มีนาคม 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
26 มีนาคม 2554
Inception กับความจริง

ใครเคยดูเรื่อง inception บ้างยกมือขึ้น! ถ้าใครไม่เคยดูมายด์จะเล่าเรื่องย่อให้ฟังนะคะ



Inception” เป็น
ไปตามสมมติฐานของความเป็นไปได้ที่จะแบ่งปันความฝัน
…ความฝันที่ได้ถูกออกแบบให้ดูและรู้สึกเหมือนจริงอย่างสมบูรณ์ในระหว่างฝัน
และใสสภาวะไร้สำนึก
ความลับที่มีค่าและล้ำลึกสุดของคนเราจะอยู่ที่นั่นเพื่อให้รับรู้



“หัวใจของเรื่องคือความเชื่อว่าความคิดเป็นเหมือนกาฝากที่ทรงพลังและคืนสภาพ
ได้มากที่สุด ร่องรอยที่จะคงอยู่ตลอดไปในความทรงจำ…สักแห่ง
ความคิดที่ว่าใครสักคนจะสามารถเข้ามาควบคุมพื้นที่ความฝันของเราได้
ในรูปแบบที่สัมผัสได้จริง และขโมยความคิด และไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวแค่ไหน
เป็นการกระตุ้นความสนใจ”
และเมื่อทราบที่มาที่ไปในการสรรค์สร้างสิ่งมหัศจรรย์บนจอภาพยนตร์เรื่องนี้กันแล้ว ลองมาดูเรื่องราวคร่าวๆ ของหนังกัน
ดอม คอบบ์ (ลีโอนาร์โด
ดิคาปริโอ) หัวขโมยระดับพระกาฬ สุดยอดฝีมือในการฉกชิงข้อมูลเสี่ยงอันตราย :
เพื่อล้วงความลับจากเบื้องลึกของจิตใต้สำนึกในระหว่างห้วงฝัน
ซึ่งเป็นเวลาที่สติจะเปราะบางที่สุด  ความสามารถอันหาได้ยากของคอบบ์
ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นซึ่งกระหายหิวในโลกใหม่ของการจารกรรมข้อมูลที่ไม่
น่าไว้วางใจ
แต่มันก็ยังทำให้เขาเป็นผู้หลบหนีข้ามชาติที่ต้องสูญเสียทุกอย่างซึ่งเคยรัก
ไปจนหมดสิ้น  ตอนนี้คอบบ์ได้รับการหยิบยื่นโอกาสที่จะแก้แค้น
งานชิ้นสุดท้ายที่จะคืนชีวิตให้กับเขา
เพียงแต่เขาจะต้องทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จ นั่นคือ การปลูกฝัง หรือ
Inception แทนที่การเข้าไปขโมยดั่งที่เคยทำมาก่อนหน้านี้
โดยคอบบ์กับทีมผู้เชี่ยวชาญของเขาจะต้องดึงสิ่งที่ตรงข้ามกันออกมา


งานของพวกเขาไม่ใช่การเข้าไปขโมยความคิด แต่จะต้องปลูกมันเข้าไป
ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จจะกลายเป็นอาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบ
แต่ไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบชนิดใดที่จะทำให้ทีมงานพร้อมจะเผชิญหน้ากับ
ศัตรูอันตราย ที่ดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าถึงทุกความเคลื่อนไหว
ศัตรูซึ่งมีเพียงคอบบ์ผู้เดียวที่จะมองเห็นได้




 Credit ; //astrologyacademy.blogspot.com/2010/12/inception.html




สิ่งที่ น่าสนใจสำหรับหนังเรื่องนี้คือ มายด์ว่ามันมีความเป็นไปได้ที่จะมีการ inception เกิดขึ้น
มายด์เห็นหลายๆคนไปดูแล้วบอกว่าง่วง มายด์ว่านั่นเป็นเพราะพวกเค้าไม่เข้าใจ และไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องจิตมากกว่า
ถ้าให้แบ่งคร่าวๆ จิตของคนเราแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเรียกว่าจิตสำนึก จิตสำนึกคือสิ่งที่แยกแยะผิดชอบชั่วดีในชีวิตเรา
เป็นจิตที่อยู่ในขั้นเหตุผล ตอนเราตื่นจิตสำนึกจะทำงาน ส่วนจิตใต้สำนึกนั้น ออกแนวลึกลับเล็กน้อย
มันไม่สามารถแยกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ มันจะจำได้แค่อารมณ๋ความรู้สึกเท่านั้น
และมันยังเป็นแหล่งเก็บสะสมความเชื่อที่ลึกที่สุดของเราเอาไว้ เก็สัญชาตญาณความเอาตัวรอด
รวมทั้งสัญชาตญาณดิบในตัวมนุษย์เอาไว้ด้วย ไม่แค่นั้น ความทรงจำต่างๆก็ยังถูกเก็บไว้ในนี้ ไม่ใช่แค่ชาตินี้ แต่รวมถึงชาติก่อนๆ
จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกก็เหมือน "ไม้กระดานหก" จิตสำนึกเปิด จิตใต้สำนึกจะปิด จิตใต้สำนึกเปิด จิตสำนึกจะปิด
ซึ่งแน่นอน เวลาที่จิตใต้สำนึกเปิดก็คือตอนที่เรานอน เพราะเราไม่สามารถบังคับตัวเอง หรือมีสติได้ นั่นคือจิตสำนึกปิดอยู่
ความกลัวต่างๆ ถ้ามันเข้าถึงจิตใต้สำนึกแล้วก็ยากที่จะขุดความกลัวนั้นทิ้ง สิ่งต่างๆที่ถูกปลูกในจิตใต้สำนึก
ก็เหมือนเมล็ดต้นไม้ สุดท้ายมันก็จะค่อยๆกลายเป็นตัวเราอย่างหาเหตุผลไม่ได้ ไม่เคยคิดหรอว่าทำไมเราถึงเป็นเราแบบนี้
ไม่ใช่เราแบบโน้นหรือแบบคนนั้นคนนี้ หนังเรื่องนี้ใช้ทฤษฎีที่ว่า ปลูกเมล็ดพันธุ์ใดๆไว้ที่จิตใต้สำนึก เมล็ดนั้นจะงอกงามเป็นตัวคนนั้น
เพราะฉะนั้นการปลูกเพื่อให้ได้ผล จะต้องลงไปในจิตใต้สำนึกที่ลึกที่สุด ยิ่งลึกยิ่งดี แล้วทางไหนที่จะเข้าถึงจิตใต้สำนึกได้ นั่นคือ "ควาฝัน"
ความฝัน คือที่ๆจิตใต้สำนึกโลดแล่น ความเชื่อที่เรามีจะปรากฎอยู่ในนั้น ทุกๆอย่างในตัวเราจะอยู่ในนั้น
ผู้คนแม้เคยเดินผ่านกันก็อยู่ในนั้นด้วย จิตใต้สำนึกจะเก็บข้อมูลต่างๆที่เราพบเจอไว้ในนั้น
ค็อบบ์(พระเอก) ก็เลยต้องสร้างความฝัน และสร้างสถาณการณ์เพื่อปลูกความคิดนั้นลงไป
อย่างในเรื่อง คอบบ์ต้องการให้คนหนึ่งทำลายอาณาจักรที่พ่อตัวเองสร้างขึ้น คอบบ์ทำโดยการเข้าไปในฝัน
และสร้างฝันว่า ก่อนพ่อตาย ได้กล่าวไว้ว่า อยากให้ลูกยืนด้วยตัวเอง ไม่ใช่มาเดินตามรอยเท้าที่พ่อสร้างไว้
ความเชื่อนี้ก็จะอยู่ในจิตใต้สำนึกระดับหนึ่งแล้ว แต่จิตใต้สำนึกระดับตื้นยังไม่มีอะไรการันตีว่าจะเปลี่ยนคนนั้นได้จริงๆ
จึงต้องเข้าไปในจิตใต้สำนึกที่ลึกลงไปอีก นั่นคือทำฝันซ้อนฝัน ยิ่งเราหลับลึกเท่าไหร่ จิตใต้สำนึกก็จะเปิดมากขึ้นเท่านั้น
เคยสงสัยกันไหมว่า บางทีเราก็ฝันไร้สาระ เพราะนั่นเป็นการหลับแค่ตื้นๆ จิตใต้สำนึกมีระบบป้องกันตัวเองของมันอยู่แล้ว
ไม่งั้นใครต่อใครก็จะปลูกฝังความคิดลงในหัวเราได้ ซึ่งนั่นอันตรายสำหรับเรา ในฝันอาจจะมีผู้คนทั้งในอดีต
บ้านเรือนที่เราเคยเห็น สิ่งต่างๆมาผสมกัน ความทรงจำบางอย่างที่เราลืมแล้ว อาจปรากฎอยู่ในนั้นด้วย
เพราะฉะนั้นการจะฝังความคิดใหม่ให้ได้ผบ ค็อบบเลยต้องลงไปให้ลึกที่สุด เท่าที่จะทำได้ นั่นคือฝันซ้อนฝันถึงสามฝัน
ยิ่งลึกเท่าไหร่ เวลาจะยิ่งนานมากขึ้นเท่านั้น เคยสังเกตุกันไหมว่า บางทีหลับแค่ 5 นาที ยังฝันได้เป็นเรื่องๆ
นั่นแหล่ะอารมณ์เดียวกัน ในฝันชั้นที่สาม เวลา 1 นาทีของฝันชั้นที่สอง อาจะเท่ากับ 50 ปีในฝันชั้นที่สามเลยก็ได้
แล้วใน 1 นาทีของโลกมนุษย์ อาจเท่ากับ 1 วันในฝันชั้นแรก ยิ่งลึก เวลาจะยิ่งยาวนานขึ้น
จิตใต้สำนึกตัวนี้แหล่ะ ที่ใช้ในการสะกดจิต และการสั่งจิต เชื่อไหมมายด์เคยสั่งให้ตัวเองตื่นตามเวลาที่กำหนดโดยไม่ใช้นาฬิกาด้วย
นั่นก็ได้ผล จิตส่วนนี้ทรงพลังมาก เค้าเลยสั่งจิตใต้สำนึกกันไงหล่ะ ตอนที่มายด์ดูหนังเรื่องนี้
มายด์ตกใจมาก เพราะทฤษฎีนี้ มายด์เคยคิดไว้ตั้งแต่ตอน มอต้นแล้ว ว่าถ้าตอนนอนหลับ จิตใต้สำนึกเปิด
ถ้าเราอยากแก้ไขข้อมูล ความเชื่อ หรือปลูกฝังอะไรไป วิธีที่น่าจะได้ผลคือ การเปลี่ยนความฝันของตัวเอง
ใช้ความฝันเปลี่ยนแปลงจิตใต้สำนึก แต่ตอนั้นถึงมายด์คิดไปมายด์ก็ทำอะไรไม่ได้ไง ความฝันมายด์ยังควบคุมไม่ได้เลย
แต่มีวิชาความฝันอย่างหนึ่งที่เรียกว่า dream recall คือ ตอนตื่นนอนความฝันจะยังอยู่ ให้รีบจดว่าฝันอะไร เจออะไร
การฝัน ถ้าฝันซ้ำๆกัน อาจเป็นไปได้ว่าจิตใต้สำนึกกำลังเตือนอะไรเราอยู่
แต่ในการแปลความฝันนั้น คนที่จะแปลได้คือเราแค่คนเดียว โอกาสแปลแทนกันนั้นมีน้อยมาก
เพราะความฝันมักปรากฎอยู่ในรูปสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์นั้นมีเพียงเราคนเดียวเท่านั้นที่แปลได้
เพราะพื้นฐานจิตใจแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ฝันถึง งู สำหรับคนนึง งู อาจหมายถึงความกลัว
เพราะว่าคนนั้นกลัวงู แต่อีกคนหนี่งอาจหมายถึงสิ่งที่ชอบ เพราะว่าคนนั้นชอบงู
เพราะฉะนั้นหนังสือแปลความฝัน อย่าไปหลงซื้อมากันนะ มันไม่แม่นหรอก
เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น พวกพระเอกต้องการโจรกรรมความคิดไง เลยต้องเข้าไปอยู่ในความฝันของคนนั้น
หรือโดยการแชร์ความฝัน โดยที่พวกพระเอกเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด ถ้าพูดถึงในโลกแห่งความจริง
มันยังไม่มีเครื่องมือที่จะแชร์ความฝันกันได้ แต่ถ้านำความรู้พวกนี้ไปแก้ไขจิตใต้สำนึกตัวเอง
โดยตัวเราเองก็มีความเป็นไปได้อยู่ ติดแค่ว่า แล้วเราจะบังคับตัวเองในความฝันยังไง เพราะในฝันเราคุมไม่ได้
แต่ถ้าทำได้มายด์ว่ามันน่าจะแก้ไขจิตใต้สำนึกได้นะ เอ๊ะ หรือผู้กำกับจะเข้ามาในฝันมายด์แล้วขโมยความคิด ทฤษฎีนี้ของมายด์ไปนะ


ปล.นี่เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน



Create Date : 26 มีนาคม 2554
Last Update : 26 มีนาคม 2554 11:16:47 น.
Counter : 439 Pageviews.

10 comments
  
ขอบอกว่าตอนไปดูหนังรอบแรกดูไม่รู้เรื่องเลยค่ะ กลับมาดูรองทีี่สองก็เข้าใจแบบรวม ดูรอบสามก็เข้าใจแต่ตัวเนื้อเรื่อง แต่ไม่รู้ถึงแก่นเรื่อง มาอ่านบลอคคุณแล้วชอบมาก รู้สึกเข้าไปถึงตัวหนังด้วยเลย แถมได้แก้ไขความกระจ่างที่ข้องใจเกี่ยวกับหนังด้วย
โดย: army_wifey วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:12:19:43 น.
  
พี่เคยสั่งตัวเองเหมือนกันให้ตื่นเวลาที่กำหนดโดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก ผลที่ได้คือ สั่งได้จริงๆๆ ฝันซ้อนฝันก้เคยมาแล้วแต่จำไม่ได้ซะงั้น

แต่สิ่งที่อยากรู้จริงๆคือทฤษฏีของเดจาวู เพราะเป็นบ่อยมากเลยเป็นตั้งแต่เด็กๆ พี่ไม่เคยไปในที่แห่งนั้น ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่หลายปีต่อมาหรือสิบปีก็ตาม อาจจะเป็นเสี้ยวหนึ่งแต่สิ่งที่ฝันนั้นก็เป็นจริงขึ้นมา
โดย: toeyao วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:12:47:53 น.
  
หนังนี้ไม่ได้ดูค่ะ พี่ไม่ค่อยได้ดูหนังในโรงหรอกนะ นอกจากตั้งใจจะดูจริงๆ

เรื่องจิตเค้าพูดกันมานานแล้วค่ะ วิชาพระพุทธเจ้าก็เป็นวิชาทางจิตเช่นกัน

จิตสำนึก จิตใต้สำนึก และจิตเหนือสำนึกที่เรียกว่า ปัญญาญาน

จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก พี่คิดว่ามันมาจากความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก ซึ่งทั้งหมด ยังเป็นมายาอยู่สำหรับความเข้าใจของพี่

คือหมายถึงว่า เป็นแค่สมมุติสัจจะ เพราะมีการปรุงแต่งจากกิเลสมากมาย

แต่จิตเหนือสำนึกนั้น มาจากการรู้ คือ รู้ตามจริง รู้แล้วปล่อย รู้แล้ววาง รู้แล้วว่าง (จากกิเลสปรุงแต่ง) ... ซึ่งทำให้เกิดเป็นปัญญาญาน หรือ ญานทัศนะ ในภาษาพระ ทำให้เข้าถึงซึ่งปรมัตถ์สัจจะ คือความจริงที่ไม่ม่สิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงได้เลย

ดังนั้น ที่พี่อ่านแนวคิดของหนังหรือของเรื่องจิตใจแล้ว พี่ก็จะไม่ค่อยอะไรมากอ่ะค่ะ จะเรียกอะไรก็เรียก จะทำอะไรก็ทำ พี่ว่ามันเป็นสิ่งปรุงแต่งทั้งหมด เป็นมายา จริงแค่ไหนก็จริงชั่วคราว ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วมันก็ดับไป เพราะมันเป็นความจริงสมมุติน่ะค่ะ

ความเห็นพี่เข้ากับหนังเรื่องนี้ป่ะเนี่ย แต่เรื่องสั่งให้ตื่น อันนี้ปกติค่ะ ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ... ทำได้อยู่แล้วค่ะ

มายด์ไปอ่านเรื่อง ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ของทพ.สม สุจีรา สิคะ ... สนุกมากๆ เลย
โดย: ดวงลดา วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:13:35:57 น.
  
พี่จอย @ เดจาวูคือปรากฎการณ์ที่รู้อนาคต เค้าบอกว่า อนาคตเรากำหนดไว้อยู่แล้วไง เหมือนจิตใต้สำนึกกำหนดอนาคตไว้อยู่แล้ว ต่อมาเราเลยเจออ่ะ

เจ้ด้า @ ช่างเป็นจิตที่ขาวบริสุทธิ์ซะเหลือเกิน
โดย: windsylph วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:16:39:10 น.
  
มายด์ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ...

แต่พระท่านบอกว่า จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร (คือจิตที่บริสุทธิ์) กิเลสแค่จรมา เหมือนเมฆที่บังจันทร์

เมื่อเมฆเคลื่อนออกไป จันทร์ยังสุกสว่างเหมือนเดิม

เราแค่ต้องเฝ้ามองเมฆที่เคลื่อนเข้ามาและออกไป และเฝ้ามองจิตเดิมแท้น่ะค่ะ

... พี่ก็ย่อมมีเฆมบ้าง หมอกบ้าง บังจันทร์ได้ตามประสาคนที่ยังต้องปฏิบัติอีกมากกกกกกกกกก น่ะค่ะ

แต่ก็ต้องรู้ทันมัน ว่าม้นจรมา แล้วมันก็จะไป
โดย: ดวงลดา วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:17:10:51 น.
  
ชอบมากค่ะ เรื่องนี้
โดย: -..- (tictin ) วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:17:54:15 น.
  
แต่ไม่รู้อนาคตไง แต่ดันเจอ แค่เพียงเสี้ยวเดียว


เจ้ด้า @ ช่างเป็นจิตที่ขาวบริสุทธิ์ซะเหลือเกิน--------
โดย: toeyao วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:21:52:01 น.
  
จอย ลอกเจ้ามายด์ทำไม
โดย: ดวงลดา วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:9:18:44 น.
  
เรื่องนี้พี่ชอบมากเลยอ่ะ ยังไม่ได้ดูเก็บรายละเอียดรอบสองเลย
อยากให้มันเป็นเรื่องจริงนะ คงมันส์อ่ะ
โดย: is_ninja วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:16:55:05 น.
  
เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลย ตอนมันเข้าอยากดูมากอะ
เดี๋ยวด้องไปหามาดูซะแล้ว
โดย: moccoffee วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:18:21:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

windsylph
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ฉันคือสายลม...
I am Wind...
I am Sylph
บลอกเปรียบดังไดอารี่
ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตเด็กคนหนึ่ง
เจ้าของบล็อกทำไว้
เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆไว้เตือนใจตัวเอง
ความรู้สึกนึกคิดที่เขียนลงไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ ^ ^
มายด์ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง
บางทีก็ตัดสินใจไม่ถูก
มีอะไรสั่งสอนหรือแนะนำ
ทำได้เลยนะคะ ^o^



MusicPlaylistView Profile
Create a MySpace Playlist at MixPod.com