|
สารป้องกันและกำจัดโรคพืช ตอนที่ 22
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย" เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน (นายยักษ์เขียว)
วินโคลโซลิน (vinclozolin) การออกฤทธิ์ เป็นสารกำจัดเชื้อรา dicarboximide หรือ oxazolidine ประเภทไม่ดูดซึม ออกฤทธิ์ให้ผลในทางป้องกันโรคพืชและทำให้สปอร์ไม่งอก ความเป็นพิษ มีพิษเฉียบพลันทางปาก (หนู) 10,000 มก./กก. ทางผิวหนัง มากกว่า 2,500 มก./กก. (หนู) โรคพืชที่กำจัดได้ โรคลำต้นเน่าที่เกิดจากเชื้อ Altermaria และ Botrytis โรคเน่าสีน้ำตาล โรค Dollar spot โรคFusarium patch โรคใบจุด และโรคที่เกิดจากเชื้อ Sclerotinia และ Monillia spp. พืช ที่ใช้ ผักกาดขาว องุ่น ถั่วแขก และถั่วอื่น ๆ คื่นฉ่าย หอม มะเขือเทศ สตรอเบอร์รี่ พริกไทย แตงกวา และพืชอื่น ๆ สูตรผสม 50% ดับบลิวพี และ เอสซี อัตราใช้และวิธีใช้ ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก ผสมกับน้ำฉีดพ่นที่ใบพืช ทุก 7-14 วัน ให้ใช้ก่อนที่พืชจะเป็นโรค การแก้พิษ ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ รักษาตามอาการ ข้อควรรู้ - ระยะเวลาที่ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยว 7-14 วัน - เป็นอันตรายเมื่อถูกผิวหนังและอาจทำให้ดวงตาเกิดอาการระคายเคือง - เข้ากับสารกำจัดศัตรูพืชอื่น ๆ ได้ - ไม่เป็นอันตรายต่อผึ้ง
ไซเน็บ (zineb) การออกฤทธิ์ เป็นสารกำจัดเชื้อรา dithiocarbamate ออกฤทธิ์ให้ผลในทางป้องกันโรคพืช ความเป็นพิษ มีพิษเฉียบพลันทางปาก (หนู) 5,200 มก./กก. ทางผิวหนัง (หนู) มากกว่า 6,000 มก./กก. โรคพืชที่กำจัดได้ โรคราน้ำค้าง โรคใบไหม้ โรคราสนิม โรคแอนแทรคโนส โรคใบจุด โรคราดำ โรคกุ้งแห้งและอื่น ๆ พืชที่ใช้ องุ่น ถั่ว มันฝรั่ง มะเขือเทศ หอม กระเทียม พริก ผักต่าง ๆ แอสพารากัส กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก แครอท คื่นฉ่าย ส้ม ข้าวโพด ฝ้าย แตงกวา มะเขือ คะน้า ผักกาดหอม แตงโม พริกไทย ฟักทอง สตรอเบอร์รี่ ยาสูบ และอื่น ๆ สูตรผสม 70% และ 80% ดับบลิวพี อัตรา ใช้และวิธีใช้ โดยทั่วไปใช้อัตรา 40-80 กรัม ผสมกับน้ำ 20 ลิตร กวนให้เข้ากันดี แล้วฉีดพ่นที่ใบให้ทั่วต้นพืช ใช้ซ้ำได้ทุก 1-2 อาทิตย์ต่อครั้ง อาการ เกิดพิษ ถ้ากลืนกินเข้าไป จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียและเซื่องซึม ถ้าถูกผิวหนัง เยื่อบุดวงตาและจมูก อาจทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง การ แก้พิษ ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่ ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก ๆ ถ้ากินเข้าไปต้องรีบทำให้อาเจียน แล้วล้างท้องด้วย laxative salt แล้วรักษาตามอาการ ข้อควรรู้ - ระยะเวลาที่ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยว 1-2 อาทิตย์ - ไม่เข้ากับสารอื่นที่มีสภาพเป็นด่างหรือมีสารปรอทเป็นองค์ประกอบ - ใช้ฉีดพ่นก่อนที่พืชจะเป็นโรค - เข้ากับสารกำจัดเชื้อราและสารกำจัดแมลงอื่น ๆ ได้
คราวหน้า มาเริ่มกันที่ สารกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) ครับ
| Create Date : 26 มกราคม 2554 |
|
0 comments |
| Last Update : 26 มกราคม 2554 12:35:25 น. |
| Counter : 3098 Pageviews. |
|
 |
|