Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
22 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
นิยายรัก ตอนที่ 3 ฮีโร่

COPY WRIGHT : สงวนลิขสิทธิ์ทั้ง ปกหนังสือ และ เนื้อหาค่ะ

ดวงใจมัท

ผู้เขียนวรรณรวี

พิมพ์ครั้งที่หนึ่งมกราคม ๒๕๕๗

พิมพ์ครั้งที่สองกันยายน ๒๕๕๗

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๓๗

ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอกสารรูปเล่ม หรือเพื่อการใดๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

ISBN : ๙๗๘ - ๖๑๖ - ๓๔๘ - ๔๔๙ - 

ราคา ๓๐๐บาท


***************************************************************************************

ฮีโร่ !

“แถน แถ่น แถ้น...ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามั่วหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรงก็เพราะเราทั้งหลาย”[1] มือเล็กควานหานาฬิกาปลุกเรือนใหญ่อย่างรู้ตำแหน่ง แล้วกดปิดเสียงทันทีในเวลาเจ็ดโมงเช้า เสียงนั้นเรียกให้คนที่เพิ่งหลับไปก่อนรุ่งสางดีดตัวขึ้น โดยไม่แสดงอาการงัวเงียเลยสักนิด เพราะหลังจากที่เธอกลับบ้านพร้อมกับเก๋ซึ่งอยู่ซอยถัดไป เธอก็ง่วนกับการร่างสัญญาจนเกือบเช้า แล้วยังพยายามอ่านทวนเนื้อหาในสัญญาหลายๆ ครั้ง จนกระทั่งเห็นว่าตนได้เปรียบ แล้วเธอก็จะนำมันไปเสนอกับอีกฝ่ายในวันนี้

“นี่ล่ะ ใช่เลย ต้องอย่างนี้” นั่นคือเสียงสุดท้ายก่อนที่ร่างเล็กจะหลับไป

มัทนีรีบอาบน้ำแต่งตัวซึ่งมักจะใช้เวลาไม่นานเสมอ เธอหยิบกางเกงยีนและเสื้อยืดขึ้นมาสวม และหวังว่าจะได้เจอบิดาในตอนเช้า หากเมื่อเดินมายังเรือนหลังใหญ่ก็ปรากฏภาพและเสียงที่เคยตามไปทำร้ายเธอในความฝัน ถึงแม้ไม่ได้พบกันนานเป็นปี และเสียงนี้เพิ่งจะกลับมาเปล่งให้ได้ยินอีกครั้งในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

“ตื่นซะสายโด่งเชียวนะยายมัท” มัจฉากับเดรสสายเดี่ยวสีส้มคล้ายๆ ชุดที่สวมในงานกลางคืนเอ่ยทัก

“มัทตื่นได้ซักพักใหญ่แล้วค่ะพี่ปลา แต่มัทเตรียมเอกสารนิดหน่อยค่ะ” มัทนีหยุดเรียวขาที่กำลังก้าวเร็วๆ ผ่านห้องรับแขก เพื่อหันไปมองร่างโปร่งบางของพี่สาวแล้วเอ่ยเบาๆ

“เอกสารสมัครงานล่ะสิ เรียนจบมาตั้งหลายเดือนแล้วยังหางานทำไม่ได้อีกหรือไงยะ เกียรตินิยมไม่ใช่หรือเราน่ะ คงจะเลือกงานล่ะสิ” น้ำเสียงของพี่สาวที่เอ่ยแทบจะไม่ต่างกับมารดาเลี้ยง

“มัทไม่ได้เลือกงานหรอกค่ะพี่ปลา จะงานอะไรหรือถ้าที่ไหนตอบรับ มัทก็ทำได้ทั้งนั้น แต่สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ งานหายาก หลายบริษัทมีข่าวเลย์ออฟ ลดชั่วโมงการทำงาน แล้วตอนนี้มัทเองก็ทำงานพิเศษยังพอมีค่าขนมค่ะ” สาวน้อยตอบเสียงเรียบให้เหตุผล

“ก็ดีแล้ว งานเด็กเสิร์ฟที่ว่าก็คงต้องกลับดึกดื่น ระวังหน่อยก็แล้วกัน ใครๆจะครหาเอาได้เวลามีผู้ชายมาส่งถึงรั้วบ้านให้เสื่อมเสียถึงคุณพ่อ แล้วอีกอย่างเวลาเราอยู่ที่ร้านก็ไม่ต้องอวดนามสกุลดังล่ะ หรือถ้าต้องติดชื่อพนักงานก็บอกแค่ชื่อจริงก็พอ ถ้าเกิดเพื่อนๆ ของฉันเห็นเข้าฉันอาย” มัจฉาเอ่ยเสียงเย็นหากตั้งใจพูดทำร้ายเช่นเดิม

“ค่ะพี่ปลา มัทจะไม่บอกใครว่ามัทเป็น 'วงศ์วัฒนา' มัทขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” เสียงเล็กพยายามมั่นคงเพื่อซ่อนอาการน้อยใจเอาไว้

“ร้านอาหารอะไรกันเปิดเช้างี้เลยเหรอ หรือว่านัดแฟนเอาไว้ล่ะ จะไปไหนก็ไปเถอะย่ะ จะทำอะไรนึกถึงชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลหน่อยก็แล้วกัน ฉันไม่ชอบเป็นขี้ปากชาวบ้าน” มัจฉาเอ่ยเตือนเพราะรับรู้จากเด็กรับใช้ชื่อน้อย ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีผู้ชายเดินมาส่งมัทนีถึงประตูรั้ว

“ค่ะพี่ปลา มัทจะระวัง” คนถูกกล่าวหาไม่แก้ตัวใดๆ แล้วเอ่ยขอตัว

เป็นปกติก่อนที่มัทนีจะออกจากบ้าน เธอจะต้องเข้าครัวเพื่อจัดหาอาหารให้ตัวเอง ตั้งแต่เสียแม่นวลไปมารดาเลี้ยงก็ออกคำสั่งกับเด็กรับใช้ทุกคนห้ามปฏิบัติกับเธอเสมอเหมือนลูกสาวของตน เป็นคำสั่งที่สาวน้อยรับรู้มาจากนุ้ยในคืนหนึ่งที่เธอกลับบ้านผิดเวลาและไม่มีอาหารสักอย่างเหลือเอาไว้ให้

“นุ้ยมีอะไรกินบ้าง ขอข้าวไข่เจียวมัทจานสิจ๊ะ”

เมื่อเธอเอ่ยขอ ก็ได้ยินเสียงอึกอักจากเด็กรับใช้ที่พยายามเหลียวซ้ายแลขวาราวกับสังเกตการณ์ว่ามีใครอยู่บริเวณนี้หรือไม่

“ความจริงคุณผู้หญิงสั่งห้ามทุกคนทำอาหารให้คุณหนูมัท ถ้าวันไหนคุณหนูมัทกลับผิดเวลาค่ะ แล้วอาหารที่เหลือจากมื้อเย็นก็สั่งให้นำไปเททิ้ง แต่ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวนุ้ยทำให้ ตอนนี้ทุกคนคงจะขึ้นนอนกันหมดแล้ว” นุ้ยกระซิบบอกคนที่ยืนนิ่งราวกับถูกสาป

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะนุ้ย มัททำเองก็ได้ แค่ข้าวไข่เจียวเองไม่ยากอะไร” สาวน้อยพยายามตอบเสียงร่าเริงทั้งที่ความน้อยใจอัดแน่นในอก แต่แล้วนุ้ยก็ยังขันอาสาจนกระทั่งโดนทำโทษโดยการถูกตัดเงินเดือน ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าคุณแม่ใหญ่ทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร

และนั่นคือเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วหลายเดือน หากมันไม่จางไปไหน มันยังคงอยู่ในห้วงความทรงจำที่ทำให้มัทนีน้อยใจแทบทุกครั้ง

และแล้วเวลานี้เสียงเหน่อที่คุ้นเคยก็เอ่ยขึ้นเมื่อสาวน้อยเดินมายังห้องครัว

“คุณหนูมัทจะรับอะไรคะ เดี๋ยวนุ้ยทำให้ ไปนั่งเถอะค่ะ”

“ข้าวไข่เจียวร้อนๆ สักจานก็พอจ้ะนุ้ย แต่มัททำเองดีกว่า เดี๋ยวนุ้ยจะโดนดุเอาอีก” เธอเอ่ยพร้อมส่งยิ้มน้อยๆ ให้คนมีน้ำใจ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นี่มื้อเช้า อีกอย่างคุณผู้หญิงก็ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วค่ะคุณหนูมัท ทางสะดวก” คนอาสากระซิบเบาๆ

“แต่มัทเพิ่งเห็นพี่ปลาที่ห้องรับแขก” คนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้านายเอ่ยถาม

“คุณปลาเพิ่งกลับเข้ามาได้ชั่วโมงนี้เองค่ะ เมื่อคืนจัดงานเลี้ยงเสร็จ เธอก็ออกไปต่อกับเพื่อนๆ คงจะยังไม่ได้เจอคุณผู้หญิงเหมือนกันค่ะ” คนรับใช้กระซิบบอกเสียงเบา

“ถ้างั้น นุ้ยใส่หอมแดงกับพริกขี้หนูซอยให้หน่อยนึงนะ มัทชอบ” สาวน้อยรีบบอกพร้อมส่งยิ้มให้ ดวงตาเปล่งประกายกว่าที่เคย

มัทนีจัดการกับเมนูง่ายๆ แต่มากด้วยน้ำใจของนุ้ยโดยใช้เวลาไม่นานนัก หากเธอยังคงพอมีเวลาเพื่ออ่านทวนสัญญาอีกครั้ง แล้วออกจากบ้านในช่วงบ่ายโดยมีคนที่มาส่งเธอหน้าประตูรั้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ยืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าปากซอยเพราะนัดกันเอาไว้ว่าวันนี้เธอจะต้องไปช่วยเขาซื้อของบางอย่าง

“รอนานมั้ยพี่เก๋” สาวน้อยทักเมื่อวิ่งลงมาจากรถสองแถว

“ไม่นานหรอกจ้ะน้องมัท ไปกันเถอะจ้ะ รถเมล์มาพอดีเลย”

คนที่ยืนรออยู่ไม่นานตอบอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่ทั้งคู่จะกระโดดขึ้นไปบนรถประจำทางด้วยความคล่องแคล่วและลงในอีกสามป้ายถัดไป ซึ่งเป้าหมายคือซุปเปอร์สโตร์ต่างชาติ

“ทำไมต้องมาซื้อเองที่นี่ด้วยล่ะพี่เก๋ ปกติมัทเห็นร้านอาหารเขาจะดิวกับเอเย่นต์ให้เขาไปส่งให้ไม่ใช่เหรอจ๊ะ” สาวน้อยหันมาถาม

“อ๋อ พี่มาซื้อของให้ลูกพี่น่ะจ้ะ ไม่ใช่ของที่ร้านหรอก ปกติลูกพี่เขากินยาก จะกินอะไรทีก็กินแต่ของเดิมๆ ถ้าวันไหนไม่มีก็ไม่กินซะงั้น พอดีเมื่อวานพี่เปิดตู้เย็นก็เห็นว่ามันว่าง ก็เลยคิดว่าจะซื้อของไปเตรียมเอาไว้ให้ ลูกพี่เขาเป็นโรคกระเพาะน่ะสิน้องมัท” คนถูกถามตอบอย่างคล่องปาก เพราะมันเป็นหน้าที่ประจำอีกอย่างของเขา

“โห...พี่เก๋ หมอนั่นตัวโตใหญ่ยักษ์ หาของกินเองไม่ได้หรือไง พี่ดูแลอย่างกับเป็นแฟนเขาแหน่ะ” คนที่ปากตรงกับใจพูดจบแล้วต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากพร้อมส่งสายตาขออภัย

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะน้องมัท ลูกพี่มีบุญคุณกับพี่และครอบครัวมากๆ เคยช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันตั้งหลายอย่าง ตอนสมัยนู้น เห็นดุๆ แบบนั้นก็เถอะแต่โคตรใจดีเลยนะจะบอกให้ แล้วอีกอย่างเขาก็โสด ไม่มีใครมาดูดำดูดีหรอก พี่ก็แค่ตอบแทนเขาเล็กๆ น้อยๆ ช่วยดูแลงานที่ร้านอย่างเต็มที่ กับซื้อของใส่ตู้เย็นเอาไว้ให้ก็แค่นั้นเอง เรื่องเล็กน้อยมาก น้องมัทอยู่ไปนานๆ ก็จะเห็นเอง” คนที่ไม่ถือสาคำพูดของสาวน้อยตอบพลางหยิบนมสด โยเกิร์ตและหยิบของอีกหลายอย่าง

“มีแต่อาหารเพื่อสุขภาพทั้งนั้นเลย” สาวน้อยทักขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่เพื่อนรุ่นพี่คัดสรรอย่างดีก่อนวางลงในรถเข็น

“ความจริงลูกพี่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะว่าเมาง่ายมาก น้องมัทก็น่าจะรู้ บุหรี่ก็ไม่สูบ เห็นมาดเซอร์ๆ แบบนั้น แต่ตัวหอมสะอาดนะจะบอกให้” พูดจบก็ยิ้มเจื่อนๆ เล็กน้อย เพราะเขาเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองอาจจะพูดมากเกินไปจนตอกย้ำภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น

“ไม่เป็นไรหรอกพี่เก๋ โบราณว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา มัทให้อภัย อีกอย่างเขาก็รับผิดชอบ คืนนี้พี่เก๋ขึ้นไปเป็นพยานการเซ็นสัญญาหลังเลิกงานให้ด้วยก็แล้วกันนะจ๊ะ” มัทนีบอกในขณะเดินตามคนเข็นรถซึ่งภายในเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มเพียงพอสำหรับหนึ่งสัปดาห์อย่างใจเย็น

“สัญญาอะไรเหรอจ๊ะน้องมัท” คนเข็นรถหยุดกะทันหันแล้วหันมาถาม

“ก็สัญญาเรื่องค่าเสียหายยังไงล่ะจ้ะ ถ้าเกิดว่าลูกพี่ของพี่เก๋เมา แล้วมาทำหื่นแต๊ะอั๋งมัทอีกรับรองหมดตัวแน่” สาวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงมาดมั่น เพราะเธอจะกรอกตัวเลขลงบนเช็คเรียกค่าเสียหายตามที่สัญญาระบุเอาไว้อย่างแน่นอนถ้าเขาคิดจะเอาเปรียบเธออีก

“น้องมัทรอบคอบดีจังเลยจ้ะ”

น้ำเสียงชื่นชมพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างจริงใจของเก๋ส่งให้มัทนี ก่อนที่ทั้งคู่ก็จะเดินไปคุยไปเพื่อเลือกซื้อของจนครบตามที่ต้องการ แล้วเดินไปชำระค่าสินค้าด้วยเงินที่เจ้าของร้านหนุ่มให้ไว้ ซึ่งจำนวนของมันมากเกินราคาสินค้าไปไกลลิบ แน่นอนว่าเงินส่วนที่เหลือ บริกรหนุ่มจะนำกลับไปรวมเอาไว้ในกล่องรับทิปเพื่อแบ่งให้กับพนักงานคนอื่นๆ จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันถือถุงหลายใบแล้วเดินออกมาเรียกแท็กซี่เพื่อกลับร้าน

เลยเวลาเปิดร้านมาแล้วหลายชั่วโมงแล้ว มีแขกทยอยเข้ามาหนาตาเหมือนเช่นทุกวัน มัทนีไม่สงสัยเลยว่าทำไมร้านนี้เปิดมานานหลายปีแล้วก็ยังเป็นที่นิยม เพราะการตกแต่งร้านที่ร่วมสมัย ผสมผสานกับการเลือกงานศิลปะทั้งเก่าและใหม่มาจัดวางดูไม่ขัดตา ทั้งโคมไฟแชนเดอเลียร์ที่ควรจะอยู่ในสถานที่อันหรูหรา หากมันดูกลมกลืนอย่างประหลาดเมื่อถูกติดตั้งไว้บนดานที่ร้านนี้ แม้กระทั่งการจัดแสงไฟ ที่ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูนุ่มนวล อบอุ่น อ่อนหวานหากยังคงแฝงความโรแมนติกปนเซ็กซี่เอาไว้ด้วยภาพเขียนเทคนิคต่างๆ ล้วนแต่เป็นภาพนู้ดหากดูสวยงามและไม่อนาจาร

นอกจากนั้นเสียงเพลงที่เปิดเบาๆ สลับสับเปลี่ยนอารมณ์กันไปโดยผ่านโปรแกรมการควบคุมตลอดทั้งคืนนั้น เธอไม่ปฏิเสธทั้งที่ใจอยาก ว่าเจ้าของร้านนี้มีรสนิยมดีเลิศ จากข้อมูลที่ได้รับรู้ว่าเขาเป็นคนออกแบบและสรรหาของตกแต่งทุกอย่างเอง ทั้งเพลง เครื่องดื่มและเมนูพิเศษสำหรับลูกค้า เรียกว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จซึ่งจะขาดก็แต่การเสิร์ฟเท่านั้น เพราะตั้งแต่เธอมาถึงและทำงานไปหลายชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นหน้าเขา

ในขณะที่คนชื่นชมทำหน้าที่อยู่ด้านล่าง คนที่กำลังถูกชื่นชมในใจว่ามีรสนิยมเป็นเลิศกำลังมองภาพสาวน้อยร่างเล็กราวกับเป็นการขอบคุณเธอในใจเช่นกัน ภาพความเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วยังคงยึดพื้นที่หน้าจอเช่นเดิม เป็นภาพที่เขารอดูมาแล้วทั้งวัน ภาพที่เคลื่อนไหวไปตามเสียงเรียกของลูกค้าหลายๆ โต๊ะ เธอวิ่งไปมาระหว่างหน้าร้านและหลังร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาโดยไม่แสดงอาการเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อที่จะให้บริการ เขานั่งมองตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอมาถึง แล้วช่วยเก๋หิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาในร้าน ภาพนั้นสะกดเขาไว้แทบจะไม่สามารถละสายตาออกไปจากหน้าจอได้เลย

สาวน้อยในจอภาพยิ้มหวานอย่างน่ารักกับเพื่อนร่วมงานและแขกทุกคนตลอดเวลา ผิดกับบุคลิกห้าวหาญ มั่นใจเหมือนตอนที่ขึ้นมาตกลงกับเขาเมื่อคืนวาน มันมีเสน่ห์ชวนมองจนเขาลืมตัวนั่งยิ้มคนเดียวมาเป็นชั่วโมงแล้ว...

“เพิ่งมาทำงานที่นี่เหรอครับ พี่มาร้านนี้บ่อยๆ ไม่ยักเคยเห็นน้อง น้องชื่ออะไรครับ”

ลูกค้าคนหนึ่งถามมัทนีพร้อมส่งสายตาเจ้าชู้

“ชื่อมัทค่ะ เพิ่งจะมาทำงาน คุณลูกค้าจะรับอะไรเพิ่มมั้ยคะ” คนถูกถามตอบแต่โดยดี เพราะหัวใจของร้านนี้คือการเป็นมิตรกับลูกค้าทุกคน นั่นคือสิ่งที่เพื่อนรุ่นพี่บอกเธอเอาไว้ก่อนที่จะเริ่มงาน

“ชื่อน้องมัท ชื่อน่ารักซะด้วย พี่รับเมนูน้องมัทได้มั้ยครับ” เสียงทุ้มของลูกค้าหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะดังลั่นให้กับเพื่อนของเขาที่มาด้วยกันอีกสองคน

“พี่ชื่อนพพล หรือถ้าน้องมัทจะเรียกพี่นพสั้นๆ ก็ยินดีมากครับ ถ้าน้องมัทเลิกงานแล้วให้พี่นพไปส่งที่บ้านนะครับ”

ลูกค้าหนุ่มแนะนำตัวเองทั้งที่สาวน้อยไม่ได้ถามแล้วทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่เธอ

“ขอบคุณค่ะ ถ้าคุณลูกค้าไม่ต้องการอะไรเพิ่มดิฉันขอตัวก่อน” เธอพยายามกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้ ให้คงน้ำเสียงสุภาพและท่าทางที่แสดงออกมามีเพียงรอยยิ้มน่ารัก แล้วหมุนตัวกลับจะเดินออกไป หากแขนเล็กถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือหนาของผู้ชายคนเดียวกัน เพราะหวงตัว เธอจึงรีบสะบัดแขนออกแรงๆ แล้วถอยหลังอย่างรวดเร็วจนแผนหลังของปะทะกับใครอีกคนอย่างจัง

“หวงเนื้อหวงตัวซะด้วย” ลูกค้าหนุ่มเอ่ยลอยๆ

“ร้านของเรา ขายเครื่องดื่ม ขายอาหาร แล้วก็เป็นร้านที่เปิดให้นั่งฟังเพลงกันชิลล์ๆอย่างสุภาพชน ลูกค้าจะเมามายแค่ไหนก็ได้เรามีพนักงานดูแล บริการเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้าน แต่เราไม่ค่อยชอบใจนักถ้าลูกค้าจะมาทำรุ่มร่ามกับพนักงานของเรา หวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะครับ” เสียงทุ้มนุ่ม สุภาพของชายหนุ่มเจ้าของร้านกล่าวเตือนแขก

“แล้วถ้าน้องเขาเต็มใจล่ะ กูว่ามึงอย่าแส่ดีกว่า” นพพลเอ่ยเสียงดัง ดวงตาชั้นเดียวของเขาจ้องสลับกันระหว่างสาวเสิร์ฟผู้น่ารัก กับหนุ่มเซอร์ผู้มาใหม่อย่างไม่พอใจ

“ถ้าผมตาไม่บอด น้องเขาไม่เต็มใจแน่นอน”

เจ้าของร้านหนุ่มยังคงสุภาพ หากดวงตาเรียวรีของเขาจ้องลูกค้าอย่างไม่เกรง แล้วเขาก็หันมามองสาวน้อยที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของเขา เห็นใบหน้างอง้ำ ดวงตากลมโตของเธอแดงก่ำเจือหยาดน้ำน้อยๆ จนเขาต้องพยักหน้าและยิ้มให้

“มัทซื้อของที่พี่สั่งครบแล้วใช่มั้ยครับ เอาขึ้นไปเก็บบนห้องได้เลยนะ เดี๋ยวพี่ตามขึ้นไปจ้ะ” เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน โดยเรียกชื่อของเธอและแทนตัวเองว่าพี่อย่างไม่ขัดหู ทั้งที่มันเป็นการเรียกครั้งแรก และของที่ว่าก็คือถุงที่เธอหิ้วพะรุงพะรังเข้ามาในร้านเมื่อตอนเย็น

“ค่ะ..พี่..โป๊ะ” สาวน้อยอึกอักก่อนเอ่ยชื่อเขา เธอรีบหันหลังกลับแล้วเดินออกไปหลังร้านเพื่อหิ้วของที่เก็บไว้ในตู้เย็น ก่อนเดินถือมันขึ้นไปเก็บบนห้องของเขา

“เป็นเมียเจ้าของร้านก็ไม่บอกแต่แรก ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว ถ้ามึงเบื่อเมื่อไหร่จะปล่อยเซ้งต่อก็ได้กูไม่ถือ น่ารักๆ เด็กๆ แบบนี้ คงจะยังไม่ช้ำเท่าไหร่หรอกมั้ง แล้วดูท่าจะซ่อนรูปใช่เล่น”

เสียงนั้นเรียกเสียงหัวเราะดังลั่น โดยที่เจ้าของเสียงไม่สังเกตสายตาพิฆาตของคนตรงหน้าว่าจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง หากคนจ้องก็ยังคงสุภาพซึ่งสวนทางกับอารมณ์ของเขา

“มื้อนี้พวกคุณไม่ต้องจ่าย ถือว่าเป็นการเลี้ยงส่ง หวังว่าร้านของผมคงจะไม่มีโอกาสต้อนรับแขกที่ไม่สุภาพชนอีกต่อไป เชิญครับ เก๋ส่งแขก” เจ้าของร้านหนุ่มตะโกนสั่งลูกน้องก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไป หากโสตประสาทของเขายังคงได้ยินเสียงสบถออกมาอย่างไม่พอใจของคู่กรณี

“ปากดีนักนะมึง มึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร” นพพลยืนขึ้นเต็มความสูง หากมันยังคงน้อยกว่าคู่กรณี เขาตะโกนออกไปเสียงดัง

“ผมไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร รู้แต่ว่าคุณเป็นลูกค้าที่ผมไม่ค่อยปลื้ม” เจ้าของร้านหนุ่มตอบง่ายๆ เพราะถึงแม้ว่าร้านของเขาจะเป็นมิตรและให้ความสำคัญกับลูกค้าเพียงใด แต่ทว่าเขาเองก็เลือกปฏิบัติเช่นกัน

“จำไว้ก็แล้วกันนะมึง กูจะทำให้ร้านมึงเจ๊ง! คอยดู” นพพลตะโกนขู่อย่างโกรธจัดกับท่าทางของคู่กรณี

“แล้วผมจะรอดู” ชายหนุ่มเอ่ยเพียงแค่นั้น ก่อนส่งสายตาอำมหิตไปยังลูกน้องเป็นเชิงออกคำสั่ง เพราะถ้าหากไม่สำเร็จคนที่รับคำสั่งอาจจะได้รับผลกระทบ แล้วเขาก็หันหลังกลับก่อนจะก้าวขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็วเช่นเคย

ชายหนุ่มค่อยๆ แง้มประตูเบาๆ เพราะเขาอยากรู้ว่าสาวน้อยกำลังทำอะไร หากภาพที่เขาเห็นก็คือเธอกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าตู้เย็นหลังใหญ่ที่วางกั้นระหว่างครัวเล็กๆ กับส่วนกลางของห้องทำงาน เขาเห็นเธอพยายามจัดเก็บของทุกอย่างที่ซื้อมาเข้าตู้อย่างเป็นระเบียบด้วยท่าทางคล่องแคล่วและน่ารักน่ามอง

“มัทขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ จะได้ไปช่วยพี่เก๋” สาวน้อยรีบเอ่ยเมื่อหันกลับมาแล้วปรากฏภาพของเจ้าของห้องที่กำลังยืนยิ้มมองเธออยู่

“รอก่อน ให้แขกโต๊ะนั้นกลับไปก่อนแล้วค่อยลงไป” ชายหนุ่มตอบเสียงนุ่ม “แล้ววันนี้เตรียมสัญญามาหรือเปล่า” เขาเปลี่ยนไปถามอีกเรื่องด้วยท่าทางผ่อนคลาย ก่อนที่จะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเบ๊ดตัวเดิม

“เตรียมมาค่ะ แต่ว่ามัทเก็บไว้ในล็อกเกอร์” เสียงเล็กแผ่วลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเนื้อหาในสัญญาที่ค่อนข้างจะหน้าเลือด ทั้งที่วันนี้เขาช่วยปกป้องเธอ

“เอ่อ...คือ...ฉัน ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วย”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า เป็นหน้าที่ของพี่ แล้วเรียกพี่โป๊ะเหมือนเดิมดีแล้ว แทนชื่อตัวเองน่ารักดี เป็นเด็กเป็นเล็กพูดคุณ พูดฉันมันดูแก่แดด” เขาให้เหตุผลโดยไม่ปฏิเสธว่าใจอยากให้เธอเรียกชื่อของเขาอย่างสนิทสนมเช่นกัน

“มัทไม่เด็กแล้วค่ะ มัทยี่สิบสองแล้ว” เธอตอบเสียงเรียบรีบบอกอายุของตัวเอง เพราะไม่ชอบใจนักที่ใครๆ มักจะมองว่าเธอเป็นเด็กเสมอๆ ขณะเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เขา

“แต่มัทก็เด็กกว่าพี่เกินสิบปีอยู่ดี” คนที่แทนตัวเองว่าพี่เอ่ยจบก็หันไปชะเง้อมองภาพหน้าจอ และเมื่อไม่ปรากฏภาพของลูกค้าปากมอม จึงบอกเธอ

“ไปทำงานต่อได้แล้วล่ะ ไปกันหมดแล้ว ร้านเลิกค่อยเอาสัญญาขึ้นมาให้พี่ แล้วให้ใครเป็นพยาน”

“พี่เก๋ค่ะ” เสียงเล็กตอบอย่างมั่นใจแล้วเธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของเขา

“อืมไปเถอะ” เขาเอ่ยเพียงแค่นั้น แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรเพื่อเดินกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงาน

“ค่ะ...เห็นพี่เก๋บอกว่าพี่โป๊ะเป็นโรคกระเพาะ มัทว่าพี่โป๊ะกินอะไรรองท้องก่อนดีมั้ยคะ เดี๋ยวมัทบอกแม่ครัวให้ทำสลัดให้นะ” สาวน้อยเสนออย่างกระตือรือร้นเพื่อต้องการตอบแทนเขา

“อือ...อะไรก็ได้ เสร็จแล้วมัทยกขึ้นมาให้แล้วกัน” คำตอบของเขาเรียกรอยยิ้มน่ารักระบายไปทั่วใบหน้าของคนที่ต้องการตอบแทน และรอยยิ้มเช่นนี้เขาเพิ่งจะได้รับจากเธอครั้งแรก

“ค่ะๆ เดี๋ยวมัทมานะ” เอ่ยจบก็รีบก้าวออกไปเร็วๆ ก่อนที่จะกลับขึ้นมาอีกครั้งเพื่อส่งสลัดให้เขาภายในเวลาไม่นานนัก โดยเธอนั่งรอที่โต๊ะอาหารฝั่งตรงข้ามจนเขาจัดการอาหารเรียบร้อย จึงกลับลงไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่งถึงเวลาปิดร้าน

สาวน้อยเดินขึ้นมาบนห้องอีกครั้งพร้อมพยาน ในมือถือสัญญาสองฉบับที่เธอพริ้นต์เตรียมมา แล้วนั่งลงก่อนจะยื่นสัญญาให้เขา โดยคนที่รับไป ไม่แม้จะอ่านมันด้วยซ้ำ มือเรียวของเขาหยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะจรดลงไปเซ็นชื่อของตัวเอง ก่อนส่งต่อให้เธอและพยาน เมื่อเรียบร้อยจึงดึงมาเก็บเอาไว้หนึ่งฉบับ ก่อนที่เขาจะบอกให้ทั้งคู่กลับไปได้เพราะดึกมากแล้ว

เมื่อลับร่างของสองคน ชายหนุ่มที่ทำเป็นไม่สนใจเนื้อหาสัญญาในทีแรก เดินถือมันไปนอนอ่านบนโซฟาเบดตัวยาวหน้าทีวี แล้วไล่อ่านไปทีละข้อด้วยรอยยิ้มพร้อมแววตาวาววับกับเนื้อหาในสัญญา เพราะถ้ามนุษย์มีสามสิบสองอวัยวะนั่นเท่ากับว่าสาวน้อยของเขานั้นแจงออกมาได้สุดแสนจะละเอียด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสัมผัสตัวเธอไม่ว่าจะส่วนใด เขาก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายทุกส่วน ซึ่งเพียงบนใบหน้าก็ยังแจกแจงค่าเสียหายออกมาทุกส่วน สัมผัสแก้ม ริมฝีปาก ตา จมูก โดยระบุราคาเป็นหลักหมื่นขึ้นไปจนเขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ และส่วนอื่นๆ ก็ละเอียดไม่แพ้กัน

“เค็มนักนะ” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ เผยรอยยิ้มบางๆ โดยเขาไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาเพราะเขาเต็มใจและพร้อมจะจ่าย บางทีเขาอาจจะไม่ต้องจ่ายเลยด้วยซ้ำถ้าหากว่าเขาสามารถทำให้คนที่ร่างสัญญาอยากจะสัมผัสตัวเขาเสียเอง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะไม่ทำรุ่มร่ามถ้าเธอไม่เต็มใจ

ชายหนุ่มไล่อ่านสัญญาจนครบทุกข้อแล้วถือมันไปเก็บเอาไว้ในลิ้นชักหน้าโต๊ะทำงาน ก่อนเดินกลับมาเปิดหน้าจออีกครั้ง มือเรียวกดรีเพลย์ดูภาพซ้ำๆ และภาพที่เธอโดนกระชากแขนจนเขาต้องรีบผละออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว แล้วลงไปด้านล่างเพื่อหวังดึงเธออกมา

ความจริงแล้วเขาจำลูกค้าคนนั้นได้ดีเพราะเคยร่วมสถาบันกันมา หากกิตติศัพท์ความฉาวโฉ่เรื่องผู้หญิง ทำให้บิดาซึ่งเป็นรัฐมนตรีใช้เงินปิดปากคู่กรณีแล้วสั่งเก็บข่าวเงียบ และหลังจากนั้นไม่นาน นพพล เทพทัศน์ ก็มีข่าวลาออกแล้วไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ

ในช่วงเวลาที่ชายหนุ่มเจ้าของร้านพยายามรำลึกความหลังถึงวีรกรรมของลูกค้าที่บังเอิญได้พบกันเหมือนในละคร ก็เป็นเวลาเดียวกันที่ลูกน้องสองคนของเขากำลังจะถึงบ้านซึ่งอยู่ในซอยใกล้ๆ กัน

“เจอกันที่เก่าเวลาเดิมนะน้องมัท” เพื่อนรุ่นพี่บอกเมื่อมาส่งมัทนีถึงประตูรั้วบ้าน

“จ้ะพี่เก๋ พรุ่งนี้เจอกัน” สาวน้อยบอกลาแล้วใช้กุญแจเปิดประตูเล็กก่อนเดินเข้าบ้าน

มัทนีเดินเข้ามาตามทางเดินที่มีแสงไฟสลัว แล้วรีบหันไปมองตามเสียงแตรรถยนต์คันหรูของพี่สาวที่ขับเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องรีบหลบออกไปจากเส้นทางจนเกือบล้ม

“กลับดึกเหมือนกันนี่เรา แฟนมาส่งล่ะสิ เหมาะกันดีนี่นะ” มัจฉาเอ่ยเสียงหวานเมื่อลงมาจากรถยนต์ แล้วยืนเซๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ โดยไม่สนใจที่จะขอโทษ

“เพื่อนที่ร้านค่ะพี่ปลา บ้านพี่เก๋อยู่ซอยถัดไปนี่เอง เขามีน้ำใจเดินมาส่งมัทเพราะมันดึกแล้ว” สาวน้อยบอกคนที่เกือบจะขับรถชนเธอ

“ไม่ต้องตอบแบบดาราก็ได้ย่ะ ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าเราจะมีแฟนเป็นเด็กเสิร์ฟด้วยกัน ก็เหมาะกันดี”

ถ้อยคำจิกกัดของพี่สาวซึ่งได้ยินบ่อยครั้งเมื่อเจอกัน

“ถึงงานเสิร์ฟจะเงินน้อย แต่ก็สุจริตนะคะพี่ปลา อีกอย่างพี่เก๋ก็ไม่ใช่แฟนของมัท เราเป็นเพื่อนกัน” เสียงเล็กเอ่ยอย่างพยายามซ่อนความกรุ่นเอาไว้ภายใน

“หึ...เพื่อนก็เพื่อนสิยะ จะไปไหนก็ไป ไปที่ของเธอได้แล้ว” มัจฉาไล่น้องสาวแล้วซวนเซหอบร่างบางเข้าไปในบ้านเช่นกัน

สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ เพื่อข่มอารมณ์เอาไว้ ก่อนปลอบใจตัวเองเบาๆ ด้วยประโยคเดิม

“อีกหน่อยมันจะชินไปเองนะยายตัวเล็ก”

ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังของพี่สาวที่เดินลับเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวกลับเพื่อเดินไปยังเรือนไม้หลังเล็กของตัวเอง และตั้งมั่นว่าพรุ่งนี้จะต้องตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อมารอพบบิดา...



[1] เพลง ตื่นเถิดชาวไทย เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง "ศึกถลาง" เมื่อ พ.ศ.2480 ประพันธ์คำร้องโดยหลวงวิจิตรวาทการ


มีวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-BOOK ค่ะ ตามลิ้งก์ค่ะ


https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=7962


ส่วนรูปเล่มรอฉบับรีปริ้นครั้งที่ 3ใครสนใจอยากได้เล่ม "ดวงใจมัท" ในรูปเล่ม แจ้งเข้ามาได้ที่ E-Mail :wikky7ster@gmail.com ค่ะ

หรือแฟนเพจ 




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 3 ธันวาคม 2557 16:42:14 น. 0 comments
Counter : 368 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wikky_78
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wikky_78's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.