้าแตะ(ปอ)บนพื้นหญ้าหรือพื้นดินสัก 30 นาที ไม่ถึง 1 เดือน อาการเจ็บป่วยจะดีขึ้น เมื่อข้าพเจ้าพบผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จะให้ข้อแนะนำ 3 ข้อ คือ
• ต้องมีเพื่อนที่ดี ไม่ทรยศคุณ ฟังสิ่งที่คุณพูด และพวกเขาก็ทราบดีว่าสิ่งที่คุณพูดนั้นไร้สาระ จบแล้วจบกัน ไม่มีการส่งต่อไปเรื่อย ๆ
• เข้าฟังการบรรยายของข้าพเจ้าบ่อย ๆหรือฟังคำสอนของนักบวช
• ตากแดด ให้ผลดีมาก
(2) รังสี UV กับรังสีอินฟราเรด
(3) นักวิทยาศาสตร์ของอเมริกาเสนอว่า ร่างกายที่ได้รับรังสี UV จนเกิดเป็นวิตามิน D เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่ดวงอาทิตย์มอบให้กับมนุษย์ อีกรังสีหนึ่งคือ รังสีอินฟราเรดที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุดกับร่างกายของมนุษย์ นอกจากจะให้ความอบอุ่นแล้ว เครื่องนุ่มห่มที่ผลิตจากรังสีอินฟราเรดยังช่วยสลายลิ่มเลือด ขจัดความปวดเมื่อยในร่างกาย ดังนั้น การตากแดด คือ ความสมบูรณ์แข็งแรงของสุขภาพที่ร่างกายต้องการยอมละเว้นและขาดเสียไม่ได้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้แสดงให้เห็นว่า ช่วงเช้า เวลา 06.00 – 09.00 เป็นแสงแดดที่มีความอบอุ่นและอ่อนนุ่มของรังสีอินฟราเรดเป็นช่วงเวลาทองของการตากแดดใน 1 วัน เวลารอง คือ ช่วงเวลา 9.00 – 10 .00 และ 16.00 – 18.00 เวลาขณะนี้ รังสี UV ในแสงแดดจะเพิ่มขึ้นช้า ๆ เป็นโอกาสดีที่ร่างกายจะสะสม” ฮอร์โมนแดด “ --- วิตามิน D ส่วนช่วงเวลา 10.00 – 16.00 รังสี UV ที่มีโทษต่อร่างกายจะมีมาก ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดด
รังสีอินฟราเรดเป็นพลังงานจากธรรมชาติ เช่น ไม้มีพลังงานจากรังสีอินฟราเรดมาก คนที่มีสุขภาพแข็งแรงคือคนที่อาศัยอยู่ในบ้านไม้ ใช้ถ่านไม้เผามันเทศกับใช้เตาไฟฟ้าเผามันเทศ ความรู้สึกจากการกินมันทั้ง 2 ย่อมแตกต่างกัน อีกเรื่องที่แนะนำ คือ อาบน้ำพุร้อนบ่อย ๆ เพราะสิ่งที่น้ำพุร้อนปล่อยออกมาก็คือรังสีอินฟราเรด ถ้าใช้น้ำพุร้อนต้มไข่จะไม่เหมือนไข่ต้มปกติ น้ำโดยทั่วไปที่ใช้ต้มไข่จะทำให้ไข่ขาวสุกก่อนแล้วจึงทำให้ไข่แดงสุก ส่วนน้ำพุร้อนไข่แดงสุกแล้วไข่ขาวจึงสุก เพราะน้ำพุร้อนปลดปล่อยรังสีอินฟราเรดจากด้านในออกมาด้านนอก นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมอาบน้ำพุร้อนทำให้สบาย และยังมีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาอาการปวดเมื่อย เสริมการไหลเวียนของเลือด แก้ไขการอักเสบของเส้นประสาท
4. อื่น ๆ
(1) นมวัว
ผลิตภัณฑ์จากนมมีแคลเซียมและโปรตีนเป็นจำนวนมาก ในกระบวนการย่อยสลายโปรตีนในร่างกายทำให้เกิด” แอมโมเนีย “ ซึ่งเป็นกรด คนที่มีสุขภาพแข็งแรงร่างกายจะเป็นด่าง เมื่อมีสิ่งที่เป็นกรดเข้าสู่ภายในร่างกาย ร่างกายจะปล่อย” แคลเซียม “ ซึ่งเป็นด่างที่อยู่ในเนื้อกระดูกออกมาเพื่อรักษาความเป็นกรดด่างในร่างกายให้อยู่ในระดับเดิม ผลสุดท้ายเนื้อกระดูกที่มีอยู่ในร่างกายของพวกเราก็จะลดน้อยลง ดังนั้น ยิ่งดื่มนมมากกระดูกก็จะยิ่งพรุนมาก ประเทศที่บริโภคผลิตภัณฑ์จากนมสูงสุดของโลก ----- อเมริกา สวีเดน อังกฤษ ฟินแลนด์ เป็นประเทศที่มีพลเมืองป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนมากที่สุดของโลก
(2) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
โรคแพ้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หมายถึง ผู้ที่อยู่ในแวดล้อมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านาน ๆ เช่น ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเป็นประจำ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์แล้วมีอาการหน้ามืดตาลาย ความจำเสื่อมและหูอื้อ เป็นต้น ถ้าอาการหนักจะทำลายระบบภูมิคุ้มกัน อัตราความเสี่ยงป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น มีรายงานชิ้นหนึ่งทางอินเตอร์เน็ตของประเทศอังกฤษ กล่าวว่า รังสีเล็กน้อยที่เกิดจากโทรศัพท์มือถือ เพียงพอที่จะทำให้ไก่ที่กำลังเจริญพันธุ์พิการ ในปี 1988 ศูนย์วิจัยแห่งชาติประเทศสวิสได้วิจัยทดสอบรังสีจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและกล่าวว่า เครื่องดูดควันที่ใช้กันทั่วไปในห้องครัว รังสีที่ปล่อยออกมามากกว่าโทรศัพท์มือถือ 300 เท่า เพราะเครื่องดูดควันมีกังหันตัวใหญ่ 2 ตัวอยู่ในระบบ หมายความว่า ถ้าผัดผักอยู่ที่หน้าเครื่องดูดควัน 1 นาที เท่ากับใช้โทรศัพท์มือถือ 300 นาที
(3) กายภาพที่เป็นกรด
คนที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์จะมีลักษณะทางกายภาพเป็นด่าง การปมเบื้อนของสิ่งแวดล้อม การดำเนินชีวิตประจำวันที่ผิดปกติรวมถึงอุปนิสัยในการดื่มกิน ทำให้กายภาพทางกายค่อย ๆเปลี่ยนมาเป็นกรด ร้อยละ 85 ของโรคเกาต์ ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ไขมันในเลือดสูงเป็นผู้ป่วยที่มีกายภาพเป็นกรดทั้งนั้น มีรายงานจากมูลนิธิตระกูลต่ง ชี้ว่า ดื่มโคล่าวันละ 1 แก้ว น้ำหนักเพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัมใน 1 ปี แต่ที่สำคัญที่สุด มันมีกรดสูง ค่า ph. อยู่ระหว่าง 2.5 ~ 3 น้ำกลั่นมีค่า ph. ประมาณ 6 ~ 6.5 อาหารประเภทเนื้อ แอลกอร์ฮอร์และเครื่องดื่มประเภทคาร์บอเนตเป็นกรดทั้งนั้น ส่วนผักสด ข้าวธัญพืช ผลไม้ จะเป็นด่างอ่อน ๆ เมื่อกินอาหารด่างบ่อย ๆ ทำให้เนื้อของเลือดดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
๓. 7 ประเด็นสำคัญของการดูแลสุขภาพ
1. ออกกำลังกายพอเหมาะ( ผ่าน )
2. อารมณ์ดี
Dr.Hamer แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง ประเทศเยอรมัน ได้ทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งจำนวน 1 หมื่นคน พบว่ามูลเหตุหนึ่งที่คนกลุ่มนี้ป่วยเป็นมะเร็งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์เป็นอย่างมาก หมายความว่า โรคมะเร็งจากการดื่มกินเป็นมูลเหตุรอง และอารมณ์เป็นตัวจุดประเด็น เช่น คนที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา มีอะไรเกิดขึ้นก็แบกรับไว้คนเดียว ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดได้โดยง่าย นอกจากนั้น คนที่มีเลือดกรุ๊ป A มีอัตราการป่วยเป็นมะเร็งสูงเป็นพิเศษ เพราะคนที่มีเลือดกรุ๊ป A วุฒิภาวะดี อารมณ์ส่วนใหญ่จึงเก็บไว้ในใจ ส่วนคนที่มีเลือดกรุ๊ป O มีอัตราการป่วยเป็นมะเร็งตับสูงเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนมีนิสัยใจร้อนเจ้าอารมณ์
คนที่เก็บกด จะป่วยเป็นมะเร็วเต้านมได้ง่ายกว่า คนที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลส่วนใหญ่จะป่วยมะเร็งเต้านมที่ข้างขวา ถ้าเป็นมะเร็งเต้านมข้างซ้ายจะเป็นคนที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างลูกหลาน ดังนั้น การหัวเราะเสียงดังบ่อย ๆ เชื่อมั่นในตัวเอง ดำเนินชีวิตประจำวันที่ดี ปลดปล่อยจิตใจ และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลให้เป็นปกติ คือ ประเด็นสำคัญของการดูแลสุขภาพ
3. นอนหลับเต็มอิ่ม ( ผ่าน )
4. กฎระเบียบกับจังหวะ
แพทย์จีนกล่าวถึง 12 เส้นลมปราณ ( 十二經絡 ) ต่างก็มีการทำงานที่ไม่เหมือนกัน อย่างที่กล่าวไว้ ( 子午流注 ) เริ่มแรก ช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง คือ เวลา 21.00 น. ~ 03.00 น. เป็นเวลาที่จะต้องพักผ่อน ถ้าพักผ่อนไม่ได้ก็ควรจะต้องหยุดทำกิจกรรมทุกอย่าง ในเวลา 04.00 น. เป็นเวลาที่ชีพจรของพวกเราอ่อนแอที่สุด หัวใจก็เต้นช้าที่สุด จากผลการทดลองทางคลินิก โรคหอบ โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดหัวใจ และสมอง ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการและกำเริบในช่วงเวลานี้ การออกกำลังกายในตอนเช้า ควรทำหลังเวลา 05.00 น. ต่อจากนั้น เวลา 05.00 น.~ 07.00 น เป็นเวลาที่ลำไส้ใหญ่ขยับขับเคลื่อนดีที่สุด 07.00 น. ~ 09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร 09.00 น ~ 11.00 น. เป็นเวลาทำกิจกรรมของม้าม เมื่อถึง อู่สือ ( เวลา 11.00 น. ~ 13.00 น.)กับ จื่อสือ ( 23.00 น. ~ 01.00 น. ) ด้วยเหตุที่ร่างกายกำลังผลิตเลือด ดังนั้น พวกเราจึงต้องพักผ่อนให้ดี บ่าย เวลา 13.00 น. ~ 15.00 น. เป็นเวลาทำงานของลำไส้เล็ก ดังนั้น มื้อเที่ยงควรจะเสร็จเรียบร้อยก่อน 13.00 น.ตัว บ่าย เวลา 15.00 ~ 17.00 น. เป็นเวลาทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ช่วงเวลานี้ต้องดื่มน้ำมาก ๆ ถ้าคนที่ไต และกระเพาะปัสสาวะไม่ดี ควรดื่มน้ำ 500 ซี.ซี ในช่วงเวลานี้ดีที่สุด เวลา 17.00 น ~ 19.00 น. เป็นเวลาทำงานของไต เวลา 19.00 น. ~ 21.00 น. เป็นช่วงเวลาที่หัวใจและระบบประสาทตื่นตัวที่สุด
ที่กล่าวมาข้างต้น คือ การเคลื่อนไหวของเส้นลมปราณใน 12 ชั่วโมง สามารถช่วยท่านจัดตารางเวลาทำงานและพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ชีวิตได้อย่างมีสีสัน
รูปแสดงการไหลเวียนของ 12 เส้นลมปราณ












คำอวยพร
ชีวิต คือ การทำความฝันให้สำเร็จ ในกระบวนการทำความฝันให้สำเร็จ โปรดระวัง “ อย่าปากพล่อย “ “ คำพูดที่ไม่ดีเหมือนคำสาป “ “ สิ่งที่คุณพูด คือ คำทำนายชีวิตในอนาคต “ “ คำพูดที่อ่อนโยงเต็มไปด้วยพลัง ลิ้นที่บิดเบือนทำให้คนท้อ “ หัดพูดประโยคเหล่านี้บ่อย ๆ “ เก่งจังเลย สวยจริง ๆ สวยมาก ๆ มีความสุขมากที่ได้พบคุณ คุณเป็นผู้มีบุญ ผมโชคดีจริง ๆ “ คำพูดปลุกใจ ชีวิตย่อมมีสุขภาพดีและสวยงาม
5. สิ่งแวดล้อมดี( ผ่าน )
6. ศรัทธาในพระเจ้า
ความศรัทธาในศาสนาทำให้คนรู้สึกมีความสุข อารมณ์สุดโต่งและรู้ถึงศีลธรรม สามารถทำให้คนมองโลกในแง่ดี มีความหวังและพลังกับชีวิต เป็นต้น
๔. รายการอาหารล้างพิษ
คำว่าชุดอาหารสุขภาพเพื่อล้างพิษ หมายถึง กินในสิ่งที่ร่างกายต้องการ สิ่งที่ไม่ต้องการก็ไม่ควรที่จะกิน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ มันเป็นสิ่งที่ไม่เพียงแต่ไม่สามารถรักษาสุขภาพให้คุณ แล้วยังทำร้ายร่างกายและสร้างภาระให้คุณ ต้องขับถ่ายให้หมด จึงเรียกว่า ชุดอาหารสุขภาพเพื่อล้างพิษ วิธีกินและการคัดวัตถุดิบ ดังคำอธิบายต่อไปนี้.-
1. วิธีทานอาหารเช้า
วิธีกินที่ถูกต้อง คือ ผลไม้ 1 ส่วน + ผักสด 2 ส่วน + มันเทศ 1 ส่วน + ข้าว 1 ส่วน หมายความว่า จัดแบ่งอาหารออกเป็นมื้อละ 5 ส่วน สัดส่วนของผลไม้ ผักสด มันเทศ และข้าว เท่ากับ 1: 2:1:1 ถ้าผู้ป่วยอาการหนักหรือโรคเรื้อรัง แนะนำให้จัดเป็น 6 ส่วน โดยเพิ่มมันเทศอีก 1 ส่วน
เวลาอาหารเช้าที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง คือ ระหว่าง 6.30 ~ 7.00 น. ส่วนเวลาของคนรักษ์สุขภาพทั่วไปคือ ระหว่าง 6 : 00 ~ 7: 30 น.
ผลโดยตรงของการกินอาหารล้างพิษ คือ มีอาการอยากจะถ่ายอุจจาระก่อนและหลังอาหารเช้า อุจจาระที่ถ่ายออกมาทุกครั้ง มีลักษณะเหมือนกล้าย เป็นท่อน ๆ และมีกลิ่นเหมือนหญ้าหอม และขับถ่ายได้อย่างราบรื่น
ชุดอาหารสุขภาพเพื่อล้างพิษ
๑. ล้างพิษมื้อเช้า : ผลไม้ ( 1 ) + ผักสด ( 2 ) + มันฝรั่ง + ข้าว
1. ผลไม้ 1 ชนิด หลักการเลือกผลไม้ เลือกผลไม้ในพื้นที่และตามฤดูกาล ไม่ควรเลือกผลไม้นำเข้าหรือผลไม้นอกฤดูกาลที่แช่แข็งแล้ว
* ผลไม้ของผู้ป่วยเรื้อรัง จะต้องผ่านการตรวจเช็คจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ
2. ผักสด 2 ชนิด หลักการเลือกผัก เลือกผัก 4 ประเภท เช่น หัว ก้าน ดอก ผล เป็นหลัก ไม่ควรเลือกผักประเภทรากหรือประเภทใบชั่วคราว อาจเปลี่ยนเป็นถั่วเขียวงอก ถั่วเหลืองงอกหรือถั่วงอก เช่น
หัว -- แครอท หัวผักกาด ฮ่วยซัว หนิวปั้ง( 牛蒡) .......เป็นต้น
ก้าน -- ผักชีฝรั่ง หมิงเย่อไฉ่( 明日菜 ) ......เป็นต้น
ดอก -- กะหล่ำดอก ( เขียว ) กะหล่ำปลี..........เป็นต้น
ผล -- แตงกวา มะระ พริก มะเขือเทศ ........เป็นต้น
** เพื่อความปลอดภัยและให้ได้ผลดี ผักของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จะต้องผ่านการตรวจเช็คจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะจึงจะกินได้
** ผลไม้และผัก ควรกินแบบสด ๆ( ดิบ ) กินทั้งเปลือก( ผิว )
3. มันเทศ ( เนื้อสีเหลืองดีกว่าเนื้อสีแดง ) ผู้ป่วยเรื้อรังกิน 2 ส่วน ผู้รักษ์สุขภาพทั่วไปกิน 1 ส่วน ควรนำไปนึ่งก่อนกิน( ฤดูหนาวอาจใช่วิธีเผา )กินทั้งเปลือก ถ้าแหล่งที่อยู่ไม่มีมันเทศใช้มันฝรั่งแทนก็ได้ นึ่งแล้วกินทั้งเปลือก
4. ข้าวกล้อง 1 ส่วน ในข้าวกล้องอาจใส่ลูกเดือย ถั่วแดง พุทราแดง เม็ดบัว เก๋ากี้ ฯ เป็นข้าวธัญพืชที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ถ้าอยู่ในเขตอบอุ่น เขตหนาว ก็อาจจะใส่ข้าวโอ๊ต ข้าว Buckwheat
**พืชผักผลไม้ควรเลือกแบบปลอดสารพิษ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ถ้าไม่มั่นใจในอาหารที่ซื้อ อาจชำระล้างด้วยเครื่องผลิตโอโซนที่สามารถผลิตโอโซนได้ชั่วโมงละไม่น้อยกว่า 200 ม.ก. จะปลอดภัยกว่า
๒. หลักใหญ่ ๆ ของมื้อเที่ยง มื้อเย็น
50 ~ 60 % ข้าวธัญพืช 5 ชนิด
25 ~ 30 % ประเภทผัก
ผักที่กินในมื้อเช้า กลางวัน เย็น พยายามกินสด( ดิบ )อย่างน้อย ½ ~ ¾ ส่วน จึงสามารถประกันว่าคุณได้รับเอนไซม์เพียงพอแล้ว จะช่วยในระบบการย่อยและดูดซึม มิฉะนั้น คุณจะต้องกินอาหารเสริมชนิดรวมเอนไซม์พืชจึงจะได้ผลดี
10 ~ 15 % ประเภทถั่วและประเภทสาหร่ายทะเล( ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเกาต์ และโรคไต ไม่ควรกินโปรตีนจากอาหารประเภทนี้ )
5 ~ 10 % ซุป ( สาหร่ายทะเล จื่อไฉ่(紫菜) ...ผักต่าง ๆ )ขอให้กินสาหร่ายทะเลให้มาก ๆ สามารถขจัดรังสีที่ร่างกายได้รับ และรักษาเลือดให้มีภาวะของด่างได้ดีที่สุด แต่ต้องระวังอาหารทะเลมีการปนเปื้อนอย่างรุนแรงของ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสาหร่าย ถ้าไม่มั่นใจในความปลอดภัย อาจใช้ผงสาหร่ายทะเลแทน
ผลไม้กินระหว่างมื้อ
๓. เวลาที่ดีที่สุดของอาหารล้างพิษ( มื้อเช้า )
ผู้ป่วยเรื้อรัง เช้าระหว่าง 06:30 ~ 07:00 น.
ผู้รักษ์สุขภาพทั่วไป เช้าระหว่าง 06:30 ~ 07:30 น.
๔. นอนให้สอดคล้องกับเวลาที่ถูกต้อง อาหารล้างพิษจะได้ผลดี
ผู้ป่วยเรื้อรัง เข้านอนเวลา 21:00 น
ผู้รักษ์สุขภาพทั่วไป เข้านอนก่อนเวลา 23:00 น. และเวลา 21:00 น. พยายามจัดอยู่ในช่วงเวลาหยุดพัก
๕. ช่วงเวลาที่ปรับร่างกาย ห้ามทานอาหารเหล่านี้
1. ปลา ( รวมอาหารทะเล )
2. เนื้อ
3. ไข่ ( รวมเค้ก )
4. นม ( รวมผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต เนย นมวัว )
5. น้ำมัน
6. เกลือ
7. น้ำตาลทรายขาว ( รวมผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล เช่น ช็อกโกเลต น้ำอัดลม เป็นต้น )
8. ผงชูรส
9. ซอส
10. อาหารดัดแปลงและอาหารแปรรูปทุกชนิด เช่น โคล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ คุกกี้ อาหารกระป๋อง บะหมี่.....
11. อาหารที่มีคาแฟอิน ( เช่น กาแฟ )
12. สุราต่าง ๆ อาหารแช่เย็น
* ถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น การปรุงรสอาหารอาจใช้น้ำมันเล็กน้อย( น้ำมันมะกอก )เกลือเล็กน้อย( เกลือไม้ไผ่ ) น้ำตาลเล็กน้อย( น้ำผึ้ง ) แต่ที่ดีที่สุด คือ ควรกินอาหารรสดั่งเดิม
๖. ถ้าต้องการให้ได้ผลเร็วขึ้น ให้ดำเนินการพร้อมกับ” แผนเร่งล้างพิษ 14 วัน “
มีวิธีดังนี้
สัปดาห์ที่ 1 : เอนไซม์รวมของพืช ชั่วโมงละ 1 ช้อน วันละ 16 ช้อน ( เวลานอนไม่กิน )
สัปดาห์ที่ 2 : เอนไซม์รวมของพืช ทุก ๆ 2 ชั่วโมง 1 ช้อน วันละ 8 ช้อน ( เวลานอนไม่กิน )
สัปดาห์ที่ 3 ต่อไป เอนไซม์รวมของพืช หลังอาหาร 3 เวลา ครั้งละ 1 ช้อน
๗. ดื่มน้ำ(ดิบ)ดี ไม่น้อยกว่าวันละ 3000 cc. ( ข้อนี้มีความสำคัญมาก )
เงื่อนไขของน้ำดี :
• ค่า ph . ควรเป็นด่าง
• คงสภาพของแร่ธาตุเดิม
• สะอาดไม่มีสิ่งเจือปน( ไม่มีคลอรีน และโลหะหนัก )
• ได้มาตรฐานของน้ำดื่ม ไม่จำเป็นต้องต้มให้เดือด ดื่มได้ทันที
• มีปริมาณของออกซิเจนมาก
๘. สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ
มีคนบางคนหลังจากกิน” อาหารเช้าล้างพิษ “ ได้รับผลการตอบสนองที่ดี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดี ขอให้กินต่อไป ตัวอย่างปรากฏการณ์ของผลการตอบสนองที่ดี เช่น
• ปวดหัว อ่อนแอ รู้สึกไม่สบาย ภูมิแพ้ อุจจาระหน่วงช้าลง ท้องเดิน ฉี่บ่อย อ่อนเพลีย ไม่อยากขยับ ประสาทเครียด โมโหง่าย ซึมหรือเศร้า ตัวร้อนหรือโรคอื่น ๆที่คล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่
• ถ้ามีโรคหลบใน โรคที่ถูกคุมด้วยยายังไม่หายป่วยจริง ๆ จะกำเริบ ถ้าเป็นความดัน ความดันก็จะสูงขึ้นชั่วคราว ผู้ป่วยโรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดอาจสูงกว่าเดิม( ไม่ต้องกังวล นี่คือปรากฏการณ์ที่ดี )
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่เห็นว่าอาการเหล่านี้สามารถทนได้ และท่านควรจะดีใจ เพราะมีผลดีต่อท่านเป็นพิเศษ เมื่ออยู่ในสภาวะผลการตอบสนองที่ดี ควรพักผ่อนมาก ๆ นอนหลับมาก ๆ ดื่มน้ำหรือกินเอนไซม์รวมของพืชมาก ๆอาการของโรคก็จะดีขึ้น
๙. เส้นใยอาหารที่กินทุกวันจะต้องไม่น้อยกว่า 30 ~ 35 mg. การล้างพิษถึงจะเห็นผลชัดเจน ถ้าอาหารที่เลือกมีเส้นใยน้อย กรุณาเสริมสารใยอาหารจากเมล็ดพืชเพิ่มเติม
๑๐. เริ่มตั้งแต่วันนี้ ฝึกเคี้ยวอาหารคำละ 30 ครั้ง รับประกันว่าคุณจะไม่อ้วน ไม่เป็นโรคความจำเสื่อม สมองปราดเปรื่อง แคล้วคล่องว่องไว
2. วิธีทานอาหารกลางวันและมื้อเย็น
หลักใหญ่ ๆของอาหารสุขภาพทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น คือ อาหารจำพวกธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโพด ถั่ว ลูกเดือย ฯลฯ เป็นอาหารหลักที่อยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี ส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำแยงซี จะเป็นอาหารประเภท ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต และ ข้าว BuckWheat อาหารธัญพืชเหล่านี้เป็นอาหารที่ยังไม่ดัดแปลงทั้งสิ้น อย่างเช่น ข้าวสาร และแป้งหมี่ก็จะใช้ไม่ได้ แพทย์จีนบอกว่า ธัญพืช 5 ชนิดมีสารบำรุงมากที่สุด “ ฟ้าประทานวัตถุ 5 หมื่น มีดีเพียงเบญจธัญพืช แล “
3. วิธีทานผักและผลไม้
ควรกินผักและผลไม้ที่ผลิตได้มากที่สุดในท้องถิ่น หมายถึง อยู่ในเส้นรุ้งเดียวกันหรือมีฤดูกาลที่เหมือนกัน ซึ่งก็หมายความว่า “ ดินและน้ำของที่หนึ่ง เลี้ยงดูคนที่หนึ่ง “ แล้วผลไม้ควรจะต้องมีเมล็ด อย่างเช่น แตงโมไร้เมล็ด องุ่นไร้เมล็ด ฝรั่งไร้เมล็ด พืชพวกนี้อร่อยก็จริงแต่เป็นพืชที่ไม่มีพลังงาน ไม่มีชีวิต เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ ชีวิตของคนอยู่ในเลือด ชีวิตของผลไม้อยู่ในเมล็ด “
4. กินอาหารที่สมบูรณ์
สารบำรุงมากที่สุดของอาหารส่วนใหญ่จะอยู่ที่เปลือก( ผิว ) เพราะผิวส่วนใหญ่จะเป็นด่าง และเนื้อของผลไม้เกือบทั้งหมดจะเป็นกรด ต้องกินส่วนที่ถูกต้องถึงจะได้พลังงาน กินแล้วสุขภาพแข็งแรง ตัวอย่างเช่น ส้ม ส่วนที่มีสารบำรุงมากที่สุด คือ เนื้อส้มและหนวดสีขาว ของส้มที่อยู่ระหว่างเปลือกกับเนื้อสีขาว ส่วนองุ่นนั้น คือ ของเหลวเหนียวสีขาวที่อยู่ส่วนบนสุดมีค่าที่สุด เปลือกกล้วยก็มีสารบำรุงมากดีต่อหัวใจเป็นพิเศษ ส่วนใบผักชีมีสารบำรุงมากกว่าก้าน สรุป ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือผัก จะต้องกินทั้งหมด ถ้าสกัดเป็นน้ำผลไม้ก็ควรกินทั้งน้ำและกาก มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง คือไม่ควรซื้อแอปเปิ้ลที่เคลือบผิว แอปเปิ้ลที่นำเข้าส่วนใหญ่จะเคลือบผิวด้วยไขเพื่อป้องกันแมลง บางครั้งเก็บแช่ในสารฟอร์มูลินเพื่อยืดอายุและเก็บไว้ได้นาน กินแล้วกลับไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
5. กินดิบบางส่วน
การย่อยสลาย ดูดซึม อาหารทุกชนิดต้องพึ่งเอนไซม์ ผักและผลไม้เกือบทุกชนิดมีเอนไซม์เป็นจำนวนมาก แต่เอนไซม์จะถูกทำลายเมื่ออุณหภูมิเกินกว่า 54 องศาเซลเซียส ดังนั้น ควรกินผักดิบมากกว่า 50 %ทุก ๆมื้อ
พระเจ้าสร้างอาหารให้อย่างมหัศจรรย์มาก ถ้าคุณกินผลไม้ที่ปอกผิวแล้ว คุณจะรู้สึกหนาว แต่ถ้ากินทั้งผิวจะไม่รู้สึกกลับมีส่วนช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ถ้าจำต้องกินของสุก ควรต้มให้สุกด้วยน้ำห้ามทอดด้วยน้ำมันเด็ดขาด
6. วางแผนการล้างพิษแบบเร่ง
ผู้ป่วยเรื้อรังบางคนเหมือนแข่งกับเวลา เช่น เขามีปฏิกิริยาจากมะเร็ง ข้าพเจ้าจะแนะนำ ” แผนเร่งล้างพิษ 14 วัน “ วิธีนี้ได้ยืมเอนไซม์รวมของพืช จากการวิจัยของเทคโนโลยีชีวภาพ ประเทศญี่ปุ่นมาใช้ผสมกับน้ำดีจำนวนมาก เพื่อขับพิษออกไป
7. การตอบสนองดีขึ้น
หลังจากที่ใช้อาหารล้างพิษแล้ว บางคนมีการตอบสนองที่ดีขึ้น เช่น ปวดหัว เวียนศีรษะ น้ำตาลในเลือดหรือความดันสูงกว่าปกติ ท้องเสีย ฉี่บ่อย อ่อนเพลีย ตัวร้อนหรือโรคอื่น ๆที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น เป็นปรากฏการณ์ปกติที่พิษได้ถูกขับเข้าสู่เลือดแล้ว จะกลับคืนสู่ปกติเมื่อผ่านไปไม่กี่วัน ขอให้วางใจในการกินต่อไป เมื่ออาการเหล่านี้หายไป จึงถือได้ว่าสุขภาพแข็งแรงได้เริ่มต้นกลับคืนมาแล้ว
๕. ภาคผนวก
1. หลักการของโอโซนและการนำไปใช้
ฝานม่าหลง ( 凡馬隆) ชาวเยอรมันเป็นผู้ค้นพบโอโซน(O3) ในปี 1785 และปี 1840 C.F. Schonbein ชาวเยอรมันเป็นผู้ตั้งชื่อ “ Ozone “ จากภาษากรีก
โอโซนมาจากการรวมตัวจากอะตอมของออกซิเจน ( O ) 3 อะตอมเป็น 1 โมเลกุล ขณะที่เกิดโอโซน โมเลกุลในโอโซน ที่เป็นโครงสร้างตัวที่ 3 ของอะตอมขับเคลื่อนตัวหรือไหลออกมาตลอดเวลา ในขณะที่ไหลออกจะเกิดปฏิกิริยาการออกซิเดชันที่รุนแรงในการฆ่าเชื้อ สลายพิษ ฟอกขาว Deodorization ถ้าโอโซนไม่เกิดปฏิกิริยาการออกซิเดชันกับวัตถุอื่น ก็จะสลายตัวเองเป็นก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์( O2 )
การเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในธรรมชาติ ทำให้เกิดโอโซนเป็นจำนวนมาก โอโซนทำให้อากาศสะอาดบริสุทธิ์ ดังนั้น หลังจากฝนฟ้าคะนอง อากาศจะสะอาดบริสุทธิ์เป็นพิเศษ 90%ของโอโซนในโลกนี้อยู่ในชั้นบรรยากาศที่ห่างจากพื้นโลกประมาณ 250 กิโลเมตร เรียกว่าชั้นโอโซน สามารถซึมซับรังสีที่มีโทษจากดวงอาทิตย์เพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลก ในชีวิตประจำวัน เครื่องผลิตโอโซนมีประโยชน์ ดังนี้.-
• ผลิตน้ำดื่ม ใช้ภาชนะรองน้ำ นำโอโซนใส่ลงในน้ำ ให้โอโซนรวมตัวกับน้ำทำให้เกิดการออกซิเดชันกับสารที่เป็นอันตราย( สารประกอบอินทรีย์ ไวรัส และเชื้อโรค เป็นต้น )เพื่อให้เกิดการฆ่าเชื้อ สลายพิษ กำจัดสี ดับกลิ่นได้เป็นผลสำเร็จ ถ้าฉีดเข้าเนื้อปลา สามารถกำจัดกลิ่นคาวปลา ทำให้เนื้อปลามีความสดและมีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โอโซนสามารถนำมาฆ่าเชื้อโรคในภาชนะต่าง ๆ เช่น ถ้วย จานและขวดนม ฯลฯ
• นำโอโซนอัดเข้าตู้เย็น สามารถฆ่าเชื้อ กำจัดกลิ่น และรักษาความสดของอาหาร ฉีดเข้าห้องนอนหรือตู้เสื้อผ้าก็สามารถฆ่าเชื้อ กำจัดกลิ่นอับ
• อัดโอโซนเข้าไปในตู้ปลาสัปดาห์ละหลายครั้ง สามารถฆ่าพยาธิที่เกาะอยู่ที่ตัวปลา ฆ่าเชื้อและสลายมูลขับถ่ายของปลา และทำให้ในน้ำมีปริมาณของออกซิเจนเพิ่มขึ้น
• อัดโอโซนที่ Apa มีประโชน์ในการฟอกขาว ฆ่าเชื้อและทำให้ผิวหนังมันเรียบ ข้อควรระวังในการเลือกซื้อเครื่องผลิตโอโซน คือ ปริมาณโอโซนที่ผลิตได้จะต้องไม่น้อยกว่าชั่วโมงละ 200 mg.
2. วิธีบำบัดแบบห้ามกิน( อดอาหาร )
มีแพทย์และนักโภชนาการจำนวนมากได้กล่าวถึงรายงานที่เกี่ยวกับการอดอาหาร
• การอดอาหารสามารถเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดงและปรับปรุงคุณภาพของเลือด ขอให้มีการอดอาหารนานพอก็จะสามารถขจัดสารพิษ ผิวหนังสะอาดยิ่งขึ้น สายตาดี บาดแผลหายสนิท รวมทั้งโครงสร้างทั้งร่างกายก็ฟื้นคืนพลัง
• การอดอาหารมีประโยชน์ต่อโรคไขข้ออักเสบและโรคหลอดเลือดแข็งตัว และสามารถรักษาโรคเกี่ยวกับปอดและลดความดันของเลือด
• การอดอาหารเพื่อสุขภาพสามารถลดภาระอันหนักอึ้งและมีเวลาพักผ่อนของไต ลำไส้และตับ และก็ไม่เลยเวลาจนเกิดผลกระทบต่อการทำงานของระบบอวัยวะ แต่ถึงแม้จะเป็นการอดอาหารเพื่อสุขภาพก็อาจจะปรากฏสภาวการณ์ที่ไม่สบายเกิดขึ้น เช่น อ่อนเพลีย ปวดหัว มีกลิ่นตัว ปัสสาวะหรืออุจจาระมีกลิ่นแรงมาก และก็หมดอารมณ์ในเรื่องเซ็ก เป็นต้น นั่นเป็นเพราะว่าขณะที่ไขมันถูกดึงไปทดแทนพลังงานของร่างกาย สารพิษเดิมที่สะสมอยู่ภายในไขมัน ถูกปล่อยให้ไหลเข้าสู่เลือด ทำให้เกิดอาการข้างต้น
• การอดอาหารแบ่งออกเป็นอดอาหารครึ่ง( กินผลไม้ )และอดอาหารเต็ม( ดื่มน้ำ )สามารถขจัดสารพิษภายในร่างกาย แก้ท้องผูก แต่ถ้าต้องใช้เวลาในการดำเนินการอดอาหาร 3 ~ 7 วัน จะต้องได้รับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ขอแนะนำให้อดอาหารมื้อค่ำปีละ 3 เดือน เช่น เลือกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ กินเฉพาะมื้อเช้า ไม่กินมื้อกลางวันและมื้อเย็น ยกเว้นจะอดอาหาร 1 วันเต็ม ๆ มิฉะนั้นแล้วห้ามอดมื้อเช้าเด็ดขาด ทางที่ดี ควรเริ่มฝึกตั้งแต่อดอาหาร 1 วัน เมื่อสามารถปรับตัวได้ ก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 วันหรือนานกว่านั้น ไม่ควรเริ่มอดอาหารทันทีหลายวัน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายและโรคปรับตัวไม่ได้ การอดอาหารครั้งหนึ่งต้องมากกว่า 5 วันถึงจะเห็นผลชัดเจน เพราะต้องใช้เวลา 4 ถึง 5 วันแล้ว ร่างกายจึงเริ่มขับ ” อุจจาระตกค้าง “ นั่นคือ การขับพิษ
3. มันเทศ – อันดับ 1 ของการขจัดพิษ
ศูนย์วิจัยป้องกันโรคมะเร็งแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น ได้สำรวจประชากรจำนวนสองแสนหกหมื่นคน และรายงานสรุปสถิติความสัมพันธ์ของการกินอาหารในชีวิตประจำวันกับโรคมะเร็ง พิสูจน์ทราบว่าผักมีสารป้องกันมะเร็ง จากการวิเคราะห์สารต้านมะเร็งในผักกว่า 40 ชนิดและผลการทดลองปฏิบัติการยับยั้งมะเร็ง เรียงตามลำดับผักที่ให้ผลชัดเจนในการยับยั้งโรคมะเร็ง 20 ชนิด ตั้งแต่ระดับสูงถึงต่ำสุด อันดับ 1 คือ มันเทศสุก อันดับ 2 มันเทศดิบ
ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงแนะนำกินอาหารล้างพิษ โดยเริ่มกินมันเทศก่อน หมายความว่า ไม่อยากเปลี่ยนแปลงอาหารที่กินแต่อยากได้สุขภาพ ก็เพียงเพิ่มมันเทศอีก 1 อย่างให้เป็นอาหารหลักในมื้อกลางวันและมื้อเย็น
มันเทศเนื้อสีเหลืองจะเหมาะกว่าเนื้อสีแดง พลังงานค่อนข้างสูง พิเศษคือต้องกินทั้งผิว ชั้นนอกสุดของมันเทศ คือ เยื่อ ชั้นกลาง คือ ผิว ชั้นในสุด คือ เนื้อ หลังจากต้มมันสุก ลอกเยื่อบาง ๆชั้นนอกออก จากนั้นจึงกินทั้งลูก ปกติ สามารถใช้วิธีต้ม ถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา อาจใช้วิธีเผากิน
อีกอย่าง การกินอาหารขจัดพิษ ไม่ว่าจะเป็นมื้อใด ๆ ให้ดื่มน้ำแกงก่อน ต่อมาก็กินผัก ถั่ว สาหร่ายทะเล เป็นต้น สุดท้ายจึงกินธัญพืช 5 ชนิด หมายความว่า มันเทศและธัญพืช 5 ชนิด ไว้กินอันดับสุดท้าย




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2553
0 comments
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2553 13:40:04 น.
Counter : 726 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


panya_lai
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add panya_lai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.