อยากรู้จักผีเสื้อให้ลองคบหนอน
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 

ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้-ศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2551

ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้
กู่กาสิงห์ กู่โพนวิจ กู่โพนระฆัง

เทวาลัยเล็ก ๆ หลายแห่งกระจัดกระจายในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด บ่งบอกร่องรอยอารยธรรมของกลุ่มชนในท้องถิ่น เกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ และวัฒนธรรมประเพณี ถ่ายทอดเป็นมรดกของชนในท้องถิ่นปัจจุบัน ความเลื่อนไหลทางวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อและศาสนาทำให้เกิดความไขว้เขวทางภาษา เพราะคนฟังไม่เข้าใจภาษาของคนพูด คนเขียนไม่เข้าใจภาษาของคนท้องในถิ่น และคนในท้องถิ่นยอมรับต่อการใช้ภาษาผิด ๆ ด้วยวิธีเขียนและพูดของคนในภาคกลาง ซึ่งทำให้เกิดความวิบัติทางภาษาอย่างน่าห่วงใย เหตุนี้ภาษาศาสตร์และโบราณคดีจึงเป็นศาสตร์สำคัญที่ผู้ใช้ภาษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เพื่อป้องกันความผิดพลาดทางการใช้ภาษา

กู่กาสิงห์ เทวาลัยเทพเจ้าตามคัมภีร์พราหมณ์เป็นชื่อที่ผู้เขียนภูมิใจว่า การเขียนชื่อเทวาลัยนี้ถูกต้องตรงตามความหมายของภาษาถิ่นอีสาน ที่คนต่างถิ่นค่อนข้างงงว่า ชื่อนี้หมายถึงอะไร ตองแรกผู้เขียนเองก็เคยงงเช่นกัน พอถามเจ้าของถิ่นก็อธิบายไปว่า บริเวณนั้นเป็นป่ายางนาสูงใหญ่กว้าง มีอีกา แร้ง เหยี่ยว และนกต่าง ๆ มาอาศัยอยู่มากมาย กู่นี้เลยได้ชื่อว่า กู่กาสิงห์ แต่พอตนเองได้ไปดูแล้วก็เข้าใจว่า เจ้าถิ่นเขาสร้างตำนาน
หลอกคนต่างถิ่นแน่นอน ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ปฏิเสธว่าป่ายางอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่า แต่ชื่อกู่กาสิงห์ไม่ได้มาจากตำนานนี้แน่นอน เพราะเมื่อสังเกตทับหลังของเทวาลัยนี้ หลายแห่งเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเหยียบหน้ากาล (เกียรติมุข) หน้ากาลนั้นมองเขม้นคายพวงมาลัย หน้าถมึงทึง ปากแสยะ คนท้องถิ่นมองหน้ากาลนี้เป็นสิงโต อนึ่งคำว่า กา เป็นภาษาถิ่นอีสานตรงกับคำภาษากลางว่า ตรา (ตรา = ตราประทับ , เครื่องหมาย) ดังนั้น คำว่ากาสิงห์ จึงมีความหมายว่า กู่ที่มีตราสิงโต ประทับไว้หลายแห่งตามที่สังเกตเทวาลัยกู่กาสิงห์แม้จะเป็น เทวสถานในศาสนาพราหมณ์ แต่เป็นเทวาลัยที่สร้างขึ้น ตอนที่พุทธศาสนาเริ่มรุ่งเรืองในประเทศไทย ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เองพระองค์ก็หันมานับถือพุทธศาสนา

ดังนั้น กู่กาสิงห์แห่งนี้ถึงแม้จะมีร่องรอยการตั้งโยนิฑรณะและศิวลึงค์ในครรภะคฤหะ แต่การสลักพระอินทร์ตามทับหลังหลายๆ แห่ง ก็แสดงคติพุทธศาสนาลัทธิ มหายาน ที่นับถือพระอินทร์ว่าเป็นเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์เหนือเทพใด ๆ เช่นที่ปรากฏตามวรรณคดีไทยและวรรณคดีภาคอีสานโดยทั่วไป

กู่โพนวิจ โพนวิด และโพนวิท ทั้งสามคำนี้ออกเสียงอย่างเดียวกัน เพราะเป็นชื่อสถานที่เดียวกันแต่สะกดต่างกัน เพราะคนเขียนไม่เข้าใจความหมายของคำนี้จึงใช้วิธีเดา เขียนตามเสียงที่ได้ยิน ขอทำความเข้าใจและขอแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักภาษาว่า คำที่ถูกต้องคือคำแรก ต้องสะกดว่า กู่โพนวิจ มีความหมายว่า ส้วมอยู่บนโพน (จอมปลวก)

วิจ น. เวจกุฏิ ส้วมถ่ายอุจจาระของพระสงฆ์ เรียกว่า วิจ เวจกุฏี ก็ว่า
ย่างว่า กบเขียดฮ้องหนองวัดแคมวิจ หัวพ่อตาติดไต้กบในหม้อ (แบบ) จากสารานุกรมของปรีชา พิณทอง หน้า 711

ถาน น. ส้วมถ่ายของพระสงฆ์ เรียก ถาน ถานขี้ เว็จ วิจ ก็ว่าอย่างว่า เบิ่งพระให้เบิ่งถาน เบิ่งสมภารให้เบิ่งจัวน้อย (ภาษิต) จากสารานุกรมของ ปรีชา พิณทอง หน้า 388

เวจ น. ที่ถ่ายอุจาระของพระสงฆ์ (ป.วจจ.)

เวจกุฏิ น. ที่ถ่ายอุจาระของพระสงฆ์ (ป.วจจกุฏิ) จากสารานุกรม ของปรีชา พิณทอง หน้า 721

โยนิฑรณะ (ฐานศิวลึงค์) เมื่อไม่มีศิวลึงค์เสียบตั้งไว้ตรงกลางแล้ว โยนิฑรณะนั้นมองดูจะคล้ายหัวส้วม แตกต่างบ้างตรงที่มีร่องน้ำเพื่อรองน้ำให้ไหลลงในท่อโสมสูต ดังนั้น ไม่แปลกอะไรเลยที่ชนในท้องถิ่นอีสานโบราณจะเข้าใจและเรียกโยนิฑรณะนั้นว่า วิจ. หรือเว็จ (หัวส้วมหรือส้วมพระสงฆ์)
ตามคัมภีร์พราหมณะของฮินดู องค์ศิวเทพ คือ สดักนุง (เจ้าแห่งภูเขา) ดังนั้น เมื่อจะสร้างเทวาลัยจึงต้องหาก้อนหินมาสร้าง หรือไม่ก็ต้องหาบริเวณที่สูง คือ โพน (จอมปลวก) หาโพนใหญ่ ๆ ไม่ได้ก็ต้องขุดดินขึ้นไปพูนให้เป็นเนินสูงเพื่อตั้งเทวาลัยให้เด่นเป็นสง่าและมองเห็นได้ชัดเจน และผลที่ได้จากการพูนโพนดินก็คือบาราย (สระน้ำ) ที่จะรองรับน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก ท่อโสมสูต บารายที่จะกักเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้หลาย ๆ แห่งเกิดขึ้นเพราะเหตุนี้
อนึ่ง โพน ตามคติชนชาวอีสานถือเป็นสถานที่น่ายำเกรง ถ้ามีต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นโพ ต้นไทร ฯลฯ เกิดขึ้นด้วยก็จะกลายเป็นบ่อนเข็ดบ่อนขวง และสั่งสอนเยาวชนว่า “บ่อนเข็ดให้ยำ บ่อนคะลำให้ย่าน” เพราะเชื่อว่าโพนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ เช่น บทกลอนบรรยายเกี่ยวกับโพนว่า

“จอมปลวกอ้นขุดก่นเป็นโพน แม่นว่าเป็นโพนสูงซั่วไกลเห็นแจ้ง คันบ่มีสาขาไม้ใบเขียวปกห่อ ท่านเอ้ย ก็บ่ดูอาจแท้โพนนั้นเปล่าแปนแท้แหล่ว”

อย่างไรก็ตามถึงแม้ต้นไม้ชนิดใดจะเกิดปกคลุมโพนชาวอีสานก็จะไม่มีเรียกชื่อ โพนที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์น่ายำเกรงตามชื่อต้นไม่ที่ปรากฏแต่จะเรียกว่า “โพนโป่ง” หรือโพนผี เหตุนี้ ศาสนาสถานของฮินดูในร้อยเอ็ดจึงต้องตั้งบนโพน เช่น กู่โพนวิจ กู่โพนระฆัง กู่วัดธาตุ เป็นต้น ซึ่งโพนที่ตั้งกู่เหล่านี้อาจจะเคยเป็นโพนโป่งในครั้งที่ชนในท้องถิ่นนับถือผีก็เป็นได้ ซึ่งอาจารย์นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ก็ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเทวาลัยพนมรุ้งไว้ในหนังสือแอ่งอารยธรรมอีสานว่า ก่อนที่เขาพนมรุ้งจะมีเทวาลัยก็เคยเป็นที่อยู่ของผีศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่สักการะของชนในท้องถิ่นมาก่อน กรณีกู่โพนระฆังนั้น เพราะซากโบราณสถานทรุดโทรมมาก ต้องอาศัยสอบถามจากชาวบ้านว่าทำไมเรียก โพนระฆัง คำตอบที่ได้ก็คือเรื่องของอำนาจเหนือธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ชาวบ้านหลาย ๆ คนบอกว่าได้ยินเสียงระฆังดังมาจากโบราณสถานแห่งนี้ อีกหลายคนกล่าวว่ากู่นี้มีสัณฐานคล้ายระฆังคว่ำ จึงเรียกว่า โพนระฆัง บางกลุ่มก็กล่าวว่า ในเทวาลัยแห่งนี้มีระฆังคว่ำตั้งอยู่หลายอัน ตอนหลังมาก็หายไป เป็นต้น คำกล่าวเล่าลือต่าง ๆ นานาเหล่านี้แหละที่บ่งบอกชื่อของเทวาลัยแห่งนี้

อนึ่ง ผู้เขียนเคยพบศิวลึงค์ขนาดใหญ่ทรงไม่สูงนักเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครในกรุงเทพฯ หรือภาพวาดศิวลึงค์ตามหนังสือเทวกำเนิด ตำนานมหาเทพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสนาฮินดู ถ้าศิวลึงค์มีสัณฐานทรวดทรงไม่สูงนัก ก็จะมองดูคล้ายระฆังคว่ำอยู่บนฐาน โยนิฑรณะ ดังนั้นชื่อกู่โพนระฆังอาจจะได้ชื่อจากกรณีดังที่ผู้เขียนสันนิษฐานนี้ ก็อาจเป็นได้

ชื่อนั้น ... จึงสำคัญเช่นนี้


นางเพ็ญศรี รัตนถาวร
โรงเรียนเสลภูมิ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 45120

โทร 0-8957-05075






 

Create Date : 10 มีนาคม 2552
0 comments
Last Update : 11 มีนาคม 2552 16:56:37 น.
Counter : 576 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เข้มข้นกลมกล่อม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





บันทึกร้อยเรียงการเดินทางของชีวิตผู้หญิงอ้วนๆ ล่ำๆ ที่อยากจะกลับไปผอมเหมือนสมัยก่อนหลวมตัวท้อง

อายุ : หยุดไว้ที่ 18
การศึกษา : freshy ปี1 --ไม่ยอมเลื่อนชั้น (กลัวแก่ )
งานประจำ : สาวโรงงาน เกาะจอคอม และแจ๋วประจำบ้าน
งานอดิเรก : รักการเดินทางท่องเที่ยว ไปทุกที่ ที่มีถนน
ความไฝ่ฝัน : ใส่ 2 พีชลงทะเลที่มัลดีฟ โดยไม่มีพุงมาเกะกะลูกตา
หนุ่มในฝัน : Rob Schneider สุดแสนจะเซ็กซี่
หนุ่มในความเป็นจริง: สูง ยาว ขาว เหยิน ไร้ปาก รักเด็ก
คติประจำใจ: ผู้หญิงอย่าหยุดสวย





Friends' blogs
[Add เข้มข้นกลมกล่อม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.