เรื่องเล่าจากล่าม และอื่นๆ




ตั้งใจว่าจะเขียนบล็อกนี้ทันทีที่อบรมเพิ่มพูนความรู้นักแปลของส.ป.ล.ท. ในวันที่ 18 พ.ค. เรียบร้อย ก็ปรากฏว่ามีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาให้จัดการก่อนบินกลับออสเตรเลีย พอมาเปิดโน้ตดูดันอ่านลายมือตัวเองไม่ค่อยออกอีก (เพลีย) จะสรุปให้อ่านเท่าที่สามารถแกะได้แล้วกันเนาะถ้าเนื้อหากระโดดไปกระโดดมา ต้องขออภัย

ในการอบรมฯ ใช้ชื่อว่า From Tokyo to Bangkok ได้ล่ามภาษาญี่ปุ่น คุณอรรถ บุนนาค มาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง

คุณอรรถเล่าว่า ความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นนั้นเปลี่ยนไปแล้วเช่น ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นชาตินิยมอีกต่อไป หลักการนี้หายไปตั้งแต่ตอนแพ้สงครามโลก ซึ่งทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ญี่ปุ่นเป็นประเทศปิดมานานจึงไม่เคยชินกับภาษาต่างประเทศ และเคยชินกับการแปลมากกว่า

ในส่วนการทำงานล่าม คุณอรรถบอกว่าเมื่อได้รับมอบหมายงานล่าม ให้ตั้งเป้า 120% เพราะเวลาทำงานจริงมักจะทำได้ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ ในหมู่ล่ามรุ่นใหม่เชื่อเรื่องความท้าทายคือ ควรจะรับงานยาก แต่ขอเตือนว่าไม่ควรรับงานที่ยากเกินความสามารถขอให้ประมานตน ควรดูเนื้องานว่าพอทำได้หรือไม่

การประชุมของชาวญี่ปุ่นหรือในบริษัทญี่ปุ่นจะมีรูปแบบคล้ายกัน คือ กล่าวจบการประชุมว่า“ขอจบการประชุมโดยหวังว่าการประชุมนี้จะสัมฤทธิ์ผล” ชาวญี่ปุ่นมักจะไม่ฟันธงในเรื่องที่พูดในที่ประชุมบางครั้งจะใช้คำพูดที่แสดงถึงความลังเล เช่น จะเอาไงดี เอ่อหรือว่า ไม่ดีกว่า เป็นต้น ล่ามต้องล่ามส่วนนี้ด้วยไม่อย่างนั้นผู้เข้าร่วมประชุมจะคิดว่าล่ามไม่รู้ศัพท์จึงไม่ล่ามสิ่งที่พูด

บางครั้งล่ามก็ต้องสื่อสารวัฒนธรรมเช่น ชาวญี่ปุ่นเล่าเรื่องตลก ซึ่งคนไทยไม่ขำ แต่ล่ามก็บอกผู้เข้าร่วมประชุมว่า“ตอนนี้ท่านประธานกำลังเล่าเรื่องตลก ทุกท่านโปรดหัวเราะหน่อยนะครับ” ซึ่งได้ผล ผู้เข้าร่วมประชุม หัวเราะล่าม ท่านประธานก็ยิ้มชอบใจ

ตัวอย่างการใช้เทคนิคด้านวัฒธรรมเพื่อแก้ปัญหา โครงสร้างพื้นหอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จะมีส่วนหนึ่งที่ใช้ไม้ฮิโนกิเป็นไม้ราคาแพง พื้นที่ส่วนนั้นจึงไม่อยากให้ใครเหยียบ คนญี่ปุ่นไม่เหยียบเลย แต่คนไทยไม่เข้าใจ ล่ามต้องบอกว่า ไม้กระดานแผ่นนี้มีครู หลังจากนั้นคนไทย ไม่มีใครกล้าเหยียบ

ล่ามก็ต้องทอนน้ำเสียงลงในบางครั้งเช่น ผู้พูดพูดว่า “ทำงานได้เลวร้ายมาก” ล่ามอาจจะล่ามไปว่า “ทำงานไม่ดีเลย” ซึ่งความหมายเดียวกันแต่น้ำหนักไม่รุนแรงเท่า แต่อย่าใส่อารมณ์ตามผู้พูด และทุกครั้งที่จะพูดสิ่งที่ไม่ดีให้ย้ำชื่อผู้พูดด้วย เช่น “ประธานบอกว่า….” “ประธานตำหนิว่า….” เพื่อที่ผู้ฟังจะได้ไม่ลืมว่าที่โดนตำหนินั้นไม่ได้มาจากล่าม

ล่ามสามารถควบคุมระยะเวลาในการประชุมได้ (interpreter as a moderator/facilitator) เช่น หากผู้พูดเริ่มพูดน้ำท่วมทุ่งล่ามอาจตัดบทโดยถามสั้นๆ เพื่อให้ผู้พูดพูดตรงประเด็น

ในการประชุมที่มีล่ามของทั้งสองฝ่าย หากล่ามของอีกฝ่ายหนึ่งล่ามผิด ให้เรานั่งเฉยๆไม่หักหน้าผู้ประกอบวิชาชีพเดียวกัน อย่าล่ามแทรก อย่าล่ามทับกัน

ปัญหาในการล่ามภาษาญี่ปุ่นให้ผู้พูดที่เป็นคนไทยคือคนไทยมักเรียบเรียงคำพูดไม่รู้เรื่อง และไม่ค่อยมีสคริปต์ทำให้ล่ามไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะพูดอะไร อีกทั้งยังพูดเร็วมาก ส่วนผู้พูดที่เป็นชาวญี่ปุ่นก็มีข้อเสียคือ ไม่ Yes หรือ No แต่มักจะบอกว่า “ต้องพิจารณา” “ต้องปรึกษากับบริษัทแม่”

ปัญหาที่พบได้บ่อยในบริษัทญี่ปุ่นคือฝ่ายบุคคลเก็บความลับเรื่องเงินเดือนของล่ามไม่อยู่ และล่ามญี่ปุ่นมักจะเงินเดือนสูงอยู่แล้วทำให้เป็นที่อิจฉา

กรณีล่ามตู้ แนะนำให้เช็คคู่หูล่ามด้วยกัน อย่าทำงานร่วมกันศัตรูเพราะล่ามที่ไม่ถูกกันจะไม่ช่วยเหลือ แต่จ้องจะจับผิดอีกฝ่ายว่าล่ามผิดล่ามตก ถ้าเป็นคู่หูที่ดีต่อกันจะส่งเสริมงานกันตลอด เช่น คอยจดตัวเลขปีแล้วยื่นให้เพื่อนล่ามที่คำนวณปีไม่ทันหรือสะกดคำอ่านจำนวนยาวๆ ไม่ทัน

เอเจนท์ล่ามในประเทศไทยทำงานไม่ค่อยมีมาตรฐานคือไม่คัดกรองล่าม ไม่ตรวจสอบประวัติ ไม่ทดสอบผลงาน หลายครั้งล่ามที่ส่งไปทำงานไม่สามารถทำงานได้จริง

คนที่สนใจทำงานล่ามเบื้องต้นสามารถฝึกทักษะล่ามได้โดยการพูดตามรายการโทรทัศน์ เช่น ฟังสารคดี แล้วฝึกพูดภาษาท้องถิ่นพูดตามพิธีกร

*************************

ช่วงบ่ายสมาคมฯ เชิญอาจารย์อรองค์ ชาคร คณะภาษาและการสื่อสาร จาก NIDA มาบรรยาย เริ่มต้นด้วยทฤษฎีการแปลอย่างย่อๆ ของ Nida : formal equivalence focuses on form (message) v. dynamic equivalence focuses on effect ,Midred Larson : แปลตรงตัว v. แปลเอาความ, Mona Baker: Generalization, Internationalization, Conceptualization ใครที่เรียนการแปลมาจะจำได้

เวลาแปลนักแปลต้องนึกถึงความแตกต่างด้านโครงสร้างของภาษาต้นทางและภาษาปลายทาง เช่น kettle is boiling คนไทยพูดว่าน้ำกำลังเดือด (ไม่ใช่กากำลังเดือด) หรือป้ายนี้บอกว่า (ทั้งที่จริง ป้ายไม่สามารถพูดได้)

การเลือกใช้คำก็สำคัญ คำบางคำในภาษาไทยที่ฟังแล้ว neutral แต่พอแปลเป็นภาษาอังกฤษกลับมี connotation เช่น คู่รัก > lover (ชู้) คำที่เหมาะสมกว่า คือ couple, boyfriend / girlfriend,partner

คำต้นทางบางครั้งหาequivalence ยาก เช่น noodle > บะหมี่ เกี้ยมอี๋ ก๋วยจั๊บ

อาจารย์อรองค์พูดเรื่อง cultural substitution ยกตัวอย่าง งานแปลของ Kahlil Gibran นิยมใช้เทคนิคนี้ เช่น And the oak tree and the cypress grow not in each other’s shadow - คำว่า oak tree และ cypress กลายเป็น ต้นโพธิ์ ต้นไทรซึ่งเป็นต้นไม้ที่คนไทยคุ้นเคยและให้ความรู้สึกมั่นคงยั่งยืน

จากเรื่องความสุขของกะทิ นักแปล Borthwick แปลประโยค “ตากรวดน้ำใต้ต้นโพธิ์ใหญ่” ว่า Under the big banyan tree, Grand pa poured water from a little brass vessel onto the ground,completing the offering to the monks. Like a river flowing from the mountains to the sea, the water symbolized the merit they had earned and passed on to departed loved ones. นักแปลบรรรยายเพิ่มเพื่อให้ผู้อ่านชาวต่างชาติเข้าใจว่าคำนี้สำคัญอย่างไร

นอกจากนี้ยังได้ยกตัวอย่างงานวิจัยเรื่อง “Translation shifts in multimodal text: a case of the Thai version of Cosmopolitan”ของ อาจารย์ ดร.ภาสกร เชื้อสวย คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

นิตยสารคอสโม ฉบับภาษาไทย ส่วนใหญ่ก็รู้จักกันว่าเป็นนิตยสารของสาวสมัยใหม่ มีคอลัมณ์รักๆใคร่ๆ อยู่บ้าง แต่จะไม่โจ่งแจ้ง นั่นก็เพราะปัจจัยเรื่องวัฒนธรรมกำหนดให้ทีมผู้จัดทำนิตยสารต้องปรับองค์ประกอบทุกอย่างทั้งภาษาที่ใช้ เนื้อหา การใช้สี ฟอนท์ ตำแหน่งของคอลัมณ์ และแม้แต่ภาพนางแบบผิวสีแทนอวบอัด แต่เมื่อขึ้นปกไทย นางแบบจะถูกปรับสีผิวให้ขาว และผอมลง

เนื้อหาในฉบับภาษาไทยจะใช้โครงเดียวกันกับฉบับที่ตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาบางครั้ง บ.ก. ต้องเลือกว่าจะแปลเนื้อหาเกี่ยวกับเซ็กส์ที่ตีพิมพ์ในฉบับ U.S. หรือจะตัดออกเลย (ถ้าเลือกจะแปลมาใส่ฉบับภาษาไทยคอสโมไทยอาจจะเปลี่ยนภาพลักษณ์กลายเป็นหนังสือลามกต้องมีถุงสวมอีกทีหรือเปล่า ผู้ฟังบางท่านบอกว่า เหตุผลหนึ่งในการทอนเนื้อหาลง อาจจะเป็นเรื่องเซ็นเซอร์โดยหน่วยงานควบคุม) อย่างคำว่า ‘the head of his penis’ ภาษาไทยตัดเหลือแค่ ‘the head’

อ่านงานวิจัยชิ้นนี้เพิ่มเติมได้ที่//www.jostrans.org/issue20/art_pasakara.php

*************************

ปิดท้ายการอบรมคุณผ่องศรี ลือพร้อมชัย กรรมการสมาคม และกรรมการผู้จัดทำมาตรฐานวิชาชีพนักแปลเชิญชวนผู้เข้าอบรมให้สมัครสอบการแปลเพื่อขอรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ โดยเปิดรับสมัครถึงวันที่ 15 มิถุนายน เป็นการสอบวัดระดับ 4

คุณสมบัติผู้สอบวัดมาตรฐานคือ (ก) มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชาและผ่านการอบรมด้านการแปลอย่างน้อย 30 ชั่วโมง หรือ(ข) มีประสบการณ์ทำงานด้านการแปลอย่างน้อย 3 ปีและผ่านการอบรมด้านการแปลอย่างน้อย30 ชั่วโมง หรือ (ค) เป็นผู้มีผลงานแปลอย่างน้อย 625,000 คำโดยนับคำจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ (ประมาณ 5 เล่มเล่มละประมาณ 250 หน้า) และผ่านการอบรมด้านการแปลอย่างน้อย30ชั่วโมง (อนึ่ง การอบรมด้านการแปลนั้นไม่นับรวมหลักสูตรการใช้เครื่องมือช่วยแปล)

ผู้เข้าสอบต้องผ่านข้อสอบปรนัยจึงจะผ่านไปสอบรอบอัตนัยได้ การสอบคัดกรองหรือข้อสอบปรนัย)ทดสอบด้านทฤษฏีและหลักการแปล แหล่งข้อมูลสำหรับค้นคว้าจรรยาบรรณและลิขสิทธิ์การแปล ความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ การแปลระดับต่างๆการตรวจงานแปลเบื้องต้นและการขัดเกลางานแปล ส่วนการสอบประเมินสมรรถนะบุคคลหรือข้อสอบอัตนัย เป็นการทดสอบด้านการแปลสารคดี 1เรื่อง และบันเทิงคดี 1 เรื่อง

ผู้สอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตลอดชีพและหนังสือรับรองมาตรฐานอาชีพ มีอายุ 3 ปี

ปัจจุบันอาชีพนักแปลถูกจัดเป็นวิชาชีพแล้ว โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ข้อบังคับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้คุณวุฒิวิชาชีพ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558

“สาขาการแปลล่ามและล่ามภาษามือ ให้มีคุณวุฒิวิชาชีพชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น 5 ชั้น 6 และชั้น 7ในอาชีพดังต่อไปนี้ (2.1) อาชีพนักแปลเอกสาร (2.2) อาชีพนักแปลวรรณกรรมและบันเทิงคดี (2.3)อาชีพบรรณาธิการงานแปล (2.4) อาชีพบริหารธุรกิจการแปล(2.5) อาชีพนักแปลภาษามือเป็นเอกสาร (2.6)อาชีพล่ามแปลภาษา (ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี) (2.7) อาชีพล่ามภาษามือ (2.8)อาชีพบริหารธุรกิจล่ามภาษามือ”

อ่านข้อบังคับฯฉบับเต็มได้ที่ //www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/126/14.PDF

แล้วคุณผ่องศรีก็เชิญให้เราพูดเรื่องการรับรองมาตรฐานของ NAATI เราก็พูดคร่าวๆ อ่ะนะ ว่าอยากให้สอบของ TPQI ที่ส.ป.ล.ท. เป็นคนดูแล ปีนี้สอบฟรี ปีต่อไปไม่ฟรี ค่าประกาศนีบัตร ปีต่อไปก็หลายพันบาทอยู่ ประเทศไทยกำลังเริ่มต้นจัดทำมาตรฐานก็อยากให้คนในวิชาชีพร่วมด้วยช่วยกัน ส่วน NAATI ออสเตรเลีย เขาก็กำลังปรับมาตรฐานสูงกว่าเดิม คือเปลี่ยนจาก Accreditation เป็น Certification ซึ่งคนต่อต้านก็เยอะเพราะเงื่อนไขเยอะขึ้นยากขึ้น แต่ NAATI ก็ต้องเดินหน้าทำ ฉะนั้นมาตรฐานของไทยจะพัฒนาไปเรื่อยๆ แน่นอน

เสร็จสิ้นการอบรมมีน้องนักแปลสองคนจำเราได้ ก็เลยเดินมาถาม คนหนึ่งบอกว่า อยากเป็นนักแปล NAATI เหมือนเรา เราบอกว่าต้องถามตัวเองก่อนว่าจะทำงานประเทศไหน สอบแล้วคุ้มไหม อย่านึกว่างานแปลหรือล่าม NAATI รายได้เยอะ หรืองานชุก เพราะอย่างแปลคู่ภาษาอังกฤษเป็นไทย เนื้อหาจะเป็นจดหมายข่าว ประกาศ หรือสื่ออะไรก็ตามที่หน่วยงานราชการต้องการถ่ายทอดให้ชุมชนไทยในออสเตรเลียได้รับทราบ อาจจะเป็นโบรชัวร์โรงเรียนที่มุ่งคัดนักเรียนไทยเข้าไปเรียนส่วนล่ามก็เป็นงานล่ามโรงพยาบาล ล่ามศาล ล่ามขนส่ง (สอบใบขับขี่) แต่ปัจจัยอย่างหนึ่งว่าจะรับงานได้หรือไม่คือเอเจนซี่หรือนายจ้างในออสเตรเลีย จะขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีออสเตรเลีย (TFN) ดังนั้น ถ้ามีใบ NAATI แต่รับงานจากไทย ไม่มีเลข TFNโอกาสได้งานจะยิ่งน้อยลงไปอีก

*************************

เล่าเรื่องล่ามไทยจบก็มาต่อเรื่องล่ามภาษามือของออสเตรเลีย สั้นๆเพราะคุยแป๊บเดียว

สุดสัปดาห์นี้เรามีอบรมการแปลที่ออสเตรเลียได้เจอล่ามภาษาต่างๆ รวมทั้งล่ามภาษามือของออสเตรเลียหรือว่า AUSLAN เลยคุยสั้นๆ ล่ามท่านนี้ (ลืมชื่ออีกแล้ว ขออภัย) เล่าว่าภาษามือของออสเตรเลียจะใช้สองมือสื่อสารและมีระบบสื่อสารคล้ายกันกับภาษามือของประเทศอังกฤษ อาจจะต่างกันเล็กน้อยกับภาษามือที่ใช้ในเวลส์หรือไอร์แลนด์ ส่วนภาษามือของไทยจะใช้มือเดียวโดยได้อิทธิพลมาจากภาษามือของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากอเมริกาเคยตั้งฐานทัพในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไวยากรณ์ของภาษามือจะไม่เหมือนภาษาอังกฤษที่เราใช้กัน เราเคยเล่าให้ฟังตอนเขียนเรื่อง British Sign Language แล้ว เช่น ภาษาอังกฤษพูดว่า What is the problem? ภาษามือ คือ Problem what? หรือ ภาษาอังกฤษพูดว่าWhich would you like? ภาษามือ คือ Tea, coffee, which?

รัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการสื่อสารในคนทุกกลุ่มรวมถึงคนที่พิการทางการได้ยินแต่ก็สงสัยว่า ในออสเตรเลีย มีคนไทยที่พิการทางการได้ยินเยอะไหม ล่ามก็บอกว่า ก็ไม่น้อย และไม่ใช่เป็นผู้อพยพทั้งหมด ผู้หญิงไทยที่พิการทางการได้ยินหลายคนแต่งงานกับชาวออสเตรเลียที่พิการทางการได้ยิน เวลาทำเรื่องวีซ่า ติดต่อหน่วยงานราชการ ล่าม AUSLAN ก็จะเข้ามามีบทบาท

กรณีทั่วไป คนที่พิการทางการได้ยินอาจต้องขึ้นศาลในฐานะพยานคือเห็นเหตุการณ์แต่พูดไม่ได้ ก็ต้องใช้ล่ามช่วย

ล่ามท่านนี้รับงานล่ามภาษามือผ่านเอเจนซี่ 5 เจ้า ก็จะมีงานผลัดเปลี่ยนกัน แต่ไม่ค่อยรับงานผ่านวิดีโอคอลล์เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านยังไม่ใช่แบบบรอดแบนด์

(ย้อนไปดูราชกิจจานุเบกษาด้านบน ล่ามภาษามือก็ได้รับการประกาศเป็นวิชาชีพในประเทศไทยแล้วเช่นกัน)




Create Date : 28 พฤษภาคม 2560
Last Update : 28 พฤษภาคม 2560 16:57:40 น.
Counter : 794 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 304 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here https://www.nctranslation.net
https://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: 18 Feb - 30 June 2018
(Last update: 15 Feb 2018)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
พฤษภาคม 2560

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog