Everytihng So Sweet
Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
25 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Taiwan Touch Your Heart : วันที่ 2 Sun Moon Lake ที่ที่พระจันทร์และพระอาทิตย์บรรจบกัน

วันที่ 2 ในไต้หวัน ไฮไลท์หลักของวันนี้ คือ เราจะไป sun moon lake (日月澤) กันค่ะ

จากที่หาข้อมูลในเวบ คิดว่าจะมีรถออกตอน 9.00 น. เลยไม่รีบเร่งอะไรมากค่ะ
ตื่นประมาณ 7 โมงเช้า แล้วก็ลงมากินมื้อเช้า ที่ TS Hotel มีบริการอาหารเช้าให้ด้วยค่ะ

ที่นั่งมีอยู่แค่ไม่กี่โต๊ะ เรา 2 คนมาถึงเป็นคนแรกของห้องอาหารเลย


เป็นบุฟเฟ่ต์ค่ะ อาหารจะแนวอาหารจีนสไตล์ไต้หวัน แต่มีพวก แฮม ไส้กรอก ไข่ดาว ขนมปังปิ้งด้วย


อันนี้ไลน์เครื่องดื่ม


ที่นี่เค้ามีป้ายแปะไว้ประมาณว่า ถ้าจะตักอาหารเพิ่ม ขอให้ใช้จานชามใบเดิมด้วยค่ะ แนวเพื่อสิ่งแวดล้อม (แต่เราชอบนะ ^ ^)

2 คนกินเท่านี้เอง


กินอิ่มแล้ว check out จากรร. แล้วเราก็เดินทางไป sun moon lake กัน
อากาศสบายมั่กๆ ^ ^ อุณหภูมิประมาณ 20 องศาค่ะ เนื่องจากเมื่อคืนฝนตก (จริงๆตอนเช้าก็ยังฝนตกโปรยปราย)


แต่คนที่นี่เค้ายังใส่เสื้อหนาวหนาๆขนเฟอๆ อยู่เลยอ่ะค่ะ มีคนมองด้วย 'ไอ้กะเหรี่ยง 2 ตัวนี้ มันไม่หนาวเหรอไง >3< ' (เผอิญเราด้าน หว่ะ 555+)


พอถึง Taipei Main Station ก็ออกประตู Z5 จะเดินออกมาแล้วโผล่ที่หน้า Kuo-Kuang Bus เลย


เดินไปที่เคาท์เตอร์ แล้วก็บอกเค้าว่าจะซื้อตั๋วไป sun moon lake ค่ะ


เราไปถึงสถานีประมาณ 8.45 ทีนี้มันผิดพลาดตรงที่ ตารางเวลาไม่ตรงกับที่ดูในเวบค่ะ
ตอนแรกเรานึกว่าจะมารถรอบ 9 โมงเช้า แต่เจ๊เค้าให้ดูตารางเวลา รถของ Kuo-Kuang Bus ที่จะออก มีไปตอน 8.20 แล้วก็ 10 โมงเลยค่ะ


รู้งี้มาเร็วกว่านี้ดีกว่า จะได้ทันรอบ 8.20 เลยต้องรอเงกเลย - * - ต้องไปรอรถรอบ 10 โมงค่ะ
แล้วเราก็เลยซื้อตั๋วสำหรับขากลับมาไว้ด้วยเลย กลับพรุ่งนี้ตอน 14.20 เพราะกะว่าขากลับจะเดินเที่ยวในไทเปต่อ


หน้าตาตั๋วรถค่ะ พอขึ้นรถจะโดนฉีกมุมไป พอลงรถเค้าก็จะยึดตั๋วคืนเลย
ขาไป และ ขากลับ



ไปรอที่ท่าปล่อยรถที่ 1 ค่ะ ไป Puli (จะถึงก่อน sun moon lake) แล้วก็ sun moon lake


รถมาแล้วค่าาาาา


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. (อย่างกะขึ้นเครื่องกลับไทย) แต่ว่าสภาพรถดีมากค่ะ นั่งสบายมากๆ ไม่ค่อยกระเทือนเท่าไหร่ด้วย เป็น 4 ชม.ที่ไม่เมื่อยเลยยยย


หลับกันแทบทั้งรถ (เราก็หลับ แต่ตื่นก่อน เลยเสร็จเรา 555+)


เราก็ถ่ายวิวรอบๆไปเรื่อยๆ อันนี้สุสานค่ะ เป็นแถบเลย


จริงๆเจอน้องๆ สาวขายหมาก แต่งตัวสุดวาบหวิวด้วย แต่หยิบกล้องมาถ่ายไม่ทัน อิอิ

4 ชม. ผ่านไปไวเหมือนโกหก (เพราะรถนั่งสบายจริงๆ) ในที่สุดก็ถึงแล้ว Shueishe Visitor Center
ที่นี่อากาศไม่หนาวเท่าที่ไทเปนะคะ กะลังสบายเลย ใส่แขนสั้นได้


รถจะจอดฝั่งตรงข้าม Visitor Center เลยค่ะ ตอนขากลับ เราก็มาขึ้นรถตรงหน้า Visitor Center นี่แหละค่ะ
ใน Visitor Center จะมีนิทรรศการด้วยค่ะ มีภาพถ่ายแล้วก็ประวัติ รวมถึงชนเผ่าของที่นี่ แต่เราไม่ได้เดินเที่ยวข้างในอ่ะค่ะ ตรงไปที่พักก่อน


ทะเลสาบสุริยันจันทรา (sun moon lake)เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่า งดงามราวกับภาพวาดเปรียบเหมือนสวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวันโพ้นทะเล
รวมความหลากหลายทางธรรมชาติจากผืนนํ้าสู่ยอดเขาที่นับจากความสูง ระดับ 748 เมตร เป็นทะเลสาบที่มีภูเขาสลับซับซ้อนล้อมรอบ ประกอบกับทัศนียภาพของนํ้าและภูเขาที่ สวยงาม
ถนนรอบทะเลสาบมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร ทำให้ตัวทะเลสาบมองแล้วคล้ายพระอาทิตย์และพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ซึ่งเป็นที่มาของนามอันไพเราะว่า สุริยัน-จันทรา
เป็นที่พำนักอาศัยของชาวพื้นเมือง Thao มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางชื่อว่า “Lalu” เกาะที่เล็กที่สุดในโลก
credit : google.com ค่ะ หาไว้ก่อนไปเที่ยว

การเที่ยวใน sun moon lake ถ้าไปเอง จะมี 2 แบบค่ะ แบบ shuttle bus กะ shuttle boat (ก็ทางรถกะเรือ อ่ะแหละ)
วิธีก็เหมือนกัน ก็คือซื้อตั๋ว แล้วก็ขึ้นรถ/เรือ ตามตารางเวลาที่เค้ามีกำหนดให้ พอถึงแต่ละป้าย รถ/เรือก็จะจอด เราก็ลงไปเดินเที่ยวตามประสา แล้วก็กลับมารอรถ/เรือคันต่อไปที่ป้ายเดิมค่ะ
ค่าเรือ 300 NT/คน, ค่ารถ 80 NT/คน

เส้นทางรถและท่าเรือ แล้วก็สถานที่ต่างๆ


พอลงจากรถ จะเห็นรร.แล้วก็ที่พักตาม 2 ข้างทางเต็มเลยค่ะ ที่พักที่เราจอง ต้องเดินไปทาง 3 แยกที่มีร้านสตาร์บัค แล้วเข้าซอยที่จะตรงไปท่าเรือค่ะ อยู่เยื้องๆกะท่าเรือเลย
เราจองที่นี่ไว้ค่ะ Laurel Villa ค่าที่พัก 1,800 NT/คืน มีอาหารเช้าด้วย


แต่ว่าเราซื้อ package นั่งเรือเที่ยว รวมอาหารมื้อเย็นอีกคนละ 245 NT รวมเป็น 2,290 NT ค่ะ

ห้องพักดูดีทีเดียว ทั้งคุณลูกชายและอาม่า (แม่เค้าแหละ) เจ้าของที่พักก็ใจดีมากก เราเห็นอาม่าพูดอังกฤษลำบาก (น่าจะอายุเกิน 80 อ่ะค่ะ พูดอังกฤษได้ก็เจ๋งแล้ว)
เราเลยพูดภาษาจีนกะเค้า ทีนี้มา sound track - -" เกือบตลอดเลย แล้วก็ดูเอาใจใส่เรามากด้วย
เป็นห่วงเป็นใย ถามนั่นถามนี่ตลอด แนะนำโน่นนี่

ห้องที่เราพักค่ะ เอิ่ม.....นี่ยังนอนมาบนรถไม่พอเหรอเนี่ย - -"


สิ่งอำนวยความสะดวกครบ


มาถึง sun moon lake ก็บ่าย 2 แล้ว ต้องทำเวลาหน่อย เลยรีบเก็บของแล้วก็ออกมานั่งรถเที่ยวค่ะ
ทัวร์เรือที่ซื้อ Package ไว้ จะไว้ไปเที่ยววันรุ่งขึ้นตอนเช้า วันนี้เลยนั่ง Shuttle Bus แทนค่ะ

ซื้อตั๋วคนละ 80 NT ได้มาหน้าตาแบบนี้ พร้อมขอตารางรถที่จะออกแต่ละสถานี มาจากเจ๊เค้าด้วย (แต่ดันทำหายไปแล้ว)
รถจะวิ่งตั้งแต่เช้านะคะ จำเวลาไม่ได้ แต่น่าจะประมาณ 8-9 โมง แล้วรถรอบสุดท้ายที่กลับ Visitor Center จะประมาณ 6 โมงเย็นค่ะ


ด้านหลังของตั๋วค่ะ อ่านไม่ออกหรอก แหะๆ


ระหว่างรอรถออก ก็ไปซื้อน้ำมะละกอมากินรองท้อง เป็นสิ่งที่เราชอบมากกกกกกกกที่ไต้หวัน (ชอบขนาดซื้อหิ้วขึ้นเครื่องกลับมาด้วย)


รถมาแล้วค่าาา ขาออกจากสถานีหน้า Visitor Center จะตรงเวลามาก (แต่สถานีอื่น จะเล่าให้ฟังทีหลัง - -")
สภาพรถก็ดีนะคะ ขึ้นไปแล้วเค้าก็จะฉีกตั๋วเราไปเสี้ยวนึงเหมือนเดิม


ที่แรกที่เราจะไปคือวัด Wen Wu ค่ะ เราก็บอกเค้าก่อนขึ้น เพื่อหวังว่าพอถึงแล้ว เค้าจะเรียกเราให้ลง 55+


ข้างหน้าวัดมีการก่อสร้างรื้อถอนเล็กน้อย พอให้รำคาญใจ - -" (เอาหน่ะ ไปเที่ยววันธรรมดา เค้าก็ต้องทำตอนนี้แหละ วันหยุดคงไม่ได้ทำ)


Wen Wu Temple (文武廟 ) แปลตรงๆก็คือ วัดบุ๋นและบู๊ เนื่องจากคนจีนส่วนใหญ่จะไม่ไหว้พระ แต่จะไหว้เทพ
บุ๋น - เทพขงจื๊อ เทพแห่งปัญญา เป็นบรมครู ฉลาดหลักแหลม คนจะเรียนหนังสือต้องไปไหว้เทพขงจื๊อค่ะ
บู๊ - เทพกวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม เก่งด้านการรบ
เทพทั้ง 2 องค์ เป็นเทพที่มีชื่อเสียงมากของคนจีนค่ะ

ทางซ้ายคือ ขงจื๊อ ทางขวาคือ กวนอู ค่ะ


วัดนี้เป็นต้นแบบของวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ด้วยนะคะ แล้วก็จะบอกว่าวัดที่ไต้หวัน แทบทุกวัดที่เข้าไป สถาปัตยกรรมสวยมากกกกก งานละเอียด โดยเฉพาะหลังคาวัด อลังการแล้วก็สีสวยมาก


มังกรๆ


สิงห์ตัวใหญ่มากกก


ให้เขียนขอพร ชื่อ แล้วก็ที่อยู่ค่ะ เดี๋ยวท่านเทพตามไปให้พรไม่ถูก แถมให้ใส่ email ด้วย เผื่อจะได้ติดต่อกลับได้ อิอิ


ไฟตามท้องถนน จะเป็นเสารูป พระอาทิตย์กับพระจันทร์ค่ะ


ใช้เวลาเดินเที่ยวในวัด ก็ประมาณ ครึ่งชม.กว่าๆ ก็มารอรถที่สถานีค่ะ เดินออกจากวัดมาแล้วเลี้ยวซ้ายเดินมาเรื่อยๆค่ะ ป้ายจะอยู่ฝั่งตรงข้ามวัด
จริงๆถ้าขึ้นรถแล้วเราลงตรงไหน จะไปขึ้นรถต่อ ก็รอที่ป้ายเดิมอ่ะค่ะ
มีตารางบอกเวลาที่รถจะผ่านด้วย ในตารางบอกว่าจะมีรถผ่านทุก 15 นาที


แต่ว่าๆๆๆๆๆๆๆ
20 นาทีก็แล้ว 30 นาทีก็แล้ว ยังไม่มีที่ท่าว่ารถจะมาเลยยยยยยย - * - ไม่มีที่นั่งด้วย เลยหยิบหนมมาอม ถ่ายรูปเล่น จนถึงขั้นยืนเต้นบ้าเต้นบอ (งี้แหละ ไม่มีใครรู้จัก ถึงเค้านินทาก็คงฟังไม่รู้เรื่อง อิอิ)
อันนี้ซื้อจากเมืองไทย


รอจนเบ็ดเสร็จประมาณ 45 นาที ถึงจะมีรถผ่านมาสถานีนี้ - * - แถมคนขับยังเป็นคนเดิมกะที่เรานั่งมาด้วย
แปลว่า พี่ขับจนรถวนกลับเข้าอู่ แล้วออกมาอีกรอบแล้วใช่ป่าวคะ T_T รถน้อยไปไหนเนี่ย

จากที่วางแผนไว้ว่าจะลงประมาณ 3-4 สถานี แต่นี่ก็ล่วงเลยมาจนจะ 4 โมงเย็นละ ท่าจะไม่ได้ตามเป้าแล้วมั๊ง - -"
ป้ายถัดไปที่เราจะลง เราบอกเค้าว่าจะไป Ita Thao ค่ะ นั่งรถไปประมาณ 15-20 นาทีได้
พอลงรถ เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆ ก็จะทะลุมาที่ท่าเรือค่ะ


4 โมงเย็นกว่าๆแล้วหมอกยังเยอะอยู่เลย


เกาะกลางมีปลาปลอมเสียบไม้ เอาไว้ทำอะไรนะ ???
ไปเที่ยวเองก็เสียตรงนี้แหละ ไม่มีคนคอยบรรยาย หุหุ


น้ำใสมากกกกกกกกกกค่ะ แต่ดันถ่ายมาแค่ความลึกเท่านี้


หิวแล้วค่ะ เลยเลิกถ่ายรูปเล่นที่ท่าเรือ ไปหาอะไรกินแทน


ชั่งใจอยู่นาน ว่าจะกินอะไรดี อยากกินอะไรที่แปลกๆหน่อย เมืองไทยไม่ค่อยมี แล้วก็ไม่อยากกินหนักเกินไป
จนสายตาป๊ะกะเจ๊คนนี้ เจ๊ขายอะไรอ่ะคะ ดูแปลกๆ


มันคือซาลาเปาทอด ... หน้าตาเหมือนซาลาเปาอ่ะค่ะ แต่แป้งเหมือนเกี๊ยวซ่ามากกว่า มีไส้ผักผสมหมูผสมวุ้นเส้น แบบเดียว


จัดมา 1 ค่ะ ราคา 40 NT


แต่แค่นี้ไม่อิ่มแน่นอน (ไหนบอกว่าไม่อยากกินหนัก - -")

คุณชายเลย play save แวะร้านไก่ทอดค่ะ ร้านนี้


มีแม่ช้อยนางรำการันตีด้วย (นักชิมมักจะรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทั้งโลกเลยหรือเปล่า - -")


สั่งไก่แผ่นชิ้นใหญ่ๆ ไป 1 ชิ้น 45 NT แล้วเหลือบไปอ่านป้ายว่าถ้วยละ 40 NT / 3 ถ้วย 100 NT เลยจัดมาอีก 3 ถ้วย
(ไหนว่าอยากกินอะไรแปลกๆ นี่มันเมืองไทยมีทั้งนั้น )


มีความสุขมากก เวลาจะได้กินของอร่อย


เวลาก็ 5 โมงกว่าแล้วค่ะ กลัวตกรถรอบสุดท้ายตอน 6 โมง แล้วต้องเดินกลับ (กลับไม่ถูกนะเนี่ย) เลยรีบไปรอที่ท่ารถ ซึ่งตามคาดว่า รอนาน มว๊ากกกกกกกกก เหมือนเดิม
แต่ดีที่มีของกินกินฆ่าเวลาค่ะ เลยไม่รู้สึกทรมานเหมือนตอนแรก แต่ครั้งนี้รถมาถึงเร็วกว่า รอไปประมาณครึ่งชม.ได้

และตามคาดอีก ว่ารถคันที่มารับเป็นคุณพี่คนขับคนเดิม (หรือวันนี้เวรพี่เหมาทั้งวันคะ - -") ขึ้นรถ 3 ครั้งเจอคุณพี่ตลอดเลยค่ะ ตอนนี้หนูยังจำหน้าพี่ได้เลยเนี่ย

กว่าจะนั่งรถกลับมาถึง Visitor Center ก็เกือบมืดพอดี


ขอถ่ายรูปรถเพื่อนเป็นที่จดจำหน่อยเหอะ คันเดียวตลอดเลย


เริ่มมืดแล้วค่ะ ที่นี่อยู่ในช่วงฤดูหนาวเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ เลยยังมืดเร็วอยู่
(อากาศเริ่มเย็น จริงๆใส่เสื้อหนาวตั้งแต่กลางวันคลุมไว้ดีกว่าค่ะ)

ระหว่างทางจาก Visitor Center ไปที่พักต้องผ่านร้านนี้ เหมือนร้านขายของฝาก


เห็น model กระดาษ ก็ว่าเก๋ดีเลยซื้อกลับมา แต่พอกลับมาไทเป ก็เห็นขายเหมือนๆกัน ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วๆไป
1 model ก็คือ 1 แผ่น แผ่นละ 20 NT เองค่ะ


หมดวันแต่เท่านี้แล้วค่ะ
จริงๆตรงท่าเรือ จะมีพวกร้านที่นั่งริมท่านะคะ เราได้ยินเสียงเพลงด้วยแหละ แล้วก็มีหุ่นประดับไฟด้วย สวยดี
ที่นี่มีฝรั่งเยอะค่ะ ก็จะมีร้านอาหารสไตล์ฝรั่ง, coffee shop, ร้านน้ำชา อะไรพวกนี้เยอะ
แต่ว่าเรากะคุณชายหมดแรงแล้ว ทุ่มกว่าแล้วด้วย ต้องกลับไปกินข้าวของที่ที่พักอีก (เอ๊ะ เพิ่งกินไปไม่ใช่เหรอยะ - * -)

ลาไปด้วยภาพนี้เลยค่ะ ถ่ายตรง 3 แยกที่จะไปท่าเรือ


พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ไป boat tour ค่ะ แล้วก็จะกลับไทเปแล้ว

ติดตามชมกันก่อนน๊าาา

Taiwan Touch Your Heart : วันที่ 4 เที่ยวรอบนอก Yeliu, Jiufen
Taiwan Touch Your Heart : วันที่ 3 Around Sun Moon Lake
Taiwan Touch Your Heart : วันที่ 1 มุ่งสู่ไต้หวัน


Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 19 พฤษภาคม 2553 0:13:18 น. 6 comments
Counter : 821 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยว..

ละเอียดยิบ..แบบจุใจเลย ขอบคุณนะคะ ..

.. ต้องหาโอกาสมาเยือนบ้าง..


โดย: poongie วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:10:26:00 น.  

 
ยังมีอีก 6 วันค่า

ตามไปดูกันนะคะ หวังว่าจะเป็นแนวทางสำหรับคนที่คิดจะไปเที่ยวเองค่ะ


โดย: หัวใจไม่หวั่นไหว วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:11:13:40 น.  

 
อิจฉาคนได้ไปเที่ยววววววววววว


โดย: ฝ้าย IP: 172.16.35.165, 202.149.29.80 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:11:54:55 น.  

 
ชอบมะละกอนมเหมือนกันคะ มีไข่นมก็อร่อย เห็นแล้วก็อยากกิน คิดถึง


โดย: marzo วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:15:11:22 น.  

 
ท่าทางน่าสนุกดีจังเลยครับ ช่วงที่คุณไปผมนั้งทำ IS ทั้งคืนเรยย


โดย: แค่เหงา อย่าเหมาว่าง่าย IP: 58.9.82.156 วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:55:15 น.  

 
แล้วตอนนี้ทำ IS เสร็จยังคะ


โดย: หัวใจไม่หวั่นไหว วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:57:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หัวใจไม่หวั่นไหว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หัวใจไม่หวั่นไหว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.