Everytihng So Sweet
Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Trip เฉียดคาน : วันที่ 4 คืนสุดท้ายที่ ภูทับเบิก

ไม่ได้อัพทริปนี้ต่อตั้งนาน เพราะไปนั่งอัพ Blog Beauty อยู่ค่ะ แหะๆ

เวลามาเที่ยวต่างจังหวัด หลายๆคนก็คงตื่นแต่เช้า เพื่อมาดู + ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นกัน
วันนี้เราก็ตื่นแต่เช้า เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดภูเรือค่ะ
จากจุดที่เรากางเต๊นท์ ตอนเช้าจะมีสองแถวมารอรับนักท่องเที่ยวเพื่อขึ้นไปจุดชมวิวอยู่แล้วค่ะ
ซึ่งจากจุดจุดการเต๊นท์ขึ้นไป จะต้องต่อรถ 2 ต่อ
แต่ต่อที่ 2 ก็ระยะทางแค่ 900 เมตรเองนะ แต่เพื่อนร่วมทางไม่รักจะเดินกะเรา เลยต้องนั่งรถต่อไปอีก
ค่าสองแถวคนละ 10 บาทต่อครั้งค่ะ แปลว่าจ่ายไปคนละ 20 บาท แถมมีเรื่องให้หงุดหงิดเล็กน้อย
สองแถวที่เราขึ้นต่อแรก พอนั่งไปเรื่อยๆ เอ๊ะ มันเหมือนทางลงภูนะ
พี่นักท่องเที่ยวคนนึงเลยถามว่ามีใครจะลงภูหรือเปล่าคะ
ทุกคนตอบว่าไม่มี เลยเคาะกระจกให้เค้าจอด บอกว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนะ ทำไมขับลงภู
คุณคนขับรถตกใจใหญ่เลย บอกว่าเข้าใจผิด คิดว่าจะลงภูกัน
คนบนรถก็แบบว่า 6 โมงแล้วน๊า เดี๋ยวไม่ทันคุณพระอาทิตย์หรอก
ตอนลงรถเค้าก็ขอโทษใหญ่ บอกว่ามือใหม่เพิ่งหัดมาขับรับคน ก็เอาหน่ะ ไม่เป็นไรค่ะ คุณพระอาทิตย์ยังไม่ตื่น ให้อภัยได้

แต่ว่าหมอกหนามาก ตรงจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น ไม่เห็นพระอาทิตย์เลยอ่ะ


ถ่ายความหนาของหมอก สว่างแล้วก็ยังเห็นหมอกอยู่


จนพระอาทิตย์ขั้นโด่ไปถึงไหนๆแล้ว เลยเดินขึ้นไปไหว้พระบนยอดภูเรือแทน (ลืมถ่ายรูปมาค่ะ เพราะมัวแต่ต่อคิวไหว้พระ )

คนบนยอดภูเย้ออออออออออมาก เยอะได้อีก เยอะไปไหนเนี่ย
เลยไม่ไปถ่ายรูปกะป้ายยอดภูเรือละ ถ่ายแต่ป้ายละกัน ผู้คนล้นหลามมากๆ


ถ่ายป้ายประวัติความเป็นมาแทนละกัน คนน้อยหน่อย ไม่เสียสุขภาพจิต


ระหว่างทางจากจุดชมพระอาทิตย์ขั้น ไปจนถึงยอดภูเรือและศาลาไหว้พระ เป็นทางบันไดสั้นๆเองค่ะ
แต่ว่ามีดอกไม้ปลูกประดับสองข้างทาง สวยดี คนถ่ายรูปเยอะแยะเลย เราก็เอามั่ง


มีเรื่องอยากบ่นเล็กน้อย
พอมาเที่ยวคนเยอะๆแบบนี้ เราก็ทำใจเรื่องถ่ายรูปกับพวกสัญลักษณ์หรือจุดถ่ายภาพแล้วนะคะ
การที่จะต้องรอคิวเพื่อถ่ายรูปกับป้ายหรืออะไรต่างๆแบบนี้ เรารับได้แล้วก็พร้อมที่จะต่อคิวรอค่ะ
แต่คนที่มาแซงคิวถ่าย ทั้งที่คนเค้าต่อคิวรอยาวยืดนี่ เรารับไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะคนๆนั้นเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็กๆแล้ว

เรื่องของเรื่องก็คือ เราและคนอื่นๆอีกมากมาย รอถ่ายรูปกับป้ายอุทยานอยู่ค่ะ รออีก 1 คนก็คิวเราแล้ว
แต่มีครอบครัวไหนก็ไม่รู้ มีผู้ใหญ่ประมาณ 3-4 คน เด็กประมาณ 4-5 คน
คุณผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย อุ้มลูกชายตัวอ้วน เดินแซงหน้าคนที่ต่อคิวทั้งหลาย แล้วไปที่ป้ายเลย แล้วเรียกสมาชิกครอบครัวทั้งหลายตามไปด้วย
เราเห็นแล้วปี๊ดดดดดค่ะ คือ ก็ผู้ใหญ่มันทำตัวเป็นตัวอย่างที่แสนดีเลิศซะขนาดนี้ ให้เด็กเห็นเนี่ย
อนาคตของชาติก็คงจะจำพฤติกรรมไร้มารยาทอย่างนี้ติดตัวไปใช้ในอนาคตอ่ะค่ะ คุณผู้ใหญ่ทั้งหลายยยยย

เราเลยพูด(เสียงดังมากกกก) ออกไปเลยว่า "ไม่ต้องถ่ายรูปแล้วหล่ะ มีแต่คนไม่มีมารยาท แซงคิวคนอื่น แถมทำเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นอีก ประเทศชาติคงเจริญอ่ะ เราต่อคิวไปก็คงไม่ได้ถ่ายหรอก"
แล้วเราก็เดินสะบัดตรูดออกมาเลย เหอะๆ คนแถวนั้นคงเหวออ่ะ อีนี่องค์ลงเหรอ

เราอ่ะหมดอารมณ์ถ่ายไปแล้ว ไม่อยากถ่ายแล้ว ไว้ถ่ายตอนจะกลับอีกทีได้ม๊ายยย คนน้อยๆๆๆๆ อ่ะ
จนคุณชายที่ไปด้วย เดินมาลากไปถ่ายแล้วบอกว่า "คนอื่นก็ไม่ชอบครอบครัวนั้นเหมือนกันแหละ ทนนิดนึง"
แต่ที่พูด+แสดงอาการขนาดนี้ เพราะว่าตั้งแต่มาภูเรือนี่ เจอแบบนี้ตลอดเลยค่ะ เซ็งมากอ่ะ - * -
พอไปรอต่อคิวถ่ายใหม่ ครอบครัวนั้นก็ยังถ่ายกันไม่เสร็จ (แซงคิวแล้วยังถ่ายเยอะอีกนะ คนเรา) เราก็มองหน้านะคะ มองหน้าคุณผู้ใหญ่ทุกคนเลย
หวังว่าจะละอายกันบ้าง แต่คิดว่าคงไม่อ่ะ คงไปด่าเราลับหลังกัน

กลับมา review เรื่องเที่ยวต่อค่ะ แหะๆ เดี๋ยวจะกลายเป็น blog บ่นไป - -"

หลังจากที่หงุดหงิดเสร็จ เราก็อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าวแล้วก็ลงภูมาเลยค่ะ เพื่อขับไปภูทับเบิกต่อ
แต่มาแวะปั๊มในตัวภูเรือ ตรงข้ามทางขึ้นยอดภูเรือ
เป็นปั๊มที่มีสวนดอกไม้สวยดีค่ะ เป็นบริเวณกว้างเลย ห้องน้ำก็กว้าง มีร้านขายของที่ระลึกด้วย ปั๊มนี้ไฮโซจริงๆ
เลยหยุดถ่ายรูปราวกับไปงานดอกไม้เมืองหนาวมานิดหน่อย ^ ^




จากนั้นก็ขับรถขึ้นภูทับเบิกกันค่ะ คืนสุดท้ายนี้ เราจะไปกางเต๊นท์นอนที่ภูทับเบิกกัน
ทางขึ้นภูโค้งเยอะมากอ่ะ - -" เรารีบหลับซะก่อน เดี๋ยวเมารถ (ทางตรงหรือโค้ง ยังไงหล่อนก็หลับไม่ใช่เหรอ )
รูปนี้ตอนแรกถ่ายมาเพราะจะให้ดูว่าทางมันโค้งเยอะขนาดไหน


แต่ไม่ถึงนาที หมอกก็พัดมาเร็วมากจนข้างล่างขาวมิดไปหมดเลย รูปนี้กับรูปบน ถ่ายห่างกันไม่ถึง 1 นาที


เลยบอกคุณชายว่า กลัวหมอกบังทาง เรารีบขับรถขึ้นภูกันเถอะ
ขับไปแล้วก็มองหาที่พักกางเต๊นท์ไป ผ่าน Heaven Hill (ภูสวรรค์) แต่ก็ไม่พัก กะว่าถ้าหาที่ที่ไม่ใช่ของเอกชนไม่ได้ แล้วค่อยพักที่นี่ละกัน


สุดท้ายก็นอนที่ยอดภูทับเบิก จอดรถ กางเต๊นท์ แล้วก็เริ่มเดินหาของกินสำหรับมื้อกลางวัน (แต่ตอนนั้นก็บ่าย 2 กว่าแล้วนะ หิวโคดๆๆ)
ที่นี่ก็มีคนกางเต๊นท์เยอะแยะมากมาย มากกว่าภูเรือ แถมอลังการกว่าภูเรืออีก แบบว่าเต็นท์หลังเบ้อเริ่ม ข้าวของเครื่องใช้สารพัด
อยากจะเข้าไปถามว่า พี่มาพักกี่วันแล้วเหรอคะ เหอๆๆๆ ข้าวของซะขนาดนี้
แต่กลัวโดนเค้าด่า
แถมหาที่ว่างเพื่อกางเต๊นท์ก็ยากมาก ถ้าหากว่าจะให้ใกล้ห้องน้ำ หรือที่ทำการนะคะ
ไม่งั้นก็กระเด็นไปไกลเลย ไม่ค่อยสะดวก

ที่นี่ค่อนข้างสะดวกดีนะคะ มีทุกอย่างให้เช่าหมดเลย ทั้งเต๊นท์ ที่นอน หมอน ผ้าห่มเตาไฟ ฟืน ฯลฯ ห้องน้ำก็เพิ่งทำใหม่ สะอาดดี
คงเพราะที่นี่มันไม่ไกลจากกรุงเทพฯ คนเลยมาเยอะหน่ะค่ะ
จริงๆเราจะเช่าที่นอน เพราะพื้นที่เรากางเต๊นท์มันไม่เรียบ เลยกะเอามาปูพื้น แต่ว่าที่นอนให้เช่าหมด
เราเลยเช่าผ้าห่มมา 2 ผืนแทน สำหรับ 2 เต๊นท์
ค่าเช่าคิดผืนละ 50 บาท มัดจำผืนละ 100 บาท เราเช่า 2 ผืน เค้าก็คิดค่ามัดจำแค่ 100เดียวค่ะ
เค้าก็ซักรีดสะอาดดีนะคะ ไม่มีกลิ่นอับหรืออะไรเลย หอมนิดหน่อยอีกต่างหาก
รูปเต๊นท์เราจากด้านนอก จะเห็นว่าเต๊นท์ค่อนข้างตั้งติดๆกัน เพราะคนมาพักเยอะมาก


สองข้างทางของทางเดิน มีดอกไม้ปลูก แล้วก็ของกินของที่ระลึกขายเต็มไปหมด ทั้งเครป ไก่ทอด ส้มตำ แพนเค้กหลากหลายมากๆ


กะหล่ำส่วนใหญ่โดนตัดหมดแล้ว อันนี้คือที่ปลูกไว้โชว์ ใหญ่ดีๆ เทียบกับหน้าค่ะ


จากนั้นเราก็ไปขับรถ หาที่ถ่ายรูปเล่น


กลับมาที่พัก 5 โมงกว่าได้ แต่เราไม่ได้กินข้าวเย็นอ่ะค่ะ เพราะเพิ่งกินข้าวเที่ยงตอนบ่าย 3 แถมเราเดินกินขนมเล่นตลอดเวลา
แล้วคุณชายที่มาด้วยก็ท้องเสีย วันนั้นเลยนอนเร็วมากค่ะ 1 ทุ่มก็นอนแล้ว ทั้งที่ที่ภูทับเบิก ตอนกลางคืนสว่างไสวมาก เพราะคนมาเยอะ
แล้วก็มีแสงไฟ มีคนนั่งคุยกันให้ไม่เงียบเหงา ไม่เหมือนตอนที่เราไปกางเต๊นท์นอนบางที่ ที่ 1 ทุ่มก็เงียบแล้วก็มืดมาก ต้องรีบเข้านอน

คืนนั้นที่ภูทับเบิก หนาวสุดตั้งแต่เรามาเที่ยวทริปนี้เลยค่ะ
จากวันที่ 3 ที่ไปนอนภูเรือ เราก็แค่ใส่เสื้อแขนยาวธรรมดา นอนในถุงนอนก็สบายดี
แต่ที่นี่ขนาดว่ามีผ้าห่มรองพื้นแล้ว เรายังต้องใส่เสื้อหนาวกันความเย็นหนาๆ แล้วก็นอนในถุงนอน ถึงจะนอนได้ ไม่แข็งตายค่ะ 555
มาหนาวสุดเอาคืนสุดท้าย ก็ยังดีกว่าไม่เจออากาศหนาวเลยน๊าาาาา

วันสุดท้ายยังมีแวะที่เที่ยวเพชรบูรณ์ก่อนกลับกทม. อีกค่ะ ติดตามกันต่อนะคะ

Trip เฉียดคาน : วันที่ 1 มุ่งหน้าไปเลยยยยย
Trip เฉียดคาน : วันที่ 2 ไปขึ้นคานกันนนน
Trip เฉียดคาน : วันที่ 3 กะว่าจะไปหนาวที่ภูเรือ
Trip เฉียดคาน : วันที่ 5 เที่ยวก่อนกลับกรุงเทพ



Create Date : 10 มกราคม 2553
Last Update : 25 เมษายน 2553 21:42:39 น. 3 comments
Counter : 282 Pageviews.

 
เคยขึ้นไป แต่ไม่ถึงยอดภูเรือ แหะๆ
จขบ. เลิศมาก กับการแสดงออกให้พวกไม่มีมารยาทได้รู้ตัวบ้าง แต่ไปเที่ยวคนคนเยอะๆแบบนี้ คงต้องทำจายยยย


โดย: kp ข้าวโพด วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:15:57:18 น.  

 
โอยๆๆๆ อยากไป ทับเบิกก


โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:17:30:36 น.  

 
หมอกสวยมาก ชอบจริงๆ คงสดชื่น...เสียดายไม่เห็นหน้า ..สวยๆ


โดย: tifun วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:18:52:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หัวใจไม่หวั่นไหว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หัวใจไม่หวั่นไหว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.