พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
24
25
26
27
28
30
 
 
17 พฤศจิกายน 2553
All Blog
Myanmar 13 - 15 Nov, 2010 Day 1
กลับมาจากการเดินทางไปพม่าในช่วงวันที่เค้าปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี แล้วคะ อยุ่เมืองไทยได้ข่าวสารพัดเกี่ยวกับพม่า แต่พอเข้าประเทศเค้าแล้วนั้น ไม่รู้อะไรเลยจ้า น้ำขอเริ่มจากการท่องเที่ยวตะลอนก่อนนะ ส่วนเรื่องสนามบิน ที่พัก ไกด์ รถเช่า จะมาสรุปเกร็ดเล็กๆ ให้ตอนหลังนะเจ้าคะ



น้ำกับแม่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนกลุ่มคนไทยกลุ่มนึงคะไปกัน 4 คน แถมพวกเรายังได้พักที่เดียวกันทำให้ตกลงว่าจะไปวัดโบตาทาว Botahtaung Pagoda ซึ่งมีพระเทพทันใจที่หลายๆคนอยากไปกราบไหว้คะ เพราะไม่ไกลจากที่พักเท่่าไหร่ เดินพอเหนื่อยแต่นั่งรถก็คงดีกว่า




เราเข้าไปกราบพระสารีริกธาตุกันก่อนคะ พอเดินออกมาเลี้ยวไปทางขวามือเราก็จะเจอกับเทพทันใจนะคะ



วิธีขอพรจากเทพทันใจคะ

1. เตรียมแบ็งค์เหมือนกันไว้ 2 ใบ จะ 20 บาท 100 บาท แล้วแต่เลย อ่อ จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเงินจ๊าดของพม่านะคะ เงินไทยพี่หม่องแกก็รับคะ

2. ม้วนแบ็งค์สองใบให้เป็นกรวยสามเหลี่ยมอะคะ แล้วเอามาซ้อนกัน แล้วสอดเข้าไปในมือของท่าน ข้างที่ท่านชี้หน่ะคะ

3. เอาหน้าผากเราชนกับปลายนิ้วของท่าน แต่ถ้าใครเตี้ยเหมือนแม่ดิฉันนั้นก็ให้ทำมือแบบคาราบาวคะ แล้วเอานิ้วก้อยแตะตรงปลายนิ้วท่านเอานิ้งโป้งจดที่หน้าผากตัวเองแล้วอธิฐานคะ

4. ขอทุกสิ่งอย่างที่อยากได้แล้วนะให้เอาเงินที่เราเสียบเอาไว้ 2 ใบ ดึงออกมาใบนึงคะแล้วเก็บเข้ากระเป๋า จะได้มีเงินมีทองใช้นะคะ



ทางเดินไปหาพระเทพทันใจคะ

เมื่อกี้ถ้าเราเลี้ยวขวาเมื่อออกจากโบถจะไปขอพรพระเทพทันใจแต่ถ้าเราเลี้ยวซ้ายจะเจอสิ่งนี้คะ



ด้านในประดิษฐานพระรูปนี้อยู่คะ กล่าวว่าได้คืนจากอังกฤษคะหลังจากเป็นเอกราช



สวยจิงๆ คะ

แต่ทีวัดนี้ขาดไม่ได้คือของไหว้คะแต่น้ำไม่ได้ซื้อนะอาศัยของคนอื่นเค้าถ่ายรูปมาให้ชมกันคะ



หลังจากนั้นเราก็แยกกับเพื่อนที่พัก guesthouse เดียวกันคะ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เจอพวกเค้านะคะ พรุ่งนี้เรานัดแชร์ค่ารถตู้ไป Bago หรือเมืองหงสาวดีด้วยกันคะ ขาด 4 คนพอดี ได้กลุ่มเค้ามาช่วยชีวิตไว้ไม่งั้นเงินไม่พอแน่ๆ คิคิ

พอออกจากโบตาทาว Botahtaung Pagoda เราก็เรียก Taxi คะ ที่นี่ไม่มีแอร์ รถก็จะอายุ 20 ปีขึ้นไปนะคะ



สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละคะ เก่าได้ใจดีป่ะหล่ะ

เรามุ่งหน้าสู่ Sule Pagoda ที่อยู่กลางเมืองคะ ซึ่งจิงๆ น่าจะเป็นที่สุดท้ายของวันแต่แบบว่าหลงทิศหลงทางคะ



บอกตรงๆ ว่าที่นี่ไม่เห็นมีอะไรเลยคะ ยืนถ่ายรูปข้างนอกก็พอไม่ต้องเสียเงินค่ากล้อง ค่าเข้าหรอกคะ

อ่อ ลืมบอก Botahtaung Pagoda เสียเงินค่ากล้อง 1$ และค่าเข้า 2$ นะคะ ที่ Sule Pagoda ก็เท่ากันคะ

พอดูแล้วไม่มีอะไรเลยพร้อมกับเสียดายเงิน เราก็เรียก Taxi อีกแล้วคะ แต่ก่อนจะเรียกเราก็เดินแถวๆ นั้นก่อน บอกตรงๆ ว่าอากาศร้อนและแห้งมาก น้ำก็เลยซื้อน้ำที่ร้านเล็กๆ ข้างทางคะ คนขายแทบพูดกันไม่รู้เรื่อง ก๊าก ๆๆ คงนึกว่าน้ำเป็นพม่าๆ ใส่มาเป็นชุดเลยทีเดียว

เราซื้อน้ำเค้าคะ แล้วก็ถามว่าวัดพระตาหวานที่น้ำอยากไปมากกกกกกกก อยู่ตรงไหนกะเจ้า แต่น้องผู้หญิงขายน้ำไม่รู้คะ แต่ดีตรงที่แกตะโกนถามคนที่อยู่หลังร้านให้ แม่เจ้า ถ้ามาเดินข้างถนนบ้านฉันจะนึกว่าเป็นคนบ้า ใส่โสร่ง ตัวดำๆ ไม่ใส่เสื้อ ขี้มูกติดจมูก แต่มีน้ำใจสุดๆ ช่วยเรียก Taxi ให้ ช่วยบอก Taxi ให้ ใจดีผิดกับรูปลักษณ์จิงๆ คะ

และแล้วเราก็ถึงวัดพระตาหวานหรือ Chauk Htat Gyi Reclining Buddha Image ที่ใครๆ รู้จักกันคะ



สวยสุดๆ ไปเลยคะ เป็นที่เดียวที่น้ำอยากไปมาก แล้วก็ประทับใจมากอย่างที่คิดไว้คะ

วัดนี้ไม่เสียค่าเข้านะคะ นอกจากฝากรองเท้าและเสียค่าบริจาครองเท้าคะ แต่ว่าไม่ได้กินเงินน้ำหรอก เตรียมถุงมาหิ้ว พร้อม ก๊าก ๆๆๆ



ซูมตาหวานๆ ให้เห็นกันจะ จะ ไปเลยคะ



ที่ถ่ายเต็มตัวท่านได้ไม่ใช่ว่ากล้องเทพแต่อย่างใดนะคะ ก็ compack เล็ก ๆ น่ารักนี่แหละคะ แต่ว่าที่วัดนี้เค้ามีที่ไว้ให้เราถ่ายรูปค่า ปีนมันขึ้นไปแล้วถ่ายเลยคะ มุมสวย เริ่ดดดด

และตรงนี้แหละคะที่มีไกด์ที่พาฝรั่งมาถามว่าน้ำมาจากไหน ตอบไปอย่างมั่นใจว่า I come from Thailand โอ้ว... ประหนึ่งนางงามกันเลยทีเดียว แต่พี่ไกด์แกดันบอกว่า นึกว่าดิฉันเป็นเวียดนามหรือไม่ก็ลาว ลาวนี่พอเข้าใจแต่เวียดนามนี่เหมือนตรงไหนฟร่ะ ผิวแทนจนเขียวขนาดนี้

มีถามต่ออีกว่ามาแบบไม่มีไกด์หรอ เราก็มั่นๆ ของเราไปอีก Yes ! พี่แกทำหน้าแบบ อืม...มึงแน่ ชิ พี่ไทยก็ทำงี้กันเยอะไป เนอะ ๆ

พอออกจากพระตาหวาน Chauk Htat Gyi Reclining Buddha Image เราก็หลงแบบโง่ ๆ อีกแล้ว เพราะว่าวัดที่เราจะไปต่อนั้นอยู่เฉียงๆ คนละฟากถนนกับวัดพระตาหวาน Chauk Htat Gyi Reclining Buddha Image นี่เอง นี่คือข้อเสียของการโง่แผนที่นะคะ โปรดจำไว้

ถ้าคัยมาแวะพระตาหวานก่อน Chauk Htat Gyi Reclining Buddha Image ให้เดินออกจากซอยคะ ถึงปากซอยเลี้ยวไปทางขวา เดินไปเรื่อยๆ วัดต่อไปของเราคือวัด Koe Hta Gyi Pagoda



ด้านหน้าของวัดคะ จะเห็นเด่นเป็นสง่ามากกกกกก

แล้วเราก็ต้องเดินบันไดสูงหลายขั้นขึ้นไปที่ตัวโบถคะ ที่นี่เราต้องเสียค่าเข้า 2$ และค่ากล้อง 1$ นะคะ แต่จะบอกว่าตั้งแต่ไปมาเป็น 10 วัดของทริปนี้เจ้าหน้าที่ของที่วัดนี้น่ารักมากคะ น่ารักสุดๆ พูดจาดี เสียงหวาน ยิ้มหวาน เอิ๊ก ๆๆ อาการหลงหญิงกำเริบอีกแว้ว

พอเราได้ทำการให้กระเป๋าเงินเราเล็กลงเล็กน้อยแล้วเราก็ยิงซ้ายมือเลยคะเราก็จะเห็นกับภาพที่น่าทึ่งแบบนี้คะ



สูงใหญ่มากกกกกกกก พระที่นี่เน้นหย่ายมากกกกกกกกกกกกกกก เท่านั้นคะ

และที่นี่ก็ทำให้เราพบพี่ๆ คนไทยสองคนผู้น่ารักที่ช่วยเหลือแนะนำน้ำกับแม่คะ พี่ๆ เค้ามาที่พม่าตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคะ ไปเก็บมาหมดทุกเมืองแล้ว วันนี้เจอน้ำเนี๊ย 13 Nov แล้วนะคะ พี่ๆ เค้าจะกลับพรุ่งนี้คะ ขอบคุณมากๆ สำหรับข้อมูลและน้ำใจที่มีให้คะ เป็นอีกความประทับใจนึงที่เก็บกลับมาจากย่างกุ้งคะ

พอน้ำกับแม่ออกจากวัดนี้เราก็ดึ่งเข้าเมืองเพื่อหาของอร่อยทานตามลายแทงที่พี่ๆ ให้ไว้ คิคิ แต่ยังไม่รีวิวนะคะ จะเก็บรวบรวมไว้ในตอนอาหารทีเดียวจ้า

ในเย็นวันนั้นเราได้ทำการนัดกับพี่ Chalita หรือเรียกแบบไทยๆ ว่าเพ่ชลิตนั้นไว้ที่เรือนการะเวกหรือร้านอาหารการะเวกที่จะเป็นมื้อเย็นของพวกเราในวันนี้คะ น้ำให้พี่เค้าจองโต๊ะเผื่อให้น้ำกับแม่ด้วยเพราะน้ำอยากดูโชว์รำแบบพม่า นี่เป็นอีกสิ่งที่อยากดูมากคะ



ร้านอาหารนี้เป็นเรือลอยน้ำนะคะ แต่ว่ามัวแม่หลงความสวยรูปมานก็เลยไม่มี จิงๆ แล้วคือไปถึงน้ำสายอะคะ นัดพี่เค้า 5.30 แต่ไปถึงเกือบ 6.30 รีบแทบแย่ แต่ว่าน้ำยังไม่รีวิวอาหารเหมือนเคยนะคะ แต่จะอวดการแสดงที่ได้ดูคะ



ร้านการะเวกน่าจะเปิดประมาณใกล้ๆ 6 โมงเย็นคะ ถ้าคัยจะมาทานที่นี่ให้ทางโรงแรมจองที่ไว้ให้เลยนะคะ เพราะร้านนี้อยู่ในสวนทะเลสาบอินเลดังนั้นจึงมีการเสียค่าเข้า แต่ถ้าเรามีชื่อจองอยู่ในร้านอาหารการะเวกเราจะได้ Sticker มาติดแล้วเข้าไปด้านในได้เลยนะคะ มา Taxi จะส่งเราหน้าร้านอาหารเลยคะ



ตอนขาไปที่หาข้อมูลนั้นที่นี่บริการ Buffet นะคะ หัวละ 10$ แต่พอไปถึงราคาขึ้นคะเป็น 15$ เพราะค่าเงินพี่กันมันดันตกเอ๊า ตกเอา

ที่นี่ให้บริการน้ำเปล่า ชา กาแฟ ฟรีนะคะ แต่ถ้าอยากดื่มเบียร์พม่า โค๊กเย็น ๆ ก็ต้องจ่ายเพิ่มคะ ที่นี่ไม่มีน้ำแข็งให้นะต้องขอ

เมืองพม่าไม่นิยมน้ำแข็งคะ อยากได้ต้องขอหรือบางที่อาจไม่มีให้ขอด้วยซ้ำ ยังงงว่าทำไมแต่สันนิฐานกันเองว่า ไฟไม่พอ ก๊าก ๆๆ



สังเกตเห็นช้างมั้ยคะ การแสดงนี้เรียกเสียงได้มากที่สุด ข้างในเป็นคนคะ เหมือนเชิดสิงโต แต่ว่าทำท่าได้เหมือนมาก ได้เงินทิปติดปลายงวงไปเยอะเชียว



ขอจบการรีวิววันแรกของเมืองย่างกุ้ง พม่า ไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมาต่อวันนี้สอง ท่าทางทริปนี้จะเขียนยาว อย่าเพิ่งเบื่อจะอ่านกันนะจ๊ะ เราอยากให้ข้อมูลท่านหลังจากที่เราไปสูบข้อมูลท่านๆ มาเยอะ บ๊าย



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2553 16:59:25 น.
Counter : 1255 Pageviews.

3 comments
  
เคยแบกเป้เที่ยวพม่ามาเหมือนกันครับ เที่ยวพม่าน่าสนุก....จริงมั้ยครับ
โดย: >>> (oattao ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:22:37 น.
  
น่าสนุกมากเลยค่ะ
โดย: tulaneenidd วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:28:35 น.
  
เหมือนกันครับพึ่งไปมา สวยทุกๆ ที่เลย
โดย: รัฐ IP: 118.172.208.64 วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:14:22:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



valdes
Location :
สมุทรสาคร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]