Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
นิยายรัก ตอนที่ 10 รังใหม่ ( ตัวอย่างตอนสุดท้ายค่ะ)

COPY WRIGHT : สงวนลิขสิทธิ์ทั้ง ปกหนังสือ และ เนื้อหาค่ะ
ดวงใจมัท

ผู้เขียน: วรรณรวี

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง: มกราคม ๒๕๕๗

พิมพ์ครั้งที่สอง: กันยายน ๒๕๕๗

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๓๗

ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอกสารรูปเล่ม หรือเพื่อการใดๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

ISBN : ๙๗๘ - ๖๑๖ - ๓๔๘ - ๔๔๙ -

ราคา ๓๐๐บาท


***************************************************************************************

ตัวอย่างตอนสุดท้ายค่ะ


๑๐.

รังใหม่ !

“หวัดดีจ้ะพฤกษ์เรามีนัดกันวันนี้จำได้มั้ยเอ่ย”มัจฉาส่งเสียงหวานไปตามสายยังมัณฑนากรหนุ่มเนื้อหอม

“จำได้สิครับปลานัดของเราอีกหนึ่งชั่วโมงใช่มั้ย พฤกษ์เสร็จงานแล้วกำลังจะออกไปเจอปลาเดี๋ยวนี้ร้านเดิมนะครับ”

เสียงก้องกังวานเจือนุ่มนั้นทำให้หญิงสาวนึกถึงความหล่อเหลาของคนปลายสายความคมเข้มแบบชายไทยกับรูปร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้เธอตกหลุมรักครั้งแรกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่แล้วเธอก็โดนเขาปฏิเสธหากทั้งคู่ก็ยังคงสถานะเพื่อนกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

“จ้ะพฤกษ์อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันนะคะ” บทสนทนาจบลงอย่างรวดเร็ว หากคนที่ก้มลงมองโทรศัพท์ในมือมีความหวังเพราะรู้ว่าเขายังโสด เธอชวนเขามาช่วยออกแบบตกแต่งร้านใหม่ เมื่อทราบว่าเขาเดินทางกลับมาเมืองไทยความหวังเพียงน้อยนิดนั่นคือการสลัดแฟนหนุ่มจอมเจ้าชู้ ถ้าหากว่าเธอสามารถพิชิตใจเพื่อนหนุ่มนามพฤกษ์อัศวอาชาวินทร์ ได้อีกครั้ง แต่หญิงสาวก็ไม่ปฏิเสธว่าเธอประทับใจในความหล่อเหลาและมาดเซอร์ของเป้าหมายนามว่าโป๊ะอีกคนเหตุผลสำคัญก็เพราะว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนรักของน้องสาวที่เธอสุดแสนจะเกลียดชังในขณะที่เพื่อนหนุ่มก็เอ็นดูมัทนี การได้แย่งทุกอย่างจากน้องสาวคือความสุขของพี่สาวอย่างเธอ

คนที่โทรศัพท์นัดกันมาถึงร้านซูชิชื่อดังในห้างหรูตามเวลานัดโดยคนที่หวังจะพิชิตใจชายหนุ่มมาในเดรสสวยสีม่วงแสนสั้นเลยเข่าขึ้นมาเกือบหนึ่งฟุตและเว้าลึกเผยผิวขาวผ่องด้านหลัง ชุดนี้เป็นของแบรนด์ดังที่เธอออดอ้อนให้แฟนหนุ่มรูดบัตรเครดิตเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นบาทซื้อให้เมื่อไม่นานมานี้โดยคนที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะตกเป็นเหยื่อ ซ่อนรูปร่างสูงใหญ่ในกางสแล็คสีดำพอดีตัวกับเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีพับแขนเสื้อขึ้นมาครึ่งแขนแล้วปลดกระดุมจากลำคอแกร่งของเขาลงมาสองสามเม็ดร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับรองเท้าหนังเงาวับและสาเหตุที่เขาแต่งกายสุภาพเป็นทางการเช่นนี้ก็เพราะเขามีนัดคุยเรื่องงานสำคัญกับบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในยักษ์ใหญ่ของบิดา

“พฤกษ์ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะปลาเห็นคุณทีไรก็กลับไปปิ๊งคุณใหม่ได้ทุกทีเลยสิน่า”หญิงสาวเอ่ยเสียงหวานทีเล่นทีจริง หากลึกลงไปแล้วเธอหมายความตามที่พูด

“ปลาพูดเกินไปครับพฤกษ์ก็เหมือนเดิม แล้วดูปลาสิ สวยขึ้นจมเลย แบบนี้ต้องมีหนุ่มๆมาขายขนมจีบกันเป็นขบวนแน่ๆ” เสียงก้องกังวานหากนุ่มน่าฟังของชายหนุ่มเอ่ยชมกลับด้วยท่าทางอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ

“เราสั่งอาหารกันก่อนดีกว่ามั้ยครับปลาพฤกษ์หิวมากๆเพิ่งจะรู้วันนี้เองว่าการเข้าไปสัมภาษณ์งานในบริษัทของตัวเองที่ผมแทบจะไม่ได้รับอภิสิทธิ์ใดๆนี่เหนื่อยพอตัวเหมือนกันนะครับ จริงๆ ก็รับได้หมดเลยแต่ไม่ยอมปล่อยให้ออกจากห้องสัมภาษณ์ตอนหิวๆ แบบนี้พฤกษ์เกือบจะเขมือบศีรษะคนสัมภาษณ์เลยนะปลา” ชายหนุ่มเอ่ยจบเรียกเสียงหัวเราะของหญิงสาวให้ดังประสาน

“พฤกษ์ล่ะก็พูดเป็นเล่นไปค่ะ คุณพ่อของพฤกษ์ท่านคงอยากจะให้พฤกษ์ทำตามขั้นตอนยังไงล่ะคะ แหมอีกหน่อยถ้าพฤกษ์เข้าไปดูแลงานแทนท่านจะได้ไม่มีใครว่าเอาได้ว่าพฤกษ์ใช้เส้นแล้วเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อทำตามขั้นตอนแบบนี้ปลาว่าเจ๋งออกนะคะ” เสียงอ่อนเสียงหวานของคนที่โน้มร่างไปด้านหน้าขณะที่แขนทั้งสองข้างเท้าข้อศอกลงบนโต๊ะแล้วกุมมือทั้งสองข้างวางเอาไว้ใต้คางดวงตาของเธอหวานฉ่ำไม่แพ้น้ำเสียง

“ก็คงอย่างนั้นล่ะมั้งครับปลาพฤกษ์เองก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แค่หิวมากก็เท่านั้นเอง ปลาอยากกินอะไรครับ” คนที่หิวจัดเอ่ยถามขณะที่เขาหยิบเมนูเล่มใหญ่แล้วเลือกอาหารโปรดหลายอย่างโดยหญิงสาวมอบหน้าที่การสั่งอาหารให้เขาด้วยเหตุผลว่าเธอลดน้ำหนัก เธอจึงขอแค่สลัดทูน่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นโดยเขาสั่งซูชิหน้าต่างๆ เพื่อมารับประทานด้วยกัน ชายหนุ่มสั่งชุดปลาดิบขนาดกลางกับสั่งสลัดเนื้อย่างและของกินเล่นอีกสองสามอย่างแล้วเขาก็สั่งเครื่องดื่มชาเขียวแบบหวานน้อยและน้ำเปล่าให้ทั้งคู่เป็นอย่างสุดท้ายก่อนพับเก็บเมนู

ในระหว่างรออาหารมัจฉาจึงเริ่มเรื่องงานก่อนเพื่อที่เธอจะได้พูดคุยเรื่องส่วนตัวกับเขาเป็นเรื่องต่อไปมือบางหยิบเอกสารในกระเป๋างานใบหรู ที่บรรจุรูปแบบของคอลเล็กชั่นใหม่บางส่วนซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเอสเซสเซอร์รี่ต่างๆหญิงสาวรวบรวมรูปแบบ แนวความคิดรวมถึงสีสันและธีมของร้านเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นส่งให้เขาเธอทุ่มเทกับร้านนี้มากเพราะมันคือเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่ได้รับจากบิดาและจะใช้มันอย่างคุ้มค่า

“นี่คือคอนเซปต์คร่าวๆที่ปลาอยากได้นะพฤกษ์ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเพิ่มอะไรอีกหรือเปล่าแต่ถ้าพฤกษ์มีไอเดียดีๆ จะเสนอเพิ่มเติมพฤกษ์ติดต่อปลาได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะคะ” มัจฉาเอ่ยเสียงหวาน มือบางยื่นเอกสารและรูปภาพทั้งหมดให้คนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ

“ได้เลยครับผมแค่นี้ก็ช่วยได้มากแล้วครับปลา ปลาเก่งจัง ชัดเจนกับแบรนด์ของตัวเองน่าทึ่งมากๆ เห็นเปรี้ยวๆเก๋ๆ อย่างนี้ รสนิยมเรื่องศิลปะของปลาดีมากทีเดียวนะครับ”ชายหนุ่มเอ่ยชมอย่างจริงใจ

“พฤกษ์ล่ะก็ชมเกินไปค่ะ ปลาก็แค่ได้ทำอะไรที่ปลารัก ถ้ามันโชคดีแล้วมีคนกลุ่มหนึ่งชอบเหมือนๆกับปลา ปลาก็ถือว่าปลาประสบความสำเร็จแล้วนะคะพฤกษ์”หญิงสาวตอบเสียงหวานพร้อมกับดวงตาเปล่งประกาย

“พฤกษ์จะกลับไปตีโจทย์เป็นการบ้านนะครับยังไงพฤกษ์ก็ต้องติดต่อปลาแน่นอนอยู่แล้ว ทานเถอะครับอาหารมาแล้ว”

ชายหนุ่มรวบเอกสารทั้งหมดใส่กระเป๋าของเขาแล้วเอ่ยชวนเสียงนุ่มหลังจากที่พนักงานมาเสิร์ฟอาหารจนครบ โดยคนชวนลงมือรับประทานทันทีมือแกร่งใช้ตะเกียบคีบซูชิหน้าปลาแซลม่อนก่อนเป็นคำแรก แล้วเขาก็ค่อยๆ จัดการกับคำต่อไปอย่างมีความสุขปล่อยให้หญิงสาวฝั่งตรงข้ามนั่งมองเขาแล้วยิ้มหวานขณะที่เธอจัดการกับสลัดทูน่าของตัวเองไปด้วยและแล้วเมนูมากมายหลายอย่างก็เกลี้ยงจานภายในเวลาไม่นานนัก แน่นอนคนที่ทำหน้าที่นั้นก็คือคนที่กำลังยกมือเรียกพนักงานมารับออร์เดอร์เพิ่มโดยเขาสั่งอาหารเพิ่มไปอีกสองสามอย่างแล้วรับผิดชอบมันแต่เพียงผู้เดียว

“พฤกษ์ยังกินเก่งเหมือนเดิมเลยนะคะไม่เห็นจะอ้วนด้วย รูปร่างดีมากๆ แบบนี้แสดงว่าพฤกษ์ต้องออกกำลังกายบ่อยๆ แน่ๆ เลยใช่มั้ยคะ”เสียงหวานเอ่ยถามยิ้มๆพร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำมองเขาเกินความหมายของคำว่าเพื่อนมองเพื่อน

“ก็มันหิวมากนี่ครับปลาแถมทุกอย่างก็อร่อยหมดเลย แต่ปลาสิ กินน้อยจัง จริงๆ ปลายังทำน้ำหนักได้อีกนะครับพฤกษ์ว่าผู้หญิงผอมมากๆ ดูสุขภาพไม่ดี อวบๆ หน่อย ก็น่ารักดีนะ”ชายหนุ่มเงียบไปครู่ เขายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม “แต่ก็นั่นแหล่ะครับยุคนี้สื่อต่างๆ ปลูกฝังความเชื่อที่ว่าผู้หญิงต้องผอมถึงจะสวย แต่พฤกษ์กลับมองว่าผู้หญิงอวบๆมีน้ำมีนวลหน่อยน่ากอดดีออกครับ” ชายหนุ่มตอบแล้วชวนคุยในประเด็นนี้อย่างอารมณ์ดี

“ก็ปลาจะเปิดร้านขายของแฟชั่นนะคะพฤกษ์ถ้าขืนปล่อยให้ตัวเองดูอ้วนเผละ ใส่เสื้อผ้าออกมาดูไม่สวยลูกค้าของปลาก็หายหมดนะสิคะ แหม...” มัจฉาตอบเสียงหวานให้ความเห็นกลับอย่างอารมณ์ดีเช่นกันแล้วชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนเอ่ย

“ปลาน่าจะชวนน้องมัทมาด้วยนะครับตอนนี้คงจะโตเป็นสาวแล้วใช่มั้ย ไม่รู้ว่าตอนนี้น่ารักกว่าเดิมไปมากแค่ไหนแล้วพฤกษ์ไม่ได้เจอน้องมัทมาหลายปีแล้วนะครับปลา เรียนจบแล้วใช่มั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยถามถึงมัทนีด้วยน้ำเสียงเจือเอ็นดูชัดเจน

“ยายมัทออกไปอยู่ข้างนอกกับแฟนแล้วล่ะค่ะพฤกษ์เรียนจบก็ทำอวดดีออกจากบ้าน ปลาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปอยู่ที่ไหนขอคุณพ่อออกไปทำงานที่ร้านอาหาร อ้างว่ารองานประจำ แต่พอออกไปก็ใจแตกเห็นว่าคบอยู่กับเจ้าของร้าน ก็คงไปอยู่ด้วยกันละมั้งคะ ปลาก็ไม่รู้เหมือนกันนี่ก็ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้วนะคะพฤกษ์” มัจฉาได้ทีตีไข่ใส่สีบิดเบือนความจริงไปไกลลิบเธอเล่าข้ามสาเหตุที่มัทนีต้องระเห็จออกจากบ้านและเพิ่งจะออกไปได้เพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น

“แล้วร้านอาหารที่น้องมัทไปทำงานอยู่ที่ไหนครับปลาบอกได้ไหม บางทีพฤกษ์จะได้ไปเยี่ยมน้องมัทบ้างบอกหน่อยนะครับปลา”

คำขอตรงๆของชายหนุ่มทำให้มัจฉาต้องบอกเขาแต่โดยดีเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอกีดกัน หากพอใจลึกๆ ที่ภารกิจสำเร็จเพราะอย่างน้อยการบอกว่ามัทนีใจแตก อาจจะทำให้เขาละความพยายามที่จะจีบหลังจากที่เคยโดนมัทนีปฏิเสธมาแล้ว

ทั้งคู่พูดคุยกันต่อทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไปอีกชั่วครู่โดยความร่าเริงของชายหนุ่มที่มีก่อนหน้านั้นหายไปกว่าครึ่งจนมัจฉารู้สึกได้หากหญิงสาวก็แสดงท่าทีราวกับว่าเธอไม่ใช่คนที่เป็นสาเหตุและบิดเบือนความจริง

และแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับหลังจากเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง

ตะวันใกล้ลับขอบฟ้ายามเย็นบนชั้นสามในเวลาเปิดร้านร่างสูงเพรียวกับร่างเล็กที่เต็มไปด้วยรอยแผลและอุณหภูมิในร่างกายของเธอสูงเพราะพิษไข้ยังคงนอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงนอนที่มีผ้าห่มผืนนุ่มคลุมร่างของทั้งคู่เอาไว้ชายหนุ่มยังนอนนิ่งในท่าเดิมแม้ว่าเขาจะตื่นมาหลายชั่วโมงแล้วโดยร่างเล็กของสาวน้อยบนอกของเขายังคงหลับตาพร้อมกับเสียงหายใจสม่ำเสมอ

“ตื่นแล้วเหรอจ้ะมัทหิวมั้ย” เสียงทุ้มนุ่มของคนที่สละอกก้มลงมาถามเมื่อร่างเล็กค่อยๆ ขยับตัวแล้วเขาก็เห็นเธอลืมดวงตาที่บวมและแดงช้ำเงยหน้าขึ้นมองเขาในระยะใกล้

“หิวค่ะพี่โป๊ะกี่โมงแล้ว” เสียงฟุดฟิดของคนที่เงยหน้ามองคนถาม ก่อนที่เธอจะขยับปากเล็กๆ ในขณะที่คางยังคงแตะอยู่กับอกของเขา

“หกโมงแล้วจ้ะมัทนอนก่อนนะ พี่ขอลุกไปโทรบอกป้าพร้อมให้ทำอะไรร้อนๆ ให้กิน เดี๋ยวพี่จะพาไปหาหมอมัทตัวรุมๆ ให้หมอดูหน่อยดีกว่า แล้วเรากลับบ้านกันนะครับ” ชายหนุ่มบอกสาวน้อยเสียงนุ่มมือเรียวยกขึ้นไล้บนแก้มเธอแผ่วเบาแล้วร่างเล็กก็สะดุ้งสุดตัวพร้อมเสียงสะอื้นอีกครั้ง

“ไม่นะ มัทมัทไม่กลับบ้านนะคะพี่โป๊ะ มัทไม่กลับนะ มัทจะไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้วนะมัทไม่กลับ มัทกลัว” เสียงเล็กฟุดฟิด ละล่ำละลักและสั่นเครือตอบเขาขณะที่หยัดร่างบอบช้ำลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

“จ้ะๆมัท พี่ไม่ได้พามัทกลับบ้านมัท ไม่ต้องกลัวนะ ใจเย็นๆ ก่อนพี่เองก็ไม่ไว้ใจใครเหมือนกัน พี่จะพามัทไปอยู่ที่คอนโดฯ ของพี่ก่อน เพราะมันปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากกว่าที่นี่”เจ้าของเสียงนุ่มรีบลุกขึ้นนั่งพลางบอกก่อนที่สาวน้อยจะตกใจไปมากกว่านี้แล้วมันอาจจะเปลี่ยนเสียงสะอื้นของเธอเป็นร้องไห้โฮออกมาดังๆ อย่างที่เขาไม่อยากเห็นแล้วเขาก็เห็นเธอพยักหน้าเร็วๆ พร้อมรอยยิ้มออกมาทันที

ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนโยนให้กับคนที่กำลังยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กแทบทุกซี่รอยยิ้มของเธอสดใสมากขึ้น แม้ว่ามันจะฉาบลงบนใบหน้าช้ำๆ ที่มีรอยแผลจากคมเล็บดวงตาเรียวรีของเขาจ้องดวงตากลมโตที่บวมช้ำของเธออยู่นานพร้อมเผยรอยยิ้มมุมปากเพราะความรู้สึกมากมายที่เข้ามากระทบหัวใจของเขาอย่างจังอีกครั้ง และมันก็เพิ่มจากที่เขามีต่อเธอความเอ็นดูและสงสารสาวน้อยหลงทางคนนี้มากมายจนไม่รู้ว่ามันไหลเข้ามาสู่หัวใจของเขาได้อย่างไรชายหนุ่มไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าความรู้สึกอยากจะปกป้องและเป็นที่พักพิงให้เธอเช่นนี้นั้นจะหมายความรวมถึงความรักฉันท์หนุ่มสาวที่เขามีให้เธอด้วยหรือไม่

หากก่อนที่ความรู้สึกภายในจิตใจจะเพิ่มมากขึ้นชายหนุ่มก็เอื้อมมือเรียวออกไปลูบศีรษะเล็กของเธอแผ่วเบาและอ่อนโยน ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์เพื่อสั่งอาหาร

“เก๋ บอกป้าพร้อมทำข้าวต้มใส่กุ้งเยอะๆใส่ไข่ด้วยให้หนึ่งชามกับข้าวไข่เจียวปู แล้วยกขึ้นมาวางไว้ที่โต๊ะหน้าห้องนะเร็วๆ”เขาสั่งผ่านโทรศัพท์แล้วรีบวางลงทันทีก่อนที่จะเดินกลับไปที่เตียงนอน

หากคำสั่งอาหารสองอย่างทั้งที่อยู่คนเดียวและกินน้อยเป็นปกติของลูกพี่ทำให้คนที่รับโทรศัพท์ทำหน้างงๆ หากเขาไม่มีเวลานานนักกับข้อสงสัยเพราะคำสั่งตบท้ายว่าเร็วๆ นั้นสั่งให้บริกรหนุ่มรีบเดินไปบอกแม่ครัว แล้วเขาก็รีบยกอาหารขึ้นไปวางไว้ที่โต๊ะหน้าห้องตามคำสั่งของลูกพี่แล้วคนส่งก็เคาะประตูเรียกสองสามครั้ง

“ขอบใจมากเก๋เดี๋ยวฉันถือเข้ามาเอง” ชายหนุ่มเจ้าของห้องตะโกนบอก เขารออยู่ชั่วครู่เพื่อให้แน่ใจว่าคนส่งเดินลงไปแล้วจึงเดินออกไปถือถาดอาหารที่วางอยู่หน้าห้องเข้ามาวางไว้ที่โต๊ะเล็กๆสำหรับนั่งได้สองคนก่อนจะเดินไปที่เตียงเพื่อประคองร่างเล็กมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วยกัน

“เดี๋ยวมัทกินเสร็จแล้วพี่เช็ดตัวให้นะ ยังไม่ต้องอาบน้ำ ตัวมัทยังรุมๆ เสร็จแล้วเราไปหาหมอที่คลินิกใกล้ๆกันก่อนกลับบ้านนะครับ” เขาบอกเธอขณะนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วเขาก็ยกชามข้าวต้มมาคนให้หายร้อนก่อนยกไปวางลงตรงหน้าสาวน้อยที่กำลังนั่งมองการกระทำของเขาไม่วางตาแล้วเสียงเล็กๆ ก็เอ่ยขึ้นอย่างกังวล

“มัท...มัทไม่มีเสื้อผ้ามาสักชุดแล้ว...แล้วชั้นในก็ไม่มีด้วย มัทจะออกไปได้ยังไงล่ะคะพี่โป๊ะ” เธอเอ่ยพลางก้มมองสภาพตัวเอง

“อืม...ถ้างั้นมัทใส่เสื้อผ้าของพี่ไปก่อนนะหลวมๆ หน่อย คงไม่มีใครสังเกต แล้วพรุ่งนี้พี่จะออกไปซื้อให้มัทเองนะครับมัทจดรุ่น ขนาดกับยี่ห้อมาแล้วกัน”เสียงทุ้มนุ่มขันอาสาซื้อชุดชั้นในให้สาวน้อยหน้าตาเฉยแล้วเขาก็มองไปยังร่างเล็กที่ก้มหน้าลงมองสภาพของตัวเอง เป็นภาพที่น่าสงสารยิ่งนักเพราะนอกจากเธอจะก้มลงมองแล้ว มือเล็กๆ ที่หลังมือมีรอยแผลจากคมเล็บ ค่อยๆ ลูบไปตามลำแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเช่นกัน

สาวน้อยสำรวจตัวเองอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองเขา

“ได้เหรอคะพี่โป๊ะพี่โป๊ะไม่อายเขาเหรอ” เธอเอ่ยถามเสียงเบา

“จะเป็นไรไปล่ะพี่ก็ซื้อให้มัทคนเดียวนี่แหละ กินได้แล้วจ้ะ แล้วเราจะได้กลับบ้านกันพี่เองก็ไม่กลับไปค้างคอนโดฯ มาพักใหญ่แล้วล่ะ” เขาบอกเธอเพียงแค่นั้นก่อนพยักหน้าแล้วส่งสายตาอ่อนโยนเป็นสัญญาณบอกให้เธอกินข้าวต้มกุ้งตรงหน้า โดยเขาหยุดมองภาพนั้นชั่วครู่ก่อนที่จะหยิบช้อนและส้อมเพื่อตักข้าวไข่เจียวปูของตัวเอง หากมองร่างเล็กที่ค่อยๆ ตักข้าวต้มกุ้งไปด้วยเช่นกัน

ทั้งคู่จัดการกับอาหารภายในเวลาไม่นานนักโดยสาวน้อยกินเพียงไม่กี่คำแล้ววางช้อนลง จนเขาต้องจับช้อนขึ้นมาแล้วตักป้อนให้โดยคนป้อนพยายามชวนคุยและกินเป็นเพื่อนในชามเดียวกันเมื่อข้าวไข่เจียวปูของเขาหมดก่อนจนกระทั่งข้าวต้มหมดชาม และเมื่อถูกป้อนสาวน้อยก็กินได้มากขึ้น

จากนั้นชายหนุ่มจึงเข้าไปอาบน้ำและจัดการกับตัวเองแล้วเดินออกมาเลือกเสื้อผ้าให้เธอโดยเขาเลือกเสื้อยืดเนื้อหนาสีน้ำตาลเข้มเพื่ออำพรางความบางเบาภายใน และกางเกงยีนขนาดเล็กสุดที่เขามีนำมาวางไว้ที่เตียงก่อนจะเปลี่ยนไปทำหน้าที่เช็ดตัวให้คนที่ออกอาการเกรงใจ จนเขาต้องลูบศีรษะเล็กเบาๆบอกเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มและอ่อนโยนว่าเขาเต็มใจและยินดีจะทำให้ จนสาวน้อยพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเขิน

ชายหนุ่มประคองสาวน้อยไปนั่งลงบนโซฟาเบ๊ดมือเรียวของเขาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กจุ่มน้ำแล้วบิดพอหมาดก่อนวางไว้ขอบชามแก้วใบใหญ่แล้วเขาก็เอื้อมมือทั้งสองข้างออกไปช่วยถลกแขนเสื้อยืดตัวโคร่งของเธอขึ้นไปจนถึงไหล่เอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเดิม ค่อยๆ บรรจงเช็ดแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะได้รับความเจ็บปวดเพราะมีรอยแผลที่ปรากฏไปทั่วทั้งแขน ซึ่งเขาทำแบบเดียวกันกับแขนน้อยๆ ทั้งสองข้างของเธอก่อนจะไล่ขึ้นมาซับแผ่วเบาไปทั่วใบหน้าให้เธออีกครั้ง

มือเรียวบรรจงซับผ้าเช็ดตัวเย็นๆไปตามลำคออย่างเบามือผ้าผืนเดิมซับไล้ไปตามผิวขาวนวลที่ปราศจากการปกปิดของเสื้อยืดแล้วเขาก็ก้มลงบอกเสียงนุ่มเพื่อให้เธอรวบชายเสื้อยืดขึ้นมาเหนือเอวเพื่อให้เขาเช็ดในบริเวณนั้นโดยที่สาวน้อยทำตามแต่โดยดี ร่างเล็กที่มีผิวหนังเย็นๆในเวลานี้ไม่ระแวงในการกระทำของเขาหากเธอไม่สามารถบังคับผิวสีชมพูจัด เพราะความรู้สึกราวกับมีกระแสไฟช๊อตบางๆ ที่มันไม่รุนแรงมากพอจะทำให้ถึงแก่ความตายหากมันให้ความรู้สึกที่เธอไม่รู้ว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไรแล้วชายหนุ่มก็จุ่มผ้าเช็ดตัวผืนเดิมบิดพอหมาดอีกครั้ง ทำแบบเดิมกับเรียวขาเล็กทั้งสองข้างโดยเขาลงไปนั่งบนส้นเท้า บรรจงเช็ดเรียวขาที่ยังปรากฏปื้นแดงๆ ให้เธออย่างเบามือเช่นเดิมเขาเงยหน้าขึ้นมามองคนที่มีผิวสีชมพูจัดในเวลานี้เธอกำลังนั่งยิ้มหวานมองเขาด้วยดวงตาหวานฉ่ำปานคาราเมลที่ถูกราดลงบนฟองนมนุ่มๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยอ่อนโยนแล้วยิ้มกว้างเมื่อเห็นอาการสะดุ้งของคนที่เพิ่งจะได้ยินเสียงของเขา

“มัท...เช็ดตัวเสร็จใส่ตัวนี้นะกางเกงหลวมหน่อยพี่มีเข็มขัดอีกเส้น มัทจะเปลี่ยนตรงนี้ก็ได้พี่ไม่มองหรอก” เขาบอกเธอและยิ้มให้หลังจากเดินไปหยิบชุดที่วางอยู่บนเตียงนอน

“มัทมัทไปเปลี่ยนในห้องน้ำดีกว่าค่ะ เดี๋ยวมัทมานะ” เธอตอบเสียงเบาปนเขินอายที่แสดงออกให้เขาจับได้อีกครั้งก่อนจะยื่นมือออกไปรับชุดเพื่อนำไปเปลี่ยนในห้องน้ำ แล้วกลับออกมายืนส่งยิ้มแหยๆ ให้เขาเพราะร่างแคระในเสื้อยืดและกางเกงขนาดเล็กสุดของเขา ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร

“มัทมานั่งตรงนี้ก่อนมา”

เสียงทุ้มนุ่มเรียกโดยคนถูกเรียกเดินมานั่งลงที่เตียงแต่โดยดีแล้วเขาก็ย่อตัวนั่งลงบนส้นเท้าอีกครั้งก่อนบรรจงพับขากางเกงให้เธอ

“มัททำเองก็ได้พี่โป๊ะเดี๋ยวมัทพับเอง” เธอรีบดึงขาออกเพราะเกรงใจเขา

“น่าอย่าดื้อสิเดี๋ยวพี่ไม่รักนะ”

กับคำว่า‘เดี๋ยวพี่ไม่รัก’ ทำให้มัทนีชะงักและยิ้มหวานออกมาเงียบๆนั่นหมายความว่าถ้าเธอไม่ดื้อเขาจะรักเธออย่างนั้นหรอกหรือ สาวน้อยที่หัวใจมีแผลกำลังนั่งยิ้มกับความคิดของตัวเอง

“ยิ้มอะไรหื๊มเสร็จแล้วจ้ะ ไหนยืนขึ้นสิ” เขาถามราวกับไม่รู้ว่าเธอยิ้มอะไร พลางจัดการสวมเข็มขัดให้เธออย่างชำนาญ

“นี่ไง ไม่หลวมแล้ว”

แล้วเขาก็ถอดหนังยางรัดผมในข้อมือออกมาเพื่อมัดเก็บชายเสื้อยืดตัวโคร่งสีน้ำตาลบนตัวเธอเป็นอันว่าการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไม่เลวร้ายนัก เพราะว่าสาวน้อยดูเหมือนเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่สวมเสื้อผ้าผิดไปหลายเบอร์เท่านั้น แล้วเขาก็เดินไปหยิบหมวกแก๊ปสวมให้เพื่อช่วยปกปิดรอยแผลบนใบหน้าขาวเป็นอย่างสุดท้าย

“เรียบร้อยแล้วไปกันได้แล้วจ้ะ” ชายหนุ่มเอ่ยชวน มือของเขาคว้าเป้ใบใหญ่ของเธอที่วางอยู่ใกล้ๆมาสะพายเสียเอง ก่อนจะเอื้อมมือออกไปปิดแอร์ เดินไปปิดหน้าต่างทุกบานให้สนิท คล้องกุญแจจากด้านในอย่างแน่นหนาราวกับว่าเขาจะไม่กลับเข้ามาอีกหลายวัน เจ้าของห้องปิดไฟ แล้วเดินออกมาล็อกประตูห้องก่อนที่จะจูงมือเล็กเดินลงไปด้านล่างพร้อมกันเขาสั่งงานลูกน้องคนสนิทอย่างเป็นธรรมชาติก่อนเดินออกไป

“เก๋...ดูแลร้านด้วยนะจะพามัทไปหาหมอ คงไม่กลับเข้ามาแล้ว จะไม่มาค้างที่นี่อีกหลายวันถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรไปได้ตลอดเวลา ห้องข้างบนล็อกเอาไว้ ไปละ!”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สุดแสนจะเป็นธรรมชาติราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศหากแปลกมากในสายตาของลูกน้องทุกคนที่เห็นการแสดงออกราวกับสาวน้อยในเสื้อผ้าผิดเบอร์ทั้งชุดนั้นเป็นสุดรักสุดหวงโดยทั้งคู่ไม่รีบปล่อยมือออกจากกันเหมือนคราวก่อนและกระเป๋าเป้ของเธอที่อยู่บนหลังของเขาอีก

“ไปเป็นแฟนกันตอนไหนวะแจ๊ดแกรู้แกเห็นหรือเปล่าวะ แล้วทำไมแกไม่เล่าให้ฉันฟังบ้างล่ะฉันพลาดเรื่องใหญ่ระดับชาติไปได้ยังไงเนี่ย โธ่ตกข่าว!”บริกรหนุ่มพยายามเบิ่งตาชั้นเดียวของเขาให้โตแล้วเอ่ยถามลูกน้องอย่างแปลกใจ หลังจากที่ทั้งคู่มองตามหลังคนเป็นลูกพี่กับสาวน้อยร่างเล็กที่เดินออกไปจากร้านหลังจากเขาออกคำสั่งเรียบร้อยโดยไม่รีรอให้คนรับคำสั่งพูดว่า ‘ครับลูกพี่’ เสียด้วยช้ำ

“นั่นน่ะสิพี่เก๋ไม่เห็นรู้เลยอ่ะ แต่ว่าแกรนด์โอเพนนิ่งมากเลยนะว่ามั้ยพี่ลงมาพร้อมกับเสื้อผ้าของพี่โป๊ะทั้งชุด แสดงว่ามาค้างด้วยกันตั้งแต่เมื่อคืนโห...โรแมนติกมากๆ อ่ะ พี่โป๊ะก็หล่อเซอร์สะอ๊าดสะอาด น้องมัทก็เด้กเด็กตัวเล็กน่ารักใสๆ เหมาะกันที่สุดในสามโลก” เสียงกระซิบกระซาบของสองหนุ่มคุยกันเบาๆราวกับกลัวว่าเจ้าของร้านหนุ่มที่เพิ่งเดินออกไปเร็วๆ จะได้ยิน

ชายหนุ่มรับหน้าที่ขับมินิโรเวอร์พาสาวน้อยไปหาหมอที่คลินิกใกล้ๆก่อนที่จะกลับมายังคอนโดฯ ของเขาซึ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน และไม่ไกลจากร้านมากนัก

“พี่โป๊ะอยู่ที่นี่เองเหรอคะมัทนั่งรถผ่านบ่อยๆ มันหรูมากเลยตอนมองจากด้านนอก” เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นในขณะที่เขาจูงมือของเธอเดินไปตามทางบนชั้นสิบเก้า

“ไม่ค่อยได้กลับมานอนหรอกจ้ะมันกว้างไป อยู่คนเดียวเหงาน่ะ ชอบนอนที่ร้านมากกว่าแต่ตอนนี้มีมัทมาอยู่ด้วยคงไม่เหงาแล้วล่ะ เข้ามาเลยถึงแล้วครับผม” เขาก้มลงบอกสาวน้อยเมื่อกดรหัสเปิดประตู

เมื่อเธอเห็นห้องหนุ่มโสดที่มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นมีโซฟาเบ๊ดแบบคล้ายๆ กับที่ร้านสีน้ำตาลเข้มจัดวางอยู่กลางห้อง กับโต๊ะและเก้าอี้ไม้ที่เธอมองเห็นไกลๆวางใกล้กับเคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งเป็นส่วนกั้นระหว่างห้องรับแขกและครัวบนผนังห้องสีครีมถูกตกแต่งด้วยภาพนู้ดทั้งหมดในเทคนิคต่างๆ เป็นภาพคล้ายๆที่เธอเห็นที่ร้านหลายๆ ภาพ

สาวน้อยเดินสำรวจไปรอบๆด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจกับที่อยู่ใหม่และใจชื้นมากยิ่งขึ้นเมื่อเธอเห็นห้องนอนสองห้องนั่นเท่ากับว่าเธอจะไม่ต้องแย่งที่นอนของเขา ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเต็มใจก็ตามทว่าการที่เธอจะยึดโซฟาเบ๊ดตัวใหญ่ด้านนอกเป็นที่นอนก็ไม่ใช่เรื่องลำบากใจมากนักเพราะเพียงแค่เขายื่นมือมาช่วยเหลือ แสดงน้ำใจโดยการชวนเธอมาอยู่ด้วยในเวลาที่เธอลำบากเช่นนี้ก็เป็นพระคุณกับเธอมากอย่างที่สุดแล้ว

“แล้วบ้านพี่โป๊ะล่ะคะอยู่ที่ไหน คุณพ่อคุณแม่ล่ะคะ”สาวน้อยเอ่ยถามหลังจากเดินสำรวจไปรอบๆแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนที่ยืนอยู่กลางห้อง

“เสียหมดแล้วจ้ะเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เป็นข่าวใหญ่ๆ ครั้งนั้นล่ะ เสียชีวิตหมดทั้งลำส่วนบ้านพี่ก็ขายไปแล้ว มันหลังใหญ่ พี่ไม่ชอบอยู่ที่กว้างๆ คนเดียว เหงา”

ชายหนุ่มตอบง่ายๆราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องสะเทือนใจเขาสักนิด หากเป็นสาวน้อยที่ชะงักไป เพราะเธอเพิ่งรู้ความจริงในวันนี้ว่าชายหนุ่มผู้ใจดีและเป็นอัศวินของเธอนั้นเหงากว่าถ้าต้องเทียบกับตัวเธอที่ยังมีบิดาถึงแม้ว่าท่านจะไม่รักและไม่เชื่อใจ หากท่านก็ยังคงอยู่บนโลกนี้กับเธอ

ร่างเล็กค่อยๆเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆแล้วเธอก็สอดมือเกี่ยวประสานกับนิ้วเรียวของเขาเหมือนอย่างที่เคยทำเพื่อปลอบโยนคิดเอาเองว่าบางทีมันอาจจะช่วยถ่ายเทความอบอุ่นให้เขาได้บ้างแม้มันจะน้อยนิด

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะพี่ไม่เป็นอะไรหรอก ทำใจได้นานแล้ว นี่ไง...ก็มีมัทมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วไงครับ” เขาเอ่ยเสียงร่าเริงเมื่อเห็นแววตาที่เขาอ่านออกว่าเธอสงสารและเห็นใจจึงรีบเปลี่ยนประเด็นเสียก่อนที่บรรยากาศของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ขาดความอบอุ่นจะแผ่กระจายไปทั่วห้อง

“มัทนอนห้องนี้นะเดี๋ยวพี่จะย้ายไปนอนห้องนู้น ส่วนตอนนี้ก็กินยาแล้วนอนต่ออีกหน่อยดีกว่าแผลจะได้หายระบม จะได้หายไข้ด้วย มาพี่ไปส่งที่ห้อง”

มือเรียวจูงมือเล็กไปส่งที่ห้องเตรียมยาให้แล้วเขาก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบกางเกงบ๊อกเซอร์มาให้เธอเปลี่ยนแทนที่กางเกงยีนตัวโคร่งเพื่อจะได้นอนสบายมากขึ้น ก่อนจะเดินไปส่งเธอที่เตียง ห่มผ้าให้ก้มลงหอมหน้าผากเล็กอย่างเอ็นดูหนึ่งครั้งบอกให้เธอหลับตาลงเขารออยู่ชั่วครู่ก่อนเดินไปปิดไฟ ทิ้งให้สาวน้อยนอนยิ้มหวานในความมืด

มัทนีรู้สึกอบอุ่นราวกับชายหนุ่มเอาผ้าห่มผืนหนาและอุ่นมาคลุมให้ในคืนที่อุณหภูมิติดลบซึ่งมันคงจะหนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูกถ้าเธอไม่ได้รับผ้าห่มอุ่นผืนนี้สาวน้อยนึกขอบคุณโชคชะตาที่นำพาเธอมาเจอเขาในช่วงเวลาที่แสนลำบากเช่นนี้และความโชคดีของเธอนั้นทำให้ร่างเล็กนอนยิ้มในความมืดอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงสนิทกับความหวังที่ว่าคืนนี้เธอคงจะไม่ฝันร้ายอีกแล้ว...

****************************************************

มีวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-BOOK ค่ะ ตามลิ้งก์ค่ะ


https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=7962


ส่วนรูปเล่มรอฉบับรีปริ้นครั้งที่ 3ใครสนใจอยากได้เล่ม "ดวงใจมัท" ในรูปเล่ม แจ้งเข้ามาได้ที่ E-Mail :wikky7ster@gmail.com ค่ะ

หรือแฟนเพจ 




Create Date : 05 ธันวาคม 2557
Last Update : 5 ธันวาคม 2557 12:31:12 น. 0 comments
Counter : 486 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wikky_78
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wikky_78's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.