แฮริเออร์ กับเรือ ร.ล.จักรีนฤเบศร กับความจำเป็นและความคุ้มค่าในกับการติดตั้งระบบอาวุธแบบ BVR


(ภาพจากเว็ปกองทัพเรือ)

ดังที่ทราบกันดีว่า ร.ล.จักรีนฤเบศรนั้น ได้ขึ้นประจำการกับกองทัพเรือไทยมาร่วม 10 ปี แต่สิ่งที่หลายๆคนพูดถึงกันอยู่คือเรื่อง อาวุธและอากาศยานที่ประจำการอยู่บนเรือ ตอนที่ขึ้นประจำการเมื่อปี 2540 นั้น ทางกองทัพเรือได้มีอากาศยาน AV-8S ( บข.ล 1 ก/ข)ซึ่งประจำการอยู่บนเรือจักรีฯ จำนวน 9 ลำ ซึ่งถือว่าทันสมัย พอสมควรในช่วงเวลาดังกล่าวเพราะเครื่องบิน ดังกล่าวสามารถติดอาวุธนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศ( Air To Air) แบบ AIM-9(ไซด์ไวน์เดอร์) ได้ แต่พอกาลเวลาผ่าน ปัญหาเนื่องจากงบประมาณและอายุการใช้งานของเครื่องบิน ทำให้เครื่องAV-8 ของท.ร. นั้นไม่สามารถที่จะทำการบินได้(ปัจจุบันจำนวนเครื่องที่ยังสามารถบินได้มีจำนวนแน่ชัด/ผู้เขียน) เคยมีการพูดถึงเรื่องอากาศยานที่จะนำมาทดแทน เครื่องบินAV-8S ของทร.อยู่หลายครั้งแต่ทั้งหลายนี้ยังติดขัดเรื่องงบประมาณ แต่ความต้องการคือ เครื่องบินเครื่องลงแนวดิ่ง ซึ่งปัจจุบัน แทบจะไม่มีการผลิตขึ้นมาใหม่แล้ว ซึ่งคงเหลือแต่เครื่องมือ 2 จากทางสหรัฐและอังกฤษ ส่วนที่จะรอ F-35 B นั้นคงอีกนาน

ทีนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องถ้าเกิดมีประจำการขึ้นมานั้น ความคุ้มค่ากับการใช้ในภาวะการปัจจุบันนั้นเหมาะหรือไม่ เพราะถ้าเราดูประสิทธิภาพของเครื่องบินในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะมีเทคโนโลยีที่ใช้กับอาวุธประเภทการรบในระยะนอกสายตา (BVR) ซึ่งณ.ปัจจุบันนี้ทางกองทัพไทย มีเครื่องบินที่สามารถใช้อาวุธประเภทนี้เพียงฝูงเดียว คือ ฝูงบิน 102 ของกองทัพอากาศซึ่งใช้เครื่องบิน แบบ F-16 ที่ทำการปรับปรุงใหม่จากสหรัฐ จำนวน 16 ลำเท่านั้น

เครื่องบินF-16 ADF ประจำฝูงบิน 102 (ภาพจากเว็ปกองทัพอากาศ)



จรวดแบบAMRAAM (ภาพจาก google)

แต่ถ้าเรามองถึงประสิทธิภาพของฝูงบินของประเทศในย่านอาเซียนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสิงค์โปร(เครื่องบินแบบ F-16 C/D Block50/52 F-15 S(จะประจำการในอนาคตอันใกล้นี้) ซึ่งสามารถติดอาวุธนำวิถีนอกสายตาแบบAMRAAM ได้)หรือมาเลเซีย,เวียดนาม ซึ่งมีเครื่องบินแบบ SU-30 ประจำการซึ่งสามารถติดอาวุธ แบบ BVRคือ R-77Adder



R-77Adder (ภาพจากgoogle)

ดังที่กล่าวมาแล้วถ้าเกิดกองทัพเรือต้องการอากาศยานเพื่อมาประจำการบนร.ล.จักรีฯแล้ว อากาศยานที่มาประจำการต้องติดอาวุธแบบนี้ด้วยหรือไม่ และถ้าซื้อมือ 2มาจริงๆแล้ว ระบบSolfwareเพื่อใช้กับอาวุธประเภทนี้ต้องติดตั้งเพิ่มเติมหรือไม่(ส่วนตัวผมไม่แน่ใจว่าแฮริเออร์ติดตั้งอาวุธแบบนี้ได้หรือไม่)เพราะถ้าจะให้มองไปที่ ทอ.นั้น ปัจจุบันมีเพียง 16 ลำที่ใช้ได้ (**ยังไม่รวม JAS-39 C/D อีก 6 ลำ) และทาง ทร.เองคิดว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะถ้ามองถึงอาวุธที่ใช้ป้องกัน ร.ล.จักรีนั้น ในปัจจุบันมีเพียงอาวุธแบบSADRAL ซึ่งมี 3แท่นยิงและเป็นอาวุธที่ป้องกันระยะใกล้เท่านั้น ส่วนระบบป้องกันตัวอื่นๆยังอีกไกลเพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ เพราะถ้ามองถึงภาระกิจคุ้มครองกองเรือกับสภาพของการรบในปัจจุบันนั้น ก็ถือว่าอาวุธที่ติดกับเครื่องถือว่าจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่อย่างนั้นแฮริเออร์ของ ทร. อาจเป็นเป้านิ่งในระยะไกลให้กับ บ.รบของศัตรู ก่อนถึงระยะยิงของAIM-9 แต่มันจำเป็นและคุ้มค่าหรือไม่เท่านั้น เพราะตัวเลือกระหว่างระบบVLS(ระบบยิงจรวดนำวิถีในแนวตั้ง) หรือการUpgate ให้กับเครื่องบินขึ้นลงแนวดิ่งเพื่อติดตั้งระบบการยิงอาวุธแบบระยะนอกสายตานั้น อันไหนมีความเหมาะสมและจำเป็นมากกว่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดถ้าจะมีจัดซื้อขึ้นมาสำหรับกองทัพเรือ?

**ยึดถือที่มีสั่งซื้อจำนวน 6ลำ ส่วนอีก 6ลำหลังตอนเขียนบทความยังไม่มีการอนุมัติการจัดซื้อ



Create Date : 25 มกราคม 2553
Last Update : 25 มกราคม 2553 23:09:30 น.
Counter : 4690 Pageviews.

2 comments
  
ถ้า F-16 ของ 403 ทำ MLU ก็จะได้เครื่องที่ยิง BVR ได้อีกใช่มั้ยครับ

ผมว่าอนาคต ของกองทัพอากาศ อาจต้องฝากไว้กับ Gripen อีกก็ได้

ไม่แน่ อาจจะได้เห็น Gripen อย่างน้อย ซัก 2 ฝูง 55

เพ้อฝัน จริงกุ
โดย: SkyWalKeR-TH วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:20:30 น.
  
ใช่ครับ F-16 ฝูง 403 หลังจากทำ MLU แล้วยิง อาวุธแบบ BVR ได้ครับ เพราะดูจากงบแล้ว ถ้าทำเสร็จคงออกมาน้องๆ Block 50/52 นะครับ
โดย: บิน102 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:35:04 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

บิน102
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



***ขอสงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความใน Blogs ตามกฏหมาย***
มกราคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog