วิด-วิ้ววว (มาผิวปากวิดวิ้วววกันเถอะ)

หัวใจไข้ขึ้น
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยานพาหนะของผม
...........
..........
ถ้ามันเป็นเหมือนรองเท้าของเมอร์คิวรีก็ดีสิ....
.....

เนอะ....
Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
25 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หัวใจไข้ขึ้น's blog to your web]
Links
 

 

มีอะไรในตลาดแถวบ้านผม?

มันก็ต้องมีแม่ค้าน่ะซี่ - ถามได้


แล้วมันก็ต้องมีถาด มีกะละมัง มีโต๊ะ มีถุงก๊อบแก๊บ
มียางหนังกะติ๊ก มีแมลงวัน

และมีตังค์ทอน........

เอ่อ.........


แล้วมีอารายอีกน้า.....



อิ อิ

(วันนี้มีคุณพี่ที่น่าร้ากคนนึงบอกข้อมูลที่เพิ่งรู้จริงๆ นะ ว่า ไอ้ "อิ อิ" เนี่ย ความจริงก็มาจาก "ฮิ ฮิ" นี่แหละ เพียงแต่วัยรุ่นเค้าขี้เกียจกด Shift ทำให้จาก ฮ.นกฮูก กลายมาเป็น อ.อ่าง แต่ผมเองชอบพิมพ์ "อิ อิ" เพราะมันนึกถึงเสียงหัวเราะของกุนซือหนวดปลาดุกตัวร้ายในหนังจีน มันเจ้าเล่ห์ดี - หัวใจไข้ขึ้นชอบฮ่ะ อิ อิ)



ตอนซื้อกล้องใหม่ๆ เมื่อปีก่อน
เจ้าของบล็อกมีอาการบ้าพลังเป็นอันมาก
กระเป๋ากล้องติดบ่าตลอดเวลา
ตอนนอนก็เอาเข้ามุ้งด้วย
ถ่ายไม่ได้เป็นแมวอะไรเลย แต่ก็ดูแล้วดูอีก
พิจารณาด้วยความรู้สึกว่า งามแต้งามว่า งามเต็มประดา ปานหัตถ์ทิพย์เทวาเสกสรรค์


มาจนบัดนี้ก็ซับซาบแน่ชัดว่า
มันจาภูมิจายปายทามม้ายยยยยยยยย



เพราะปีนึงผ่านไป
ถ่ายไปแล้วสองหมื่นกว่ารูป
มันก็ยังกะป๊องกะแป๊งเหมือนเดิมละว้า

อิ อิ





นี่ถ่ายเมื่อได้กล้องมาซักสอง - สามเดือนมั้งครับ
ควงกล้องตัวแรกในชีวิตไปเดินตลาดสดใกล้บ้าน
ตลาดนี้น่ารักดี

ผมชอบ




ตัวจุดๆ ที่ให้เป็นพระเอกในถาดนี่เรียก "ปลาขี้ตัง" ครับ
ตัวแบนๆ
โตสุดที่เคยเห็นก็ราวสองฝ่ามือ
ปลาตัวแบนๆ กลมๆ ลายจุดๆ ชนิดนี้
ตั้งแต่เกิดมาผมเห็นเค้าเอาไปทำกับข้าวอยู่สองอย่าง
อย่างนึงคือต้มส้ม ฉบับปักษ์ใต้ - ใส่ขมิ้นด้วย

กับอีกอย่างคือแกงส้ม
อย่าเรียก "แกงเหลือง" ให้ได้ยินเชียวนะ
เด๋วมีเคือง


เพราะคนใต้เรียกแกงส้มไม่ใช่เพราะมันสีส้ม
แต่มันมีรสส้ม คือรสเปรี้ยว
มะขามสด, มะขามเปียก, ยอดมะขาม,
มะม่วงเบา, ส้มลิงติง (กะลิงปลิง), ยอดชะมวง,
ส้มแขก, เขาคัน (เถาคัน), มะนาว, มะปริง
ฯลฯ

นี่คือส่วนหนึ่งของ "ส้ม" หลากหลายที่เราคนใต้ใช้แกงส้ม

เมนูแกงส้มปลาขี้ตังนี้ โดยส่วนตัวชอบส้ม "มะปริง" ครับ


พริกสดซักกำ
เป็นพริกเหลืองให้ได้รสเผ็ดจัดจ้านและหอมกลิ่นพริก
เจือพริกแดงให้สีสวยในอัตราพอกัน
โขลกกับกระเทียมกลีบใหญ่และขมิ้นแกงพอแหลก
ใส่กะปิตามชอบเสริมกลิ่น
โขลกต่อให้แหลกดี แต่อย่าแหลกเกิน
เดี๋ยวไม่ได้อารมณ์แกงพื้นบ้าน


ละลายพริกแกงในน้ำเดือด
ผ่ามะปริงดิบเปรี้ยวจี๊ดดดดลงหม้อตามชอบ
เป็นทั้งส้มเป็นทั้งผัก
เติมเกลือให้รสเค็มขับเปรี้ยวให้โดดเด่นคู่เผ็ด

ขี้ตังนั้นเลาะแก้มควักไส้เรียบร้อย
เผลอๆ อาจมีไข่ค้างอยู่ในท้องสุดแสนจะหวานมัน
ถ้าตัวเล็กบั้งสักนิดแล้วใส่ทั้งตัว
ถ้าใหญ่กว่าฝ่ามือก็สับกลาง
ลงหม้อที่น้ำแกงหอมฟุ้งเดือดพลั่งรออยู่

อึดใจปลาสุกก็ปลงหม้อลง


กินกับข้าวสวยร้อน
แกล้มปลาช่อนแห้งปิ้งเหลืองมั่งไหม้มั่ง

โอ้ววววววววว

มายหรู่อิแล้งผรือ
(ไม่รู้จะพูดยังไง - อิ อิ)


รสชาติปลาขี้ตังสดๆ นั้น หวานมันกลมกล่อมครับ






นี่ไงครับ "ขมิ้นแกง"
ขูดเปลือกซะก่อน
ก่อนจะลงครก
สำคัญนะเนี่ย
ไม่งั้นเปลือกขมิ้นลอยฟ่องเป็นชิ้นดำๆ แพรวพรายเชียวแหละ


แล้วนี่ละครับ ไมคืออะรัน มันคืออะไร?





เมียวคือปลาท่องทั่น


มันคือ "ปลาท่องเที่ยว" ครับ

โอ้วววว


น่าเอาไปเป็นมาสคอตของ ททท. นะเนี่ย

เปิดสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ดูซักนิดนะครับ
ว่า "ที่ว่าท่องเที่ยว ท่องเที่ยวนั้นประการใด"




เมนูปลาท่องเที่ยวของแม่ผมคือ
"ต้มเค็ม" ครับ


ตะก่อนนี้เราเชื่อว่าปลาท่องเที่ยวสะอาด
สะอาดจนสามารถ "แกงได้ทั้งขี้"
กล่าวคือซื้อปลามาล้างให้สะอาดอย่างเดียวก็พร้อมแกง
ขี้เข้อเหงือกเหงิกไม่ต้องวุ่นวายไปเอาออก

เดินไปหลังบ้าน ตัดอ้อยมาซักสองคืบ
ปอกถากเปลือกแข็งออก ตัดให้ได้สี่ท่อนเท่าๆ กัน
สับตรงข้อออกด้วย
แล้วผ่าสองทุกท่อน
รองก้นหม้อเอาไว้
(ในหม้อนะจ๊ะ ม่ายช่ายรองก้นหม้อด้านนอก - เผื่อมีคนขี้สงสัย)

ทุบตะไคร้สองต้น - จากหลังบ้านเหมือนกัน
กระเทียมกลีบใหญ่หัวนึง
หอมหัวเล็กสามหัว
ส้มแขกสอง สามชิ้น
โปรยเกลือลงสองช้อนชา
เรียงปลาท่องเที่ยวจัดเป็นระเบียบให้ได้ครึ่งหม้อ
ยิ่งเรียงดียิ่งตักง่ายตักสวย ปลาไม่เละ
วางน้ำตาลแว่นไว้บนปลาซักสองแว่น
จะเหยาะซีอิ๊วดำจั๊กน่อย
หรือเอาเต้าเจี้ยวชูรสเค็ม
แล้วเติมขิงซอยซักนิดให้ได้อารมณ์จีนๆ ก็ไม่ว่ากัน

แต่ของผมหยุดแค่น้ำตาลแว่นก็พอ

เติมน้ำให้ท่วม ปิดฝาตั้งไฟอ่อน
ปล่อยไว้ซักชั่วโมงครึ่งสองชั่วโมง


ยิ่งนานยิ่งอร่อย
พุงปลาที่ว่าเป็นขี้ปลาก็ออกดำๆ ขมๆ มันๆ
เป็นมันที่มีกลิ่นหอมชวนโอชะประหลาดเหลือ......



วันนี้ผมคงไม่กล้ากินปลาท่องเที่ยวทั้งขี้
เพราะเลนก้นคลองอู่ตะเภาตลอดไปจนปากคลองลงทะเลสาบ
เต็มไปด้วยสารโลหะหนักจากโรงงานและบ้านเรือนเราเอง

เฮ้อ.....



อ้อ

ไอ้บรรทัดที่สี่ที่ห้าจากล่างในกรอบข้างบนน่ะ
อย่าไปคิดมากเน่อ
หยั่งคุณโนอาห์เงี้ย


ฟุ้งไปได้อีกหลายคืน.....

อิ อิ






ปลาช่อนตัวโตๆ
สวาย, ตะเพียน
ปลาดุกนา
กุ้งกุลาดำทะเลสาบ
กระบอกแบบประมงทอดแหเอาในทะเล
แมงดาทะเล ฯลฯ

ถาดละนิดถาดละหน่อย
หาได้ในตลาดแห่งนี้ครับ
ส่วนใหญ่หาเองขายเอง
ประเภทปลาจากเรือใหญ่แช่น้ำแข็งข้ามสัปดาห์
ไม่ค่อยได้เจอที่นี่หรอก

แม่ค้าเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นคนไทยมุสลิมครับ




อันนี้เรียก "ลำเท็ง" ครับ
เรียกแบบคนภาคกลางว่า "ผักกูดแดง" ก็พอได้มัง
เป็นเฟิร์นชนิดนึงครับ
แถวที่ลุ่มชื้นแฉะชายป่า
ยอดอ่อนออกแดงๆ แกงเลียงหวานมันอร่อยดี
เครื่องแกงเลียงแบบเดียวกับภาคกลาง
แต่นิยมแกะกุ้งสดลงครกด้วย
ลำเท็งจะให้สีสวยและให้รสชาติมันหวาน
ในหมู่ฟักทอง, มันเทศ, หัวปลี, เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ
หรือผักอื่นๆ ที่พอหาได้ใกล้หม้อแกง
เป็นหม้อหลักหม้อนึงของคนใต้ - ผมว่าภาคอื่นๆ ก็น่าจะเหมือนๆ กันแหละ


แต่เว้า...

เอ้ย พูดก็พูดเถอะนะ
ผมไม่ชอบแกงเลียงพริกไทยหรอกครับ
ต้องพริกขี้หนูสวนสดโขลกเคล้าหอมหัวเล็ก
น้ำปลาร้าปรุงรส เป็นเครื่องแกง
โปะผักลงไป
ดับไฟแล้วโหมผักอีตู่ ลงไปหอบใหญ่ๆ
ซดกันตากลับเหงื่อพลั่กทั้งบ้านเลย




รูปนี้รวมของหอมให้ชื่นใจครับ







หอมที่หนึ่ง "ลูกเนียง" ครับ
เนียงเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นตามป่าเขาภาคใต้หลายจังหวัด
ที่เห็นนี่เป็นเนียงในฝัก เค้าแกะเปลือกสีน้ำตาลที่ประกบอยู่เป็นฝานี้ออก
แล้วเอาเมล็ดในขนาดราวฝาแบรนด์ซุปไก่สกัดมากินกับน้ำพริกหรือแกงรสจัดๆ
เช่นแกงพุงปลา หรือที่คนภาคกลางชอบเรียกว่า "แกงไตปลา" นั่นละครับ

มันไตตรงไหนน้อ
พุงแท้ๆ นะนั่นน่ะ

ที่เห็นเหลืองๆ เปลือกแหว่งๆ ในรูปรวมของหอมฯ ข้างบนนั่นก็เนียงนะครับ แต่เป็น "เนียงหมาน"
หมายถึงลูกเนียงที่เอาไปเพาะให้งอกเล็กน้อยแล้วค่อยเอามากิน
กลิ่นจะหอมร้ายกาจกว่าเนียงธรรมดาเป็นอัศจรรย์

ปกติรสชาติของเนียงจะมัน, หวานเจือเฝื่อนปร่า
และจะรู้สึกพิกลที่ลิ้น....มันเป็นรสเปรี้ยวปร่า....อธิบายยาก
ต้องลองกินดู

แต่ถ้าเอามาต้มให้สุก
คลุกกับมะพร้าวทึมทึกขูดเจือเกลือป่นเล็กน้อย
กลิ่นร้ายกาจก็ปลาตหาย
รสเฝื่อนปร่าก็กระเจิงหมด
เหลือแต่มันหวานคล้ายกินเมล็ดขนุนต้มปานนั้น
แต่อร่อยกว่าจริงๆ นะจ๊ะ
อันนี้ก็อัศจรรย์มั่กๆ

แต่ห้ามกินเยอะ
อาจไตวายเฉียบพลันได้
เพราะมีสารบางอย่างที่ไปรบกวนการทำงานของไต
ดูเหมือนได้ยินคนกินลูกเนียงต้มจนถูกหามส่งโรงบาลเมื่อสิบกว่าปีก่อน
มีเรื่อยแหละครับ
เพราะต้มแล้วอร่อยจริงๆ




ตระกูลเดียวกันกับเนียงครับ
แต่อันนี้เรียก "เนียงนก"

สงสัยว่าลูกอมชนิดที่เป็นแท่งๆ
ที่พอแกะเปลือกออกแล้วเจอลูกอมห่อในเปลือกเรียงเป็นเม็ดๆ อีกทีนี่
จะได้ไอเดียมาจากลูกเนียงนกนะครับ
เพราะเป็นอย่างนั้นเลย
คือมีเปลือกนอกหุ้มเป็นแท่งความยาวและใหญ่ประมาณนิ้วชี้ผู้ชาย
ไอ้เขียวๆ เรียงสามฝักที่ขอบถาดนั่นแหละครับ
พอแกะออกก็เป็นเมล็ดขนาดในรูปเรียงกันอยู่เป็นแถว
เหมือนลูกอมที่ว่าจริงๆ นะ

เวลากินก็อาจแกะเปลือกบางๆ หุ้มเมล็ดออกแล้วค่อยกิน หรือไม่แกะก็ได้ครับ
ฉุนหอมน้องๆ ลูกเนียงใหญ่ๆ นั่นละ
แต่รสชาติหวานกว่า กับเฝื่อนปร่าน้อยกว่าด้วย





สุดท้ายในชุดของหอมเป็นคล้ายสะตอผสมถั่วงอกเนอะ

อิ อิ

เรียก "เหรียง" ครับ
เหรียงเป็นญาติใกล้ชิดสะตอ
ต้น, ใบ, ดอก, ฝัก คล้ายกันไปหมด
แต่เหรียงมีเปลือกหุ้มแข็ง
ต้องเก็บฝักตอนสุกแล้วที่มักร่วงอยู่โคนต้น
แล้วแกะเมล็ดออก
เอามีดขนาดใหญ่พวกมีดพร้ามีดอีโต้สับที่จุดที่รากจะงอก
แล้วไปเพาะจนงอกราก
ถ้าไม่สับงอกยากครับ
ดูเหมือนว่าจะต้องผ่านความร้อนแบบไฟลวกหรือน้ำร้อนลวกถึงจะงอกได้
พองอกแล้วเปลือกแข็งก็หลุดออก เราก็เอาเมล็ดข้างในมากินได้
เหม็นอีกเหมือนกัน ผสมเหม็นเขียวอีกเล็กน้อย
แต่ก็หวานมันดี
ใช้เป็นผักในแกงกะทิหน่อไม้กับไก่ก็ได้นะครับ
แกงเผ็ดได้หลายอย่าง ผัดเครื่องแกงก็ได้ อร่อยดี

กลิ่นเหม็นๆ ฉุนๆ แบบสะตอ -ลูกเนียงนี่
แถวบ้านผมเรียก "ฉ็อง" ครับผม



สองรูปนี่อาจคุ้นตาที่อื่นบ้างมังครับ





"พุงวัว" หรือ "ต้มเครื่องในวัว" ตามคำเรียกคนภาคกลาง







"ช่อมาลี" ครับ โอ........ช่างสรรพรรณานามกันเจงๆ อิ อิ




พุงวัวนั้นไม่มีอะไรพิเศษครับ

คือเข้าใจเอาเองว่าที่ไหนๆ ที่มีคนไทยมุสลิม หรือสังคมคนกินเนื้อวัวก็คงยังเงี้ยแหละ
ก็เป็นเครื่องในทั้งหลาย
ผ้าขี้ริ้ว ปอด หัวใจ มดลูก ไส้เล็ก ไส้ใหญ่
อะไรประมาณนั้น
บางทีเค้าใช้กะละมังซักผ้าอะลูมิเนียมน่ะครับ มาเป็นหม้อ
ทุบข่าตะไคร้หอมเล็กใส่
ฉีกใบมะกรูดโปรยให้ห้อม หอม ปรุงเค็มด้วยเกลือ
ตั้งเคี่ยวอยู่บนเตาอั้งโล่อย่างนั้นตั้งแต่เปิดตลาดจนตลาดวาย
จะเอาไปลาบก็ไม่ต้องปรุง ใส่ถุงให้เลย
แต่ถ้าจะเอาไปเสิร์ฟในวงอะไรซักอย่าง
อันมีวงข้าว เป็นอาทิ (อิ อิ)
ก็ปรุงซะ เติมมะนาว จ้วงพริกป่นใส่ ถึงวงแกะถุงก็โชะๆ ๆ กันเลย



ทีนี้เก๊าะ "ช่อมาลี"
ช่อมาลีชื่อแสนไพเราะ
ชวนน้ำลายไหลพลุ่งเต็มสองกระพุ้งแก้มสำหรับบางคน
แต่อาจชวนสลดใจสำหรับหลายๆ คน
และออกจะผะอืดผะอมในความรู้สึกของคนอีกจำนวนนึง

เพราะภาษามาตรฐานบ้านผมเรียก "ต้มช่อตีนวัว"


ก็คือตีนวัวหรือกีบวัวนี่แหละครับ ตั้งแต่ข้อเท้าถึงปลายกีบ
หนึ่งตัวสี่ช่อ
คนทำเค้าเผาไฟแรงจนเหลืองเกรียม
ขูดส่วนที่ไหม้และกีบแข็งข้างนอกออก
ต้มเคี่ยวในน้ำสมุนไพรแบบบ้านเราแหละ
หอมกระเทียมข่าตะไคร้ใบมะกรูด
ตักใส่ถุง เติมน้ำมะนาว น้ำปลา
ฉีกใบ หอมเป - ผักชีฝรั่งน่ะครับ พ่อชอบเรียกแบบนั้น
กับต้นหอมอีกซักหน่อย

อันนี้ทุบพริกขี้หนูสดลอยฟ่องได้เลย เพราะคนซื้อต้องเอาไปโซ้ยเลยแน่ๆ

สังเกตพริกในอ่างนะครับ
เป็นพริกแดงๆ
ความจริงไม่แดงหรอกครับ ก่อนสุกจะเหลืองๆ เมื่อสุกก็จะค่อยๆ เป็นสีส้มขึ้นๆ
จนค่อนไปทางแดง
ทรงจะป้อมๆ เผ็ดจัดมาก หอมจัดด้วย


ผมชอบกินพริกครับ

จำได้ว่าตอนเด็กๆ
พริกที่เค้าเรียก "พริกชี้ฟ้า" ทุกวันนี้ เราเรียก "พริกใหญ่"
คือมันจะชี้ฟ้าได้ไงเม็ดใหญ่ขาดนั้น ชี้ดินละก็ไม่ว่า

พริกที่เค้าเรียก "พริกขี้หนู" ทุกวันนี้ที่ดอกยาวๆ เขียวจัดแดงจัด
อันนั้นแหละที่ผมเคยเรียก "พริกชี้ฟ้า"

ก็เวลามันอยู่กับต้นนี่ ปลายมันชี้ฟ้าจริงๆ นี่นา....

แล้วจะว่าไป
"ขี้หนู" พันธุ์อะไรละครับที่ใหญ่ปานนั้น
พันธุ์ "นากหญ้า" หรือยังไง
ฮ่วย!

ส่วนพริกขี้หนูจริงๆ ก็ถูกเรียกเป็น "ขี้หนูสวน" หรือ "พริกขี้นก" ไปซะแล้ว
ในรูปถาดลูกเนียงนกนั่นละครับ "พริกขี้หนูของผม"
เผ็ดจัด หอมฉุนฟุ้งชวนน้ำย่อยให้มาราวีกระเพาะ
ตำน้ำพริกกะปิหรือปลาร้าสับ หรือกระทั่งยำปลากระป๋องก็แซบเป็นอันมาก
โขลกมากไม่ได้นะเจ้านี่ เหม็นเขียวหมด
ตำทิ้งใว้โดนอากาศก็เสียกลิ่นเหมือนกัน ต้องตำเลยปรุงเลย


ส่วนพริกเหลืองในอ่าง (สงขลาเรียก "โคม") นั้น
เผ็ดจริงๆ เผ็ดแบบรู้สึกว่าชีวิตลำเค้ญ ลำเค็ญ เวลากิน
ดูเหมือนมาจากแม็กซิโก - มั่วน่ะครับ ไม่ได้รู้จริงหรอก
ดีที่หอมจัดมากแบบพริกขี้หนูสวน

ก็เลยแก้ขัดได้ แต่ไม่เยอะหรอกนะครับ
มันเผ็ดเกินไป
ทุกวันนี้ผมเรียกเจ้านี่ว่า "พริกเหลือง"





ถ้าทั้งหมดที่แนะนำมา
ล้วนแต่เป็นของที่คุณกินไม่ได้

ขอเสนอเมนูสุดท้ายครับ





ผมถ่ายรูปนี้ก่อนเดินออกจากตลาด

หิวแทบแย่
ได้ผัดเผ็ดหมูป่ามาถุงนึง
แม่ค้าแกผัดตรงนั้นเลย
โรยด้วยพริกไทยอ่อนเป็นช่อ....

แต่สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับสงขลา

ไก่ทอดแบบในถาดนี้ก็อาจยั่วใจให้คุณหลงรักสงขลาเข้าได้ง่ายๆ......




ทั้งใจ ทั้งพุง....



....ลองสิครับ










*ตลาดนี้ตั้งอยู่ริมถนนลพบุรีราเมศวร์ขาไปสงขลา ขายตอนเย็นๆ ทุกวัน จัดการตลาดได้ดีครับ ไม่รกเลอะเทอะ ผัก - ปลาเป็นหมวดหมู่เป็นสัดเป็นส่วนดี ดีมากๆ แล้วละสำหรับตลาดพื้นบ้านในทัศนะผม แต่ อืม.....
..
..

ชื่อตลาดอะไรก็ไม่รู้สิ

เอ้อ
ทำไมไม่รู้น้า

อิ อิ




 

Create Date : 25 กันยายน 2549
39 comments
Last Update : 27 พฤษภาคม 2551 1:04:04 น.
Counter : 7384 Pageviews.

 

ปลาอะไรอ่ะ

 

โดย: peeko 25 กันยายน 2549 22:36:14 น.  

 

เราชอบตลาดสดนะ สนุกดีเวลาที่ได้เดินไปเดินมาในย่านที่จอแจพลุกพล่าน
มีแมลงวัน มีน้ำขัง มีกลิ่นคาวๆ ของอาหารสด เนื้อสัตว์ หนูวิ่งกันทั่วไป (อันนี้พูดจริงๆ ไม่ได้ประชด)
มีแม่ค้าคุยเฮฮาด้วยภาษาถิ่น เดินเที่ยวสนุกกว่าซุปเปอร์มาร์เกตในห้างเป็นไหนๆ



 

โดย: นางสาวอาร์ต 25 กันยายน 2549 22:44:41 น.  

 

ต๊กใจเลย


มาได้ยังไงครับเนี่ย

เร็วจริงๆ

ยังพิมพ์ๆ แก้ๆ อยู่เลย



ปลาอะไรเดี๋ยวก็รู้ครับ

อิ อิ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น (หัวใจไข้ขึ้น ) 25 กันยายน 2549 22:45:35 น.  

 

อ้าว

มีมาอีก


ที่คุณอาร์ตบอก
คืออย่างเดียวกับที่ผมรู้สึกเลยละครับ


แต่ผมชอบตลาดสดกลางแจ้งนะ
โดยเฉพาะภาคเหนือภาคอีสาน

อเมซิ่งอย่างมาก
สำหรับคนใต้อย่างผม

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น (หัวใจไข้ขึ้น ) 25 กันยายน 2549 22:53:07 น.  

 

ชอบดูตลาดเหมือนกัน
ขอบคุณที่พาไปชมค่ะ
ได้ความรู้ดี

 

โดย: peeko 27 กันยายน 2549 10:54:28 น.  

 

ขอบคุณอีกครั้งครับที่คุณpeeko กลับมาเยี่ยม


บล็อกผมใครๆ ก็บ่นว่าพออ่านแล้ว

1.รู้สึกว่าเจ้าของบล็อกแก่ (ทั้งๆ ที่หนุ่มมั่กๆ)
2.มันจะบอกข้อมูลอะไรนักหนา
3.มันภาคนิยมจริงๆ เล้ยนะซ่าร่าห์


ประมาณนั้นละครับ

เฮ้อ

อิ อิ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 29 กันยายน 2549 0:02:44 น.  

 


ผมไม่ได้คิดอะไรเล้ยยยยยย
จนอ่านมาเจอบรรทัดนั้นแหละ
ถึงนึกขึ้นได้ว่าเคยเจอคลิปเด็กใต้กับผู้ใหญ่ใต้คลิปนึง
ดูฉากหลังดันเป็นมุ้งเสียด้วย....

คนเราหนอ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ห้ามลัดสนาม ก็ลัด
ห้ามเด็ดดอกไม้ ก็เด็ด
ห้ามให้อาหาร นส.อาร์ต ก็ให้ (วรรคตอนคือ ห้ามให้อาหาร // นส.อาร์ต ก็ให้ )
ทีป้าย "อันตราย ไฟฟ้าแรงสูง" ไม่ยักกะเดินเข้าใกล้

 

โดย: โนอาห์ 30 กันยายน 2549 10:54:20 น.  

 

ชอบมากค่ะ วันหลังไปกันอีกนะคะ

 

โดย: คุณแม่แมว@Israel 30 กันยายน 2549 12:04:52 น.  

 

เอารูปลงได้ไงอ่ะลุง
เก่ง ๆ ๆ

ตลาดที่บ้านผมก็น่าดูชมนะครับ

จำได้สมัยเด็ก ๆ ผมจะตื่นเช้า

ยิ่งหน้าหนาวด้วยแล้ว ยิ่งต้องตื่นเช้า

ความจริงไม่อยากตื่นหรอก

แต่ไม่ตื่นไม่ได้

เพราะไม่งั้น "กว่าง" ตัวสวย ๆ จะโดนเพื่อน ๆ ใกล้ ๆ บ้านสอยไปเสียหมด

กว่าง หรือด้วงกว่างไงครับ

มีเขาสองเขา มีหลายชนิด กว่างโซ้ง กว่างฮัก กว่างกิโตน ฯลฯ

ตื่นแต่เช้าก็เดินไปตามเสาไฟฟ้า หรือไม่ก็ต้นลำไย

สายตาก็สอดส่ายหาตัวกว่าง

ถ้าเจอก็ดี ไม่เจอก็แล้วไป เพราะที่หมายต่อไปก็คือตลาด

"ตลาดสบทา"

สบทา ชื่ออาจจะคุ้น ๆ

ก็ "เดือนดับที่สบทา" นวนิยายของคุณสุวรรณี สุคนธาไงครับ

เขาบอกว่า ถ้าจะดูความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่น ก็ให้ตื่นมาดูที่ตลาดยามเช้า

หากท้องถิ่นไหนมีสิ่งของ อาหาร หรืออะไรที่อุดมสมบูรณ์ ตลาดก็จะเต็มไปด้วยของค้าของขายมากหน้าหลายตา

ก็จริงอย่างว่าแหละครับ ตลาดบ้านผมสมัยก่อนมีสินค้านานาชนิด

ทั้งของบ้านของป่า เคยเห็นเขาเอางูสิงตัวยาวหลายวามาขายด้วย

แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว มีแต่ของพื้น ๆ โหล ๆ

เฮ้อ อยากกินขนมจีนนนนนนนนน

อิอิ

 

โดย: ปะหล่อง (ปะหล่อง ) 30 กันยายน 2549 13:10:05 น.  

 

"...เจอคลิปเด็กใต้กับผู้ใหญ่ใต้คลิป..."

แล้วผู้ใหญ่ไปทำอะไรอยู่ใต้คลิปละครับ?


"...ดูฉากหลังดันเป็นมุ้งเสียด้วย..."

ก็กุฏิเก่าแล้ว มุ้งมันก็เก่าๆ ไม่ค่อยดี เป็นธรรมดานี่ครับ



อิ อิ




คุณแม่แมว@Israel

ถ้ามีของที่คิดว่าภาคอื่นไม่ค่อยเห็น
จะพาไปเที่ยวอีกครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ



ส่วนคุณปะหล่องเขียนยาว
ขี้เกียจตอบ

อิ อิ อิ



บ้านผมเรียก "แมงงัว" ครับ


คุณปะหล่องเอารูปกาดเจียงฮายมาให้ชมหน่อยสิ
อยากเห็นผักคราดหัวแหวน
คาวตอง
ปลีกล้วยป่า
มันแกวหัวน่อยๆ
จิ๊นส้ม
ฯลฯ

ในแผงในตลาดอะครับ



แต่ทำตัวน่ารักๆ หน่อยนะตอนไปขอถ่ายรูป

เป็นห่วง


กลัวจะไป

(เห็นดาวเห็น) เดือน (และหู) ดับ (ด้วยเหตุ) ที่ (ไปประ) สบ (บา) ทา


สี่อิ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 30 กันยายน 2549 15:02:56 น.  

 

อ้อ



ล.ป.
ลืมไป



สงสัยคุณปะหล่องจะไปตลาดตอนเกิดได้เดือนเศษๆ
เลยไปเจองูสิงยาวหลายวา



เพราะถ้าไปตอนแก่.....




เอ้ย




ไปตอนโตเนี่ย



วานึงก็ให้ถึงเท้อ


ไอ้งูสิงตัวนั้นน่ะ




อิ อิ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 30 กันยายน 2549 16:28:33 น.  

 

ถ่ายรูปสวยออกค่ะ...

ภาคนิยม..จริงๆ

แต่เราก็นิยม..คนภาคนี้อยู่แหละค่ะ

เลยมานั่งอ่าน ตาปริบๆ

รอวันได้ไปเที่ยว แบบสบายใจ

 

โดย: ชมพู่มะเหมี่ยว 1 ตุลาคม 2549 23:33:18 น.  

 

คุณโนอาห์นี่ยังไงนะ เดี๋ยวงับน่องซะเลย

----------------------------------------------------------

อยากกินปลาตะเพียนต้มเค็มเลยแฮะ ไม่ได้กินนานแล้ว ปลาต้มเค็มที่ใส่อ้อยเนี่ย ก้างปลาจะนิ่มกินได้สบายๆ เลย ส่วนไก่ทอดหาดใหญ่นี่หาไม่ยาก เย็นนี้เลิกงานไปซื้อกินเลยยังได้ แถวออฟฟิศเราอาหารใต้มีหลายร้าน ส่วนเรื่องการกินอาหารกลิ่นจัดๆ นี่ อาหารพื้นถิ่นทางใต้เรายังอยู่ในระดับเบบี๋ แค่สะตอเอง ไว้ตบะบารมีแก่ก้าหรือนึกอยากลองอีกหนก็จะลองลูกเหนียงนี่หละ

----------------------------------------------------

คุณลุงเอารูปก๋วยเตี๋ยวหนังหมูมาลงดิ อยากเห็นอีก (อยากกินด้วย)

 

โดย: นางสาวอาร์ต 3 ตุลาคม 2549 11:23:49 น.  

 

ไม่ค่อยสันทัดเรื่องจ่ายตลาด

เพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกับข้าวกับปลา

ส่วนมากมีคนทำให้กิน หรือไม่ก็ซื้อกับข้าวถุงเลย

ชีวิตชาว กทม.ส่วนมากเป็นแบบนี้

แม่บ้านถุงพลาสติก....

อิอิ

นี่เหรอ ลูกเนียง

นี่เหรอ เหรียง

อืม...รู้จักแระ

ส่วนปลาๆ นั่นไม่เคยได้ยินชื่อ งั้นไม่รู้จักแน่นอน
อิอิ

ส่วนที่เหลือ พอรู้บ้างแหล่ะ โดยเฉพาะไก่ทอด
น่ากินมากเลย รสชาติเป็นไงน่ะ
มีรสเค็มด้วยปะ
เขาหมักอะไรใส่ในเนื้อไก่ก่อนทอดเปล่า

 

โดย: sunny-low (sunny-low ) 4 ตุลาคม 2549 18:29:16 น.  

 

ไก่ทอด หาดใหญ่ ดังนะค่ะ แถวนี้ก็มีขาย อร่อยด้วย

ปลาต้มเค็มนี่ เป็นของภาคใต้เหรอ ค่ะ

เห็นชมพู่กินตั้งแต่ยังเด็ก แต่เป็นปลาตะเพียน น่ะค่ะ

ก้างมันเยอะ แต่ตอนเรากิน ก้างมันยุ่ยแล้ว

ที่เหลือ กินไม่เป็นสักอย่าง อิอิ..

 

โดย: ชมพู่มะเหมี่ยว (ชมพู่มะเหมี่ยว ) 4 ตุลาคม 2549 22:38:33 น.  

 

คุณชมพู่
ชื่อ "ไก่ทอดหาดใหญ่"
กำลังกลายเป็น
"สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์"
แล้วครับ
ในอนาคตถ้าใรเอาชื่อไปใช้
แต่ไม่ใช่เป็นคนหาดใหญ่หรือสูตรหาดใหญ่จริง
อาจโดนคนหาดใหญ่ฟ้องได้
อันนี้จริงๆ นา
อิ อิ

ปลาต้มเค็มเป็นอาหารไทยสากลครับ
เพียงแต่ปลาท่องเที่ยวเป็นปลาถิ่นบ้านผม
(หนึ่งในถิ่นสองน้ำหลายแห่งในประเทศ)
แล้วมันทำต้มเค็มอร่อย
ก็เลยภูมิใจนำเสนอเท่านั้นแหละครับ


คุณอาร์ต
ถ้าพอกินได้บ้าง
มาอยู่ใต้นานๆ ก็คงกลายเป็นคนกินได้เก่งแหละ
แต่แค่สะตอก็หอมเหลือแหล่แล้วครับ

ก๋วยเตี๋ยวหนังหมูนี่รับจัดการให้
แต่ไม่รู้เค้าจะให้ถ่ายหรือเปล่านะครับ
ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน
อืม ได้ไปกินมั่งก็ดี


คุณซีนั่น
(อิ อิ)
อ้าว
ไก่ทอดที่ไหนๆ ก็ต้องหมักกันทั้งนั้นแหละคร้าบ
ไม่เอามาทอดเฉยๆ หรอก
ส่วนใหญ่ก็เกลือ กระเทียม พริกไทย น้ำตาลมากน้อยตามโปรด
บางเจ้าชุบแป้งด้วย
กินกะข้าวเหนียวแนมหอมเจียว

ไก่ทอดฝรั่งที่เอาเนื้อไก่ไปแช่แข็งเป็นเดือนเป็นปีค่อยเอามาทอด
หยั่งที่วัยรุ่นคลั่งไคล้กัน
รสชาติมาเทียบไม่ได้ร็อก

ไม่ใช่ "ความอร่อย" นะครับ
อันนั้นว่ากันตามรสนิยม
แต่ถ้าพูดถึงความหวานในเนื้อที่ปรุงหลังชำแหละภายในสองสามชั่วโมงนั้น

เจ้าฟอสซิลไก่พวกนั้นไม่มีทางได้รสแบบนี้หรอก
เชื่อผมเต๊อะ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 4 ตุลาคม 2549 23:52:09 น.  

 


หน้าตาเจ้าของบ้านใน profile ดูกวนโอ๊ย ดีเนอะ

คงจะวาดออกมาได้เหมือนมากที่สุดแล้วล่ะเนี่ย

ใช่ปะ

อิอิ

เออ..จริงด้วย ไก่ทอดทุกที่ก็ต้องหมักหมดแหล่ะ
นี่แหล่ะ แม่บ้านสมัยใหม่
ซื้อกินอยู่บ่อยๆ ยังจาถามอะไรไม่เข้าท่า...เนอะ

นึกว่าหากใหญ่จะหมักอะไรพิเศษกว่าที่อื่นๆ งัยล่ะ
(เฉไปเรื่อยแหล่ะ เรา อิอิ)

 

โดย: s (sunny-low ) 8 ตุลาคม 2549 18:41:18 น.  

 


ที่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์บางกะปิ ปากทางเข้าตลาดหลังแฮปปี้แลนด์
มีไก่ทอดรถเข็นอยู่คันนึง เขียนป้ายห้อยติดว่า "ไก่ทอดคอหงส์"
ผมเลยไปถามว่า "พี่ ตกลงที่พี่ทอดอยู่นี่ คอไก่หรือคอหงส์"
คนขายตอบว่า "ก็คอไก่นี่แหละ แต่ผมเป็นคนคอหงส์"

"อ๋อ คอหงส์หาดใหญ่ใช่ป่าวพี่" ผมถาม
"ป่าว คอหงส์กรุงเทพนี่แหละ ผมคอหงส์ทอง"

ผม "......???"

 

โดย: noha' IP: 124.120.175.98 12 ตุลาคม 2549 9:27:48 น.  

 

คนเป็นเก๊าท์อย่ากินหงส์ทอง (หรือหงษ์ทองหว่า ไม่แน่ใจ) นะครับ

เดี๋ยวอาการกำเริบ

เพราะหงส์เป็นสัตว์ปีก


อิอิ


 

โดย: ปะหล่อง IP: 58.137.30.254 12 ตุลาคม 2549 9:37:34 น.  

 

หูยย... น้ำยายไหย๋ อิอิ

โคม คนตรังเรียก พุ่น บ้านผมเรียกเหมือนสงขลา

แมงกว่าง ที่บ้านเรียก ฉูฉี

ถ้ามี สามเขา เรียก วัวดิน

 

โดย: Lasip (LASIP ) 14 ตุลาคม 2549 14:41:36 น.  

 

อยากลองกิน "ปลาท่องเที่ยว" ดูมั่งแล้วอ่ะน้า....

 

โดย: ดาริกามณี IP: 125.24.171.99 25 ตุลาคม 2549 0:03:56 น.  

 


ลุงหัวใจฯ เบื่อลุง เอ๊ย เบื่อชมตลาดแล้วน่ะ

พาไปชมอย่างอื่นของหาดใหญ่หรือของสงขลาบ้างดิ

เช่นสถานที่ท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน

อะไรประมาณนี้น่ะ

เผื่อหลงไปอยู่ เอ๊ย หลงไปเที่ยว

อิอิ

 

โดย: sunny-low (sunny-low ) 28 ตุลาคม 2549 7:04:07 น.  

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด..... ฉายยยยยยยยยย......เล๊ยยยยยย ฉายยยยยยแล้วววววววว.......ฉายยยยยยยยจริง ๆ ด้วย.... ((((ก็คือ โคดจะใช่นะล่ะค่ะ... อิอิ))))

ปลาตัวจุด ๆ ๆ นี่เลยค่ะ ปลาขี้ตัง..... เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นตัวเป็น ๆ มาเมื่อ 3 วันก่อนเองค่ะ.... มีชาวเลเอามาขายสด ๆ ให้หน้าหาดเลยค่ะ...... โลละ 80 บาท.... แพงเน๊อ .... แพงไม๊คะ....

เห็นแล้วก็หวั่น ๆ เอ๊.... มันจะกินได้เร๊ออออ.... เกิดมาเพิ่งเคยพบเคนเห็น..... เหอ ๆ.....

ซื้อมาแล้วก็วานคนข้างบ้านทำให้..... แล้วก็เอาไปทอดกระเทียมพริกไทย.... เนื้อแห้งงงงง เหลือตัวหิ๊ดดดดดเดียว..... กินไม่ได้แร่งอ๊กกกกเล๊ยยยย....
...................................................................

แบบว่า มันสวยดีนะคะ น่าเอามาใส่ตู้ ไว้ดูเล่นมากก่า.... 555555555555
....................................................................

คุณลุงหัวใจสบายดีไม๊คะ..... คิดถึงมากมายก่ายกอง ไม่ได้แวะมาปราศัยด้วยนานเลยค่ะ....

พอดีวุ่นวายกะการทำร้านใหม่ค่ะ..... ตอนนี้หรอยยยยแล้วค่ะ.....

ว่าง ๆ อย่าลืมแวะมาเที่ยว... มาดำน้ำที่กระบี่นะคะ.... รอ.... ร๊ออออออ.....รอ..... ค่ะ



แล้วจะมาอีกนะคะ..... ตอนนี้เปิดร้านเน็ตเองแล้วด้วยค่ะ.... แบบว่าหมันไส้ อดเล่นมาซะนาน เปิดร้านเองซะให้รู้แล้วววว รู้รอดดดดด... ฮิ๊ววววว.... หรอย ๆ

 

โดย: largeface 18 พฤศจิกายน 2549 20:35:05 น.  

 

คุณรัตน์นี่สไตล์หวือหวาจริงๆ แฮะ

อิ อิ


ไอ้ปลาขี้ตังน่ะ
เอาไปทอดก็เสียของสิครับ
แหม

แกงส้มหรือต้มส้มอย่างผมว่าน่ะดีแล้ว
เอาไปใส่ตู้ดูเล่นนั้นอย่าเลย
ทรมานออก

อืม
ความจริงไปกระบี่บ่อยเหมือนกันนะครับ
เมื่อเทียบกับที่อื่น

อิ อิ อิ

ความจริงไม่กี่ครั้งหรอก
แต่ความที่ไม่ค่อยได้ไปไหนก็เลยเรียกจำนวนที่เคยไปกระบี่ว่า "บ่อย"

เป็นเจ้าของร้านเน็ตแล้ว
ก็คงเล่นได้มันส์ หยั่งที่ว่าแหละ

ถ้าได้ไปกระบี่อีกจะย่องไปแอบดู
ไม่ให้รู้ว่าป็นใคร

เอ.....


แล้วจะรู้ได้ไงละครับว่าร้านไหน อยู่ตรงไหน.....

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 28 พฤศจิกายน 2549 0:02:30 น.  

 

When i see your picture i so miss thailand!!

 

โดย: thaigirl21 17 มิถุนายน 2550 3:49:26 น.  

 

มาเจอโดยบังเอิญ เพราะไปค้นหาภาพ เหรียง
แล้วได้มาอ่านเจอเรื่องราวดีๆ โดยเฉพาะผักพื้นบ้านของภาคใต้
เด็กนครอย่างผม ขออนุญาต นำไปเผยแพร่ต่อ นะครับ
ที่กระทู้มากินผักพื้นบ้าน
//www.arunsawat.com/board/index.php?topic=3571.40
และได้ข้อมูลคุณค่าผักพื้นบ้านภาคใต้ จากพันทิปด้วย
..
ขอบคุณมากครับ

 

โดย: นายท้ายเรือ IP: 202.149.98.42 17 กรกฎาคม 2550 7:33:26 น.  

 

 

โดย: ร่รร่ IP: 203.113.17.173 18 ธันวาคม 2550 10:24:46 น.  

 

ผมอยากไห้มีรูปปลากล่องลายจุดหลายๆรูป
รูปปลามีแค่นี่เองไม่มีรูปอื่นอีกหลอครับ

 

โดย: เด็กไม่มีเงิน IP: 58.9.102.197 1 กันยายน 2551 12:00:17 น.  

 

แวะมาเจอ blog นี้โดยบังเอิญ เพราะเรา search คำว่า ปลาท่องเที่ยว แค่อยากรู้ว่าจะมีรูปอยู่ใน เน็ตบ้างมั๊ย แล้วก้อมาเจอ สุดยอด อ่านไปคิดถึงบ้านไป เพราะเราก้อคนนึงที่บ้านอยู่สงขลา ตลาดแถวบ้านเราไม่ต่างกันที่ผู้เขียน เขียนซักเที่ไรนัก ยิ่งทำให้เป็นห่วงที่บ้านเพพราะตอนนี้ แถวๆๆบ้านน้ำเริ่มท่วมกันบ้างแร้ว ขอบคุณนะคะ

 

โดย: [ v _ h v @ n ] IP: 58.9.33.238 1 ธันวาคม 2551 12:22:31 น.  

 

ดอ

 

โดย: ผผผผ IP: 203.172.167.225 15 สิงหาคม 2552 13:31:13 น.  

 

ค้นจากกูเกิ้ลหาลูกเนียงนก ขอชมว่าท่านฝีมือจริง ๆ ในเรื่องทำอาหาร ถ้าเปิดร้านอาหารใต้จะรวยอื้อเลยล่ะท่าน

 

โดย: เด็กเกาะงัน IP: 114.128.213.62 1 กันยายน 2552 9:06:17 น.  

 

อยากไปตลาดดดดดดดดด............จางงงงงงงงเยยยยยยยยยย..อ่า

 

โดย: Katoon.. IP: 61.90.110.66 1 กันยายน 2552 19:43:09 น.  

 

บล็อกค้างปียังอุตส่าห์มีคนเข้าอีก


ขอบคุณครับที่แวะมาอ่านกัน



อ่านไปแล้วก็อย่าเชื่อมากนะครับ
ผมเขียนแบบใช้ข้อมูลและความรู้สึกส่วนตัว
ไม่ได้เป็นมาตรฐานคนใต้พื้นบ้านภาคใต้จริงๆ
เพราะตัวผมเองเป็นประเภท "คนเมืองก็มิใช่ - คนไพรก็มิเชิง"
ถ้าต้องการอะไรที่จะไปอ้างอิงได้จริงๆ คงต้องไปค้นคว้าเพิ่มเติมเอาตามอัธยาศัย
ครับผม


ส่วนท่านที่ใช้เครื่องเลข IP: 203.172.167.225 นั้น



ถ้าท่านเป็นเพื่อนสนิทผมละก็


ผมถือว่านั่นเป็นคำชมนะครับ.....หึ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 11 กันยายน 2552 1:02:55 น.  

 

ตลาดนัดเกาะหมี

 

โดย: ไปบ่อย IP: 58.136.8.45 13 พฤศจิกายน 2552 17:44:55 น.  

 

สุดยอดเลย คิดได้งัยเนี่ย เมียวคือปลาท่องท่าน
คนคอน อย่างเราอ่านเมนูขอคุณแล้ว น้ำลายไหลเยย
โดยเฉพาะแม่ช่อมาลีเนี่ย โคตะระชอบเลย
หากินได้จากไหนบ้างส่งข่าวหน่อย

 

โดย: พี่ลูกโหนด-น้องถั่วเขียว IP: 61.7.188.238 18 พฤศจิกายน 2552 16:18:33 น.  

 

คุณไปบ่อย

ตลาดนัดเกาะหมีอยู่ถนนกาญนวณิชย์
ช่วงจุดเชื่อมกาญจนาราเมศวร์


ตลาดนี้อยู่ลพบุรีราเมศวร์ อะครับ




คุณพี่ลูกโหนด - น้องถั่วเขียว

อยู่ที่ไหนละครับ
แถวหาดใหญ่ - สงขลา หากินได้หลายที่อยู่
สอดส่ายสายตาสองข้างทางถนนสายเอเชีย ช่วงหาดใหญ่ - พัทลุง นี่น่าจะได้เลย

อ้อ

มีร้านนึงที่ อ.รัตภูมิ

จากหาดใหญ่ไปรัตภูมิทางถนนเพชรเกษม
ถึงแยกท่าชะมวง เลี้ยวซ้าย
เล็งซ้ายมือเอาไว้
ร้านสุดท้ายซ้ายมือน่ะ

นึกชื่อไม่ออก
แต่ใช้ได้เลยทั้งลาบ ต้มแซบ
ไปจนถึงช่อมาลี

ประมาณนั้นครับ

 

โดย: หัวใจไข้ขึ้น 9 ธันวาคม 2552 17:13:24 น.  

 

ไม่แน่ใจว่าจะเปิดมาดูอีกมั้ย แต่ขอบคุณพีมากนะ ที่ทำไว้ให้อ่านให้หัวใจคนแก่ได้ชุ่มชื่น เดี๋ยวนี้ปลาขี้ตังหากินยากมาก เค้าส่งขายร้านอาหารกันหมด

 

โดย: ออย IP: 222.123.141.215 30 มิถุนายน 2553 19:46:47 น.  

 

เมื้อก่อนปลาที่ พี่เอามาลงบ้านผมมีมากมายครับ แต่เดี๋ยวนี้มันหมดลงไปทุกวัน ๆ ครับ เพราะประตูระบายน้ำ//kronparkphanang.blogspot.com/

 

โดย: อาบู IP: 1.46.154.221 24 ตุลาคม 2553 22:09:44 น.  

 

ตลาดเกาะหมีใช่ปะ

 

โดย: หหหหหหหหหหหห IP: 58.137.12.74 20 ธันวาคม 2553 16:20:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.