บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
ไฟในการทำงาน

เมื่อเริ่มเข้างานใหม่ ดูเหมือนทุกคนมีไฟในการทำงานกันทั้งนั้น มันเหมือนยังมีพลังไฟเต็มเปี่ยมที่จะผลัดดันให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อยากเรียนรู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง อยากรู้ว่างานแต่ละงานนั้นเป็นอย่างไร อยากรู้ว่างานที่เชื่อมไปให้กับคนอื่นนั้น เขาทำอย่างไร เขาต้องการอะไร ทุกอย่างมันดูใหม่ สด ซึ่งทำให้เกิดไฟในการทำงาน และ อยากที่จะเรียนรู้อย่างมาก

แต่เมื่อทำงานไประดับหนึ่ง ความกระตือรือล้นในการทำงานจะเริ่ม ถดถอยลง อันเนื่องจาก ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องทำแล้ว เริ่มรู้ตารางเวลาของตนเองแล้วว่า ต้องทำอะไรบ้าง เริ่มมีเพื่อน ชวนคุย ชวนเล่น เริ่มมีกิจกรรมระหว่างกันมากขึ้น

บางครั้งโดนการกดขี่ ทำงานหนัก หักโหม เป็นปีๆ แต่ผลกลับไม่ได้ดั่งที่คาดหวัง ทำให้เกิดอาการท้อแท้กับระบบ และ เจ้านาย ซึ่งก็จะเป็นกับคนเก่งๆในองค์กร หรือ คนที่เป็นหัวใจหลักขององค์กร หากพวกเขาหมดไฟแล้ว องค์กรอาจจะอยู่ในขั้งวิกฤติได้

ยิ่งทำงานนานขึ้นเท่าใด ก็จะรู้สึกว่า งานเหล่านั้นเป็นงานที่จะต้องทำประจำ อาจจะต้องทำทุกวัน ทำทุกสัปดาห์ ทำทุกเดือน ทำทุก 3 เดือน หรือ ทำทุกปี ซึ่งงานเข้าที่เข้าทาง ใช้เวลาทำงานไม่นานหรอก งานก็ทำแต่แบบเดิมๆ งานที่ทำดูเหมือนไม่ก้าวหน้า เงินเดือนก็ขึ้นน้อย ปรับตำแหน่งก็ไม่ปรับให้ เสนองานอะไรไปเจ้านายก็ไม่ยอมทำ อยากรับคนเพิ่มเจ้านายก็ไม่ให้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ความรู้สึกที่ดีต่องาน เริ่มถดถอยลง จนคิดแต่ว่า ทำงานประจำให้เสร็จๆกันไปก็ใช้ได้แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณของการ หมดไฟในการทำงาน


คนในอดีตเปรียบเทียบ ไฟ ให้เหมือนกับ ความมุ่งมั่นในการทำงาน หรือ ความอยากที่จะทำงาน ซึ่งผมคิดว่า คนในอดีตช่างสังเกตุ และ เปรียบเทียบได้อย่างเหมาะสมมากๆ ซึ่งถ้าอยากจะสร้างไฟในการทำงานให้เกิดขึ้นแล้ว คุณควรจะมองให้เห็นสภาพความเป็นไปของไฟให้เข้าใจเสียก่อน

ธรรมชาติของไฟนั้น ตอนเรียนวิทยาศาสตร์สมัยเด็กๆ เขาบอกว่ามันมี 2 สิ่งคือ สิ่งที่ทำให้ติดไฟ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมัน เป็นต้น กับ สิ่งที่ช่วยให้ไฟติด คือ ก๊าซอ๊อกซิเจน กับ สิ่งมากระตุ้นเพื่อให้เกิดความร้อนในการเผาไหม้ด้วย ในโบราณกาล เรารู้จักจุดให้ไฟติดกันมาแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่การใช้ไม้มาปั่น ขัดสี โดยใช้สำลีเพื่อมาเป็นตัวติดไฟ และ ค่อยๆ เริ่มใช้หินไฟ มากระเทาะซึ่งกันและกัน เพื่อเกิดประกายไฟ และ ก็เริ่มมี ไม้ขีด จนมาถึง การใช้ไฟฟ้าในการจุดไฟกันแล้ว

เมื่อเข้าใจว่า ไฟ นั้นจะมีได้อย่างไร ต้องการอะไรบ้าง ผมก็จะขอเปรียบเทียบให้เข้ากับ การทำงานละกันครับ จะได้มองภาพได้ชัดว่า คนไทยโบราณมีความคิดที่ลึกซึ้ง และ เข้าใจธรรมชาติทั้งธรรมชาติของไฟ และ การทำงานได้อย่างลงตัว


หากต้องการสร้างให้เกิดไฟในการทำงาน ต้องเพิ่มเชื้อฟืนเข้าไปให้มากขึ้น นั่นหมายถึง หากคุณเริ่มหมดไฟ คุณต้องหางานอะไรใหม่ๆทำ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา การมองหาวิธีการทำงานใหม่ๆไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากจะทำมันก็มีหลักการณ์ที่จะสามารถหางานใหม่ๆทำได้ ด้วยการหาจุดบกพร่องของแต่ละจุด แล้ว หาทางกำจัดจุดบกพร่องเหล่านั้น หรือ พัฒนาจุดเหล่านั้นให้ดีมากขึ้น ลดข้อผิดพลาด เพิ่มคุณภาพของสินค้า อะไรทำนองนี้ ผมเคยเขียนตอบเพื่อนๆในห้องสีลมไว้นานแล้ว หากจะทบทวนสามารถอ่านได้ใน "ทำอย่างไรจึงจะสร้างสรรงานออกมาได้" ซึ่งมันก็เหมือนกับเราต้องหาฟืนเพื่อมาจุดไฟ เราก็ต้องหางานเพื่อมาสร้างให้ไฟในการทำงานนั้น สามารถลุดโชติช่วงขึ้นให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะสามารถ

บางคนเกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือ ลูกค้า ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ไฟในการทำงานหมดลง อย่างเช่น เบื่อเจ้านายไม่ยอมปกป้อง เพื่อนร่วมงานไม่ช่วยกันทำงานเลย หรือแม้นแต่ลูกค้าขาใหญ่ จู้จี้ขี้บ่นเปลี่ยนงานบ่อยๆ ทำให้เจ้านายตำหนิ ซึ่งสภาวะแวดล้อมไม่อำนวย ทำให้เกิดการปิดกั้นตัวเองเกิดขึ้น เมื่อมีการปิดกั้นตัวเองจากสภาวะแวดล้อมมากขึ้น จะทำให้ความรู้สึกที่อยากจะทำงานลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อตนเองและความก้าวหน้าในการทำงาน ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือ แม้นแต่ลูกค้า ก็ควรที่จะทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากที่สุด หรือ แม้นแต่เกิดการทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานด้วยแล้ว ก็ต้องไกล่เกลี่ยสิ่งต่างๆที่มันจะค้างคาใจนั้นให้ออกไปให้เร็วที่สุด โดยการพูดคุย ปรึกษา ซึ่งกันและกัน เพื่อถามเหตุและผล หรือ หาคนกลางมาไกล่เกลี่ย หรือ อย่างน้อยก็อาจจะต้องทำใจ แล้ว มองโลกในแง่ดี ให้อภัย แล้วทำตัวให้เหมือนเดิม...

บางคนก็คิดว่า ได้เงินน้อยกว่างานที่ทำให้ หรือ บางคนมีข้อข้องใจเกี่ยวกับรายได้ของตนเอง เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงาน ว่า ทำงานก็มากกว่า แล้วทำไมได้เงินน้อยกว่า ก็เป็นตัวที่ทำให้ไฟในการทำงานมอดลงไปได้เช่นกัน จนบางบริษัทฯ ต้องออกกฎห้ามไม่ให้บอกเงินเดือนกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะระดับใด อันเป็นการป้องกันความรู้สึกที่ไม่ดีที่จะตามมา แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนธรรมดาทั่วไปอยากรู้ถึงรายได้ของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งห้ามยากมาก แต่การรับรู้แล้ว ทำให้ไม่มีจิตใจในการทำงาน จะยิ่งทำให้ ผลงานของคุณนั้น ย่ำแย่ลง และ ไฟการทำงานก็จะมอดดับไปด้วยซ้ำ

การที่มีไฟ มีเชื้อไฟ ก็ต้องมีอ๊อกซิเจน ที่จะช่วยให้ไฟติด ซึ่งก็เหมือนกับ ปัญหาที่เกิดจากตัวเราเอง และ สิ่งแวดล้อมในการทำงาน ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานของเราดีขึ้น หากเราสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ดี ไม่มีการขัดแย้ง หรือ มีน้อยที่สุด ก็จะเป็นตัวขับที่ดีที่จะทำให้เราหมดไฟในการทำงานช้าลง

เมื่อถึงจุดนี้สรุปได้ว่า หากคุณต้องการเพิ่มไฟในการทำงานให้กับตัวคุณ คุณต้องหาเชื้อไฟที่จะทำให้คุณต้องใช้ความคิด ต้องใช้การเรียนรู้ หรือ หางานใหม่ๆทำ เพื่อสร้างให้คุณมีใจในการทำงานมากขึ้น และ สร้างสภาพแวดล้อมของคุณให้เหมาะสมกับการทำงานของคุณ ลดความขัดแย้ง และ สร้างให้ความคิดมุ่งอยู่กับการทำงาน จะทำให้ไฟที่คุณได้จุดขึ้นกับการทำงานใดๆนั้น สามารถอยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือ จนกว่าจะงานเสร็จสิ้น แล้ว ก็ต้องวกกลับไปหาเชือ้ไฟใหม่ๆ ซึ่งมันก็จะกลายเป็นวัฏจักรในการสร้างสรรงาน เมื่อทำอย่างนี้ ผลงานก็จะเกิดขึ้น แล้ว ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็จะมาเอง ซึ่งแน่นอน สิ่งที่ตามมากับหน้าที่ก็ย่อมหนีไม่พ้นถึงผลตอบแทนที่มากขึ้นตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ...

หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านจะสามารถสร้างไฟในการทำงานให้คงอยู่ได้ตลอดเวลานะครับ...


Create Date : 12 กันยายน 2548
Last Update : 12 กันยายน 2548 18:07:28 น. 14 comments
Counter : 1941 Pageviews.

 
แง้ ตอนนี้ไฟดับ กำลังหาทางโหมแรงไฟอยู่ค่ะ

ยากจัง




โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:21:47 น.  

 
ตอนนี้ใกล้มอดแล้วค่ะ

ปวดหัวมากๆ ด้วย
หยุดทำซะงั้นมาอ่านบล็อคดีกว่า





...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:50:58 น.  

 
เรื่องไฟในการทำงานนี่ สำหรับผมๆมักจะคิดแบบนี้นะครับ

ถ้าหากเรามีตะเกียงที่เติมน้ำมันอยู่ 2 ดวงแล้วเราก็จุดมันพร้อมๆกัน ดวงหนึ่งหมุนใส้ตะเกียงให้โผล่มาเยอะๆ เพื่อที่จะได้แสงสว่างมากๆ
ส่วนอีกดวงหนึงหมุนใส้ตะเกียงออกมาพอดี เอาเพื่อแค่ไม่ให้ไฟมันดับก็พอ แต่สามารถมีไฟอยู่ได้นาน

ถ้าให้ผมเลือกๆใช้งานแบบดวงที่ 2 นะครับ


โดย: merf1970 IP: 61.91.196.94 วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:14:54:20 น.  

 
^^แวะมาดูไฟๆ ในการทำงานมั่งอ่ะค่ะ..แบบว่าเพิ่งจาทำงานค่ะ


โดย: Mu_in_love วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:19:47:30 น.  

 
นอกจากจุดไฟโดยตัวเองแล้ว

โดยส่วนตัว คิดว่าคนที่เป็นหัวหน้ามีบทบาทอย่างยิ่งที่จะจุดไฟให้ผู้ใต้บังคับบัญชาครับ

สังเกตุพฤติกรรม ความชอบ บุคลิกของเขา มอบหมายงานในส่วนที่เหมาะสม ชี้ให้เห็นผลที่จะได้รับจากงานและชี้ให้เห็นความก้าวหน้าใช้คำพูดให้เกิดแรงจูงใจ ประเมินผลอย่างยุติธรรม และอื่นๆ


โดย: Lazy Genius วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:20:17:21 น.  

 
บางครั้งเวลาทำงานนานๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่งก็จะรู้สึกว่าเหนื่อยและเบื่อค่ะ ส่วนตัวจะแก้ปัญหานี้โดยไปเที่ยวแบบสายฟ้าแล่บ คือ อยู่ๆ ก็แพคกระเป๋าแล้วไปเลย ไปไหนก็ได้ที่ไกลจากสิ่งแวดล้อมตรงนั้น

กลับมาอีกทีสดใสเริงร่า และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ แต่ก็เศร้าที่เก็บตังค์ไม่ได้ซะที เอาไปเที่ยวหม๊ด


โดย: HappyHippo วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:23:34:45 น.  

 
แงๆๆๆๆ ทำไมไปทำงานวันแรกเราก็ไม่มีไฟแล้วอะ
จนวันนี้สามเดือนก่าๆ ไฟเพิ่งคุ
แต่เค้าจะเอาไว้ป่าวก็ไม่รู้


โดย: มีน แอนด์ มาร์ช วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:23:47:59 น.  

 
ไฟ ประกอบด้วยของที่ติดไฟ และของที่ทำให้ไฟติด แต่ที่สำคัญที่สุดคือความจำเป็นของการใช้ไฟรู้สึกจะลืมกันไป คนเราจุดไฟเพื่อควมอยู่รอด หุงอาหาร ให้ความอบอุ่น ไม่มีใครจงใจจุดไฟขึ้นมาเฉยๆ เพื่อใช้อะไรไร้สาระ

อย่างกรณีนี้ จุดไฟเพื่อความร่ำรวยของนายจ้าง โดยที่ตัวเองได้รับผลตอบแทนน้อยๆ อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับผลงานที่ทำ

คนจบมาใหม่ยังมีไฟดี เพราะมีความเปลี่ยนแปลงที่เขาคิดว่ามันคุ้มค่ากับไฟตรงนั้น เมื่อทำนานไปความคิดที่ว่ามันเริ่มไม่คุ้มก็มากขึ้นเลยหมดไฟมากกว่า

เรียกว่าไฟหมดเพราะไม่คุ้มค่าที่จะเติมเชื้อเพลิง มุมของบทความนี้ควรจะให้เจ้าของกิจการอ่านเองตอนท้อแท้มากกว่าที่จะเอาไปให้ลูกจ้างอ่านได้ เพราะความคุ้มค่าที่จะจุดไฟมันต่างกัน

แค่อีกมุมมองนึงครับ


โดย: Calaglin วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:12:16:48 น.  

 


โดย: bb IP: 210.203.171.204 วันที่: 12 เมษายน 2549 เวลา:10:15:35 น.  

 
ทำไปนาน ๆ เริ่มหมดไฟ ทำไงดีค่ะ เฮ้ออออ ใครรู้ช่วยบอกหน่อย


โดย: p p kung IP: 58.10.128.44 วันที่: 3 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:46:52 น.  

 
อยู่ตรงไหนทำหน้าที่ ณ.จุดนั้นให้ดีที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปแล้วจะได้ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดินค่ะ



โดย: ฝนตกหนัก IP: 203.209.25.229 วันที่: 10 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:05:40 น.  

 
อืมมมม...ชอบคำเปรียบเปรยดีจัง

เพียงเราเข้าใจธรรมชาติของไฟ เราก็เข้าใจในการเติมเชื้อไฟในการทำงานได้


โดย: biebie999 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:18:31 น.  

 
บางครั้งก็ไม่มีทางเลือกมากสำหรับคนจน ไฟการทำงานจึงไม่รู้จักหมด


โดย: 125 IP: 122.154.97.135 วันที่: 14 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:35:54 น.  

 
ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน รู้สึกถ้อมาก และอึดอัดตอนทำงาน


โดย: ติ๊ก IP: 124.121.238.91 วันที่: 24 กันยายน 2552 เวลา:19:30:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 205 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.