เวียงแว่นฟ้า - เดินตามรอยกรรม
 
มิถุนายน 2563
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
10 มิถุนายน 2563

1. ผู้ประกอบการคือใคร

คำว่าผู้ประกอบการหมายถึงใครก็ได้ ที่บริหารกิจการและเป็นผู้รับผิดชอบ ในความเสี่ยงและผลรางวัลที่เกิดจากความกล้าได้กล้าเสียนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเวลารุดหน้าไป ความหมายของคำว่าผู้ประกอบการนี้ก็กว้างขวางมากขึ้นกว่าเมื่อตอนเริ่มต้น และปัจจุบันนี้กลายเป็นคำเหมาะสมที่จะใช้อธิบายถึงคุณลักษณะพิเศษของนักธุรกิจผู้สร้างความเจริญเติบโตให้แก่ธุรกิจที่เขาบริหาร

นี่คือการแยกแยะบริษัทของผู้ประกอบการ ออกจากร้านค้าเล็กๆที่ดำเนินงานโดยอาม่ากับอาปาผู้เป็นจ้าของ และไม่สนใจที่จะขยายกิจการออกไปเกินกว่าธุรกิจในร้านดั้งเดิมของเขา คนเหล่านี้มีความพอใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่ และไม่มีความทะเยอทะยานที่จะขยายตัวออกไป

ในขณะที่ผู้ประกอบการเป็นปัจเจกชนคนธรรมดา ที่มีความทะเยอทะยาน เต็มไปด้วยพลัง และใช้พลังที่มีอยู่มากมายนี้ก่อร่างสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา ความหลงใหลในการทำธุรกิจของเขามองเห็นได้โดยไม่ผิดพลาด คุณจะสัมผัสพลังของเขาได้แม้ในอากาศ ผู้ประกอบการเชื่อเรื่องโชค แต่ไม่ได้นั่งคอยโชคให้หล่นลงมาแทบเท้า เขาทำงานหนักเพราะเชื่อว่าการทำงานหนักจะนำโชคดีมาให้แม้ว่าผู้ประกอบการจะชอบเสี่ยงแต่เขาก็ไม่ใช่นักเลงการพนัน เขารู้จักธุรกิจของเขาและแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้องดีพอที่จะกล้าเสี่ยง ถ้าเขาตัดสินใจผิดพลาดและรู้ตัวภายหลัง เขาก็จะกล้ำกลืนศักดิ์ศรีเอาไว้ แล้วเปลี่ยนการตัดสินใจเสียใหม่ตามความจำเป็น ถ้าหกล้มเขาก็จะรีบลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินต่อไป

ผู้ประกอบการพยายามแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำตลาด เขาไม่ต้องการเป็นผู้ตาม เขารู้ดีว่าธุรกิจของเขาขึ้นอยู่กับลูกค้า เขาจึงทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เลูกค้าของเขาพอใจ เขาปฏิบัติต่อคู่แข่งทุกคนของเขาอย่างให้เกียรติ แต่เขาก็ประสาทกินในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่ง เพียงแต่คิดเรื่องนี้เท่านั้นเขาก็รีบทำงานอย่างหัวปักหัวปำหนักกว่าเก่าแล้ว เมื่อยามเผชิญกับวิกฤติผู้ประกอบการก็จะจบมันลงอย่างรวดเร็ว แล้วมองหาโอกาสใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในยามวิกฤติ เขารู้ดีว่าโลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจของเขาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางไปสู่การทำธุรกิจส่วนตัวนี้ ไม่ได้ปูลาดด้วยทองคำหรือเพชรพลอย และก็ไม่ได้สว่างไสวเจิดจ้าประจักษ์ตาสาธารณชนชวนให้หลงใหล เส้นทางแท้จริงเต็มไปด้วยก้อนหินและความขรุขระ เส้นทางที่มักจะขาดหายไปบ่อยๆ มีหนองน้ำซึ่งเต็มไปด้วยภยันตรายซ่อนรออยู่เบื้องหน้า แถมยังเป็นเส้นทางที่แสนเปล่าเปลี่ยว เพราะจะมีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะเดินไปบนถนนสายเดียวกันกับคุณ และมีหลายครั้งที่คุณจะพบตัวเองโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่บนเส้นทางสายนั้น..เพียงลำพัง

ผู้ประกอบการทุกคนล้วนมีเรื่องราวมากมายที่น่าสลดหดหู่ หลายคนเริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ แล้วจู่ๆ ความฝันนั้นก็สลายลงไปต่อหน้าต่อตา สูญสิ้นหมดทุกอย่าง สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงความหลงใหลในธุรกิจ และความเชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้น แล้วเขาก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยเงินเพียงเล็กน้อยที่พอจะมีเหลือเก็บอยู่บ้าง มุ่งหน้าเดินต่อไปบนเส้นทางสายเดิมที่มืดครึ้ม ดาระดาษด้วยเศษแก้วแตก ด้วยเท้าที่เปล่าเปลือย

นี่คือช่วงเวลาที่เป็นจริง ช่วงเวลาที่ใครคนหนึ่งไม่แน่ใจว่าเขามีสิ่งที่จะช่วยให้บากบั่น วิ่งต่อไปอีกเป็นระยะทางไกลยิ่งขึ้น เพื่อสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยไม่หวั่นต่อความได้เปรียบของผู้อื่นหรือไม่ สิ่งนี้คือธรรมชาติที่ไม่ยอมแพ้ของผู้ประกอบการ แม้เมื่อการเดินทางลำบากยากเข็ญขึ้น เขาก็ยังผลักดันตัวเองต่อไปด้วยพลังจากภายใน

เมื่อมาถึงจุดนี้ ผู้ประกอบการได้เปลี่ยนความกังวลและความรักในศักดิ์ศรีของตัวเอง มาเป็นความเชื่อมั่นในตัวเอง และมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้ทำงานอย่างหนัก แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเขาจะต้องทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น เขาจะต้องทำให้ธุรกิจของเขาเดินไปให้ได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เพราะต่อแต่นี้ไม่มีอีกแล้ว...เงินที่เก็บสะสมเอาไว้ ถ้าไม่ทำก็ตาย

ขอต้อนรับเข้าสู่ดินแดนแสนหฤโหดของผู้ประกอบการ!!!!

==============================================================================

ทิ้งศักดิ์ศรีเอาไว้ที่บ้าน


ผู้ประกอบการอาจมีที่มาจากที่ต่างๆหลากหลายกัน พวกแรกคือพวกที่ไม่ประสบความสำเร็จที่โรงเรียนและจบลงด้วยการทำงานเป็นลูกจ้าง รับค่าแรงในอัตราต่ำ เมื่อตระหนักว่าไม่มีอะไรจะสูญเสียมากนัก คนพวกนี้จะกล้าเสี่ยงลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง พวกเขาไม่อายที่จะอ้อนวอนของานหรือนั่งรถประจำทางไปทำงาน เพราะเป็นสิ่งที่เคยทำเป็นประจำอยู่แล้วสมัยที่เป็นลูกจ้าง

การเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเองเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส และเนื่องจากไม่มีใครรู้จักทั้งตัวคุณและกิจการของคุณมาก่อน คุณจึงจำเป็นที่จะต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อให้ได้งานมาป้อนกิจการของคุณ คุณต้องพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณกระหายอยากได้งานนั้นเพียงไร และคุณจะทำทุกอย่างเพื่อส่งมอบงานนั้นให้ทันกำหนดเวลาตามที่ได้ตกลงกันไว้ นอกจากที่กล่าวมานี้แล้ว ด้วยเหตุที่ธุรกิจของคุณเพิ่งก่อตั้ง ซึ่งไม่เหมือนบริษัทอื่นๆที่ตั้งมานานแล้ว งานที่คุณได้รับมาอาจจะเป็นงานเพียงชิ้นเดียวที่คุณมี ซึ่งถ้าขาดงานชิ้นนี้ไปคุณก็อาจจะไม่สามารถอยู่รอดได้ นี่คือความกระหายงานซึ่งจะเกิดขึ้นกับบริษัทหรือธุรกิจที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา

ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการศึกษามากนักและพวกที่ไต่เต้าขึ้นมาจากบันไดขั้นต่ำสุด จะสามารถเข้าใจความกระหายดังกล่าวนี้ได้ดี เพราะต้องเผชิญอยู่กับมันทุกวี่วัน เงินที่หาได้ในสมัยที่ผ่านมาแทบจะไม่พอเลี้ยงครอบครัว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หาได้และเก็บออมไว้ หมดไปกับสมาชิกตัวน้อยๆในครอบครัว คำว่าศักดิ์ศรีแทบจะไม่เป็นที่รู้จักในครอบครัวของคนพวกนี้ ความอยู่รอดต่างหากที่มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

เมื่อเข้าสู่แวดวงธุรกิจ คนพวกนี้จะใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด ถ้าจำเป็นต้องเดินไปยังที่ทำงานเขาก็พร้อมจะเดิน ถ้าต้องไปยืนแจกใบปลิวโปรโมทกิจการของเขาในที่สาธารณะด้วยตัวเอง เขาก็จะทำทันทีโดยไม่รีรอ คนเหล่านี้มีสัญชาติญาณของการเอาตัวรอดสูงนับตั้งแต่ตอนแรกที่เข้าสู่ธุรกิจ

กลุ่มต่อไปคือพวกที่เรียนจบระดับปริญญา สมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเขาจะได้รับการปลูกฝัง ว่าเป็นพวกหัวกะทิที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป เขาได้รับการกระตุ้นเน้นเรื่องศักดิ์ศรีโดยอัตโนมัติตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ และความรู้สึกเกี่ยวกับศักดิ์ศรีนี้ก็จะยิ่งขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่ผ่านไป จนถึงสู่จุดสูงสุดในวันรับปริญญาที่เขาสวมเสื้อครุยประกาศชัยชนะ ว่ามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

ศักดิ์ศรีดังกล่าวนั้นจะยิ่งขยายตัวใหญ่มากขึ้นต่อไปเมื่อเขาได้งานในระดับผู้บริหาร ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่มีประสบการณ์อะไรเลย หรืออาจจะมีบ้างเพียงเล็กน้อย แต่นายจ้างก็อาจจะมองข้ามไปแล้วจ้างเขาเข้าทำงาน โดยวัดความสามารถจากปริญญาบัตรของเขา ซึ่งทำให้เขารู้สึกราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ และเริ่มเชื่อสิ่งที่พ่อแม่เคยพร่ำบอกเขามาตลอดว่า ปริญญาจะนำมาซึ่งหลักประกันชั่วชีวิต

เขาล่องลอยอยู่บนสวรรค์ชั้นเจ็ดได้เพียงสองสามปี เขาขับรถไปทำงานทุกวัน ซื้อบ้านหลังแรก พวกลูกน้องของเขาล้วนเป็นคนอายุมากกว่าเขาสองเท่าและไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ชีวิตช่างเต็มไปด้วยความสวยงาม แต่แล้วเขาก็เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนร่วมงานบางคนที่ขี่รถจากัวร์ และพำนักอาศัยอยู่ในตึกหลังใหญ่

เขาไม่ได้นำข้อเท็จจริงที่ว่าเพื่อนร่วมงานคนนั้นต้องกู้เงินก้อนใหญ่เพื่อความหรูหราดังกล่าวมาคิด เรื่องสำคัญคือเขารู้สึกน้อยหน้า ตอนนี้เรื่องศักดิ์ศรีเข้ามาบงการชีวิตของเขาแล้ว เขาเข้าไปขอพบเจ้านายเพื่อสอบถามเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง และได้รับคำบอกกล่าวว่ายังไม่ถึงเวลาที่เขาจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง เขารู้สึกผิดหวังและเริ่มมองหางานใหม่ที่จะให้ผลตอบแทนสูงกว่า และถ้าเขาหางานใหม่ได้เขาก็คงจะลาออกไปทำงานที่ใหม่ เขาคงจะพอใจกับงานใหม่ที่ช่วยกู้ศักดิ์ศรีเขาเอาไว้---อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานั้นเท่านั้น

สักวันหนึ่งหลังจากนั้นบทบาทดังกล่าวของเขาก็จะถูกงัดออกมาแสดงซ้ำอีก และตอนนี้เขาอาจจะหางานที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเดิมไม่ได้ ในขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานคนใดคนหนึ่งอาจจะกำลังทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งมีทีท่าว่าจะไปได้สวย ศักดิ์ศรีแล่นพล่านขึ้นมาอีกแล้วและบงการให้เขากระโดดโลดแล่น ราวกับหนูนักวีงออกจากบริษัทที่ทำงานอยู่ลงสู่อาณาจักรของผู้ประกอบการ

แล้วเขาก็แทบช็อคทันทีที่พบตัวเองในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ในอดีตสมัยที่ทำงานอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ เขาสามารถที่จะติดต่อประสานงานกับใครต่อใครได้อย่างสะดวกง่ายดาย แต่ตอนนี้เขาพบว่าแม้แต่จะขอนัดพบกับผู้ที่เขาหวังจะได้เป็นลูกค้าก็แทบเป็นไปไม่ได้ พวกหุ้นส่วนธุรกิจเก่าๆสมัยอยู่บริษัทต่างก็ปฏิเสธอย่างสุภาพที่จะช่วยเหลือเขา โดยอ้างเหตุผลว่าตอนนี้อยู่ต่างบริษัทกันแล้ว
เขาผิดหวังอย่างแรงและพยายามหาเงินทุนจากเงินกู้นอกระบบ แต่คำตอบที่เขาได้รับคือเขาต้องพิสูจน์ความสามารถของตัวเองด้วยการหาลูกค้าให้ได้เสียก่อน ในที่สุดเขาต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่

เมื่อวันเวลาผ่านไปเงินออมของเขาก็หดหายไปเรื่อยๆ ความบีบคั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นถ้าเขามีหนี้ค่ารถ ค่าบ้าน และอาจจะมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู ตอนนี้เขามีทางเลือกว่าจะยอมแพ้ยกธงขาวหรือถลำลึกต่อไป ถ้าเลือกวิธีหลังเขาก็จะยิ่งจมดิ่งมากยิ่งขึ้น เพราะเขาอาจต้องขายรถ ขายบ้าน รวมทั้งลดมาตรฐานความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ต่ำลงไปอีก

จากการที่เคยขับรถไปทำงานทุกวันหลังเรียนจบ และรู้ว่าทุกวันนี้พวกเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันมายังใช้รถส่วนตัวกันอยู่ ในขณะที่ตัวเขาเองต้องใช้รถสาธารณะกระทบศักดิ์ศรีของเขา ที่สะสมมาตั้งแต่สมัยอยู่มหาวิทยาลัยอย่างแรง ศักดิ์ศรีดังกล่าวยิ่งถูกทิ่มแทงมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องพบลูกค้าบนรถเมล์ หรือเผชิญหน้ากับลูกน้องเก่าที่เคยทำงานด้วยกันมา ความกลัวที่จะต้องพบหน้าคนรู้จักบนรถเมล์ยิ่งทำให้เขาหวาดวิตกหนักขึ้นไปอีกทุกครั้งที่ต้องขึ้นรถประจำทาง

เขารู้ดีว่าแม้เขาจะยอมขายรถส่วนตัวไป ก็จะช่วยให้กิจการของเขายืดอายุออกไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขายังจำเป็นต้องแสวงหาลูกค้าให้ได้ต่อไป ไม่มีใครยอมเสียเวลาให้เขาเข้าพบ เมื่อเวลาผ่านไปเขาจะตระหนักได้เองว่าเขาจะต้องบากบั่นต่อไปและกล้ำกลืนเก็บศักดิ์ศรีเอาไว้ เขาจะต้องเข้าไปขอพบผู้ที่เขาต้องการให้เป็นลูกค้าที่ออฟฟิศของเขาโดยไม่ต้องนัดหมาย และยอมรอไม่ว่าจะใช้เวลานานเพียงไรก็ตาม แม้จะไม่มีหลักประกันใดใดว่าจะมีโอกาสได้เข้าพบ

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าความกระหายหิวของผู้ประกอบการที่เชื่อมั่นในตัวเอง ในผลิตภัณฑ์หรือบริการของเขา และถ้ามีโอกาสได้เข้าพบผู้ที่เขาคาดหวังจะได้เป็นลูกค้า ความปรารถนาของเขาก็จะมีโอกาสได้แสดงออกมาให้ลูกค้าดังกล่าวนี้ ซึ่งก็เคยสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยตัวเองมาก่อนได้เห็น และให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ฝีมือ

ความกระหายหิวและพันธะสัญญาเป็นเรื่องจริงที่สำคัญต่อการเริ่มต้นธุรกิจ นักธุรกิจแต่ละคนล้วนมีเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงก่อตั้งกิจการที่จะบอกเล่าให้เราได้รับรู้ ซึ่งส่วนใหญ่มีแก่นสารสาระที่เหมือนกัน พวกเขาบากบั่นต่อสู้จนถึงวันโชคดีที่ใครสักคนหนึ่งหยิบยื่นโอกาสให้ เมื่อเขาได้งานชิ้นใหญ่มาการดิ้นรนหางานในช่วงเริ่มต้นก็กลายเป็นอดีตไป แต่ก่อนที่โอกาสดังกล่าวจะมาถึงพวกเขาต้องบากบั่นดิ้นรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจเกิดได้ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ก็ตาม

ในช่วงการดิ้นรนที่ยากลำบากนี้ คนพวกนี้ยอมขึ้นรถประจำทางไปทำงาน ยืนแจกใบปลิวโฆษณาตามที่สาธารณะ แล้วก็ไปนั่งคอยขอเข้าพบลูกค้าโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า

ถ้าคุณต้องการลองลิ้มรสชาติของการประกอบธุรกิจ ขอแนะนำให้คุณจอดรถทิ้งไว้ที่บ้านแล้วขึ้นรถเมล์ไปทำงาน เมื่อไรก็ตามที่ผมพูดเช่นนี้คนส่วนมากจะพยายามอธิบายให้ผมฟังว่าเขามีเหตุผลอื่นที่ไม่สามารถทำตามคำแนะนำของผมได้ หลายคนบอกผมว่าเขาเป็นนักการตลาดที่จำเป็นต้องใช้รถบยตร์ในการไปติดต่อลูกค้าซึ่งบางคนอยู่ไกลมาก หรือเขาอาจจะได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากลูกค้าระดับสูงบางคนถ้าเขาขึ้นรถเมล์

ผมบอกเขาว่าผมเองก็ทำงานด้านการตลาดและต้องเดินทางไปที่ไกลๆ แต่ผมใช้แท็กซี่แทนรถส่วนตัว ส่วนเรืองการดูถูกดูหมิ่นจากพวกลูกค้าใหญ่ๆผมมีประสบการณ์ว่าพวกเขารู้สึกประทับใจมาก ที่ผมเดินทางไปพบเขาด้วยรถสาธารณะโดยไม่รู้สึกอับอายขายหน้าแต่อย่างไร หลายครั้งเขาให้คนขับรถของเขาพาผมไปส่งบ้าน ลูกค้าประเภทนี้หลายคนปัจจุบันกลายมาเป็นเพื่อนซี้ของผม ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเคยเดินเส้นทางสายเดียวกับผมมาก่อนจึงเข้าใจสภาพของผมได้ดี

การใช้รถสาธารณะไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือมันเป็นสัญญลักษณ์บ่งบอกถึงความเจียมตัว ความสามารถที่จะจมตัวลงและกล้ำกลืนเก็บศักดิ์ศรีเอาไว้ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ



Education Blog

 


Create Date : 10 มิถุนายน 2563
Last Update : 10 มิถุนายน 2563 23:37:17 น. 3 comments
Counter : 126 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณnewyorknurse, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณหอมกร


 
เห็นล็อกอ้นที่บ้านรีบวิ่งมาเลยค่ะ
ดีใจที่กลับมาเขียนนะคะ หายไปนานมากเลย
ขอจองที่ไว้ก่อน ทำกับข้าวแล้วกลับมาอ่านค่ะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 12 มิถุนายน 2563 เวลา:17:08:44 น.  

 
เห็นชื่อ คุ้น ๆ ใช่แล้ว.. ไม่ได้เจอกันพักใหญ่..

เมื่อก่อนผมก็อยู่ในแวดวง การค้าชนิดต่าง ๆ เป็นลูกจ้างเขา
นะครับ ดูแลเรื่องภาษี

แวะเข้าไปอ่านงานเดิม หลวงพ่อจรัญด้วยครับ.. วันก่อนผม
ก็เขียนถึงท่านครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 12 มิถุนายน 2563 เวลา:17:37:51 น.  

 
เวียงแว่นฟ้า Education Blog ดู Blog
แต่สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมยังไม่จบนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 12 มิถุนายน 2563 เวลา:22:33:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เวียงแว่นฟ้า
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




!-- Stat ทำงาน วันที่ 26 กพ 55
[Add เวียงแว่นฟ้า's blog to your web]