เรียนรู้ประวัติศาสตร์ใน Berlin วันที่ 2





วันนี้เป็นวันที่สอง และวันสุดท้ายที่ฉันจะอยู่เที่ยวในเมือง Berlin โดยมีเวลาตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาไปจนถึงตอนประมาณหนึ่งทุ่มนั่นแหละ แล้วเราก็จะออกจากสถานีรถไฟสวนสัตว์ของ Berlin ตอนประมาณทุ่มครึ่งเห็นจะได้ ลักษณะการเที่ยวของพวกเราในทริบนี้เป็นการเที่ยวแบบสบายๆ เดินเล่นไปเรื่อยๆ โดยจุดมุ่งหมายของเราในวันนี้ ก็คือ การนั่งรถไปที่ Siegessäuleม Berliner Dom และนั่งรถไปสัมผัสบรรยากาศของกำแพงเบอร์ลินที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยถ้ายังมีเวลาเหลือ เราก็จะนั่งรถไปที่ Sanssouci Schloss ในเมือง Potsdam กันอีกรอบ

หลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็นั่งรถไปซื้อตั๋ววันที่สถานีรถไฟกันอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะออกเดินทางโดยรถบัสไปลงที่ Siegessäule

เก้าโมงกว่านิดหน่อย พวกเราก็ไปถึง Siegessäule อากาศยามเช้าวันนี้ถึงแม้ว่าจะเย็นไปซักหน่อย แต่ท้องฟ้าก็โปร่งใส ไม่มีเมฆซักเท่าไหร่ ฉันก็ได้แต่ภาวนาว่า ขออย่าให้เป็นอย่างเมื่อวานเลย ที่ทั้งๆ ที่ตอนเช้าแดดยังแรงอยู่ดีๆ จู่ๆ ฝนก็ดันเริ่มโปรยปรายลงมา

เมื่อมาถึง Siegessäule ฉันก็เริ่มลงมือถ่ายรูป โดยที่ไม่ลืมที่จะอ่านเรื่องราวคร่าวๆ ของได้เสาแห่งนี้ด้วย





เสานี้ถูกสร้างขึ้นเป็นอนุเสาวรีย์แห่งชัยชนะระหว่างการต่อสู้กับเดนมาร์ก (1864), ออสเตรีย (1866) และ ฝรั่งเศส (1870-1871) ด้านบนสุดของเสาเป็นรูปผู้หญิงยืนถือคทา (Victoria) ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะ เสานี้มีความสูงทั้งหมด 69 เมตร และถ้าต้องการขึ้นไปบนสุดของเสา จะต้องเดินขึ้นบันได้ถึง 285 ขั้นเลยทีเดียว ซึ่งด้วยจำนวนความสูงขนาดนี้ พวกเราขอไม่ขึ้นดีกว่า ขอเดินเล่นบนพื้นราบให้สบายใจดีกว่า

จาก Siegessäule ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่ชื่อว่า 17. Juli ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถเดินไปถึง BrandenburgerTor ได้ ซึ่งพวกเราก็ตัดสินใจที่จะเดินไปเรื่อยๆ ผ่าน Tiergarten ไปยัง Brandenburger Tor อีกครั้งหนึ่ง และใช้ตำแหน่งนี้เองเป็นที่ตั้งต้น เพื่อนั่งรถโดยสารไปยังบริเวณใกล้ๆ Berliner Dom

ก่อนที่จะเดินไปยัง Berliner Dom ฉันก็เดินผ่านลานกว้างๆ ที่เรียกว่า Gendarmenmarkt ซึ่งมีขนากว้างถึง 48000 ตารางเมตรแน่ะ ถือว่าใหญ่พอสมควรเลยล่ะ ในบริเวณ Gendermenmarkt ก็จะมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ 2 อย่างตั่งเด่นอยู่ นั่นก็คือ Deutscher Dom และ โรงละครSchauspielhaus


Deutscher Dom


Deutscher Dom ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของ Gendarmenmarkt สร้างจึ้นโดย Martin Grünberg มนปี ค.ศ. 1701-1708 ตอนแรกสุดที่สร้างขึ้นนั้นใช้เป็นโบสถ์ และได้ถูกทำลายลงในช่วงสาครามโลก จนกระทั่ง เมื่อปี 1996 นี้เอง โบสถ์แห่งนี้ถึงได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่


Schauspielhaus


บริเวณตรงกลางของ Gendarmenmarkt เคยเป็นสถานที่ตั้งของ Komödienhaus ซึ่งภายหลังได้เกิดไฟไหม้ Komödienhaus ถูกทำลายลง ต่อมาในปี 1818-1821 Schinkel ได้ทำการสร้าง Schauspielhaus ขึ้นมาแทน ต่อมากลังสงครมครามโลกครั้งที่ 2 โรงละครแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1967 แล้วในปี 1984 ได้มีการใช้โรงละครแห่งนี้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตในเบอร์ลิน Konzerthaus Berlin

เมื่อถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าลืมว่า จุดหมายปลายทางของเราก็คือ Berliner Dom พวกเราก็เลยเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเห็นจุดหมายอยู่ลิบๆ แต่ว่าเมื่อเหลือบไปมองข้างทางก็เห็นสวนหย่อมขนาดย่อมๆ อยู่ โดยรอบๆ สวนหย่อมก็เป็นร้านอาหารต่างๆ มากมาย ก็เลยเอารูปมาฝากกันก่อนที่จะไปถึง Berliner Dom





Berliner Dom นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1894-1905 เพื่อใช้เป็นโบสถ์ประจำราชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์น (เป็นโบสถ์ทางนิกายโปรเตสแตนท์) เป็นที่ทำพิธีการเจิมน้ำมนต์ เข้าพิธีอภิเษกสมรส และใช้เป็นสถานที่ฝังศพของสมาชิกในราชวงศ์ ซึ่งบริเวณชั้นใต้คินของโบสถ์แห่งนี้มีหลุมฝังศพของณาชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์นอยู่ถึง 97 แห่ง



หลังจากที่ไปเที่ยว Berliner Dom กับเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็นั่งรถ S-Bahn ไปยังชุมชนชาวยิวของเบอร์ลิน ซึ่งที่บริเวณนี้ถือว่าเป็นชุมชนชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน ที่นี่มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับชาวยิว ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ยิว ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และสุสานของชาวยิว ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาซักเท่าไหร่ ฉันก็เลยขอผ่านไปดูซากกำแพงเบอร์ลินดีกว่า

จากชุมชนชาวยิว พวกเรานั่งรถ S-Bahn ไปลงที่ Ost Bahnhof เพื่อไปดูซากกำแพงเบอร์ลินที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนทุกวันนี้

หลายๆ คนคงเคยรู้กันมาแล้วว่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเบอร์ลิน ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และโซเวียต ต่อมาในปี 1948 เมื่อโซเวียตแยกตัวออกจากจากกลุ่มสัมพันธมิตร ประเทศเยอรมันก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศโดยปริยาย ส่วนที่ถูกปกครองโดยโซเวียต เรียกว่า ประเทศเยอรมันตะวันออก มีเบอร์ลินตะวันออกเป็นเมืองหลวง และส่วนที่ถูกปกครองโดยอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส คือ ประเทศเยอรมันตะวันตก แต่ด้วยความผูกพันธ์ของชาวเยอรมัน ทำให้การแบ่งแยกประเทศนี้ไม่เป็นไปอย่างเด็ดขาด จึงมีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นโดยรัฐบาลของเยอรมันตะวันออกในวันที่ 13 สิงหาคม 1961 เพื่อยุติการไปมาหาสู้กันระหว่างพี่น้องร่วมชาติ ต่อมาทางด้านเยอรมันตะวันตก ได้พยายามที่จะให้มีการไปมาหาสู่กันมากขึ้น โดยชาวเยอรมันฝั่งตะวันตกได้รับการอนุญาติให้ไปเยี่ยมญาติที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกได้ และนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 เป็นต้นมา ชาวเบอร์ลินตะวันออกก็ได้เดินทางหลั่งไหลเข้าสู่เบอร์ลินตะวันตกจำนวนมาก โดยผ่านทางประตูฝั่ง Brandenburger Tor

จนกระทั่งในวันที่ 13 มิถุนายน 1990 ก็ได้เริ่มมีการรวมพลังมวลชนเพื่อทำลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นครั้งแรกที่ถนน Bernauer ต่อมาในที่สุดกำแพงเบอร์ลิน ก็ได้ถูกทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นการรวมประเทศครั้งแรกในรอยต่อของคืนวันที่ 2 ถึง 3 ตุลาคม 1990 ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 3 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันชาติเยอรมัน

เมื่อฉันไปถึงกำแพงเบอร์ลิน สิ่งแรกที่ฉันสังเกตได้ก็คือ สภาพความเสื่อมโทรมของบริเวณนั้น ไม่มีตึกสมัยใหม่นอกจากสถานีรถไฟ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งมากๆ ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เค้าตั้งใจคงสภาพความเป็นเบอร์ลินตะวันออกเอาไว้ หรือว่าเป็นเพราะไม่มีใครอยากไปพัฒนาให้มันดีขึ้น

ตัวกำแพงเบอร์ลินทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งถ้าจะเดินเลียบกำแพงไปเรื่อยๆ ก็คงใช้เวลามากทีเดียวที่จะเดินไปยังจุดสิ้นสุดของซากกำแพง บนกำแพงแต่ละบล๊อกก็ได้มีการวาดรูประบายสี เพื่อระลึกถึงคืนวันเก่าๆ ซึ่งฉันก็ได้ถ่ายมาให้ดูเพียงบางรูป




รูปนี้คือรูปรถที่ขับทะลุกำแพงออกมา


ชาวเบอร์ลินจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ฝั่งตะวันตก


เปรียบเสทือนโดนกักขังอยู่


ศถานที่ทางประวัตฺศาสตร์ที่สุดท้ายในแบร์ลินที่พวกเราไปมาก็คือ Checkpoint ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทหาตำรวจยืนอยู่ เพื่อตรวจคนที่ผ่านเข้าออกระหว่างเบอร์ลินท้งสองฝั่งในสมัยนั้น ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีสถานทีจำลองตั้งไว้ให้ดูอยู่





ทิ้งท้ายโดยการไปที่ Potsdam อีกรอบเพื่อถ่ายรูป Scloss Sanssouci ในวันที่อากาศดีๆ มาให้ดูกันอีกรอบ



สุดท้ายจริงๆ ค่ะ Yai_Kaew หวังว่า เพื่อนๆ คงได้รับทั้งความรู้และความบันเทิงไปบ้าง จากทริปนี้ของ Yai_Kaew นะคะ









Create Date : 05 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 8:21:16 น.
Counter : 3487 Pageviews.

7 comments
  
รัด
โดย: กอด IP: 125.26.166.252 วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:15:48:44 น.
  
โดย: chopov วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:4:15:53 น.
  
Your blog is so nice!! Great both pics and text!! I myself will be in Berlin in June this year.

Thank you for your guide.
โดย: Nong IP: 130.208.176.123 วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:0:27:30 น.
  
Great information and perfect illustration!
I will fly to Berlin in the beginning of June and also to Switzerland in summer time.
Thank for your guide naka. ^^
โดย: Gassy Vienna IP: 128.131.133.42 วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:07:33 น.
  
ขอบคุณคุณ Gassy Vienna นะคะ

ถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็ถามมาได้นะคะ
โดย: Yai Kaew วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:35:01 น.
  
รูปสวยมากเลยครับ
โดย: toney.... IP: 61.7.134.108 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:3:08:42 น.
  
I have just came back from Geneva and Bern, Swiss.
Thank you so much for your deeply information guide.
I hope i will get a chance to go somewhere else.
โดย: หมากแดง IP: 193.50.44.106 วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:23:11:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Yai Kaew
Location :
Nordrhein-Westfalen  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2548

 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30