บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
ใครว่าเราทำงานที่ไม่ได้สร้างผลกำไรให้บริษัทฯ...

โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)



คนทำงาน ก็ทำงานทุ่มเทให้กับงาน มีงานมาก็ทำให้เต็มความสามารถ ทำให้งานมีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ มีงานเข้ามา ก็ทำ ทำ ทำ ให้มันเสร็จ แต่เนื่องจากบางหน่วยงาน เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้ทำกำไรให้กับบริษัทฯ ดังนั้น จะให้ไป ชูคอ เสนอหน้าอย่างไร ก็ไม่มีผล... มีคนอีกมากมายที่คิดอย่างนี้.. แต่ผมกลับคิดต่างออกไป

ขอยกตัวอย่าง แผนกจัดซื้อ เมื่อมีใบสั่งซื้อ เข้ามา ก็เริ่มจัดแจงให้ Supplier ส่งใบเสนอราคามา หาซื้อเข้ามา ไปเดินที่นั่นที่นี่บ้างเพื่อดูว่าราคาเท่าใด กว่าจะได้ของมาสักอย่างที่ทำให้ถูกใจคนสั่ง หรือ ทำให้คนสั่งพึงพอใจได้นั้น รวมทั้งราคาต้องไม่แพงมากนักมันยากแสนยาก คนสั่งบางคนก็ประเภทระบุสเป๊คมาเลยว่า ต้องเป็น IBM + Intel + … ที่ระบุมาก็คือรุ่นที่ใหญ่ที่สุด เร็วที่สุด ดีที่สุด แพงสุด ระบุมาอย่างไร หากจัดซื้อจัดหาให้อย่างนั้น ดูแล้วง่ายจะตายไป แต่หากจัดซื้อที่มีคุณภาพ จะต้องเลือกสรร พร้อมทั้ง จำกัดการใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เบื้องหลังการทำงานต่างๆเหล่านี้นั้น ประเด็นสำคัญจริงๆของบริษัทฯ คือต้องการฝ่ายจัดซื้อทำตามความต้องการของคนสั่งซื้อ หรือ เพื่อประหยัดให้กับบริษัทฯ

พื้นฐานของบริษัทฯ ทุกๆบริษัทฯ คือต้องการได้กำไรมากที่สุดจากธุรกิจ ซึ่งเมื่อมองถึงคำว่ากำไรแล้ว จะเห็นสูตรตายตัวคุ้นหูคุ้นตากัน คือ

กำไร หรือ ขาดทุน = รายได้ – ค่าใช้จ่าย


จากกำไรของบริษัทฯ ก็จะส่งผลให้ ความเป็นอยู่ของบริษัทฯดีขึ้น พนักงานก็จะมีเงินเดือน และ สวัสดิการดีขึ้น ความมั่นคงในหน้าที่การงานของพนักงานก็มีมากขึ้น มันเป็นผลย้อนกลับมาถึงพนักงานทุกคนในบริษัทฯ และเจ้าตัว “กำไร” นี่ ในความเป็นจริงแล้ว มาจากทุกๆส่วน ทุกๆแผนก ไม่ใช่ได้มาจาก ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย หรือ พนักงานตัวแทนขาย เพราะคนกลุ่มนี้ เป็นเพียงคนที่หา “รายได้” ให้กับบริษัทฯ ซึ่งเป็นหนทางแรกที่จะเห็นว่า จะมี “กำไร” เพิ่มเท่านั้น แต่จากสูตรพื้นฐาน จะเห็นว่า “ค่าใช้จ่าย” ก็มีผลถึงกำไรด้วยเช่นกัน หาก การขายหรือการตลาดทำยอดขายและรายได้มากมาย แต่รายจ่ายก็โตเกินกว่ารายได้ขึ้นมาหละ คำว่า “กำไร” ก็จะกลายเป็น “ขาดทุน” ในทันทีเช่นกัน และนี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน...

การลดค่าใช้จ่าย หรือ “Save Cost” ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องได้ยินอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนกใด หรือ ส่วนใดๆก็ตาม มันเป็นผลสืบเนื่องมากจากสูตรสมการสั้นๆด้านบนเช่นกัน และ ค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งเดียวที่ทุกแผนกทุกส่วน มีเหมือนกัน

บางคนอาจจะแย้งว่า จำเป็นต้องใช้ไม่สามารถลดได้... ผมก็เห็นด้วยว่าต้องใช้ แต่การใช้อย่างมีเหตุมีผล หรือ ใช้เท่าที่จำเป็นนั้น หลักการใช้จ่ายที่น่าจะดีที่สุดในความคิดเห็นของผมมีดังนี้


ใช้จ่ายแล้วสามารถมีรายได้เข้ามา หรือ เพิ่มมากขึ้น การได้รายได้เพิ่มจะมาจาก การทำสินค้าได้มากขึ้น การบริการได้มากขึ้น ดีขึ้น ซึ่งจะมีผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งการใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้นี้เป็นหลักการเดียวที่สำคัญที่สุด ในการใช้จ่ายเงินโดยทั่วไปของธุรกิจ ไม่มีใครที่ต้องการลงทุนไปแล้วไม่มีผลกำไรออกมา อาจจะไม่ได้มาทางด้านตัวเงิน แต่อาจจะกลับมาทางด้านชื่อเสียง หรือ เกรียติยศ ก็ได้ อย่างเช่น แผนกการตลาด ทำโฆษณาออกไปเพื่อทำให้บริษัทฯมีตำแหน่งทางการตลาดที่ดีขึ้น หลักใหญ่จะไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าหรือบริการ แต่เป็นการสร้างให้บริษัทฯเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป มีชื่อเสียงที่ดีขึ้น เป็นต้น

ใช้จ่ายแล้ว สามารถลดค่าใช้จ่ายทางด้านอื่นได้มากขึ้น เมื่อคำนวนขึ้นมาแล้วคุ้มค่าต่อการจ่ายไป เช่น การซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อมาจัดเก็บข้อมูล ทำบัญชี หรือ ประมวลผลข้อมูลต่างๆ แทนการใช้คน ซึ่งจะทุ่นแรงงานได้มาก และ ลดค่าใช้จ่ายทางด้านบุคคลากรลงด้วย ซึ่งจะเห็นว่า บริษัทฯ ที่มีมุมมองที่กว้างไกล จะมุ่งเน้นทางด้านระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบการจัดการที่มีคุณภาพ เป็นการลงทุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในอนาคตทั้งสิ้น..

ใช้จ่ายเพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ สามารถผูกมัดจิตใจได้ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้แก่ การจัดพาพนักงานไปพักผ่อน การให้ค่าทำศพ หรือ การกุศลต่างๆ การเลี้ยงพระประจำปี การจัดงานปีใหม่ การแจกทองให้กับผู้ทำงานครบ 5 ปี 10 ปี เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่ต้องจ่ายเพื่อให้เกิดความผูกพันธ์ทางใจ ทำให้พนักงานมีกำลังใจ หรือ อยากอยู่กับบริษัทฯไปนานๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลให้กับคุณภาพของสินค้าและบริการด้วยเช่นกัน

แต่นั่นแหละ หลักการใช้จ่ายข้างต้นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจว่าหากเห็นสมควรที่ต้องจ่ายก็จ่าย หากไม่ได้ส่งผล หรือ ส่งผลทางตรงข้ามจากข้างต้นแล้ว ก็ให้งดการจ่ายนั้นไป หากทุกส่วนทำได้ ก็จะทำให้บริษัทฯได้กำไรมากขึ้น แต่บางท่านอาจจะเห็นว่า มันก็ไม่มีค่า ไม่มีผลงานอะไรเพิ่มขึ้นมา ในสายตาหัวหน้างาน หรือ เจ้าของ แล้วจะให้ทำอย่างไรดี...

เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ การสื่อสารให้เจ้านาย หรือ เจ้าของให้รับทราบถึงแนวทางการตัดสินใจว่าทำสิ่งใดไป ในปัจจุบัน คุณอาจจะ e-Mail หรือ คุณชี้แจงให้เจ้านายหรือเจ้าของโดยตรง ถึงแผนงานไปให้เพื่อให้เขารับทราบถึงผลที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมได้ มีการเปรียบเทียบ การใช้จ่ายแบบเก่าๆ กับการใช้จ่ายลักษณะใหม่ที่เราจะทำนั้น มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันเท่าใด มีผลดี ผลเสียอย่างไรบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสนับสนุน และ จะทำให้คุณได้คิดอีกรอบถึงผลกระทบต่างๆได้เป็นอย่างดี และการทำอย่างนี้ ก็จะส่งผลให้เป็นผลงานของคุณได้เช่นกัน

เห็นไม๊ครับว่า ไม่จำเป็นว่าคุณต้องอยู่ฝ่ายการตลาด หรือ การขาย คุณก็จะสามารถทำกำไรให้กับบริษัทฯ ได้ โดยเพียงหาวิธี และ แนวทาง ในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า แจ้งให้เจ้านายรับทราบถึงวิธีการทำ วิธีการคิดเพื่อให้บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย ซึ่ง ผมคิดว่า อย่างน้อยก็ต้องมีผลดีอะไรบางอย่างจะเกิดกับคุณเช่นกัน ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานกันทุกๆคนนะครับ...

โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)





[ บทความใน At Office ] - [ บทความใน JobsDB.com ]

[ บทความทั้งหมด ] - [ บทความล่าสุด / สมุดเยี่ยมเยือน ]



Create Date : 29 กรกฎาคม 2548
Last Update : 24 สิงหาคม 2551 13:11:35 น. 7 comments
Counter : 1139 Pageviews.

 
จริงคะ คนที่ทำงานทุกคนที่อยู่ในบริษัท สามารถทำกำไรให้บริษัทได้ทุกคน แล้วแต่ว่าใครจะทำกำไรทางตรงหรือทางอ้อมเท่านั้นเอง


โดย: asariss วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:40:39 น.  

 
ถึงหนูจะไม่ค่อยรู้เรื่องบริษัท แต่เท่าที่อ่านมา

เห็นด้วยค่ะ ที่พนักงานทุกคนสามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้


โดย: NIS (NiS*Za ) วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:19:18:27 น.  

 
สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วได้ความรู้ดีค่ะ


โดย: รักดี วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:19:27:50 น.  

 
สวัสดีค่ะ


โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:37:38 น.  

 
พนักงานทุกคนมีคุณค่าและมีความหมายทั้งนั้นน่ะครับ


โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2548 เวลา:12:21:21 น.  

 
เป็น blog ที่ยอดเยี่ยมมากครับ


โดย: rigor IP: 203.144.240.245 วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:9:58:47 น.  

 
อีกไม่นานฉันก็จะได้ก้าวเข้าสู้การทำงาน


โดย: ส้ม IP: 202.29.54.62 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:00:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 204 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.