จับฉ่าย (ตอนที่ 1)
จับฉ่าย (ตอนที่ 1)

ไม่ได้เขียนบล็อกมาหนึ่งเดือนเต็ม ที่ผ่านมานี่งานยุ่งมาก ต้องให้เพื่อนนักแปลในทีมช่วยทำบางส่วนแล้วตัวเองตรวจก่อนส่งลูกค้าอีกทั้งยังต้องทำเรื่องยื่นภาษีที่ออสเตรเลียด้วย อีรุงตุงนังไปหมด

เดือนที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นที่สำคัญคือ มีวันที่เราตัดสินใจผิด เลือกผิด งานใหญ่ที่เราได้เป็นงานที่ต้องเซ็นรับรองคำแปลเพื่อไปใช้ในศาล เราแจ้งลูกค้าแล้วว่าค่าส่งเอกสารจากออสเตรเลียกลับไทยสำหรับเอกสารหนักประมาณ1-2 กิโลกรัม น่าจะประมาณ 6,000 บาท (รวมประกัน) น่าจะเป็นการดีถ้าลูกค้าติดต่อเพื่อนนักแปลที่ภูเก็ตซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเหมือนกันเขาทำงานเสร็จแล้วส่งได้ไวกว่า ประหยัดค่าส่ง

แต่ลูกค้าก็อีเมลมาว่าไม่ประสงค์ขอใช้บริการคนอื่นเนื่องจากเคยเห็นผลงานเราแล้ว ไว้ใจ อ่ะ ไม่เป็นไรรับงานนี้ก็ได้ถึงแม้ลูกค้าจะขอส่วนลดหลายพันก็ตาม

แล้วเราก็วางแผนการแปลคือกะจะทำเป็น 2 ชุด ชุดแรกเสร็จแล้วส่งข้ามประเทศก่อน ชุดที่สองส่งตามไปทีหลัง(กระจายความเสี่ยง เผื่อหาย จะได้หายแค่ชุดเดียว) กำหนด timeline เลย วันที่ 17 สิงหาคมต้องส่งงานชุดแรกออกไปก่อน วันที่ 22สิงหาคม ต้องส่งอีกชุดนึงไปเพื่อให้ทันถึงกรุงเทพวันที่ 26 สิงหาคม

พอถึงวันที่จะส่งเอกสารจริงๆค่าส่งของ DHL ออสเตรเลีย จำได้ติดตาคือ $180 (5,000 กว่าบาท) เอกสารไม่เกินหนึ่งกิโล เราก็ร้อง เฮ้ยที่กรุงเทพส่งเอกสารมาออสเตรเลียไม่เกินหนึ่งกิโล แค่ 1,000 บาทเอง ที่นี่บังคับทำประกันพัสดุด้วยเผื่อเกิดความเสียหายหรือความล่าช้า(ล่าช้าจากเอ็ง แต่ผลักภาระให้ลูกค้าจ่าย มันยังไงเนี่ย) ถ้าส่งสองซอง ก็หมื่นบาทแล้วดิ

เราก็เลยไปถามไปรษณีย์ออสเตรเลียของเขาก็มี EMS ระหว่างประเทศ ในราคาถูกกว่ากันครึ่งนึง เอกสารถึงภายใน 4 วัน เขาบอกว่างั้น เราถามว่าtrack ได้มั้ย เขาบอกว่าได้ มีเลขด้านล่างเป็นสติ๊กเกอร์ให้ลอกเก็บไว้ตรวจกับเว็บTrack & Trace ฟังแล้วสบายใจ ก็ส่งไป เพราะยังไงก็เหลือเวลาอีกตั้งเยอะเอกสารน่าจะไปถึงกรุงเทพทันใช้งาน

ปรากฏว่า ผ่านไป 6 วัน ซองแรกก็ยังไม่ถึงเอาเลขไปตรวจกับเว็บ ปรากฏว่า trackไม่ได้ ship หายแระ

เรานั่งไม่เก้าอี้ติดเลยเพราะซองที่สองก็เพิ่งไปส่ง EMS ระหว่างประเทศมา เราต้องรับผิดชอบงานของลูกค้า ต้องทำทุกทางให้ลูกค้าได้เอกสารพลันก็นึกได้ว่า ยังมีแผนสอง เพื่อนรักที่ภูเก็ต เอ็งต้องช่วยข้าแล้ว ก็โทรไปถามเพื่อนเพื่อนบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่คนที่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน รู้จักฝีมือกันไม่ช่วยนะเนี่ย เพราะงานแปลที่ตัองรับรองคำแปล มีความเสี่ยงจะถูกเรียกขึ้นศาลเสมอ เออน่ะชั้นก็รู้น่ะแก แต่นี่ลูกค้าเก่า ชั้นแนะนำเขาให้ติดต่อแกแต่เขายืนยันว่าจะให้ชั้นแปล ชั้นก็เกรงใจ

สรุปว่าเพื่อนเอางานแปลไปตรวจดูว่าเรียบร้อยมั้ยแล้วก็เซ็นรับรองส่งให้ลูกค้าทางเครื่องบินจากภูเก็ตมากรุงเทพ วันเดียวถึง แต่เราต้องจ่ายค่าดำเนินการตรงนี้ให้เพื่อนไปในอัตรา50% ของมูลค่างานที่เรารับมา แล้วยังต้องรับประกันกับเพื่อนว่า ถ้าศาลเรียกไปถามเรื่องคำแปลเราจะไปขึ้นศาลด้วย เพราะฉบับแรกเราเป็นคนแปล เซ็นแล้ว แสกนส่งลูกค้าแล้วแต่ตัวจริงหายระหว่างส่งไปรษณีย์

พอถึงวันที่กำหนดรับเอกสารคือ26 สิงหาคม เอกสาร EMS สองซองส่งจากออสเตรเลีย ก็โผล่มาที่สำนักงานลูกค้า (แม่ม เหมือนรู้วันเลย) ลูกค้าบอกเลยว่าไปรษณีย์ไทยนี่แหละ เอาไปดอง เอกสารเราส่งมาไม่พร้อมกัน แต่เวลาปลายทางมาส่งดันมาถึงพร้อมกัน แต่ลูกค้าก็ขอบคุณที่เราไม่ทิ้งงาน แล้วบอกว่างานหน้าใช้บริการอีกแน่ๆ (แต่งานเซ็นข้ามประเทศอย่างนี้ ไม่เอาแล้วนะพี่ส่งให้เพื่อนหนูทำเลย)

*************

เรื่องที่สองเรากำลังจะไปเที่ยวอังกฤษ ใช้ตั๋วการบินไทยแลกไมล์ไปก่อนมันขึ้นอัตราแลก กำหนดไปเดือนตุลาคมอยู่โน่นประมาณเดือนนึง เหมือนเดิม เที่ยวๆ หยุดๆ วันไหนมีงาน ก็หยุดเที่ยวทำงานอยู่ที่โรงแรม

แล้วก็นึกได้ว่าไหนๆจะไปอังกฤษแล้ว สถาบันนักภาษาศาสตร์ (IOL)ที่ออกหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกให้เรามีอบรมอะไรหรือเปล่า ก็บังเอิญว่าวันที่ 11 ต.ค. จะมีจัดประชุมสมาชิกประจำปี 2014 ในงานมีการสัมนา 4 หัวข้อเราเลือกแล้วว่าจะเข้าสองหัวข้อคือ (1) การประยุกต์ใช้หลักจรรยาบรรณของสถาบันฯ สำหรับนักแปล และ (2) เบื้องหลักงานของนักภาษาศาสตร์ประจำศูนย์สื่อสารแห่งรัฐบาลอังกฤษ(หน่วยข่าวกรอง) (หรือจะสอนทักษะพื้นฐานในการเป็นสปาย?) จากนั้นตอนบ่ายตบท้ายด้วยการฟังบรรยายโดยเจ้าหน้าที่นิติกรศาลยุติธรรมประเทศอังกฤษซึ่งจะพูดหัวข้อภาษาและกฎหมาย

พอเย็นวันที่ 11 ต.ค. จะไปฝรั่งเศส(นี่ยังขอวีซ่าอยู่) กลับอังกฤษวันที่ 18 ต.ค. แล้วก็ดัน google เจอว่าวันที่ 19 ต.ค. มี Language Show ในลอนดอน มีสัมนาเพียบเลย เราก็วางแผนเข้าฟังสัมนา 3 หัวข้อเพื่อบันทึกเป็นคะแนนCPD สำหรับต่อใบรับรอง NAATI ครั้งต่อไป จะได้เลิกห่วงเรื่องต้องคอยเข้าสัมนาในปีนี้ (ขอบอกเลยว่าสัมนาที่ไหนราคาก็ไม่ถูกเท่าสัมนาที่กรุงเทพ) ไว้ฟังสัมนาแล้วจะเอามาเล่าให้ฟังในบล็อก

และเนื่องจากเราจะเดินทางทั้งเดือนในเดือนตุลาคมเราต้องเช็คคิวพี่นักแปลอีกคนนึง เพราะอาจต้องจ้างช่วงซะส่วนใหญ่แล้วรับงานมาตรวจก่อนส่งลูกค้าอันนี้คือแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ที่ยังหาไม่ได้คือนักแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เรายังไม่เคยส่งให้ใครทำเพราะห่วงเรื่องคุณภาพถ้าแปลมาไม่เรียบร้อย มันจะมาเหนื่อยเราในฐานะ editor เราเคยเจอมาแล้ว พี่ที่รู้จักกันบอกว่าสามีทำงานให้ผู้บริหารภาษาอังกฤษดี จบดี เราก็เลยลองตัดงานแปลให้เขาไปน่าจะประมาณ 20 หน้า พอเขาเริ่มแปลแล้วก็อีเมลมาบอกว่ารับได้แค่ 10 หน้า เพราะงานมันยากมาก จริงๆ มันไม่ได้ยากหรอก แต่คนไม่ได้เรียนแปลมาคงจะงงเรื่องรูปประโยค งานที่พี่เขาแปลนั้น หลายประโยคไม่มีประธาน เพราะต้นฉบับภาษาไทยไม่มีประธาน หลายทีๆ เวลาเรา (เจ้าของภาษาพูด) สื่อสารในภาษาไทย มักจะละประธาน สังเกตมั้ย แต่พอเป็นภาษาอังกฤษต้องใส่ประธานให้ด้วยดิ ยกเว้นกรณีเป็นวลีตามหลัง bullet ที่มักจะไม่ค่อยมีประธานเพราะประธานมันห้อยอยู่ด้านบนอยู่แล้ว สรุปงานส่วนที่เราให้พี่เขาทำเรียกว่าเราแทบจะแปลใหม่หมด เข็ดเลย

*************

เรื่องที่สามเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สองในส่วนของการจ้างช่วง เมื่อคืนน้องที่รู้จักกันโทรข้ามประเทศมาสอบถามว่ารู้จักใครที่แปลงานโฆษณาเก่งๆ มั้ย ต้องใช้ภาษาสวยๆ ได้ดีเราบอกว่ามี พี่ในทีมเรานี่แหละ แต่เขาไปพักร้อน น้องเขาเล่าให้ฟังว่างานแปลของเขาโดนลูกค้าตีกลับ บอกว่าแปลตกหล่น ซึ่งน้องเขาก็อธิบายไปว่ามันเป็นเพราะลักษณะของการใช้ภาษาไทยซึ่งมีการดัดแปลงเราไม่เห็นต้นฉบับและตัวแปลเลยให้ความเห็นไม่ได้ แต่เราบอกน้องเขาว่าคนที่ทำงานให้เรา อย่างแรกที่เราขอคือ ต้องแปลให้ครบ เวลาแปลให้เรียงไปทีละตัวจะได้ไม่แปลตก พอแปลเสร็จแล้ว ถึงค่อยมาเกลาให้สวย ให้อ่านแล้วรู้เรื่อง ส่วนงานของน้องเขาในส่วนของยา เครื่องสำเอง เวชภัณฑ์ ยิ่งสำคัญเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมโดยองค์การอาหารและยา ถ้าแปลข้อบ่งชี้คำแนะนำในการใช้ คำเตือน อะไรทั้งหลายเพี้ยน แล้วเกิดความเสียหายกับผู้ใช้ นักแปลต้องรับผิดชอบร่วมกับเจ้าของผลิตภัณฑ์เราเคยแปลโบรชัวร์ผลิตภัณฑ์ยา ไม่ได้มีศัพท์เทคนิคอะไรมากมาย ไม่มีขั้นตอนการใช้งานเป็นแค่คำอธิบายโรคที่ใช้ยานั้นรักษา แปลเสร็จแล้ว บริษัทแปลต่างประเทศต้องส่งให้นักแปลอีกคนทำback-translation เพื่อตรวจ ว่าแปลครบทุกคำหรือเปล่า ตรงไหนหายไปหรือไม่ตรงกับต้นฉบับก็จะส่งมาถาม เรียกว่าเป็นกระบวนการทิ่กินเวลามาก ต้องอธิบายกันยาวเรื่องความแตกต่างระหว่างภาษาแต่ก็ต้องทำเพราะเป็น internal protocol ของบริษัทยา เพราะถ้ามีสิ่งพิมพ์ให้ข้อมูลผิดพลาดเดี๋ยวจะโดน อ.ย. ปรับ เสร็จแล้วต้องส่งให้ editor ตรวจ ถ้ามีแก้ไขตรงไหนนักแปลต้องเอากลับมาทวนอีกรอบนึง ที่เสนอราคาไปนี่ คิดว่าไม่คุ้มเพราะส่งงานกลับไปกลับมาหลายรอบมาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีผู้อ่านส่งอีเมลมาขอให้เราดูงานแปลของเขาหน่อยว่าที่ลูกค้าตีกลับมาเพราะแปลไม่ดีนั้นจริงหรือเปล่า น้องเขารับผิดชอบเพราะบอกลูกค้าว่าไม่คิดค่าแปล ค่าแปลที่คิดก็ไม่ได้แพงอะไร power point หน้าละ 10 บาท แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ส่วนไฟล์ Word คิดหน้าละ 20 บาทแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ (พระเจ้า ราคาพอๆ กับน้ำเต้าหู้หน้าบ้านเลย)

พอส่งไฟล์มา ก็จริงอ่ะ แปลไม่ดี เราแก้แบบ track changes ให้ดูแล้วตอบไปว่า “ดูคอมเมนท์ตามแนบ สำหรับพี่ น้องก็สอบไม่ผ่านไวยากรณ์อังกฤษไม่แม่น (ไม่รู้จักกระทั่ง if clause พื้นๆ) ภาษาไทยก็ไม่ดี ต้องเรียนปรับระดับก่อนจะรับงานแปลนะ สำหรับมือใหม่หัดแปล แนะนำว่าให้หานักแปลเก่งๆ เป็นคนตรวจแก้งานให้ จะได้เพิ่มพูนความรู้ไม่ใช่ตรวจของตัวเอง (มันก็จะไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเอง) และหลักการแปล คือต้องแปลเข้าหาภาษาแม่ เช่น ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยเพราะคนไทยจะใช้ภาษาของตัวเองได้ดี ถ้าน้องไม่ถนัดภาษาอังกฤษพี่แนะนำว่าอย่ารับงานแปล ไทยเป็นอังกฤษ”

เราตอบเมลแล้ว น้องเขาก็หายไปเลย ไม่แม้แต่จะขอบคุณ สงสัยจะโกรธหรืออาจจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟาย พี่เป็นห่วงนะ อย่าเสียใจ ให้ฮึดสู้ พัฒนาตัวเอง ใครๆก็แปลได้ ถ้าตั้งใจเรียนรู้ ฝึกฝีมือให้เป็นเรื่องเป็นราว และเวลารับงานให้ประมาณตนเองด้วยว่ามีความสามารถพอมั้ย 




Create Date : 03 กันยายน 2557
Last Update : 3 กันยายน 2557 7:30:40 น.
Counter : 1171 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 294 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here https://www.nctranslation.net
https://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: 18 Feb - 30 June 2018
(Last update: 15 Feb 2018)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กันยายน 2557

 
1
2
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
3 กันยายน 2557
All Blog