Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
4 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
รักษาศีลแล้วมีผลอย่างไร

ศีล หมายถึง การรักษากายและวาจาให้เรียบร้อย ศีล แปลได้ ๓ อย่าง คือ

๑. ศีล แปลว่า "ปกติ" คือทำกาย และวาจาให้เป็นปกติให้เรียบร้อย
ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใด

๒. ศีล แปลว่า "เย็น" คือทำให้คนเยือกเย็น ทำให้เย็นกาย เย็นใจ
ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะขาดศีล

๓. ศีล แปลว่า "เกษม" คือปลอดภัย ทำให้เบากายเบาใจ

ศีลมีหลายประเภท คือ

๑. ศีล ๕ หรือ ศีลกรรมบถ สำหรับคนทั่วไป
๒. ศีล ๘ หรือ ศีลอุโบสถ สำหรับอุบาสกอุบาสิกา
๓. ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร
๔. ศีล ๒๒๗ หรือ ปาริสุทธิศีล ๔ สำหรับพระภิกษุ

การรักษาศีลต้องมีเจตนาจึงจะเป็นศีลได้ ถ้าไม่มีเจตนาจะงดเว้นหรือจะรักษาศีลแล้ว แม้ผู้นั้นไม่ทำความชั่ว เช่น ไม่ฆ่าสัตว์หรือไม่ลักทรัพย์ เป็นต้น ก็ไม่มีศีล เหมือนเด็กที่นอนแบเบาะ แม้ไม่ทำชั่วก็ไม่ก็ไม่มีศีล เพราะไม่มีเจตนาจะงดเว้น หรือเหมือนอย่างวัวควาย แม้มันไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ก็ไม่มีศีล เพราะไม่มีเจตนาจะงดเวัน

การที่จะมีศีลได้ก็ต้องมีวิรัติ คือมีเจตนาที่จะงดเว้นจากโทษนั้น ๆ


วิรัติ แปลว่า การงดเว้น มี ๓ อย่าง คือ

๑. งดเว้นด้วยการสมาทาน เป็นวิรัติของปุถุชนทั่วไป เช่น สมทานศีล ๕
สมาทานศีล ๘ เป็นต้น

๒. งดเว้นด้วยเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้า เป็นวิรัติของผู้ที่ไม่ตั้งใจจะรักษาศีลมาก่อน คือ คนบางคนไม่ตั้งใจว่าจะรักษาศีล แต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจำเพาะหน้าอันอาจจะให้ล่วงศีลได้ แต่ไม่ยอมล่วงศีล เกิดงดเว้นขึ้นมาในขณะนั้น

เช่น มีโอกาสจะฆ่าสัตว์ หรือฆ่าคนได้ แต่ไม่ฆ่า หรือมีโอกาสจะลักของของคนอื่นได้แต่ไม่ลัก หรือมีโอกาสจะประพฤติผิดในกามได้ แต่ไม่ยอมประพฤติผิดในกาม โดยมาคำนึงว่า การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะไม่ควรแก่ฐานะ และสกุลของตนอย่างตนเอง จึงงดเว้นเสียในขณะนั้น การงดเว้นอย่างนี้ ท่านเรียกว่า สัมปัตตวิรัติ

๓. งดเว้นได้เด็ดขาด เป็นวิรัติของพระอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป คือ พระอริยบุคคลทุกจำพวกมีศีล ๕ บริบูรณ์ที่สุด ท่านงดเว้นจากเวร ๕ ได้เด็ดขาด โดยไม่ต้องสมาทาน หรือคอยพะวงรักษา เพราะท่านเห็นโทษของการประพฤติล่วงศีลอย่างแท้จริง

แม้ใครจะมาบังคับให้ท่านประพฤติล่วงศีล ๕ ท่านยอมตายเสียดีกว่าที่จะประพฤติล่วง การละความชั่วในขั้นนี้ของท่านจึงเป็นสมุจเฉทปหาน คือ ละได้เด็ดขาด หรือเป็นสมุจเฉทวิรัติ คืองดเว้นได้เด็ดขาด

อานิสงส์ของศีล

ศีลมีอานิสงส์เป็นอันมาก เช่น ทำให้เป็นที่รักเป็นที่เคารพของคนทั้งหลาย อยู่ในสังคมอย่างสงบสุข ไม่ก่อเวรก่อภัยต่อผู้ใด ทำให้เป็นคนสง่างาม มีผิวพรรณผ่องใส แต่กล่าวโดยสรุปอานิสงส์ของศีล มี ๓ อย่าง ดังคำพระบาลีบอกอานิสงส์ของศีลว่า

๑. สีเลน สุคฺตึ ยนฺติ บุคคลจะไปสู่สุคติได้ก็เพราะศีล
๒. สีเลน โภคสมฺปทา บุคคลจะได้โภคทรัพย์สมบัติได้ก็เพราะศีล
๓. สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ บุคคลจะดับทุกข์ความเดือดร้อนจนเข้าถึงพระนิพพานได้ก็เพราะศีล

เพราะฉะนั้น ทุกคนควรรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไว้เถิด ก็จะรับอานิสงส์ดังกล่าวแล้วในที่สุดได้

-เรียบเรียงจาก กฎแห่งกรรม โดย พระเทพวิสุทธิกวี

ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า ศีล ๕ นี้ยังสภาพความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐเหนือสิ่งมีชีวิตอื่น ในพระสูตรหนึ่งก็กล่าวไว้ว่า ยากนักที่เราจะได้เกิดเป็นมนุษย์สักชาติ เพราะ"มีโอกาส"ที่จะทำศีลให้สมบูรณ์ซึ่งสามารถนำไปเสริมสมาธิภาวนาได้ เฉพาะศีล ๕ สำหรับบุคคลธรรมดา มีรายละเอียดอธิบายต่ออีกมากในเรื่องของผลกรรมจากการขาดหรือพร่องในศีลข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งจะนำมาเล่าในครั้งต่อไป






Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 28 กรกฎาคม 2550 15:17:29 น. 10 comments
Counter : 681 Pageviews.

 
อืม...บังเอิญเปิดมาเจอ ได้อ่านพอดี


โดย: A TU CORAZON (A TU CORAZON ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:42:28 น.  

 
ขอบพระคุณมากครับ


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:3:32:28 น.  

 
สาธุ

ไม่รู้อะไรตั้งหลายอย่างเลยครับ มาอ่านเนี่ย กระจ่างขึ้นเลย


โดย: พ่อดอกมะดัน วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:6:55:22 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: printcess of the moon วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:03:11 น.  

 




เข้าใจมากขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่นำมาบอกกัน



โดย: icebridy วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:45:55 น.  

 
เป็นความรู้ที่เคยรู้แต่คืนครูไป ได้อ่านแล้วก็ดีค่ะ จะได้รู้ที่มาที่ไป ขอบคุณสำหรับหนังสือทำมือนะคะ พอดีว่าเพื่อนเค้าตั้งใจว่าจะให้อยู่แล้วอ่ะค่ะ เดี๋ยวแกจะงอนเอา ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่คิดถึงค่ะ


โดย: nzmum วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:09:12 น.  

 
ตอนนี้เรื่องที่ top hit ที่สุดในช่วงปีที่แล้ว และ ปีนี้ และปีต่อ ๆ ไปคือ HPV Vaccine เป็น vaccine ที่ป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งติดทางเพศสัมพันธ์ โดยไวรัสนี้เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

โดยที่จะวางจำหน่ายจะกันเชื้อ HPV ได้ 4 type ที่พบว่าทำให้เกิดโรคบ่อย ๆ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ การมี sexual intercouse กับคู่นอนหลายคน และถ้าคู่นอนคนหนึ่งมี sex parter หลายคน ก็เพิ่มเสี่ยงด้วย (คือแม้หญิงไม่สำส่อน แต่ชายอาจจะสำส่อนแล้วมาติดหญิง)

ประเด็นคือ ควรจะต้องฉีดก่อนมี sexual intercouse ครั้งแรก ในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ฉีดตั้งแต่ 9 ขวบขึ้นไปเลย !!! นั่นแสดงว่า ประเทศเขามี sex กันตั้งแต่เด็ก

มาเข้าประเด็นกัน ข้าพเจ้าคุยกับบิดา แล้วก็คิดว่า เอ.. ที่จริงแล้ว ถ้าเรารักษาศีลห้านะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ 3 น่ะ ก็ไม่เห็นต้องไปวิจัยหาวัคซีนแบบนี้เลย

ถ้ารักษาศีลข้อสาม ก็แทบจะไม่ติด HPV เลย นอกจากจะติดผ่าน inanimated object ซึ่งยากมาก (น้อยกว่า 1%) ไม่เห็นต้องไปวุ่นวายทำเรื่อง vaccine อะไรแบบนั้นเลย

ถกกับบิดาแล้ว ก็คุยต่อว่า ถ้ารักษาข้อ 5 ได้ อุบัติเหตุก็ลงลงเยอะ ถ้ารักษาข้อ 4 ได้ ก็ไม่ปกปิดข้อมูล ไม่เบนประเด็น ถ้ารักษาข้อ 2 ได้ ก็ไม่โกงกิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ให้ประเทศตกอับขนาดนี้ ถ้ารักษาข้อ 1 ได้ ศึกสงครามก็ไม่มี

แค่ห้า ข้อนี่ ทำกันไม่ได้ โลกเราเลยไม่สงบสักที


โดย: Plin, :-p วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:21:39 น.  

 
ประเทศนี้ให้อิสระเสรีกับเยาวชนมาก ตั้งแค่อายุยังน้อย ก็น่าจะจำเป็นที่จะจัดการให้การป้องกันตั้งแต่เด็กๆนะ เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเด็กน่าจะมีอัตราสูงในเมืองใหญ่ๆ ถ้าออกมานอกๆ เด็กอเมริกันโตถึงมัธยมก็ยังดูเด๊กเด็ก เด็กบ้านเราสิที่สื่อล่อลวงให้เด็กใจแตกเข้าไปถึงเร็วน่าใจหายกว่าทางนี้ แถมเราไม่มีแจกวัคซีนที่ว่า

แล้วปัญหาว่าเด็กแอบไปมีอะไรกันก่อน คงห่วงเด็กสาวๆที่พอถึงงานปาร์ตี้ จะมีพวกชอบ "ลักหลับ" เป็นภัยที่ไม่ใช่ว่าเด็กรักสนุกทางนี้ แต่ไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่ามีภัยมากกว่า เวลาเข้าห้องน้ำหญิงจะมีข้อมูลเพื่อสุขภาพสตรีติดให้อ่านในห้องน้ำด้วยค่ะ อันนี้ต้องบอกว่าเขาช่วยกันดูแลสังคมกันดี

วัคซีนที่ว่าเป็นความรู้ใหม่ค่ะ เพื่อนหญิงเคยเล่าให้ฟังเหมือนกัน ครอบครัวของเธอเคร่งศาสนา คริสเตียนส่วนมากปลูกฝังค่านิยมไม่ชิงสุกก่อนห่ามก็มีมากมายค่ะ ถ้าอยู่ในสังคมเมืองเล็กๆ จะพบว่าหนุ่มสาวคบกันเป็นแฟนตอนเรียนมหาวิทยาลัย จบแล้วก็แต่งงานกันเลย เร็วมาก เพราะเขาอยากอยู่ด้วยกันอย่างถูกต้อง เคยคิดว่าฝรั่งจะไม่สนใจอะไรมากมาย เพราะเห็นในหนังมามาก แต่ชีวิตจริงก็หลากหลายค่ะ

สำหรับบุคคลที่เสี่ยงต่อการผิดศีลข้อพื้นฐานก็น่าจะเป็นเพราะบุญเก่าให้มาอยู่ในอาชีพการงานที่ได้ทรัพย์สะดวก แต่ก็มีโอกาสที่กิเลสทำงานได้ถนัด อาจจะต้องใช้ข้อ หิริโอตตัปปะ หรือ ขันติ เข้าข่ม อย่างข้อลักทรัพย์ ถ้ามีโอกาสได้เงินมาไม่ชอบแล้วมี "สติ" เห็นว่านี้ไม่ดี นี้ชั่ว เขาก็ตัดใจไม่ทำได้ เป็นการ เจตนา งดชั่วที่ผ่านการไตร่ตรองรู้ดีรู้ชั่วได้เอง

หรือข้อ 5 นี้ ไม่ใช่ว่าดื่มแต่ไม่เมาก็รอดนะคะ แค่คิดในใจว่าดื่มแล้วไม่เป็นไรก็จัดว่า เรา"ยินดี" และเห็นว่าน้ำเมาเป็นตัวเลือกแรกที่น่าดื่ม ในบางประเทศบางพื้นที่เท่านั้นที่คนจะดื่มแก้หนาว แต่ดื่มไปดื่มมากลายเป็น ติดในรสชาติและบรรยากาศ มากกว่า เมื่อแพร่หลายก็เป็นค่านิยมที่ยอมรับกันได้ ..ผู้ใหญ่บางคนมีรสนิยมดื่มไวน์ ไม่ใช่ขี้เมานะ กระนั้นผู้ที่รักษาศีล 5 อยู่ก็ไม่ยินดีจะเลือกของฝากเป็นไวน์ไปให้เขา เพราะไม่ยินดีที่จะเห็นคนอื่นดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ยกเว้นเพื่อรักษาอาการป่วยทางกาย


โดย: woodchippath วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:37:02 น.  

 
ง่ะ ถูกคุณ wpath ว่าเรื่อง wine เลย ฮา!!
บิดาข้าพเจ้าก็ชวนดื่มทุกอาทิตย์ ข้าพเจ้าห้ามแล้วก็ยังดื่ม ทุกวันต้องดื่มเบียร์

อันที่จริงข้าพเจ้าดื่มเบียร์เป็นก็เพราะบิดาเช่นกัน

แต่ว่า ไม่ได้เห็นว่าเป็นตัวเลือกแรกที่น่าดื่มนะ ตัวเลือกแรกที่ข้าพเจ้าเลือกดื่มคือ น้ำชาจีนร้อน

แอลกอฮอล์ข้าพเจ้าดื่มจนตัวเองขาดสติ 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งสุดท้ายคือ 8 ปีที่แล้ว


โดย: Plin, :-p วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:12:50 น.  

 


โดย: woodchippath วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:52:17 น.  

northernsky
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add northernsky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.