หาคู่ออนไลน์

หาคู่ออนไลน์

มาเล่าต่อเกี่ยวกับแฟนฝรั่ง คราวนี้เป็นเรื่องการหาคู่ออนไลน์

หลังกลับจากเรียนที่ออสเตรเลียในปี1997 เราเช่าห้องอยู่แถวเจริญกรุงใกล้ถนนตก ช่วงนั้นได้งานอยู่แถวถนนวิทยุแต่เงินมันน้อย อยากได้รายได้พิเศษบังเอิญที่ห้องเช่านั้นมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ชั้นบนสุด ต้องการให้ช่วยแปลอีเมลที่สื่อสารกับแฟน เราก็ตกลง

พี่คนนี้ได้แฟนหลายคนจากการเดทออนไลน์ ลืมถามว่าได้จากเว็บไหน ช่วงนั้นเราคบๆ กับแฟนคนไทยอยู่ เลยไม่ได้สนใจ

พี่เขาให้ค่าจ้างแปลอีเมล ฉบับละ 100 บาท อีเมลไม่ยาว แต่ใจความจะซ้ำๆกันไม่ว่าพี่เขาจะเขียนหาแฟนคนไหน คือ ขอเงิน แม่ป่วย ไม่สบายจะวนเวียนอยู่อย่างนี้

โดยทั่วไปแล้ว นักแปลไม่ต้องรับผิดชอบต้นฉบับ ถ้าลูกค้าให้แปลอะไร ก็แปลไปยกเว้นว่าพิจารณาแล้วเนื้อหางานที่ทำนั้นขัดแย้งกับความเชื่อหรือศีลธรรมก็ไม่ควรรับงาน ตอนนั้นเรารู้อยู่แก่ใจว่าพี่เขาให้แปลอีเมลที่เขียนไปหลอกบรรดาแฟนๆเพื่อเอาเงินให้ได้มากที่สุด แต่เราก็ทำเพราะไม่ได้รู้เรื่องจรรยาบรรณอะไรเลย คิดแค่ว่าอยากได้เงินค่าจ่ายค่าเทอม ค่าเช่าห้อง ค่ารถ ค่ากิน etc.

มีอยู่ครั้งนึงที่เราแปลคำว่า ลำไส้ติดเชื้อ เป็น infected intestine พี่เขาบอกว่า ทำไมแฟนเขา (ชาวอิตาเลียน) ตอบมาว่าทำยังไง ลำไส้ถึงอักเสบ เราว่าเราก็แปลถูกแล้วนะ แต่แฟนเขานึกว่าที่เราเขียนไปในภาษาเขาแปลว่าinflamed หรือ อักเสบ

ช่วยพี่เขาได้เดือนกว่าๆ พี่คนนี้โชคดีแฟนซื้อตั๋วให้บินไปหา แล้วถ้าไปกันได้ ก็จะให้อยู่ด้วยเลย

ต่อมา ปี 2000เราทำงานที่ใหม่ ที่นั่นมีพี่ผู้หญิงคนนึงอยากให้เราช่วยหาแฟนฝรั่งให้ เราก็ไม่เคยหา ลองค้นจากอินเตอร์เน็ต เลยส่งลิงค์ไปให้ ชื่อเว็บ www.findmymate.com (สาวๆ ใจเย็น ไม่ต้องรีบเข้าเว็บนี้ มันปิดไปแล้ว)

พี่คนนี้เข้าไปลองหคู่ดู ได้หนุ่มอังกฤษมาหนึ่งคน สื่อสารทางอีเมลไม่นานผู้ชายบินมาหาที่กรุงเทพ ก็ไปบ้านพี่ที่พัทยา จากนั้นไม่กี่เดือน ก็ตกลงปลงใจแต่งงานกัน คนนั้นคนเดียวที่พี่ผู้หญิงเจอตัวเป็นๆแล้วแต่งเลย นี่ก็ผ่านมา 10+ ปีแล้วก็ยังอยู่ด้วยกันสุขสบายดี (ทำไมตอนเราหามันไม่ง่ายอย่างนี้นะ)

ช่วงนั้นเว็บไทยที่กำลังฮิตในหมู่หนุ่มสาวที่ชอบหาคู่คือwww.thaimate.com เราก็เคยเข้าไปดู ตอนที่เลิกกับแฟนไปแล้ว ก็แวบๆ เข้าไปบ้าง แต่ไม่ถูกใจ ผู้ชายแต่ละคนมา หน้าตาได้ F มาเลยอ่ะ พออ่านโพรโฟล์ ยิ่งติดลบเลย สงสัยเราจะเลือกมาก

(ถ้าเราจำไม่ผิด มันมีอีกวิธีคือ ICQ แต่เราเล่นไม่เป็น)

เราเลยลองหาเว็บเดทที่มีฝรั่ง ก็ไปเจอ www.thailovelinks.com ในเว็บนี้เราเจอผู้ชายเยอะมากกกกกก ผู้ชายทักมาวันนึงหลายสิบ แล้วที่อีเมลมาอีกก็วันละหลายฉบับพิมพ์ตอบกันมือหงิก

คนไหนที่มากรุงเทพ ก็จะนัดเจอเพื่อกินข้าว มีอยู่คนหนึ่งเป็นคนอังกฤษเชื้อสายอินเดีย อายุรุ่นพ่อเราเลย เขาชอบคุยกับเราเพราะเราชอบเพลงของ The Carpenters พอกินข้าวด้วยกันสัก 2-3 ครั้ง เขาเห็นเราไม่เคยไปไหนกับเขาต่อ กินข้าวคุยกันเสร็จ ก็กลับ เขาบอกเราว่า “Why are you on this website? Don’t you know that it’s a meat market.”

หยึย เราหูฟาดป่าววะเนี่ย

เราถามไปว่า รู้ได้ไง ตาลุงตอบมาว่า “รู้สิ ฉันเอามานอนด้วยหลายคนแล้ว”

โอ้ มาย ก็อด กลับบ้านเย็นนั้น ปิดโพรไฟล์แทบไม่ทัน กลัวจะโดนสอยเหมือนสาวหลายๆ คน

(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน อันนี้เป็นเพียงความเห็นของผู้ชายคนเดียว ตานี่แค่อาจจะแจ็กพอตแชทแล้วเจอแต่ผู้หญิงใจง่ายก็ได้ แต่เนื่องจากเราเป็นคนระวังตัวอยู่แล้วเลยตัดสินใจว่าปิดโพรไฟล์เลยดีกว่า)

หลังจากนั้นเรากับตาลุงนี่ก็กลายเป็นเพื่อนกัน จนเขาไปได้แฟนคนไทย แต่นิสัยเธอฟุ้งเฟ้อจะใช้ของแบรนด์เนม อารมณ์ดีๆ ตาลุงก็จะชวนเราไปอินเดีย ออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง พักฟรี มีคนขับรถพาเที่ยว ตั๋วเครื่องบินฟรี คือตาลุงนี่รวยมาก

แหมถ้าหนูไปกับลุงก็โง่แล้ว รู้นะว่าลุงอยากได้อะไร

มีคนนึงที่เคยไปกินข้าวด้วยแล้วไม่ประทับใจ คนนี้เป็นหนุ่มสแกนดิเนเวีย ทำงานองค์กรระหว่างประเทศใหญ่โต นัดกินข้าวกันที่ Tsu Nami โรงแรม JW Marriott ตานี่เลือกร้านอาหารแพงเชียว มันเป็นเทปันยากิ มีให้เลือกว่า จะเอาเนื้ออะไร คุณท่านสั่งล็อบสเตอร์ (โห กินแพงเป็นบ้าเลย) เราสั่งกุ้งธรรมดา คุยกันโอเคนะ ความคิดความอ่าน เป้าหมายในชีวิต นิสัยใจคอ เท่าที่ดู ผ่านสำหรับเรา(แต่หน้าตาไม่ผ่านอย่างแรง) เช็คบิลมา 4,500 บาท เราก็ถามตามมารยาทว่า ออกเงินกันคนละครึ่งแล้วกันนะ(แต่พูดกับตัวเองในใจว่า เอ็งกินแพงกว่าข้าตั้งเยอะ) ผู้ชายบอกว่า ไม่เป็นไร (ก็คงจะตามมารยาทหนุ่มจีบสาวอีกแหละ)

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ไอ้บ้านี่อีเมลมาด่า ยาวหน้ากระดาษเอ 4 บอกว่า กินแล้วไม่ช่วยจ่าย กินแพงอีกต่างหาก (เปรตเอ๊ยเอ็งกินล็อบสเตอร์นะ ลืมหรือไง) แล้วแทนที่จะชวนมากินกาแฟเพื่อขอบคุณที่เลี้ยงข้าวก็ไม่มีน้ำใจ etc…. เราเอ๋อเลยอ่ะ ตอบไปสั้นๆ ว่า“ไม่ได้ชวนกินกาแฟเพราะไม่กินชาหรือกาแฟ และขอโทษที่ไม่รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วผู้หญิงต้องเลี้ยงกาแฟตอบแทน แต่ถึงรู้ก็ไม่อยากไปเพราะกลัวจะเป็นการให้ความหวัง เจอกันแล้วไม่คิดว่าจะสามารถคบกันในฐานะแฟนได้เลยตัดสินใจไม่ติดต่อไป ขอโทษอีกครั้ง”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้ากินของแพงถึงแม้ผู้ชายจะบอกว่าไม่ต้องช่วยออกเงิน ก็จงจ่ายไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่งไม่งั้นเดี๋ยวมันอีเมลมาด่าแม่

อีกคนที่เจอจากเว็บนี้ เป็นหนุ่มออสซี่มีกิจการขายเครื่องมือทันตแพทย์ คุยกันไปสักพัก เขาต้องมาหาลูกค้าที่กรุงเทพ ก็นัดกินข้าว เขาเล่าให้ฟังว่า เคยแต่งงานกับผู้หญิงไทยแต่ตอนนี้แยกกันอยู่เพราะผู้หญิงป่วย เป็นอัมพาตหรือไงเนี่ย แต่ผู้ชายส่งเสียเลี้ยงดูตามปกติ ส่วนลูกๆ โตหมดแล้ว เราสะอึกตั้งแต่ตอนบอกว่าเมียเป็นอัมพาตทำให้เขาต้องแยกกันอยู่ เราคิดในใจเอ็งเป็นผัวภาษาอะไร ไม่คิดถึงความดีที่เมียทำไว้ พอเขาไม่สบาย ก็ทิ้งเขาซะงั้น แล้วมาลงโพรไฟล์ว่าโสดเนี่ยนะ ปลิ้นปล้อนสิ้นดี

หมดเว็บนี้ เราก็ลองเว็บใหม่ www.thailovelines.com ชื่อคล้ายๆ กัน แต่เอ๊ะ ทำไมค้นหาผู้ชายหน้าตามันละม้ายกับหนุ่มๆ ในเว็บโน้น ถึงบางอ้อ บางคนเอาโพรไฟล์ตัวเองไปโพสต์ในหลายๆ เว็บเพื่อเพิ่มโอกาสในการหาคู่…คู่นอนหรือคู่ชีวิตแล้วแต่เจตนา เราเลยตัดสินใจไม่เป็นสมาชิกเว็บนี้ดีกว่า

ส่วนเพื่อนเราอีกคน เป็นสมาชิก www.thailandfriends.com ก็ได้คุยกับผู้ชายฝรั่งอยู้บ้าง จนมาวันนึง เราไปกินข้าวกับเพื่อนคนนี้แถวสุขุมวิท 11 ซอยนั้นมีหลายโรงแรม ระหว่างเดินออกจากซอย ผ่านโรงแรมนึง เพื่อนบอกว่า ไอ้ฝรั่งคนนี้มันอยู่ในเว็บนี้นี่ มันควงผู้หญิงเข้าโรงแรมไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแฟนของเขาก็ได้แต่มันไม่ถูกต้อง มีแฟนแล้วก็ไม่ควรเข้าเว็บหาคู่ แต่ถ้าผู้หญิงไม่ใช่แฟน ก็แสดงว่าผู้ชายเข้าเว็บเพื่อหาคู่นอน

เห็นอย่างนี้แล้วเซ็ง ผู้ชายที่เราคุยด้วยนี่ เขาคุยกับหญิงอื่นอีกที่คน เราก็เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งเท่านั้นไม่ได้สำคัญอะไร

อีกเว็บนึงที่เราเคยได้ลองเล่นคือ www.foreigndatefinder.com ได้เพื่อนมาคนนึงเป็นชาวอังกฤษ อายุมากแล้วรุ่นพ่อเราเลย คนไหนที่ไม่ใช่สเปกเราจะบอกตรงๆ ว่าเป็นได้แค่เพื่อนนะ ถ้าอยากจะคุยก็คุย ถ้าจะมาเที่ยวไทย แล้วต้องการข้อมูลอะไร ก็บอก ถ้าหาได้ก็จะหาให้

ส่วน www.eharmony.com อันนี้เป็นเว็บที่ดีทีเดียว (ทีเดียวนะ)เพราะจะเป็นการสกรีนสมาชิกเบื้องต้น ก่อนระบบจะจับคู่ให้ ไม่ใช้ให้ค้นหาคนที่ต้องการเอง คำถามไล่ตั้งแต่ ลักษณะทางร่างกาย นิสัยใจคอ คุณสมบัติ (การศึกษา สถานภาพสมรส หน้าที่การงานเงินเดือน) และเรื่องอื่นๆ กว่าระบบจะจับคู่ให้ตอบคำถามกันเบื่อไปข้างนึง พอจับคู่แล้ว ถ้าสนใจคนไหนก็ไม่ใช่ว่าคุยได้เลยนะ ต้องส่งแบบสอบถามไปอีก เช่น

เกษียณแล้วอยากอยู่ที่ไหน คำตอบมีให้เลือก ก. ในตึกหรู ข. หมู่บ้านเล็กๆเงียบสงบ ค. ในเมืองใหญ่

อยากไปฮันนีมูนที่ไหนคำตอบมีให้เลือก ก. มัลดีฟส์ ข. ฝรั่งเศส ค. อิตาลี ง. เกาะห่างไกล จ.เลือกพาไปที่ที่จะทำให้ประหลาดใจ

ถ้าคำตอบตรงกันอีกฝ่ายถึงจะบอกระบบว่า ปลดล็อกให้คนนี้ส่งอีเมลเข้ามาได้ บางคนโพรไฟล์ดีมาก ตรงใจทุกประการ แต่ he ส่งแบบสอบถามฉบับแล้วฉบับเล่า เราก็เฝ้าเพียรตอบจนเลิกติดต่อไปเอง

www.match.com นี่เราก็เคยใช้บริการนะ ไม่ได้ตั้งใจหรอก มันโผล่มาที่หน้าจอ hotmail ของเรา ลองซะหน่อย จำได้ว่าต้องเสียเงินค่าสมาชิกรายเดือนด้วย ไม่แพงแต่เล่นแล้วไม่คุ้ม มีคนนึง นัดกินข้าวกัน แต่ถึงวันนัด เราติดงานด่วนต้องไปหาลูกค้า พออีเมลไปบอกล่วงหน้า โดนว่าว่า ลงไดอารี่ไว้แล้วเลื่อนนัดได้ยังไง เราก็รู้สึกผิดนะ แต่เราบอกล่วงหน้า 2 วัน ไม่ใช่ว่าบอกว่าล่วงหน้าแค่ 2 ชั่วโมง ขนาดยังไม่เจอหน้า ยังเยอะอย่างนี้ อย่าเจอกันน่ะดีแล้ว

หลังจากลองมาหลายเว็บแล้ว ไม่เวิร์ก ต้องเปลี่ยนแผน เว็บหาคู่ที่ลองมาจะมีคนสารพัดชาติ งั้นเราลองเว็บสำหรับคนชาติเดียวดีมั้ย เออ เข้าท่าแต่จะเลือกชาติไหนดีอ่ะ

ออสเตรเลียแล้วกัน ไหนๆ ก็ยื่นขอวีซ่าอพยพไปแล้ว เผื่อถ้าได้แฟน จะได้ทำวีซ่าแต่งงานเข้าประเทศแทนที่จะมารอวีซ่าอพยพ

แล้วก็ได้เจอกับเว็บ www.rsvp.com.au เป็นคำตอบที่“ถูกต้องแล้วค้าบ” เพราะผู้ชายที่หาคือคนที่อยู่ออสเตรเลียเท่านั้น แล้วเวลาดูคู่แข่ง (สาวๆ คนอื่น)ผู้หญิงไทยอยู่ในเว็บนี้ นับหัวได้เลย ฉะนั้น ถ้าผู้ชายหาผู้หญิงไทยในเว็บนี้ แน่นอนว่า หน้าเรามันจะต้องโชว์ขึ้นมาให้เห็น คิดได้อย่างนี้แล้ว ก็หัวเราะร่างานนี้ท่าจะได้สามีสมความตั้งใจ

กว่าเราจะเจอหมอฟันได้ ก็คุยออนไลน์กับผู้ชายหลายคน หมอฟันนี่อายุเกินขอบเขตที่เรากำหนด ปกติใครที่อยู่นอกสเป็กเราจะไม่ติดต่อกลับเลย แต่พอส่งจูบมา เห็นโพรไฟล์ว่าเป็นหมอ แหม เข้าตากรรมการ เราชอบผู้ชายที่มีการศึกษาสูงและหน้าที่การงานดี ปัจจัยนี้เราให้ความสำคัญอันดับต้นๆ เลย อีกอย่าง หมอฟันหน้าตาดีมาก (ก็เป็นหมอนี่เนอะ ต้องดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว) อีเมลฉบับแรก หมอฟันบอกว่า ชอบส้มตำ … เราคิดในใจสงสัยจะเคยมีแฟนเป็นสาวจากที่ราบสูง แต่เขาบอกว่าไม่ใช่ ไม่เคยมีแฟนคนไทย เคยแต่เรียนภาษาไทยกับครูคนไทยที่มาจากจังหวัดขอนแก่น ภาษาไทยของหมอฟันดีมาก อ่านได้เขียนได้ด้วย รู้จักตัวการันต์ เขียนคำว่ากษัตริย์ ได้ รักในหลวง ทุกอย่างทำให้เราประทับใจมาก

แต่มันก็จบไปแล้ว

ถึงจุดนี้เราเริ่มเบื่อการหาคู่ออนไลน์ ทุกครั้งจะต้องเริ่มใหม่ แนะนำตัวทำความรู้จัก สอบถามความชอบ ความต้องการ เจอกัน กินข้าว พอไม่คลิกก็ต้องเริ่มต้นใหม่อีก เรากะว่าหาจากเว็บนี้อีกรอบถ้าไม่เจอก็ปิดโพรไฟล์ ถาวร ทุกเว็บ อยู่เป็นโสด ทำงานเก็บเงิน เที่ยวรอบโลก

ก็มีผู้ชายติดต่อมาหลายคน นับแล้ว 7 คนที่คุยกันรู้เรื่อง แต่ก่อนจะคัดเหลือแต่ตัวเต็ง เราบอกทุกคนเหมือนกันหมดว่า“รู้ว่าผู้หญิงไทยมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดี แต่คุยกันแล้ว ถ้าอยากจะมาเจอ ก็มากินข้าวด้วยได้ พาเที่ยวได้ วัดพระแก้ว พิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่สำคัญๆ ไปได้หมดแต่จะไม่ไปต่างจังหวัด จะไม่ค้างคืน จะไม่ไปที่โรงแรม”

ผลคือ จาก 7คน เหลือตอบอีเมลกลับมาแค่ 2 คน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าผู้ชายที่หาคู่ในอินเตอร์เน็ตจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้หาคู่จริงจังหวังแต่จะฟาดผู้หญิง

จังหวะกำลังจะปิดโพรไฟล์ ผู้ชายคนปัจจุบันก็เดินเข้ามา เราตอบอีเมลเพราะเขาเรียกชื่อแทนตัวเองว่า Mr. Chang เดาว่า ไม่ชอบเกาะช้างก็ต้องชอบเบียร์ช้าง อย่างใดอย่างหนึ่ง (คำตอบคือ อย่างหลัง)

คุยกันทางอีเมล ทุกวัน วันละ 2-3 ฉบับเขียนโต้ตอบกันยาวด้วย ในอีเมลแรกๆที่ติดต่อกัน เขาถามก่อนเลยว่า “ถ้าแต่งงานแล้วจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศของสามี หรือจะให้สามีมาอยู่ประเทศไทย” เป็นผู้ชายที่ไม่เสียเวลาเลย ดี เราชอบ เราบอกเขาว่า ถ้าอยากมีลูก ต้องทำใจหน่อยนะเพราะเราเคยผ่าตัดมา โอกาสมีลูกจะน้อยกว่าคนอื่น แล้วเรามีโรคพันธุกรรมคือ เบาหวาน ถ้าเราเป็นแล้ว อาจจะเป็นภาระ จากนั้นก็ถามเรื่องการวางแผนชีวิตในอนาคต เรื่องลูก ครอบครัวสอบถามความเป็นไปได้ทุกอย่าง เราเลือกคุยกับคนนี้เพราะเขาตอบอีเมลสม่ำเสมอไม่ใช่อีเมลตอบคนอื่นแล้วก๊อปปี้มาตอบเรา คิดว่าน่าจะจริงใจ พอเริ่มคุยโทรศัพท์ก็คุยกันสม่ำเสมอ (เราลงทุนโทรจากอังกฤษไปหาเขาเลยนะโทรแบบไม่บอกล่วงหน้า จะดูสิว่ารับสายได้มั้ย อยู่กับใครหรือเปล่า คิดจะมีแฟนฝรั่ง มันต้องมีวิธีเช็ค)

ทุกวันนี้คบกันอยู่ และดูท่าจะมีข่าวดีตอนสิ้นปีนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป เรื่อง Personalised Matchmaking

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามบล็อกการแปล ต้องขออภัยที่นอกเรื่อง บล็อกการแปลหัวข้ออื่นกำลังจะตามมาในเร็วๆ นี้




Create Date : 30 มิถุนายน 2556
Last Update : 29 กรกฎาคม 2556 10:34:17 น.
Counter : 8985 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 293 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
19
21
22
24
25
27
28
29
 
 
30 มิถุนายน 2556
All Blog