ปฎิรูป-ถอยอย่างไรไม่ให้ล้ม*** WHITESPACE.CO.LTD

whitespace
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เมื่อไม่มีสิ่งใดจริง จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
.....อ่านเรื่องพุทธบารมี
.....ลีลาสมเด็จพุฒาจารย์โต
.....ปฏิปัตติปุจฉาวิสัชนา-หลวงปู่มั่น

Google..
.....................พ่อของแผ่นดิน...
Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add whitespace's blog to your web]
Links
 

 

ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง




ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
อวกาศสีขาว . . .

.... ห ลั ง จ า ก เ ข้ า ม า ส น ใ จ ก า ร ทํ า เ ก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ (ก่อนจะลงมือทำจริง) เกษตรอินทรีย์ถือว่าเป็นการฟื้นฟูวิถีดั้งเดิมของชาวเกษตร ที่ถูกเทคโนโลยีนายทุนเศรษฐกิจทำลายภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยอาศัยผลผลิตที่มากกว่าเป็นตัวล่อ ให้ราคาดีเพราะต้องการผลิตผลนั้นในการอุตสาหกรรม เกษตรกรทำผลผลิตชนิดเดียวจำนวนมากเพื่อจะได้ทำรายได้มากๆ ต้องทำมากๆ เอาผลผลิตไปขายให้พ่อค้าคนกลางมากๆ ต้องซื้อปุ๋ยมาใส่มากๆ ทำให้ราคาขายถูกหั่นกำไรไปกับการลงทุน ดีไม่ดีขาดทุนย่อยยับ เพราะเสียค่าปุ๋ยค่ายาฆ่าแมลงไปจนหมด สุ ด ท้ า ย ผลกระทบระยะยาวคือวงจรธรรมชาติเสีย ดินเป็นพิษ ชาวไร่ชาวนามาถึงทางตัน หนี้สินล้นพ้นตัว พ่อค้าคนกลางรวยและรวยต่อไป

เกษตรพอเพียง พระราชดำริของในหลวงที่ชักชวนชาวเกษตรมาพึ่งตัวเองก่อน.. อาจฟังแล้วดูแปลก เพราะดูแล้ว.. เอ.. จะมีผลกำไรเลี้ยงตัวเองได้ไหม คือ เรามักจะนึกถึงการค้าขายในการนำรายได้มาเพื่อเลี้ยงชีพอยู่เสมอ.. คือหาเงินไปซื้อของมากินมาใช้ แต่ลืมคิดว่าไปว่าทำของกินของใช้เอง แบบนี้แหละไม่ต้องใช้เงิน ใช้การแลกเปลี่ยนและพึ่งพากันเหมือนชุมชนสมัยก่อน แถมไม่ต้องกังวลพวกสารเคมีสารพิษตกค้างต่างๆ อีกด้วย และที่สำคัญ ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ นี่แหละของแท้ ยั่งยืน.. ไม่ว่าโลกจะเป็นไปอย่างไร ก็จะกระทบเราน้อยลงเรื่อยๆ อยู่ให้ได้ด้วยตัวเองทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง แต่หากจะวิ่งตามโลก อยากจะมีจะเป็นจะสุขสบายด้วยวัตถุมากมาย ไม่รู้จักพอ หากวันหนึ่งโลกล้มก็ต้องยอมรับการล้มไปกับโลกด้วยเช่นกัน


เกษตรอินทรีย์ วงจรธรรมชาติเข้มแข็ง เกษตรกรทำเกษตรอุตสาหกรรมแล้วทำไมเจ๊ง ทำไมทำมากแล้วไม่รวย ขายไร่ขายนาไปเป็นกรรมกร นั่นก็เพราะวิถีทางธรรมชาติมันเสื่อมไปเพราะความโลภ หากเราไม่ทำร้ายธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะไม่ทำร้ายเรา การทำสวนทำนามากๆ ไม่รับประกันว่าจะทำให้เรารวยได้ และสิ่งที่สูญเสียไปจากการปลูกพืชชนิดเดียวการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง คือสภาพดินและสภาพแวดล้อมรอบตัวที่มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ ระบบนิเวศน์เสียศูนย์ พืชพันธุ์อ่อนแอ เหมือนคนที่กินแต่ยาบำรุงยาแก้ไข้ แต่ไม่ออกกำลังกายไม่กินอาหารที่มีประโยชน์ มันไม่มีทางแข็งแรงได้จริง

เมื่อเกิดความเข้าใจตรงนี้กับเกษตรกรที่คิดว่าการทำไร่ทำนาต้องใช้ยาใช้ปุ๋ยเคมี ว่านั่นไม่ใช่วิถีดั้งเดิม แต่วิถีดั้งเดิมนั้นเราเข้าไปเปลี่ยนแปลงมันนานจนแทบจะลืมเลือนของดั้งเดิม ทำให้มีการกลับคืนสู่วิถีธรรมชาติอย่างจริงจัง สมัยที่เราไม่มียาฆ่าแมลงไม่มีปุ๋ยเคมี เราก็ปลูกพืชผักป่าไม้ด้วยปุ๋ยธรรมชาติ อาหารการกินก็สะอาดปราศจากสารเคมี นอกจากจะปลูกพืชผักกินได้ เรายังสามารถปลูกไม้ทดแทนไว้ใช้เอง และสามารถปลูกป่าสร้างรายได้ในอนาคตได้อีกด้วย


ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ขั้นแรก (หลังแอบเข้าไปศึกษางานของอาจารย์ยักษ์) ก็คือเราจะต้องรู้เรื่องดินน้ำก่อน ต้องปรับดินปรับน้ำเพื่อการทำเกษตรให้สมบูรณ์ ถ้าดินน้ำไม่ดี ผลผลิตก็คงยากที่จะดีได้ จากนั้นจึงลงมือทำเกษตรได้ หากใครอยากมีข้าวกินเองก็ปลูกข้าว ถ้าปลูกเก่งๆ ปลูกข้าวอย่างเดียวก็เลี้ยงชีวิตได้แล้ว แต่ถ้าอยากปลูกแบบเลี้ยงตัวเองได้ทุกอย่าง ควรปลูกป่า 3 อย่างผสมผสานกัน
1 ป่ากินได้ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ประโยชน์ทำให้มีกิน เช่น การปลูกพืชผัก สวนผลไม้ สวนสมุนไพรต่างๆ
2 ป่าใช้สอย ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ประโยชน์ทำให้มีใช้ คือต้องปลูกพืชพันธุ์ที่สามารถนำมาใช้สอย ทำบ้าน ทำโรงเก็บของ หรือปลูกทดแทนพลังงานที่สูญเสียไป เป็นไม้โตเร็ว นำมาใช้งานต่างๆ
3 ป่าเศรษฐกิจ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ประโยชน์ทำให้มีรายได้ เป็นไม้เศรษฐกิจระยะยาว ไม้ป่า หรือไม้ตกแต่งที่เป็นที่นิยม สามารถนำมาประกันราคาที่ดิน หรือทำรายได้ในอนาคต
ประโยชน์อย่างสุดท้าย คือคืนธรรมชาติให้ธรรมชาติ อนุรักษ์น้ำป่า และการพึ่งพาของมนุษย์กับธรรมชาติให้ยั่งยืน

ปลูกพันธุ์ไม้แบบผสมผสานเป็นระดับลดหลั่นกัน การปลูกพืชผักพันธุ์ไม้ต่างๆ นั้น สามารถปลูกโดยการอาศัยกันและกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์คล้ายวงจรธรรมชาติในป่า ทำให้เกิดความสมบูรณ์ได้เต็มที่ จะปลูก 4 ระดับ หรือ 5 ระดับก็ได้ เช่น
ไม้ระดับสูง เช่น ตะเคียนทอง ยางนา สัก สะเดา จำปาทอง มะค่าโมง สะตอ เหรียง ฯลฯ
ไม้ระดับกลาง เช่น ไม้ผล มะม่วง มะปราง ฯลฯ กล้วย ผักหวานป่า ติ้ว พลู
ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ผักหวานบ้าน ผักป่าชนิดต่างๆ พริกไทย ย่านาง ชะพลู เสาวรส หวาย สบู่ดำ ฯลฯ
ไม้เรี่ยดิน เช่น แตงโม ฟักแฟง สะระแหน่ ผักชี ผักเสี้ยน มะเขือเทศ ฯลฯ
ไม้หัวใต้ดิน เช่น ขิงข่า ตะไคร้ ไพล กระชาย กระทือ เผือก มัน บุก กลอย ฯลฯ


ศึกษาเพิ่มเติม
.. //www.treebankthai.com/Autopage/view.asp?subjectID=16
//www.vcharkarn.com/varticle/39438




 

Create Date : 19 มีนาคม 2553
0 comments
Last Update : 19 มีนาคม 2553 12:23:11 น.
Counter : 4914 Pageviews.

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.