*~ กาพย์ห่อโคลง พี่กอดน้อง (นิราศพระมหาไถ่)



ขอบคุณภาพประกอบโดย CoLagraphy Coke Kantamet

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 ผู้เขียนมีโอกาสได้จัดกิจกรรมที่ชื่อว่า #11blind
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชักชวนเพื่อนๆ ให้ไปช่วยกันทำอาหาร เล่านิทาน สอนน้องถ่ายรูป
ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา โดยมีเพื่อน พี่ น้อง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
บ้างสละกำลังทรัพย์ช่วยบริจาคเงิน บ้างสละกำลังกายช่วยทำอาหาร บ้างเล่านิทานให้น้องฟัง
บ้างสละเวลามาเป็นกำลังใจ และบ้างสละกล้องที่แสนหวง มาให้น้องลองหัดถ่ายรูปเล่น

เหล่านี้ เกิดเป็นภาพความประทับใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง เชิญเลือกอ่าน เลือกชม เลือกฟัง
ตามเนื้อหาที่วางไว้ด้านล่างเลยนะคะ ^____^

ตอนที่ 1 ::. Intro .::

คลิกเพื่อฟัง VTR ภาพประกอบเพลงได้ ที่นี่ ค่ะ ^___^


ตอนที่ 2
*~ กาพย์ห่อโคลง พี่กอดน้อง (นิราศพระมหาไถ่)

๏ พิการทางสายตา..........................ใช่อุราจะมืดมิด
เชิญเถิดมาพินิจ...............................ด้วยดวงจิตกรุณาฯ

๏ พิการเพียงแต่ชั้น ..........................ดวงตา
โปรดเถิดใช่อุรา ..............................เปล่าเรื้อ
ชวนผองเพื่อนเชิญมา........................สัมผัส
ดวงจิตคิดโอบเอื้อ............................เปี่ยมด้วย กรุณาฯ





๏ จับจองไว้ล่วงหน้า.......................พัทยาคือที่หมาย
ข้างทางที่เรียงราย........................ไม่เห็นทรายแต่เห็นมิตรฯ

๏ จับจองวันล่วงไว้........................มีนา
หมายมั่นเมืองพัทยา......................แน่แท้
ริมทางต่างดาษดา.........................หลายหลาก
ทรายซ่อนเสียเรียบแปล้..................แต่พร้อม ไมตรีฯ



๏ จัดแจงหาอาหาร......................รับประทานให้อิ่มหมี
ทอดมันอร่อยดี...........................พร้อมผัดซีอิ๊วเพลินใจฯ

๏ จัดแจงหลายสิ่งล้วน................ชวนทาน
ถาดแบ่งแต่งอาหาร....................ผ่องแผ้ว
ทอดมันใส่ในจาน......................วางจัด
คู่ผัดซีอิ๊วแล้ว............................อร่อยล้ำ คำโตฯ



๏ ของหวานเป็นขนม......................ลูกกลมกลมสีสวยใส
ปั้นด้วยมือและใจ...........................ส่งมาให้น้องได้ชิมฯ

๏ ขนมหวานสีจัดจ้าน.....................ลานตา
สาวงามส่งตามมา..........................แต่งแต้ม
เอาใจใส่เหลือคณา........................เอมอิ่ม
เร็วรี่ชิมพลันแย้ม...........................คลี่ยิ้ม พิมพ์ใจฯ



๏ ฟังน้องร้องบรรเลง....................หลากบทเพลงเก่งเหลือหลาย
นิ่งฟังอย่างเอียงอาย.....................น้องโยกย้ายรีบส่ายตามฯ

๏ ฟังเสียงน้องร่ำร้อง....................ดนตรี
ไพเราะดั่งบทกวี..........................มอบให้
นิ่งฟังรื่นรมฤดี.............................เริงสุข
ชวนพี่ยักโยกไซร้........................ส่ายเต้น ตามกันฯ



๏ ถึงคราวพี่เล่าขาน....................เป็นนิทานเพื่อสอนใจ
ความสุขถนอมไว้.......................รู้ด้วยใจหมั่นดูแลฯ

๏ นิทานที่เล่าน้อง......................จงฟัง
ความสุขมากมายยัง....................อยู่ใกล้
เผลออาจพลั้งพลาดดัง................ลิงป่า
หวงสุขน้อยใหญ่ไซร้..................เคลื่อนคล้อย หลุดมือฯ



๏ จากนั้นชวนกันร้อง...................เพลงของน้องที่น่ารัก
ก่อนลงไปหยุดพัก.......................รับประทานอาหารกันฯ

๏ ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว...................จรมา
ผลัดเปลี่ยนเป็นดารา....................นักร้อง
สามสี่เพลงจรมา.........................คอยเคร่า
ตาพี่เลี้ยงข้าวน้อง........................อิ่มท้อง เติมใจฯ



๏ หนุ่มน้อยขันอาสา............ไอติมมาผมตักให้
บรรจงจัดส่งไป...................ผู้รับไซร้ ชื่นใจจริงฯ

๏ ไอติมเย็นฉ่ำล้ำ................มากมี
คนตักฝีมือดี.......................เก่งกล้า
เป็นหนุ่มน่อยตาหยี..............หน่วยก้าน มีแรง
บ่เหนื่อยบ่มีล้า....................เหมือนพ่อ จริงเชียวฯ



๏ บ่ายคล้อยค่อยแยกย้าย............มีสอนถ่ายรูปอีกทาง
พี่ดูและสอนพลาง.......................น้องยิ้มกว้างดีใจจริงฯ

๏ บ่ายนั้นพลันจัดห้อง..................สอนถ่าย รูปนา
มองผ่านเลนส์พร่าพราย................จดจ้อง
จับกล้องส่องภาพฉาย...................ตามคิด จินตนา
ภาพออกมาพี่ร้อง.........................ทึ่งน้อง ทันทีฯ

(หมายเหตุ ภาพในแนวตั้งสามภาพ สองภาพล่าง เกิดจากฝีมือของน้องผู้พิการทางสายตาถ่ายให้ค่ะ)



๏ ต่างคนประจำการ................บ้างนิทานบ้างขับร้อง
บ้างดูน้องถือกล้อง..................บ้างนิ่งมองอย่างชื่นชมฯ

๏ แบ่งงานให้สอดคล้อง............ตามถนัด ตนแฮ
บ้างเล่านิทานผลัด...................ส่ายเต้น
บ้างช่วยแบ่งน้องจัด.................เรียนถ่าย รูปนา
บ้างแอบยิ้มซ่อนเร้น..................แซ่ซร้อง ในใจฯ



๏ อย่าถามว่าเหนื่อยไหม................เมื่อแรงใจอยู่ตรงหน้า
รอยยิ้มที่ตรึงตรา..........................ขอเก็บมาประทับใจฯ

๏ เย็นย่ำความเหนื่อยล้า.................มาเยือน
มีหลากยิ้มเป็นเหมือน.....................แรงสู้
ตรึงตรามิพร่าเลือน........................ลอยเด่น
เฉกเช่นเราต่างรู้ พี่น้อง...................แบ่งปันฯ


ตอนที่ 3
*~ ความประทับใจของผู้ที่ได้ไปร่วมงาน

- น้องขวัญ (Kwan Thitipaphonpat): รู้สึกอิ่มอก อิ่มใจค่ะ ^^

- พี่นุช (Nucharat Siriprapawan): เพิ่งรู้ว่าน้องๆตาบอดเล่นดนตรีไทยและสากลได้เก่งมาก แถมเล่นกีฬาได้ดี น้องคนหนึ่งว่ายน้ำเก่งมากถึงขั้นได้เหรียญเงินพาราอาเชี่ยนมาครอง ทำให้รู้สึกว่าความพิการมิได้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ฝึกฝน มันอยู่ที่ใจรักและความชอบในสิ่งที่อยากทำ ทำให้สามารถทำได้ในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก

- อ.นัท (Nat Wimuttisuk):
อาจมองเห็นไม่ชัดอย่างใครใคร แต่หัวใจของหนูสว่างยิ่ง
ความสามารถมากมายล้วนของจริง สร้างทุกสิ่งสรรค์โลกสวยด้วยหัวใจ :)

- เจ้าหญิง เตยศรี
ความรู้สึกต่อน้อง: รู้สึกว่าน้องๆเป็นเด็กดี เรียบร้อย ไม่ดื้อ ไม่งอแง ไม่เกเร มีวินัย มีมารยาทที่ดี (เมื่อเทียบกับเด็กปกติทั่วๆไป) และรู้สึกว่าน้องๆสามารถดำเนินชีวิตอยู่ มีความสุขกับปัจจุบันที่เค้าเป็น มีความสุขกับเพื่อนๆซึ่งพิการทางสายตาเหมือนๆกัน และการที่ทุกคนพิการเหมือนกันหมด อาจจะทำให้เค้าไม่รู้สึกว่าเค้ามีปมด้อย
ความรู้สึกในการได้มาทำกิจกรรมครั้งนี้: ดีใจทีมีโอกาสได้มาทำความดีให้สังคม เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นวางแผนจนจบงาน ภูมิใจที่แรงกาย แรงใจของเรา ทำให้น้องๆและเพื่อนๆมีความสุข ยิ้ม หัวเราะได้ มีความสุขที่เห็นทุกๆคนยิ้ม เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ได้สร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนๆในทีม และความดีจากงานบุญที่ร่วมกันทำครั้งนี้ จะประทับอยู่ในความทรงจำ จนทำให้อยากกลับมาทำอะไรดีๆให้สังคมด้วยกันอีก ทำให้รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ที่พร้อมจะแบ่งปันสุขทุกข์กันค่ะ

+ + + +
- น้องหน่อง (Brilliantty Nhong): ความสุขที่สัมผัสได้ .. ด้วยใจ

(1) เอ๊า น้องเอ็ม ยิ้มหน่อย
หนึ่ง สอง สาม ... แชะ!!
“อุ๊ย ฟันหลอ..”
น้องเอ็มเดินมาดูรูปใกล้ๆ พลางยิ้มหัวเราะชอบใจ

น้องเอ็มอายุราวๆ 5-6 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 น้องคนนี้ทักษะการถ่ายรูปดีทีเดียว สอนไม่นาน ก็สามารถจำปุ่มกด วิธีการถ่าย การวางมือและรู้วิธีการดูรูปได้เลย เข้าใจว่าตาพอมองเห็นบ้าง สังเกตจากการเดินและรูปที่ถ่ายออกมา ค่อนข้างได้โฟกัสพอสมควร

เห็นพี่นุชเล่าให้ฟังว่า ที่นี่ถึงแม้เป็นโรงเรียนคริสต์แต่น้องๆสวดมนต์แบบพุทธทุกวัน เลยลองถามน้องเอ็ม
“สวดมนต์ก่อนนอนมั่งหรือเปล่า”
น้องเอ็มพยักหน้า
“ไหนสวดให้พี่ฟังหน่อย”
“...” น้องเอ็มนิ่งเงียบ ไม่ตอบ
เลยลองแย็บๆดู
“ใช่สวดแบบนี้หรือเปล่า อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา..”
น้องเอ็มตอบทันควัน
“ต้องกราบ 3 ครั้งก่อน แล้วนะโม 3 จบ แล้วค่อย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ แล้ว สวากขาโต”
ทำเอาคนถามอึ้งไปถนัด แสดงว่ารู้จริง ทำจริง บางครั้งการเงียบไม่ได้แปลว่าไม่รู้ เพียงแต่ไม่ได้พูดมันออกมามากกว่า ..
ประทับใจยกแรก

(2) เอาตุ๊กตา มาให้น้องเอ็มเลือกเป็นที่ระลึก น้องเค้าเลือกอยู่นาน พร้อมบอกว่าเอาตัวสีเขียว
“ถ่ายรูปให้หนูหน่อย” เลยมีรูปถ่ายพร้อมตุ๊กตาเป็นหลักฐาน
“ดูแลตุ๊กตาของพี่ดีดีนะ”
“หนูขอเอาเข้าไปเก็บในห้อง”

พร้อมกับจูงพาเข้าไปที่ห้อง เข้าใจว่าเป็นห้องเรียน คล้ายๆโต๊ะนักเรียนประจำตัวของแต่ละคน โต๊ะของน้องเอ็มอยู่แถวหน้าสุด แอบเห็นว่ามีสมุดวางอยู่บนโต๊ะ เป็นสมุดที่เขียนโดยอักษรเบลล์ ที่เอากระดาษรีไซเคิลมาเจาะเป็นรู ตามตัวอักษร ถูกเย็บรวมกันหลายหน้า เลยเอ่ยปากถาม

“สมุดนี้เขียนเองหรอ”
น้องเอ็มพยักหน้า
“ไหนอ่านให้พี่ฟังหน่อย”
“หนูเขียนนานแล้ว จำไม่ได้”
“อ้าว เอาเล่มนี้ ก็ได้” เห็นมีวางอยู่หลายเล่ม
“เล่มนี้เป็นสูตรคูณ” น้องเอ็มเอามือแตะๆที่หน้าปก แล้วพลางตอบ
“ท่องได้เปล่า ท่องให้ฟังหน่อย” แอบอึ้ง ว่าเด็กสมัยนี้เริ่มท่องสูตรคูณตั้งแต่อนุบาลสามเลยหรอ จำได้ว่าเพิ่งจะมาท่องตอนอยู่ ป. 2 เอง

น้องเอ็มก็ค่อยๆ ก้มหน้าไปที่สมุดพร้อมกับเอามือแตะที่ไปที่ตัวอักษรที่ตัวเองเขียนขึ้นมา แล้วเริ่มอ่าน
สอง หนึ่ง สอง
สอง สอง สี่
...
สอง สิบสอง เป็น ยี่สิบสี่
พร้อมกับเงยหน้า ว่าจบแล้ว
“แล้วแม่สามล่ะ ได้เปล่า”
“ได้”
น้องเอ็มก็เริ่มอ่าน อย่างตั้งใจ
สาม หนี่ง สาม พร้อมเอานิ้วไล้ไปตามตัวอักษรเบลล์
สาม สอง หก ..
ภาพที่เห็นขณะที่น้องกำลังอ่านนั้น จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา โดยไม่รู้ตัว
พอน้องเอ็มท่องจบ เงยหน้า
เลยเอ่ยปากถามพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ คุมเสียงไม่ให้สั่น
“เหนื่อยยัง ”
“เหนื่อยแล้ว” น้องเอ็มยิ้มพร้อมทำท่าอายๆ
“ป่ะ ออกไปข้างนอกกัน”
ประทับใจยกสอง

(3) นั่งเล่นอยู่ที่เก้าอี้คุยกับน้องๆคนอื่น จู่ๆน้องเอ็มก็เอารูปที่ถ่ายมาอวด
“อ่ะ”
“ไปถ่ายที่ไหนมา”
“ตรงนี้”
“สวยจัง โตขึ้นต้องเป็นนักถ่ายรูปมืออาชีพแน่เลย”
น้องเอ็ม ยิ้มยิงฟันหลอชอบใจ ดูน้องเค้ามีความสุขกับการถ่ายรูปมาก
แล้วก็ถ่ายเล่นไปเรื่อยๆ เริ่มมีพี่ๆเข้ามาร่วมแจมถ่ายรูป ทีละคน สองคน โดยให้น้องเอ็มเป็นคนถ่ายทั้งสิ้น
ภาพสุดท้ายเป็นรูปหมู่ที่น้องเอ็มถ่ายก่อนจากกัน ..
พอถ่ายเสร็จ พลางโชว์รูปในกล้องให้พี่ๆดู
“อ้ะ”
พี่ๆชมกันใหญ่ว่า สวย ถ่ายครบทุกคนเลย
น้องเอ็ม ยิ้มกว้าง
แต่คนที่สอน แอบยิ้มกว้างกว่า ^______^,,
ประทับใจยกสาม



อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ


+ + + +

- พี่กอบ (Peerayot Ubolwat) : ความรักทำให้คนตาบอด...ดีขึ้น^_^

ประโยคที่่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด...ดีขึ้น" เป็นคำทีติดอยู่หลังเสื้อที่่ทางโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ทำขายกันครับ


แล้วความรักช่วยคนตาบอดให้ดีขึ้นได้ยังไงกัน ทำไมถึงมีคำ ๆ นี้ :-)

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2555 พวกเราไปเลี้ยงอาหารเด็กตาบอด หากิจกรรมไปให้น้อง ๆ ที่โรงเรียนเล่นกัน

วันนี้เป็นวันทีมีความสุขที่สุดวันหนึ่ง เพราะได้เอาความรัก ความปรารถนาดี ตลอดจนความสุขไปให้น้องเค้า ทั้งอาหาร ทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยให้น้องเค้าสนุกสนานกัน และเราก็ได้รับความสุขกลับคืนมา

เราได้เห็นน้องที่๋โรงเรียนแสดงความสามารถต่าง ๆ ให้เราดูกันด้วย ทั้งเล่นดนตรีไทยร้องเพลง ตลอดจนเล่นดนตรีสากลให้เราดูกัน พวกเรามองหน้ากันเอง และชืนชมน้อง ๆ แอบบอกกับตัวเองว่า "เก่งกว่ากรูอีก ^^" :-)"

น้อง ๆ ที่โรงเรียนเค้าสูญเสียการมองเห็นไป แต่เขาก็ไม่ท้อถอย เขาพยายามที่จะฝึกฝนพัฒนาตนเองกัน บางคนก็ฝึกดนตรีไทย บางคนก็ฝึกดนตรีสากล บางคนก็ร้องเพลง ร้อยลูกปัดเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ บางคนก็ฝึกถ่ายรูปกัน บางคนก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ (ถ้าอยู่นานกว่านี้คงได้รู้กันว่าเค้ามีความสามารถอะไร ๆ กันอีก :-) ) ซึงเห็นได้ว่าน้อง ๆ พยายามพัฒนาตนเองตลอดกัน

สิ่งที่่พวกเรานำไปให้เค้า ในวันนี้เป็นอาหารที่่ตั้งใจทำกันเอง หั่นผักกันเอง ทำทอดมันเอง ผัดก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วเอง รวมถึงขนมเค้กสุดอร่่อยทีทำกันเองด้วย ทั้งหมดตั้งใจทำกัน เพราะอยากให้น้อง ๆ ได้กินกันอย่างอร่อยและมีความสุขกับอาหารของเรา

ทั้งกิจกรรมที่มีเช่นเล่านิทาน สอนถ่ายรูป ร้องเพลง ก็เป็นกิจกรรมที่เราเอาไปให้น้องเค้า ไปสอน ไปเล่นไปให้ความสุขกับน้อง ๆ ให้น้องเห็นว่าในสังคมนี้ยังมีกลุ่มคนที่่ไม่ลืมน้อง ยังรัก ยังปรารถนาดี ห่วงใยต่อน้อง สิ่งที่่พวกเราทำกันเหล่านี้แม้จะไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็เชื่อว่าน้อง ๆ จะมีความสุข และรับรู้ถึงความรัก ความห่วงใยทีเราให้กันได้

ความรัก ความห่วงใยเหล่านี้แหละครับ ที่่จะเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ เค้า เป็นสิ่งที่บอกว่าสังคมยังไม่ทิ้งพวกเค้า ยังยอมรับพวกเค้าอยู่ ไม่ได้เห็นพวกเค้าเป็นคนที่่ทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น
จะเป็นพลังให้เค้าพัฒนาตนเองต่อไป และจะชักนำน้องคนอืน ๆ ทีพิการแบบเดียวกันให้พัฒนาตนเองไปด้วยได้

ความรักที่่พวกเราเอาไปให้ ความสุขที่พวกเราเผื่อแผ่ไปให้พวกเค้า เราไม่ได้หวังผลอะไรตอบแทนกันเลย แต่ที่เราได้รับกลับมามากมาย ก็คือความสุขที่่เงินทองมากเป็นภูเขาก็หาซื้อไม่ได้ (ใครไม่นั่งยิ้มยินดีมีความสุขเวลาดูรูป ดูคลิปทีพวกเราไปทำกัน ยกมือบอกมาไวไว) ทั้งยังได้เพื่อนใหม่ ๆ แม้วันนี้เราเจอกันวันแรก ก็ร่วมกิจกรรมที่่่จะให้ความสุขน้อง ๆ เค้าได้ด้วยดี กิจกรรมที่พวกเราทำแม้มีกำหนดหัวหน้าทีมกันเพื่อความเรียบร้อย แต่ในตอนทำกิจกรรมจริง ๆ ก็ยินดีทำกันโดยไม่มีคนสั่ง ไม่มีการบังคับ เพราะสิ่งที่่เราทำกันก็ทำกันด้วยใจ เอาใจลงไปทำกัน ไม่มีผลประโยชน์อะไร ๆ มาเกี่ยวข้อง เราทำกันเพราะอยากให้ อยากเผื่อแผ่ เจือจานความรัก ความสุขให้น้องเค้า

ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายทีพวกเราจะทำกิจกรรมแบบนี้กัน จะมีกิจกรรมแบบนี้อีก อาจจะไม่ใช่กับที่โรงเรียนคนตาบอดพระมหาไถ่นี้ แต่จะเป็นที่อื่น ๆ ที่่พวกเราจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีก เพราะพวกเรามีความสุขกันใช่หรือเปล่าครับ และเราเห็นว่าเมล็ดพันธ์ความรักความสุขที่่พวกเราเพาะลงไปในน้อง ๆ ที่่โรงเรียนนี้วันนึงก็คงออกผลทำให้น้องเค้าเป็นผู้ให้บ้าง อย่างน้อยตอนนี้ก็จะพยายามพัฒนาตนเองขึ้นไปอีก เพราะเขาไม่่ได้อยู่คนเดียวในสังคม ไม่โดดเดี่ยวในสังคมอีกต่อไป

ใครสนใจจะมีความสุข อยากให้ความสุขกับคนอื่น ๆ บ้างรอกิจกรรมหน้านะครับ :-)




 

Create Date : 18 มีนาคม 2555
3 comments
Last Update : 18 มีนาคม 2555 11:42:44 น.
Counter : 1160 Pageviews.

 

เป็นกิจกรรมที่สุดแสนประทับใจจริงๆ
บล็อกวันนี้ให้ทั้งความอิ่มตา...อิ่มหู...และอิ่มใจค่ะ

 

โดย: ร่มไม้เย็น 18 มีนาคม 2555 12:15:01 น.  

 

อือ หือ...
กิจกรรมแบบนี้ดูแล้วอิ่มใจ จริงๆ ค่ะคุณอ้อ


โคลงไพเราะค่ะ

 

โดย: ณ ปลายฉัตร 19 มีนาคม 2555 12:08:04 น.  

 

ขอบคุณทั้งสองท่านที่แวะมาชมค่ะ

วันหลังจะชวนไปด้วยกันน้า...

 

โดย: รุริกะ 19 มีนาคม 2555 20:51:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


รุริกะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




users online
pageviews
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
18 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add รุริกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.