บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
 
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
24 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
ปล่อยให้...ตกนรกในใจ...(จากการกระทำของเขาเอง)

โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)



ผมกับเจนเดินจากคุณชัชมา... แล้วเราก็ได้ยินเสียงของคุณวิษณุ กำลังคุยกับเพื่อนๆ...

“คุณชัชให้กูแกล้งไอ้หน้าจืด... สนุกดีหวะ... แกล้งมันจนหน้ามันจืดสมชื่อเลยหวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”

ผมกับเจนมองหน้ากัน สีหน้าเจนดูไม่ค่อยดี ผมว่า สีหน้าผมก็ดูไม่ค่อยดีเหมือนกับเจนแหละ... แล้วเสียงที่ลอดออกมาก็ดังขึ้น และ ดูเหมือนว่า ผู้พูดกำลังสนุกกับการเล่าให้เพื่อนๆฟังอย่างมาก เจนกำลังจะเดินเข้าไปยังห้องต้นเสียง แต่ผมจับแขนเจนห้ามไว้...

“เจน... ให้พี่จัดการเอง... เราแค่สนับสนุนพี่ก็พอ...”

เจนขยับศรีษะเป็นการยอมรับเบาๆ แล้ว ผมก็พาเจนเดินต่อไปในห้องที่เขากำลังคุยกัน... และ แล้วความเงียบก็เข้ามาในห้องแทนที่เสียงเฮฮาเมื่อครู่...

“คุณวิษณุ... กำลังคุยอะไรกันครับ...”

ผมทิ้งเสียงไว้สักครู่ มีแต่ความเงียบสงัด...

“อ้อ เมื่อกี้ผมลืมถามคุณไปว่า ในแผนกผลิต มี หัวหน้างานทั้งหมดกี่ท่านครับ...”
“สิบกว่าคน...” เสียงตอบห้วนๆมาอีกแล้ว
“เจน... รู้ตัวเลขที่แน่นอนไม๊...”
“สิบสองคนค่ะ ทำไมหรือค่ะพี่จุง...”
“อย่างนั้นคุณวิษณุ ช่วยผมไปเชิญทุกท่านเข้าประชุมที่ห้องประชุมตอนบ่าย 4 โมงเย็น ด้วยนะครับ แล้วผมกับเจนจะไปแจ้งคุณชัชให้ ช่วยจัดการให้ด้วยนะครับ”

ผมจับมือเจนเบาๆ เหมือนเจนจะรู้ว่า ผมขอให้ช่วยอะไร...
“คุณวิษณุ ช่วยทำตามที่พี่จุงสั่งด้วยนะค่ะ นี่อีก ครึ่งชั่วโมงเอง... ช่วยหน่อยนะค่ะ...”

ผมกับเจนเดินกลับมาที่คุณชัชวาล อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ ก็ยังคงคุยกับเลขาฯ คนสวยยังไม่ได้เข้าไปในโรงงาน

“เจน... พี่อยากให้เอาตัวคุณชัชเข้าห้องประชุมตอนนี้พร้อมเราเลย...”
“ได้ค่ะ เจนจัดการให้...”

ผมเหลียวหลังกลับไปดูมุมที่ผมไปคุยกับคุณวิษณุมา มีคนหลายคนอยู่ในจุดนั้น กำลังคุยกับคุณวิษณุที่กำลังมองมาทางคุณชัชวาล

“คุณชัชครับ ขอโทษฯ ด้วยนะครับ คือ ผมลืมไปว่าอยากจะขอข้อมูลจากคุณชัช ก่อนที่ผมจะกลับไปทำการบ้านใหม่นะครับ ไม่ทราบว่าพอจะเข้าประชุมกับพวกเราก่อนได้ไม๊ค่ะ”
“ผมติดงานในโรงงานครับ...”
“คุณชัชค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นงานด่วนที่ต้องทำตอนนี้เลยหรือค่ะ งานอะไรค่ะ เผื่อเจนจะช่วยเหลือได้บ้าง”
“เออ.. ไม่เป็นไรครับ หลังเลิกประชุมผมค่อยทำก็ได้ครับ”
“อย่างนั้น เราไปห้องประชุมด้วยกันเลยนะครับ... เชิญครับ...”

ผมตัดบท แล้ว เชิญคุณชัชเข้าห้องประชุมพร้อมกัน...

“คุณชัช ทำงานที่นี่นานหรือยังครับ...”
“ผมทำมาเกือบสิบปีแล้วครับ”
“โอ้โห... ทำงานมานานมากเลยนะครับ... สิบปีน่าจะรู้เรื่องทั้งหมดของบริษัทฯ เป็นอย่างดีเลยนะครับ”
“ผมอยู่ตั้งแต่บริษัทฯมีเครื่องแค่ตัวเดียวครับ พนักงานมีไม่กี่สิบคนเอง”
“นี่นับได้ว่า เป็นผู้เริ่มก่อตั้งโรงงานคนหนึ่งเลยนะครับ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ผมก็ทำงานในหน้าที่ ที่รับมอบหมายให้เท่านั้น”
“ถึงพอดี... ผมขอคุยเรื่องโครงสร้างของแผนกคร่าวๆ ผมจะได้เอาไปทำการบ้านในช่วงสัปดาห์หน้าครับ”
“ครับ อย่างนั้นผมเล่าให้ฟังคร่าวๆก่อนนะครับ...”

คุณชัช เล่าโครงสร้างของโรงงานให้ผมฟัง แต่ต้องถามบ่อยๆ เพราะดูเหมือนว่า จะเก็บข้อมูลหลายๆอย่างเอาไว้ไม่ให้ผมรู้ ต้องคอยถามบ่อยๆ ไม่อย่างนั้น คงได้ข้อมูลไม่ครบ... รวมทั้งถามถึง ลักษณะนิสัยของหัวหน้างานที่รองลงไปจากคุณชัชแต่ละคน...

“คุณชัชค่ะ เมื่อกี้เจนขอให้คุณวิษณุ ช่วยเรียกหัวหน้างานทั้ง 12 คนเข้ามาประชุมกับเราต่อเลยนะค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา”
“ครับ ได้ครับ นี่ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว พวกเขาน่าจะว่างกัน” คุณชัชตอบอย่างเกรงใจเจน...
“วันนี้ผมได้ข้อมูลแผนกค่อนข้างมากเลยครับขอบคุณ คุณชัชมากนะครับ”
“เจนก็รู้ในสิ่งที่เจนไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ยินดีครับ”
“ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...” เสียงเคาะประตูห้องประชุมดังขึ้น... แล้ว ทีมงานของชัชก็เดินเข้ามาในห้องประชุมเข้ามา ผมลุกขึ้น...
“เชิญครับเชิญ... ขอโทษที่เรียกประชุมด่วนนะครับ...”
“เจนขอแนะนำก่อนนะค่ะ นี่พี่จุงเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงงานค่ะ คุณชัช ช่วยแนะนำทีมงานให้หน่อยนะค่ะ”
“คุณวิษณุ คุณจุงได้พบแล้วนะครับ อยู่ฝ่ายซ่อมบำรุง ส่วนคุณ....... ”

คุณชัชสาธยายชื่อสมาชิกแต่ละท่าน ผมก็ได้จดชื่อแต่ละท่าน และ หน้าที่ของแต่ละคน ทำให้ผมเข้าใจในระบบงานโดยคร่าวๆ

“ขอบคุณมากครับคุณชัช ผมขอใช้กระดานนะครับ...”

ผมเขียนผังที่ได้จากการแนะนำของคุณชัช คร่าวๆ เพื่อสรุปว่าผมเข้าใจการทำงานของโรงงานได้มากน้อยเท่าไหร่ ระหว่างเขียนผมก็อ่านชื่อแผนก และ ชื่อผู้ดูแลดังๆ และ เขียนไปในผัง... แต่ละคนก็พยายามดูว่าผมกำลังเขียนอะไร ทำไมถึงมีชื่อของเขา

“คุณชัช ไม่ทราบว่าผมเข้าใจระบบงานได้ถูกต้องหรือเปล่าครับ...”
“ครับ...”
“ไม่ทราบว่ามีอะไรจะเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ...”
“ไม่มีครับ ครบถ้วนดีครับ”
“อย่างนั้น ผมขอเวลาทุกท่าน 10 นาที เพื่อจะอธิบาย หน้าที่ของผมบ้างนะครับ...” ผมทิ้งช่วงเวลานิดหน่อยก่อนจะอธิบายต่อไป...
“ผมเข้ามาทำงานที่นี่ ก็เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งเหมือนพวกคุณครับ อย่าได้มองว่าผมจะมาวางอำนาจเป็นเจ้านายอีกคน หรือ ยุ่งย่ามกับคุณมากมายนะครับ ซึ่งผมก็เข้าใจครับว่า สิ่งที่ผมจะทำนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโรงงานนี้ ซึ่งอาจจะทำให้ทุกคนกลัว หรือ หวาดระแวงว่าผมจะมาจับผิดพวกคุณ หรือ จะมาเอาพวกคุณออก แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมเข้ามาเพื่อช่วยเหลือพวกคุณให้สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข สนุกกับงานและช่วยพวกคุณสร้างผลงานให้ดีขึ้น ผมขอบอกไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ผมเข้ามาเพื่อทำงานร่วมกับพวกคุณ ช่วยเหลือพวกคุณให้ทำงานได้ดีขึ้น ขออย่าได้มองผมผิดนะครับ... มีใครมีอะไรสงสัยหรือเปล่าครับว่า ผมจะช่วยการทำงานของพวกคุณได้อย่างไร...?”

ผมทิ้งคำถามให้เขาถามกลับ แต่แล้ว ก็ไม่มีใครถามสักคน ทั้งๆที่หน้าตาบางคน ยังดูเหมือนสงสัยในสิ่งที่ผมถาม.. คนไทยมักไม่ชอบถาม ขนาดแนะคำถามให้แล้วยังไม่ถามเลย...

“ไม่มีคนถาม ผมขออธิบายอีกนิดนะครับ ผมมีหน้าที่มาช่วยเหลือการทำงานของพวกคุณ เหมือนกับเป็นอีกตาหนึ่งของเจ้าสัว ว่าพวกคุณทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า ลูกน้องของคุณได้พักผ่อนกันมากน้อยเพียงใด อุปกรณ์อะไรบ้างที่ควรจะเปลี่ยนหรือปรับปรุง เพื่อทำให้คุณทำงานได้อย่างเต็มที่ ทีมงานของพวกคุณต้องการคนเพิ่มหรือไม่อย่างไร ทำนองนี้ ซึ่งสิ่งที่ผมจะทำต่อไปอาจจะแปลกๆในสายตาคุณ แต่ขอให้พวกคุณเข้าใจเลยว่า ผมมาเพื่อสร้างสรร ไม่ใช่ทำลายนะครับ... มีใครสงสัยอะไรอย่างอื่นอีกไม๊ครับ... ถ้าไม่มีคนสงสัย ผมจะขอถามนะครับ…”

ทุกคนยังคงนิ่ง... ผมก็เลยสอบถามแต่ละแผนกว่า พวกเขาทำหน้าที่อะไร อย่างละเอียด ผมสังเกตุว่า หัวหน้างานท่านอื่นๆ ก็สนใจฟังเหมือนกัน เหมือนกับว่าพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า ในลึกๆแล้วส่วนอื่นๆทำหน้าที่อะไรบ้าง วันนั้นทั้งผมและคนในห้องก็รับรู้โครงสร้างโดยรวมของโรงงานพร้อมกัน ทุกคนมีสีหน้าดีขึ้นถ้านับจากเริ่มก้าวเข้ามาห้องประชุม มีเพียงคุณวิษณุ ที่ท่าทางไม่ค่อยดี ดูเหมือนเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา ถ้าผมเดาไม่ผิด เขากำลังตกนรกในใจที่เกิดจากคำพูดของเขา หลังจากประชุมกับผมในครั้งแรก...

“สัปดาห์หน้าผมขอนัดประชุมทุกท่าน เวลาประมาณ บ่าย 4 โมงเย็นนะครับ...”

สรุปหลักการและเหตุผล...
  • การที่ผมสอบถามข้อมูลจากหัวหน้างาน เพื่อจะได้บทสรุปต่างๆ ทำให้ผมสามารถมองเห็นภาพรวมได้อย่างรวดเร็ว

  • การที่คุณวิษณุ เอาผมไปคุยกับโว กับเพื่อนๆ อวดตัวว่า คุณชัชวาล หนุนหลัง ผมเลยสั่งให้เขาไปเชิญหัวหน้างาน และ เรียกคุณชัชวาลเข้าห้องประชุมในเวลานั้นเลย เป็นการแสดงให้เขารู้ว่า คุณชัชวาลก็ยังต้องเกรงใจผมกับเจน เป็นการตัดไม้ข่มนาม และ เป็นการลดความแรงของคำพูดของคุณวิษณุที่คุยกับเพื่อนๆลงไป

  • การที่ผมต้องขอร้องให้เจนอยู่ด้วย ก็เพื่อเป็นการขอยืมบารมี เพราะการที่ผมเข้าไปใหม่ แล้ว ต้องการนั่นนี่ หรือ สอบถามพนักงาน ทำให้บางคนเกิดการต่อต้านได้ ซึ่งผมไม่ต้องการเช่นนั้น การใช้บารมีของเจ้าของกิจการ นั้น จะทำให้ทุกคนผ่อนน้ำหนักจากคำสั่งของผม มาเป็นคำสั่งของเจ้าของกิจการแทน ทำให้เกิดความขัดแย้งกับผมน้อยลง

  • การที่ผมเข้าไปเรียกให้คุณชัชวาล เข้าประชุมกับผมก่อน ก็เพื่อจะตัดช่วงการสื่อสารแบบผิดๆ ระหว่างคุณชัชวาลกับเหล่าลูกน้องของเขา อันเนื่องจาก คุณชัชวาลเอง ยังไม่เข้าใจบทบาทของที่ปรึกษาอย่างแท้จริง

  • การที่ให้เจนเป็นคนบอกคุณชัชวาลว่า เชิญลูกน้องของคุณชัชวาลเข้าร่วมประชุม เพื่อจะได้ลดแรงปะทะ และ การคิดไม่ดีกับผม

  • การที่ผมเขียนแผนภาพให้กับทุกคนได้เห็น และ ขอคำยืนยัน เพื่อเป็นการทบทวนความเข้าใจของผม และ เป็นการบอกให้ทีมงานทราบว่า ผมรับทราบภาพรวมได้มากแค่ไหน เพื่อตัดบทไม่ให้พวกเขาเกิดการตั้งแง่ว่า ผมรู้หรือไม่รู้มากเพียงใดในโรงงาน จะได้ไม่มีการลองภูมิกันภายหลัง

  • การพูดถึงสิ่งที่ผมจะทำนั้น ผมกล่าวถึงผลลัพท์สุดท้ายที่พวกเขาจะได้รับ เพราะ คนที่เกี่ยวข้องกับที่ปรึกษาส่วนใหญ่แล้วไม่รู้ว่า เขาจะได้อะไรจากที่ปรึกษา บางคนจะตั้งแง่ไม่ให้ความร่วมมือ ผมจึงต้องอธิบายสิ่งที่พวกเขาจะได้รับก่อน เพื่อให้เขาได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

  • การที่ผมถามโครงสร้างการทำงานทั้ง คุณชัชวาล และ หัวหน้างาน ก็เพื่อเป็นการหาข้อมูลเพิ่มเติม และ ยืนยันข้อมูลว่า สิ่งที่ผมได้รับมานั้นถูกต้อง อีกทั้งเป็นการตอกย้ำให้ผมจำส่วนงานต่างๆได้ดียิ่งขึ้น....

  • การที่ผมไม่ต่อว่าคุณวิษณุ ที่ไปคุยทำให้ผมเสียหาย เพราะ การต่อว่าจะไม่ทำอะไรให้มันดีขึ้นเลย การให้อภัยกับสิ่งที่ไม่รู้ของผู้อื่น เป็นการซื้อใจที่ดีที่สุด และ ผมก็ได้ใจของคุณวิษณุมาตั้งแต่วันนั้น...


โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)




Create Date : 24 เมษายน 2550
Last Update : 24 สิงหาคม 2551 13:05:27 น. 4 comments
Counter : 1133 Pageviews.

 
สวัสดีครับ ไม่ได้เข้ามาซะนาน ยังคงมีบทความที่น่าสนใจและมีประโชยน์เหมือนเดิมนะครับ

เอารูปหลานชายมาอวด


โดย: 9A วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:18:32:09 น.  

 
ลึกซึ้งดีครับ แนวคิด

มันก็จริงนะครับ เวลาไม่รู้ว่าใครมีผลกับเรายังไง ระแวงไว้ก่อน จนเมื่อเราเจอกับตัวจึงรู้ว่าใครเป็นไง

แต่ผมไม่เจอแบบนี้เลยน่ะ เจอก็น้อย มีแต่ ทำไมคุณไม่ทำแบบนี้ ไม่แบบนั้น ทำไม ไม่ทำ ซึ่งมันอึกอัด แต่พูดไม่ได้ เจอแบบเจ้านาย 4 - 5 คน สั่งมาคนละงาน วันเดียวกัน เอาเสร็จวันนั้น อึ้ง พูดไรไม่ออก แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้และบอกเหตุผลที่ไม่ได้ ทำได้แค่ให้รู้ว่าเราเต็มที่นะ ไม่เกี่ยง
แต่มันเยอะมากกกกกกกกกกก ไปเท่านั้นเอง

ยังไงก็สู้ เย้


โดย: Mr.ใหม่_01 วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:20:13:07 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ


โดย: Culture วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:22:19:18 น.  

 
อื้ม.............

ขอบคุณค่ะ


โดย: มะเขือเทศน้อย วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:13:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 205 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.