Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๑๐(๒) : สวนโมกข์

ยามเที่ยงวันที่แสงอาทิตย์จับตรงทำมุม90องศากับพื้นโลกรถเก๋งฟอร์ดสีทองของทีมผู้กองเซอบีรุสจอดพักเครื่องอยู่ในร่มไม้แห่งหนึ่งภายในจุดพักรถประจำจังหวัดเพชรบุรี มะลิและเจ้าหน้าที่ทั้งสามลงจากรถมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เจ้าหน้าที่แมคชวนหญิงสาวสนทนามาตลอดทางจนทำให้มะลิคลายความกังวลและวางใจบุคคลเหล่านี้มากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่แมคสามารถคุยได้ทุกเรื่องทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน และเรื่องจิปาถะต่างๆซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้กองเซอบีรุสที่ต้องการให้เขาตีสนิทและปิดบังจุดประสงค์ที่แท้จริงในการเข้ามาสัมพันธ์กับมะลิไปด้วยในตัว แต่สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้คือพยายามอย่าให้เธอเอะใจถึงการถูกสะกดรอยตามจากรถตู้สีขาวคันหนึ่งซึ่งวิ่งเป็นเงาตามตัวพวกเขามาตั้งแต่ออกจากท่าเทียบเรือและกำลังจอดอยู่ที่นี่เช่นกัน ฟิล์มกรองแสงสีดำสนิททำให้ผู้กองเซอบีรุสไม่สามารถบอกได้ว่าคนในรถเป็นใครมีจำนวนเท่าไหร่และตามมาเพื่อจุดประสงค์อะไร จิ้งจอกเฒ่าชำเลืองมองไปยังรถตู้คันดังกล่าวโดยกลบเกลื่อนท่าทางแสลงรับประทานอาหารกลางวันด้วยอาการสงบเยือกเย็นและทำเป็นไม่สนใจ เจ้าหน้าที่แมคและเจมส์ก็เช่นกันถึงจะทำทีเป็นสนทนาอยู่กับมะลิแต่พวกเขาก็เฝ้ามองปฏิกิริยาของผู้กองไปด้วยตลอดเวลา แมคชวนมะลิสนทนาถึงอาหารไทยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“คุณมะลิอิ่มแล้วหรือครับ เห็นทานไปนิดเดียวเอง”
“อิ่มแล้วค่ะ คุณแมคทานจุจังนะคะ ทานกับข้าวตั้ง4อย่าง อาหารไทยถูกปากบ้างไหมคะ”
“อร่อยครับพวกผมชอบมาก จริงไหมเจมส์”
เจ้าหน้าที่ผิวหมึกหันไปมองเพื่อนที่กำลังดื่มน้ำดับความเผ็ดของแกงเขียวหวานไก่จนหมดแก้วเจมส์ตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำและเหงื่อกามแตกตลอดเวลา
“อร่อยมากครับ ชอบทุกอย่างเลยแม้แต่เจ้าแกงเขียวหวานนี่”
“ขอโทษนะคะ ดิฉันลืมบอกไปเห็นคุณแมคคุยว่าเคยลองทานมาหลายอย่างแล้ว ก็เลยเผลอคิดว่าทานเผ็ดกันได้บ้าง อันที่จริงแกงนี้มันรสชาติอ่อนกว่าเพื่อนแล้วนะคะเมื่อเทียบกับแกงอย่างอื่นที่คุณแมคคิดจะสั่งมาทาน”
“ไม่เป็นไรครับคุณมะลิเผ็ดแต่อร่อยมากมากครับ”
แมคกวักมือเรียกแม่ค้าเข้ามาเก็บค่าอาหาร ผู้กองเซอบีรุสขอแยกตัวออกไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพังปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองพามะลิไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งรถของพวกเขาจอดอยู่ใกล้ๆพอทั้งสามคนเข้าร้านไปได้ไม่นาน รถตู้คันนั้นก็เปิดประตูด้านข้างออกและปล่อยให้กลุ่มชายฉกรรจ์ลงจากรถ พวกเขาแต่งตัวด้วยชุดเสื้อคอจีนผ้าแพรสีดำแขนเสื้อยาวและกางเกงขายาวเนื้อผ้ามันเป็นเงาเหมือนกันหมด ทุกคนตัดผมสั้นเกรียนติดหนังหัวแต่มีอยู่คนหนึ่งไว้ผมเปียยาวจรดกลางหลังคอยออกคำสั่งพวกมันอยู่ตลอดเวลา เจ้าเปียพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ลูกทีม4คนที่นัดแนะกันไว้แล้วเดินแยกไปหาพวกของมะลิทางด้านร้านสะดวกซื้อส่วนที่เหลือรวมทั้งมันเดินมุ่งหน้าตรงมาทางห้องน้ำที่ผู้กองเซอบีรุสพึ่งเข้าไป
ผู้กองเซอบีรุสแยกออกมาจากกลุ่มของมะลิเพราะต้องการแอบดูว่าคนในรถตู้จะมีปฏิกิริยาเช่นไร เขาแน่ใจว่าลูกทีมทั้งสองของตนที่มีเจ้าใบ้ดำอยู่ด้วยสามารถคุ้มกันเป้าหมายได้ เมื่อเขาเห็นพวกมันแยกกันออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่มีเจ้าเปียคุมมาด้วยกำลังเดินเข้ามาหาเขา ผู้กองเซอบีรุสทำทีเป็นไม่สนใจเดินออกจากห้องน้ำบ่ายหน้ากลับไปขึ้นรถของตนด้วยสีหน้าสุขุมแต่ภายในเปิดประสาทสัมผัสทุกส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างเต็มที่
ขณะผู้กองแห่งหน่วยสงครามพิเศษเดินผ่านกลุ่มของเจ้าเปีย ลูกสมุนหนึ่งในสี่ที่เดินสวนทางกับเขาในระยะประชิดหันขวับกลับมาฝาดกระบองเหล็ก(Batons) ใส่ศีรษะของจิ้งจอกเฒ่าทางด้านหลังทันที แต่เสียงของสปริงทำให้ผู้กองเซอบีรุสหลบการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดายโดยฉีกตัวไปยืนอยู่ด้านข้างพร้อมกับหันกลับมาเผชิญหน้ากับกลุ่มของเจ้าเปียอย่างไม่สะทกสะท้าน ลูกสมุนทั้งสามคนของเจ้าเปียตอนนี้ต่างมีกระบองประจำตัวกันครบมือและแยกกันโอบล้อมผู้กองเซอบีรุสไว้คนละด้านราวกับกลุ่มหมานัยที่ไล่ต้อนโอบล้อมเหยื่อหมายรุมทึ้งด้วยความหิวกระหาย บังเอิญเหยื่อตัวนี้เป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่าที่เก่งฉกาจจึงไม่มีแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของความวิตกฉาบอยู่บนใบหน้าของเขาเลย
ผู้กองเซอบีรุสตั้งท่าตามแบบฉบับวิชาการต่อสู้ของตนและยืนนิ่งคุมเชิงพวกมันอยู่กับที่อย่างไม่กะพริบตา พวกมันที่โอบอยู่ทางด้านหลังฟาดกระบองเหล็กใส่เขาโดยไม่ให้ตั้งตัว ผู้กองเซอบีรุสเบี่ยงตัวหลบทันมันจึงเสียหลักตัวเอียงไปข้างหน้าเขาใช้สันมือฟันเข้าที่ตาของมันอย่างพอเหมาะพอเจาะจนเจ้านั่นทิ้งอาวุธและเอามือกุมเบ้าตาเอาไว้ เขาผลุบหายไปยืนอยู่ข้างหลังของมันเร็วปานสายฟ้าแลบใช้สองมือจับคางและศีรษะบิดจนคอหักหยุดเสียงร้องของมันไปพร้อมกับลมหายใจได้อย่างชะงัดที่สุดร่างของมันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที อีกสองคนที่ยืนขนาบอยู่ข้างตัวฟาดกระบองใส่เขาพร้อมกันทั้งสองด้านยังไม่ทันที่กระบองจะลงมาถึงศีรษะของผู้กองเซอบีรุสเขาก็สามารถเข้าประชิดตัวคนที่อยู่ทางขวาได้อย่างง่ายดาย จิ้งจอกเฒ่าใช้ศีรษะโขลกเข้าไปที่ปากครึ่งจมูกครึ่งของมันจนมันผงะและจับแขนกระชากเต็มกำลังเหวี่ยงทุ่มใส่คนทางซ้ายจนหงายหลังไปด้วยกันและตามไปแตะเข้าใส่ใบหน้าของมันเต็มแรงจนหน้าสะบัดศีรษะฟาดพื้นเลือดกบปากและสลบแน่นิ่งไปทั้งสองคน
เจ้าผมเปียเห็นลูกทีมถูกจัดการไปทีละคนอย่างง่ายดายทำให้มันซาบซึ้งถึงพิษสงของผู้กองเซอบีรุสได้เป็นอย่างดีเป็นเวลาเดียวกันกับที่มีเสียงดังขึ้นมาจากทางร้านสะดวกซื้อ พนักงานสาวกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นคนสองกลุ่มกำลังปะทะกันอยู่ภายในร้าน ผู้กองเซอบีรุสละความสนใจจากทางนั้นกลับมาจึงได้เห็นเจ้าผมเปียจับเปียของมันขึ้นพันรอบคอของตนพอดี มันตั้งท่ามวยใส่ผู้กองเฒ่าพร้อมกับแสร้งโบกมือท้าทายเขาก่อนที่จะกระโดดพรวดเข้าต่อยหมัดขวาใส่ลิ้นปี่อย่างรวดเร็ว ผู้กองเซอบีรุสตั้งการ์ดซ้ายขึ้นป้องกันแต่น้ำหนักของมันก็เล่นเอาผู้กองเซอบีรุสก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเช่นกัน เจ้าเปียหมุนตัวก้มลงเตะกวาดเท้าทั้งสองของเขาอย่างต่อเนื่องแต่จิ้งจอกเฒ่าก็กระโดดถอยหลังหลบไปได้ทันเสียก่อนที่ตนจะเสียศูนย์จนล้มลง
ทันที่เท้าของผู้กองเซอบีรุสสัมผัสพื้นเจ้าเปียก็ผุดลุกขึ้นมาถีบใส่หน้าจิ้งจอกเฒ่าอย่างรวดเร็วแต่เขาก็ใช้ท่อนแขนซ้ายกันไว้ได้อีกครั้งและใช้มือขวาคว้าจับข้อเท้าของเจ้าเปียไว้ได้ เขาฉุดจนมันเสียหลักและถีบไปที่หัวเข่าอีกข้างของมันเต็มแรงจนเข่าทรุด พอมันดึงขากลับเขาก็ตามไปเตะใส่กกหูของมันจนหน้าสะบัดแต่กระนั้นน้ำหนักลูกเตะก็ยังแรงไม่พอที่จะล้มเจ้าเปียได้
เจ้านั่นถัดตัวถอยหลังจนพ้นจากรัศมีของลำแข้งที่ติดตามมาได้อย่างเฉียดฉิว มันดีดตัวขึ้นยืนได้ไม่ทันจะมั่นคงก็พุ่งเข้ารัวหมัดใส่จิ้งจอกเฒ่าเป็นชุดมันต่อยซ้ายต่อยขวาสลับกันไปมาอย่างรวดเร็วหลายสิบหมัดหมายสร้างความบอบช้ำตามตัวให้ผู้กองเซอบีรุสเพื่อชดเชยให้กับความเจ็บที่ได้โดยแต่ละหมัดล้วนเล็งไปยังจุดอันตรายตามร่างกายของจิ้งจอกเฒ่าทั้งสิ้น
ขณะนั้นผู้กองเซอบีรุสทำได้แค่เพียงปัดป้องและหลบไปหลบมาเป็นพัลวันแต่ทุกหมัดที่มันปล่อยออกมาก็ไม่สามารถทำอันตรายอะไรเขาได้เลยแม้แต่น้อย เขาหลบหลีกและคอยจับจังหวะเพื่อหาจุดอ่อนของมันไปด้วยอย่างไม่กะพริบตา จนเขาเห็นเจ้าเปียหลีกเลี่ยงการใช้ขาข้างที่เจ็บและพยายามเบี่ยงหลบไปไว้ข้างหลัง ผู้กองเซอบีรุสจึงรู้แล้วว่าเขาต้องเล่นงานมันที่จุดไหน เมื่อเจ้าเปียเห็นว่าทำอันตรายอะไรผู้กองเฒ่าไม่ได้จึงชักมีดสั้นที่เหน็บเอวขึ้นมาฟันใส่ผู้กองเฒ่าที่หลีกหลบได้อย่างว่องไวด้วยความโกรธ
จังหวะนั้นจิ้งจอกเฒ่าแกล้งปล่อยการ์ดที่ท้องตนให้เปิดออกมันก็จ้วงแทงท้องน้อยของเขาตามแผน วินาทีที่คมมีดพุ่งเข้าหาเป้าหมายจิ้งจอกเฒ่าหมุนตัวฉากหลบพร้อมกับคว้าข้อมือของมันบิดจนมีดหลุด เขาใช้สันมือฟันใส่ซอกคอเจ้าเปียสุดแรงเกิดและถีบเข้าที่หัวเข่าข้างที่มันเจ็บเต็มกำลัง เจ้าเปียเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว ผู้กองเซอบีรุสใช้สองมือบิดกระดูกต้นคอของมันจนหักทำให้เจ้าเปียล้มฟุบลงไปนอนสิ้นใจบนพื้นถนนทันที
ผู้กองเซอบีรุสหันกลับไปมองทางร้านสะดวกซื้อและวิ่งเข้าไปหาก็เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงปืนดังขึ้นมาจากทางด้านในติดๆกันหลายนัด ไม่นานเขาก็เห็นมะลิและเจ้าหน้าที่ทั้งสองเดินออกมาหาเขาโดยปราศจากล่องลอยสึกหรอเขาถามสวนทางกลับไปทันทีว่า
“เป็นไงกันบ้าง บาดเจ็บไหม”
“เรียบร้อยดีครับผู้กอง เจ้าพวกนี้ร้ายไม่ใช่เล่นดีที่เจมส์ยิงใส่พวกมันเสียขาลากหมดฤทธิ์ไปก่อน” แมคตอบแทนเพื่อนขณะที่มะลิเดินขาสั่นเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตกใจจนเห็นได้ชัด
“คุณมาร์ด็อกคะ คนพวกนี้เป็นพวกเดียวกับพวกเมื่อวานหรือเปล่าคะ”
“น่าจะใช่ครับแต่คุณผู้หญิงไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ายังอยู่กับพวกผมคุณต้องปลอดภัยแน่นอน”
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม คนพวกนี้ถึงอยากจะทำร้ายฉันกันนัก ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ...”มะลิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอื้นเธอรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงจนแทบจะคุมสติไว้ไม่อยู่แต่ทำใจแข็งถามออกไปอีกว่า
“พวกคุณรู้สาเหตุบ้างไหมคะ”
“เอาเถอะครับเดี๋ยวพวกผมเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จผมจะอธิบายให้คุณฟังละกัน”
เจ้าหน้าที่แมคและเจมส์มองตากันด้วยความแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดของผู้กองเซอบีรุส แมคพยายามอ่านความคิดของหัวหน้าทีมอย่างสุดความสามารถ จากบทสนทนาที่พวกเขาคุยกับมะลิในรถตั้งแต่เมื่อเช้าพอจะจับความคิดของผู้กองได้บ้างว่าผู้กองกำลังหาอุบายอะไรซักอย่างอำพรางความจริงที่ว่าเจ้าหล่อนเป็นเป้าหมายในการติดตามของพวกตน เมื่อถึงกรุงเทพฯก็จะถอยกลับไปตามประกบอยู่ห่างๆเหมือนเช่นเดิม แต่เรื่องมันเลยเถิดจนทีมทั้งทีมต้องเข้ามาพัวพันเกินกว่าที่จะทิ้งเธอให้เผชิญกับอันตรายได้โดยลำพังแล้วแมคคิดว่าทางที่ดีที่สุดที่หัวหน้าทีมของเขาจะเลือกต้องเป็นการหาข้ออ้างอะไรซักอย่างเพื่อให้เธอยอมให้ทีมของเขาอยู่ข้างตัวเธอตลอดเวลาแต่แมคก็สุดที่จะคาดเดาความคิดของผู้กองเซอบีรุสออก
เวลา 19.00 น.หน้าบ้านหลังใหญ่ของดร.พงศธร พันปทีป รถเก๋งฟอร์ดสีบรอนซ์ทองคันงานแล่นมาจอดเทียบอยู่หน้าประตูบ้าน ลูกสาวแสนสวยคนเดียวของบ้านลงจากรถด้วยใบหน้าที่อิดโรยเพราะเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญมาตลอดทาง มะลิเข้าบ้านไปรายงานเรื่องธุระที่เกี่ยวข้องกับดร.ทอมสันให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอฟังอย่างคนสิ้นเรี่ยวแรง แต่มิได้เล่าถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญซึ่งได้พบเจอมาระหว่างไปพักผ่อนยังเกาะสมุยเลยเพราะเกรงว่าจะทำให้ท่านทั้งสองไม่สบายใจ หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่สอบซักถามสาระทุกข์สุขดิบกันจนเป็นที่พอใจ มะลิจึงขึ้นห้องนอนของตนเพื่อพักผ่อน บนเตียงนอนสปริงอันหนานุ่มเย็นสบายด้วยไอจากเครื่องปรับอากาศ เธอนอนลืมตาโพรงอยู่บนนั้นท่ามกลางความมืดรอบตัว หญิงสาวพยายามสั่งตนเองให้นอนหลับเสียทีแต่สิ่งที่ค้างคาอยู่ในจิตใจของเธอกับทำให้เธอไม่สามารถข่มตาตนเองให้หลับได้ ความคิดของมะลิกระหวัดกลับไปถึงบทสนทนาระหว่างเธอกับผู้กองเซอบีรุสในรถระหว่างการเดินทางอีกครั้งหลังจากที่เสร็จธุระบนสถานีตำรวจในจังหวัดเพชรบุรี เธอจำได้ทุกถ้อยคำที่ได้ยินและจำได้แม้กระทั้งประโยคแรกที่เธอเอ่ยถามกลับไปด้วยความตกใจ
“เป็นไปได้ยังไงคะที่ฉันตกเป็นเป้าหมายของแก๊งอาชญากรไม่น้อยกว่าห้ากลุ่มโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลย”
“มันเป็นไปแล้วครับ” ผู้กองเซอบีรุสที่นั่งอยู่ยังเบาะหลังข้างตัวเธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเข้มขึงจริงจัง
“คนพวกนั้นต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ”
“พวกเขาต้องการพบคนๆหนึ่งครับ”
“เขาเป็นใครและเกี่ยวข้องอะไรกับฉันคะ”
“คุณมะลิจำได้ไหมครับว่าพวกผมเดินทางมาประเทศไทยทำไม”
มะลิพยักหน้าและตอบว่า “พวกคุณมารับตัวผู้ต้องสงสัยในคดีเครื่องบินของจัสมินฯตกใช่ไหมคะ”
“ถูกต้องครับ เขาต่างหากที่พวกมันต้องการตัว ที่จริงเขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายแต่เขาเป็นคนๆเดียวที่น่าจะรู้ที่อยู่ของมิสเตอร์เจ.ครับ”
“มิสเตอร์ เจ ที่เป็นประธานของบริษัทในเครือจัสมินทั้งหมดหรือคะ”
“ครับ คุณมะลิทราบเรื่องที่ดร.ทอมสันเดินทางร่วมกับมิสเตอร์ เจ เข้าไปในประเทศเวียดนามเมื่อ 3 เดือนที่แล้วไหมครับ”
“ทราบค่ะ ฉันยังได้ไปรับคุณลุงที่สนามบินตอนที่ท่านเดินทางกลับมาจากที่นั่นเลย...เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนแต่มันเกี่ยวอะไรด้วยคะ”
“เอาอย่างนี้ผมจะเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังละกัน มิสเตอร์เจเจ้าของโรงพยาบาลจัสมินฯที่คุณรู้จัก เขามีหน้าฉากเป็นอภิมหาเศรษฐีแต่หลังฉากเป็นพ่อค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ของประเทศผม นอกจากนั้นเขายังใช้โรงพยาบาลจัสมินฯและเครือข่ายเป็นโรงผลิตอะไหล่มนุษย์แอบทำการผ่าตัดเอาอวัยวะตั้งแต่ หัวใจ ไต หรือไขกระดูกสันหลังที่มีใบสั่งจากประเทศเจริญแล้วออกมาจากร่างของผู้ป่วยเพื่อขายให้กับลูกค้าที่ต้องการนำไปเปลี่ยนถ่าย ในที่สุดเรื่องนี้ก็แดงขึ้นเพราะมีคนตายโดยที่ไม่ทราบสาเหตุในประเทศเวียดนามเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลของประเทศเวียดนามขอความร่วมมือมาทางรัฐบาลของประเทศผม พวกผมได้หลักฐานบางประการซึ่งมีน้ำหนักมากพอที่จะจับกุมเขาฟ้องศาลโลกแต่ข่าวการจับกุมตัวเขาของเราเกิดรั่วไหลเสียก่อน เขาจึงหนีออกมาจากประเทศสหรัฐได้ทันและหายเข้าไปในประเทศเวียดนามพร้อมกับดร.ทอมสันตามที่คุณรู้มาแล้วครับ...”
มะลิเมื่อได้ฟังข้อมูลอันเป็นความลับและสุดแสนจะน่ากลัวเธอถึงกับตะลึงงันไปด้วยความตกใจแต่ยังคงฟังผู้กองเซอบีรุสพูดต่อ
“...การหนีเข้าประเทศเวียดนามครั้งนั้นของมิสเตอร์ เจ กลับกลายเป็นการหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยของเขา ทั้งฝ่ายข่าวของประเทศผมและองค์กรอาชญากรรมที่เขาเป็นหัวหน้าอยู่ต่างไม่ได้เบาะแสอะไรจากเขาอีกเลย ทั้งสองฝ่ายจึงตามหาตัวเขากันแทบจะพลิกแผ่นดินแต่ก็ยังคว้าน้ำเหลวโดยต่างก็รู้เพียงว่าเขาเดินทางเข้าประเทศเวียดนามพร้อมกับใครเท่านั้น...คุณมะลิคงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าดร.ทอมสันเดินทางออกมาจากประเทศเวียดนามพร้อมกับอะไรบางอย่าง”
มะลิถูกถามอย่างกะทันหันจึงยังนึกไม่ออก แสดงสีหน้าฉงนและถามกับไปว่า
“มันคืออะไรหรือค่ะ... หรือว่าจะเป็นเครื่องรักษาตัวอย่างทางการทดลองเครื่องนั้นที่ตกลงมาพร้อมกับเครื่องบิน”มะลิหวนกลับไปคิดถึงสิ่งที่เพื่อนสาวเล่าให้ฟังก่อนจะพูดขึ้น
“ถูกต้องครับและในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วยคุณทราบแล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ ฉันทราบแล้ว”
“การตายของดร.ทอมสันทำให้โลกทั้งสองด้านคือฝ่ายรัฐบาลและองค์กรอาชญากรรมของมิสเตอร์เจขาดข้อมูลที่จะนำไปสู่การตามรอยเขา ผู้ชายคนนั้นจึงกลายเป็นคนกุมเบาะแสเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ใครก็ตามที่ได้ตัวเขาไปสามารถไปถึงรังลับที่มีแต่มิสเตอร์ เจ รู้ที่อยู่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ทางองค์กรอาชญากรรมแบล็คจัสมินได้ออกประกาศตั้งรางวัลค่าหัวเป็นเงินสิบล้านดอลล่าร์ให้กับใครก็ตามที่สามารถพาคุณกับผู้ชายคนนั้นไปส่งยังสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์กของพวกมันได้ เจ้าพวกแก๊งอาชญากรที่แฝงตัวหนีคดีอยู่ในประเทศไทยเมื่อรู้ข่าวนี้จึงออกมาจ้องจะตะครุบตัวคุณกันให้จ้าละหวั่นอย่างที่เห็นกันอยู่นี่อย่างไงละครับ”
“เดี๋ยวค่ะ ทำไมพวกคุณจึงคิดว่าชายคนนั้นจะต้องมาหาฉันด้วยละคะ”
“อา….คือว่า...เราคิดว่า…”
ผู้กองเซอบีรุสอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบคำถามจนเจ้าหน้าที่แมคชิงตอบแทนว่า
“พวกเราสงสัยว่าเขาจะเป็นอะไหล่มนุษย์ที่มิสเตอร์ เจ ต้องการส่งตัวไปที่นิวยอร์กนะครับ เมื่อเขารู้ว่าถูกหลอกไปฆ่าชำแหละอวัยวะ เขาน่าจะแค้นมิสเตอร์ เจ กับดร.ทอมสันมาก ถ้าเขาต้องการแก้แค้น เขาต้องมาสืบหาข้อมูลหรือไม่ก็มาแก้แค้นกับคนใกล้ชิดของดร.ทอมสันอย่างคุณยังไงละครับ”
“อย่างนี้หมายความว่าฉันตกอยู่ในอันตรายจากแก๊งอาชญากรรมและจากชายคนนั้นด้วยหรือคะ เขาเป็นใครหน้าตาอย่างไรฉันยังไม่รู้จักเลย แล้วอย่างนี้ฉันจะทำอย่างไรดีหรือต้องแจ้งความกับตำรวจดีคะ”
ผู้กองเซอบีรุสเมื่อได้ยินคำว่าตำรวจสีหน้าเปลี่ยนไปวูบหนึ่งรีบพูดออกมาว่า“ไม่ต้องครับ ถ้าพวกผมเป็นคนได้ตัวชายคนนั้นไปเรื่องทั้งหมดก็จะจบไม่มีใครมาตามทำร้ายคุณอีก ผมอยากจะขอความร่วมมือจากคุณว่าขอให้พวกผมได้เป็นบอดี้การ์ดตามคุ้มครองคุณโดยให้คุณมะลิใช้ชีวิตไปตามปรกติและถ้าชายคนนั้นโผล่ออกมาพวกเราจะจับตัวเขาและทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเรียบร้อย คุณมะลิตกลงไหมครับ”
มะลินอนคิดทบทวนเรื่องราวอยู่นานจนมาถึงตรงนี้ทั้งสับสนและหวาดกลัว เธออยากจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่แต่ถูกผู้กองเซอบีรุสห้ามเอาไว้เสียก่อนโดยให้เหตุผลว่าจะเป็นการทำให้ท่านทั้งสองคนพลอยได้รับอันตรายไปด้วย มะลิจึงจำต้องหยุดความคิดนั้นไว้เสียก่อน ความกลัวที่เกิดขึ้นอย่างไม่เคยคาดคิดทำให้เธออยากจะหาหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ จู่ๆมะลิก็เผลอคิดไปถึงชายหนุ่มคนที่เจอกันเมื่อวานและคิดถึงสัมผัสในอ้อมอกอันอบอุ่นของเขา มะลิไม่รู้ทำไมรู้สึกมั่นใจลึกๆว่าถ้าเขาอยู่ด้วยเขาต้องช่วยคุ้มครองให้เธอปลอดภัยได้อย่างแน่นอน หญิงสาวคิดกลับไปกลับมาระหว่างเรื่องที่จะให้คำตอบกับผู้กองเซอบีรุสอย่างไรกับเรื่องของชายหนุ่มแปลกหน้าจนเธอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย วันรุ่งขึ้นขณะที่มะลิเตรียมตัวจะออกไปทำงานตามปรกติเธอได้แอบโทรศัพท์ติดต่อไปยังพวกของผู้กองเซอบีรุสเพื่อตอบตกลงให้มีการคุ้มกันเธออย่างลับๆเพราะเจ้าตัวรู้สึกกลัวมากจนทำอะไรไม่ถูกและนอนฝันร้ายตลอดทั้งคืน วันเวลาผ่านไปโดยที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกับมะลิเลยและแทบจะไม่มีใครที่ดูท่าว่าน่าจะเป็นอันตรายกับเธอเฉียดกายเข้ามาใกล้
ในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมามะลิเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลงมาบ้างแล้ว ทีมของผู้กองเซอบีรุสเองก็แปลกใจว่าทำไมพวกแก๊งอาชญากรรมและพวกมือโปรจอมอุ้มจึงหายหน้าหายตากันไปหมด หรือว่าพวกมันหาที่อยู่และสถานที่ทำงานของหล่อนไม่เจอก็ไม่น่าจะใช่ แต่ก็มีเรื่องที่ผิดปรกติอยู่อย่างหนึ่งซึ่งทำให้ผู้กองเฒ่าไม่ค่อยชอบใจนักคือมีคนป่วยชาวจีนและชาวญี่ปุ่นเข้ามานอนพักรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลจัสมินฯสาขากรุงเทพมากจนผิดสังเกต แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใช่คนของแก๊งอาชญากรรมที่ส่งมาประกบตัวมะลิหรือไม่ เพราะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรของพวกมันให้เห็นเลย
ฝ่ายผู้กองเซอบีรุสเองก็ไม่ประมาทพวกเขาดำเนินการอย่างลับๆย้ายสไปเดอร์อายส์(อุปกรณ์ดักฟังและกล้องวงจรปิดไร้สาย) ที่เคยใช้กับดร.ทอมสันมาใช้กับมะลิที่โรงพยาบาลแทนทั้งหมด พวกเขาจึงได้เห็นมะลิอยู่ในสายตาโดยผ่านจอมอนิเตอร์ภายในรถตู้พิเศษที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสถานีแม่ข่ายเคลื่อนที่ตลอดทั้งอาทิตย์ซึ่งมันมักจะถูกนำไปจอดอยู่ใกล้กับรพ.จัสมินฯ สามวันก่อนหน้านี้ผู้กองเซอบีรุสก็ออกคำสั่งให้แมคและเจมส์คอยติดตามดูความเคลื่อนไหวของมะลิจากภายในรถกันเองโดยที่ตนจะแกล้งทำเป็นผู้ป่วยตามเข้าไปอาลักษณ์ขามะลิอย่างใกล้ชิดเพราะเธอเป็นพยาบาลประจำแผนกอายุรเวชชายอยู่แล้วจึงกลายเป็นว่าจิ้งจอกเฒ่าเป็นคนไข้ที่มะลิใช้เวลาว่างไปขลุกอยู่ด้วยบ่อยที่สุด



Create Date : 02 กรกฎาคม 2554
Last Update : 2 กรกฎาคม 2554 13:09:47 น. 0 comments
Counter : 265 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.