Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
30 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๒: สัญญา

องค์ที่ ๒:สัญญา
     เสียงห้ามล้อรถพยาบาลดังขึ้นหน้าตึก9ชั้นทันทีที่ประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนออกจากกันจนเห็นทางเข้าห้องฉุกเฉินพนักงานชายของ ร.พ. จัสมินเมโมเรียลสาขาหาดใหญ่ก็กรูกันออกมาช่วยลำเลียงร่างของผู้ป่วยเข้าไปพบแพทย์ หมอหนุ่มที่กำลังตรวจคนไข้อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องฉุกเฉินผละจากผู้ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คว่ำตรงหน้าทันทีเพื่อเข้าไปตรวจอาการ การมาถึงของคนไข้กรณีเร่งด่วนแม้ว่าจะไม่ใช่รายแรกของคืนนี้แต่ก็ต่อเนื่องกันเป็นรายที่เท่าไหร่แล้วเขาเองก็จำไม่ได้ หมอหนุ่มอดที่จะโอดครวญกับตนเองเบาๆไม่ได้ว่า      “เฮ้อ...นี่จะไม่ให้พักกันมั่งเลยหรือไงนะ” เขาแอบทอดถอนใจจนพยาบาลผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้วยอดอมยิ้มไม่ได้แต่แล้วเสียงสัญญาณจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
     “เรียนเชิญคุณหมอคมสันที่ห้องท่านผู้อำนวยการด่วนค่ะ...ๆ”
     หมอหนุ่มจำต้องผละจากคนไข้หญิงชราที่มาด้วยอาการแน่นหน้าอกส่งเสียงเรียกหมอเวรอีกคนให้เข้ามาช่วยดูแลเธอแทนตนเองก่อนจะเดินออกมาจากแผนกฉุกเฉินตรงดิ่งไปที่ลิฟต์กลางตึกด้วยอาการรีบเร่ง เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่าการที่ท่านผู้อำนวยการเรียกตัวด่วนต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาโทรศัพท์ขึ้นไปรายงานเมื่อ 20 นาทีก่อนหน้านี้อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายจากสาขากรุงเทพฯมาที่นี่นับครั้งได้เลยที่ท่าน ผอ.จะขอพบเขาเป็นการส่วนตัวเช่นนี้ ณ ห้องของผู้อำนวยการในเวลาเดียวกัน ชายสูงวัยร่างท่วมกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะทำงานกลางห้องโดยลำพัง เสียงเคาะประตูช่วยเรียกสติของท่านให้กลับคืนมาจากห้วงแห่งความคิดคำนึง
     “ท่านผู้อำนวยการต้องการพบผมหรือครับ”
     “เชิญนั่งก่อนสิครับคุณหมอ”
     ผู้อำนวยการใช้สายตาสำรวจหมอหนุ่มอย่างถี่ถ้วนท่านยังจำได้ดีถึงวันแรกที่เขาเข้ามารายงานตัวเพื่อรับตำแหน่ง ท่านใคร่รู้นักว่าทำไมหมอหนุ่มอนาคตไกลคนนี้จึงขอย้ายตนเองจากสาขาใหญ่เพื่อเข้าประจำที่สาขาภูมิภาคห่างไกลเช่นนี้ทั้งๆที่โอกาสและอนาคตที่มั่นคงที่นั่นย่อมมีมากกว่าอย่างแน่นอน ท่าน ผอ.นิ่งคิดอยู่เพียงครู่เดียวเมื่อปัดความอยากรู้ดั้งเดิมออกไปได้จึงเอ่ยถามหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
     “เรื่องที่คุณรายงานผมเมื่อซักครู่นี้เป็นความจริงหรือครับ...”ผู้อำนวยการชี้นิ้วไปที่แฟ้มทะเบียนคนไข้ตรงหน้าและถามต่อ “...เขาไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของสาขาใหญ่ที่กรุงเทพฯได้อย่างไร”
     “เป็นความจริงครับ ตามข้อมูลที่ส่งมาให้ผมทางอีเมล์มีแต่รายชื่อของนักบิน นักบินผู้ช่วย และ ด.ร.ทอมสันเท่านั้น”
หมอหนุ่มคาดไว้แล้วว่าเหตุการณ์ทำนองนี้จะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีที่เขาได้รับข้อมูลผู้โดยสารเครื่องบินลำที่ตก เขาเห็นความกังวลใจวิ่งขึ้นมาบิดสองคิ้วของท่าน ผอ.จนขมวดเข้าหากันเมื่อท่านถามคำถามอีกครั้ง
     “คุณได้แจ้งทางกรุงเทพฯหรือยังเรื่องชายคนนี้”
     “ผมแจ้งกลับไปแล้วครับว่าทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพของทุกคนแล้วและเราได้รับตัวผู้รอดชีวิตกลับมาดูแลเรียบร้อย... ” หมอคมสันยังจำได้ดีถึงอาการอึ้งไปของเจ้าหน้าที่คู่สนทนาและจำได้แม้กระทั่งประโยคแรกที่ฝ่ายข้อมูลของสำนักงานใหญ่อุทานเป็นคำถามกลับมาว่า “อะไรนะคะ มีใครนอกเหนือจากนักบินทั้งสองและดร.ทอมสันด้วยหรือคะ” เสียงตามสายฟังดูตื่นตกใจมากจริงๆและเธอยังพูดด้วยว่า“ ตามข้อมูลที่ ดร.ทอมสันได้ระบุไว้ ท่านเดินทางไปเพียงลำพังเท่านั้นนี่คะ” แม้แต่เวลานี้ตัวเขาเองก็ยังแปลกใจไม่หายเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงถามย้ำกลับไปว่า “คุณแน่ใจนะว่าไม่มีรายชื่อของใครอีก ” แต่คำตอบที่ได้ยินยิ่งเพิ่มความฉงนให้เขามากยิ่งขึ้นไปอีก “ แน่ใจค่ะ จากรายการที่ ดร.ทอมสัน ขออนุญาตใช้เครื่องบินเขาระบุแค่ตัวเองกับอุปกรณ์ทางการแพทย์เพียงชิ้นเดียวเท่านั้นค่ะ” ขณะที่หมอหนุ่มจมอยู่ในความคิดคำนึงส่วนตน ท่าน ผอ.ก็กำลังตรึกตรองอะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน ท่านเงยหน้าขึ้นมาสั่งความหมอหนุ่มด้วยท่าทีที่ไม่สู้สบายใจนักเมื่อคิดตก
     “คุณยังไม่ต้องทำอะไรและยังไม่ต้องติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนะขอให้ผมได้คุยกับท่านผู้อำนวยการใหญ่ก่อนเพราะผมยังไม่ต้องการให้มีบุคคลที่สามรู้เรื่องนี้...เออ อีกอย่างคุณช่วยเป็นหมอเจ้าของไข้ให้เขาด้วย ขอบคุณครับคุณหมอ เชิญคุณหมอกลับไปทำงานต่อได้แล้วครับ ”ท่านผู้อำนวยการออกคำสั่งพร้อมกับยกหูโทรศัพท์ขึ้นมากดเลขหมายภายในต่อตรงไปยังเลขาธิการหน้าห้องของท่าน หลังจากที่หมอคมสันพยักหน้าก็เดินจากไปท่านผู้อำนวยการก็พูดกับเลขาของท่านด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความยุ่งยากใจอย่างชัดเจนว่า “ช่วยต่อสายท่านผู้อำนวยการใหญ่จาคอฟสกี้ให้ผมด้วย ”
     หมอคมสันออกมาจากห้องของท่าน ผอ.ด้วยสีหน้าเข้มขึงไม่แพ้กัน เขาเดินตรงไปยังลิฟต์ประจำตึกโดยที่ในสมองเต็มไปด้วยคำถามมากมายจนรู้สึกหงุดหงิด ชั่วแวบหนึ่งของความรู้สึกหมอหนุ่มหวนกลับไปคิดถึงหญิงสาวที่ตนหมายปอง เธอเคยทำให้เขาเกิดคำถามที่ปราศจากคำตอบเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่งคำถามนั้นนอกจากจะตามมาหลอกหลอนจิตใจของเขาอยู่จนทุกวันนี้มันยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาขอย้ายตัวเองมาจากสาขาใหญ่ที่กรุงเทพฯอีกด้วยและในเวลานี้คำถามนั้นเหมือนมันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุมลึกในจิตใจก้องอยู่ในหัวสมองด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอวนเวียนเป็นประโยคสั้นว่า “ทำไม...ทำไมคุณถึงไม่ยอมแต่งงานกับผม” เขายังจำความรู้สึกผิดหวังครั้งนั้นได้อย่างแม่นยำ วันที่เขาบอกรักและขอเธอแต่งงานเป็นวันเดียวกับที่เธอจบการศึกษา เขาถูกเธอปฏิเสธอย่างนิ่มนวล แต่คำพูดที่นุ่มนวลนั้นกับเสียดแทงจิตใจทุกครั้งที่หวนคิดถึงมัน คำตอบนั้นกลายเป็นคำถามสุดท้ายที่ทำให้เขาอยากได้คำเฉลยจากเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง เทพธิดาประจำใจตอบเขาว่า “ขอโทษค่ะพี่หมอ ฉันตอบไม่ได้จริงๆว่าทำไมจึงรักและแต่งงานด้วยไม่ได้” หมอหนุ่มกดปุ่มเรียกลิฟต์อย่างคนใจลอยเมื่อมันเปิดออกเขาก็ก้าวเข้าไปราวกับร่างของคนไร้วิญญาณเพื่อพาตนเองกลับไปทำงานต่อ


     เวลาเดียวกันนั้นในห้องผู้ป่วยพิเศษผู้ตกลงมาพร้อมกับเครื่องบินลำเลียงของโรงพยาบาลแห่งนี้กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงเพียงลำพัง เขาอยู่ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนอุปกรณ์ตรวจวัดการเต้นของหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถูกติดเป็นจุดๆอยู่ตามตัวทั่วร่างกายแขนซ้ายถูกพันธนาการด้วยปลอกวัดความดันโลหิตเสียงสัญญาณที่ได้ยินเพียงแผ่วๆอยู่ในความเงียบสงัดดังเป็นจังหวะบ่งบอกว่าหัวใจของเขากำลังเต้นอย่างเป็นปรกติ ตามร่ายกายปราศจากบาดแผลใดๆเลยนอกจากรอยจางๆยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือใต้แผ่นอกข้างขวาตรงกันข้ามกับตำแหน่งหัวใจ พยาบาลสาวสองคนเปิดประตูเข็นรถอุปกรณ์การแพทย์เข้ามาภายในห้องเงียบๆ เมื่อทั้งคู่มาถึงเตียงคนไข้การทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้ายางปิดแผลจึงเริ่มขึ้นพยาบาลสาวผมบ๊อบสั้นเปิดฉากสนทนาทำลายความเงียบด้วยเสียงกระซิบโดยใช้สายตาจับจ้องอยู่บนบาดแผลของชายหนุ่มที่ตนกำลังทำความสะอาดให้ด้วยผ้าที่ชุบน้ำยาล้างแผล
     “มลเธอว่าแปลกไหมจ๊ะ ตานี่รอดมาได้โดยที่มีแผลแค่นี้”
     “ยัยแบงก์เธอไม่รู้หรือว่าเขาอยู่ในเครื่องอะไรซักอย่างที่ตกลงมาพร้อมกับเครื่องบิน พี่ที่ไปกับรถเล่าให้เราฟังว่าเจ้าเครื่องนั้นมันพังไปเลยนะแต่เขาไม่มีบาดแผลอะไรเลยตอนที่เอาร่างของเขาออกมาจากเจ้าเครื่องที่ว่านั่นนะ”
     พยาบาลสาวผมม้าหน้าตาเก๋ไก๋เริ่มตัดพลาสเตอร์ปิดแผลส่งให้เพื่อนสาวของเธอเมื่อพูดจบเจ้าหล่อนเลื่อนสายตาจากบาดแผลบนแผงอกกำยำขึ้นไปจับยังวงหน้าของชายหนุ่มและหันไปสบตากับเพื่อนพยาบาลที่กำลังใช้สายตาเพ่งพิศดูเขาอย่างละเอียดเช่นกัน ท่ามกลางแสงไฟสว่างนวลๆจากหัวเตียงเธอสังเกตเห็นวงคิ้วที่เข้มขึงบนโครงหน้าคมคายลอยเด่นสะดุดตาจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากที่เม้มมุมอยู่ตลอดเวลาทำให้เธอออารมณ์หวั่นไหวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุพลอยมองสำรวจเขาต่อไปเรื่อยๆราวกับกำลังต้องมนต์สะกดของรูปปั้นเทพบุตรรูปงาม ชายหนุ่มมีผิวสีทองแดงธรรมชาติเรือนผมหยิกหยักศกเป็นรอนยาวปะไหล่สีดำเงางามให้ความรู้สึกชวนหลงใหลและซ่อนความน่าตื่นใจอย่างน่าประหลาด เธอสรุปกับตัวเองในใจได้ทันทีว่าเขาชังหล่อไร้ที่ติจริงๆ พยาบาลสาวแอบอมยิ้มและกระซิบกับเพื่อนเบาๆว่า “โชคดีแถมยังหล่อไม่เบาด้วยนะตานี่”
     เสียงประตูที่เปิดออกดึงความสนใจของสองสาวให้หันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียว หมอคมสันกำลังเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาในห้อง เขาดูหัวเสียและตรงดิ่งมาหยุดยืนจ้องสำรวจร่างกายของคนเจ็บในความดูแลของตนที่ข้างเตียง ในความคิดของเขาใจหนึ่งแม้จะต้องการให้ชายหนุ่มนอนพักผ่อนให้เต็มที่แต่อีกใจกลับอยากจะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาตอบคำถามตนให้หายสงสัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามใหม่ที่พึ่งเกิดขึ้นมาระหว่างทางที่มาตรวจอาการเขาตามตารางเวลา ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาทีหมอหนุ่มได้ฟังประกาศของทางแผนกประชาสัมพันธ์ว่าต้องการให้เขาติดต่อกลับไปหาโดยด่วนเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยซึ่งอยู่ ณ จุดเกิดเหตุต้องการเรียนสายด้วย จากการให้รายละเอียดของเจ้าหน้าที่คนนั้นทำให้เขาทราบทันทีว่าเครื่องมือขนาดใหญ่ที่กำลังถูกขนมาคืนให้กับทาง ร.พ.นั้นคืออะไรแต่เขาก็ไม่เคยเห็นเครื่องเก็บรักษาตัวอย่างทางชีวภาพเครื่องไหนที่มีขนาดใหญ่โตเท่านี้มาก่อนและโหลแก้วที่ใช้เก็บรักษาตัวอย่างโดยทั่วไปก็ไม่เคยเห็นอันไหนประกอบไปด้วยระบบยังชีพของสัตว์ทดลองเหมือนมันด้วย เขาตะหนักรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากจนเกินไปจนหน่วยงานที่เป็นเจ้าของต้องทรงอำนาจและเป็นความลับในระดับสุดยอดจริงๆแต่ทำไมมันถึงเป็นอุปกรณ์ของที่นี่ไปได้ หมอหนุ่มพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไปจากสมองและใช้เข็มฉีดยาที่เตรียมมาฉีดสารเคมีสีขาวให้กับคนไข้ตามคำสั่งของท่าน ผอ.จนหมดหลอด เขาเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉีดเข้าไปในร่างของคนไข้นี้มันคืออะไร มันพึ่งจะมาถึงมือเขาก่อนได้รับคำสั่งไม่นาน ทำให้ในเวลานี้ชายหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นมนุษย์เจ้าปัญหาที่ให้กำเนิดคำถามมากมายจนเขาเองก็หาคำตอบมาอธิบายให้ตนเองพอใจไม่ได้เลย และคำถามใหม่ล่าสุดได้หวนกลับมาก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาอีกครั้ง มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจจนต้องเปรยกับตนเองในสมองว่า “ ฉันอยากรู้จริงๆว่านายเป็นใครและทำไมจึงถูกขนมาด้วยเจ้าเครื่องนั้นกันแน่นะ”
     เสียงสนทนาของบุคคลทั้งสามที่กำลังเดินออกจากห้องไม่อาจแทรกเข้าสู่โสตประสาทของคนที่อยู่ในสภาวะการหลับลึกได้เลย เวลาในโลกแห่งความจริงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจากมืดไปเช้าและล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายของวันใหม่ตามวัฏจักรของเวลา ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงนอนหลับสนิทราวกับคนตายเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่ในห้วงแห่งภวังคจิตของเขา เขากำลังท่องอยู่ในความฝันและฝันว่าร่างของตนนอนคว่ำหน้าลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสีเทาทึบทึมที่โอบล้อมอยู่รอบตัว เขารู้สึกผ่อนคลายราวกับตัวเบาเป็นขนนกที่ไร้น้ำหนัก ไม่นานหลังจากที่เขาตกยู่ในภาวะก้ำกึ่งระหว่างการมีสติกับไม่มีร่างกายของเขาก็ค่อยๆหนักขึ้นๆและเริ่มจมดิ่งลงสู่ห้วงอากาศสีดำเบื้องล่างช้าๆ ชายหนุ่มพยายามดิ้นรนไขว่คว้าหาที่จับยึดแต่ปราศจากสิ่งใดให้ฉกฉวยยิ่งขัดขืนความเร็วก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนว่ามันจะไม่หยุดนิ่งอีกต่อไป จนท้ายที่สุดเขาจำต้องยอมทอดใจและเลิกคิดที่จะต่อต้านมัน ชั่วอึดใจต่อมาหลังจากที่เขาเฝ้ามองการดำดิ่งอย่างต่อเนื่องมันจึงค่อยๆช้าลงๆและหยุดไปเองราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นจับยึดเอาไว้
     ชายหนุ่มพบว่าร่างกายของเขาลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดที่มืดมิดยิ่งไปกว่าเก่าปราศจากสรรพสำเนียงใดๆในความเงียบงัน เกิดเป็นความรู้สึกอึดอัดใจขึ้นเรื่อยๆและค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความประหวั่นพรั่นพรึง ความรู้สึกนั้นมันกลั่นตัวเองจนกลายเป็นความกลัวเพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้นตามระยะเวลาที่เคลื่อนผ่านเมื่อมันหมักบ่มจนได้ที่ ความกลัวจึงค่อยๆคืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจของเขาจนเต็มปริ่มทันใดนั้นเขารู้สึกถึงการหยุดเต้นของหัวใจตนชั่วเสี้ยวหนึ่งของวินาทีและเจ็บแปลบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบมันอย่างแรงในพริบตาต่อมา การกระตุกนั้นทำให้มันกลับมาทำงานอีกครั้งด้วยจังหวะที่ถี่กระชั้นผิดไปกว่าเดิม เสียงหัวใจที่เต้นระรัวดึงความสนใจของเขาไปจากความกลัวในตอนแรก ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าตนกำลังไหลไปตามเสียงเต้นที่เป็นจังหวะกระชั้นนั้นราวกับล่องไปตามสายธารที่เชี่ยวกรากและมันได้นำเขาย้อนกลับไปยังความทรงจำในอดีตที่ครั้งหนึ่ง หัวใจดวงนี้เคยทำงานอย่างหนักหน่วงเช่นนี้มาแล้ว
     จอร์จพบตนเองลืมตาขึ้นมาท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมากระทบผิวสัมผัสทั่วร่างเขานอนคว่ำหน้าอยู่บนลานดินที่เปียกชุ่ม ความเจ็บแปลบที่อกซ้ายเรียกสติของเขาให้ตื่นตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขารู้ได้ทันทีว่าตนเองยังไม่ตายและแน่ใจเช่นนั้นเพราะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจที่ดังออกมาจากหน้าอกข้างขวา เขาพูดกับตนเองเบาๆด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
     “ใช่สิเรายังไม่ตายนี่...หัวใจของเราอยู่ทางนี้ต่างหาก”
     จอร์จพยายามใช้สองแขนยันตัวขึ้นจากพื้นดินที่เปียกโชกพิษจากคมกระสุนที่วิ่งทะลุร่างสร้างความเจ็บปวดไปบั่นทอนกำลังวังชาของเขาจนเกือบหมด เขาพยายามรวบรวมแรงกายที่มีเหลือเดินกลับไปตามทางที่จากมาเวลานี้แม้เสียงระเบิดและเสียงปืนจะหมดสิ้นไปแล้วก็ตามแต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ที่ดังแว่วแหวกเสียงซ่าของสายฝนมาให้ได้ยิน ควันไฟและกลิ่นเนื้อไหม้ฟุ้งขจายอยู่ในมวลอากาศที่สัมผัสได้จากฆานประสาท ความตายปรากฏอยู่ตรงหน้าทุกองศาที่เขาเหลียวมอง ร่างของเหยื่อสังหารบ้างก็นอนจมกองเลือดอยู่อย่างเดียวดาย บ้างก็นอนหงายหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคนที่รู้จัก ความพลัดพรากตรงหน้าทำให้จอร์จสลัดความเจ็บปวดทิ้งไปได้ราวกับปลิดทิ้ง เขาออกวิ่งด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งตรงดิ่งไปยังเต้นพยาบาลด้วยหัวใจที่เต้นราวกับกลองศึกถูกตีระรัว ความเร่งรีบผนวกกับอาการบาดเจ็บทำให้หัวใจของเขากรำงานหนักยิ่งไปกว่าเก่าหลายเท่าตัวแต่แล้วภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้ากับทำให้หัวใจดวงนั้นแถบจะหยุดเต้นลงอย่างเฉียบพลัน
     เขาเห็นร่างของมะลิในชุดพยาบาลสีขาวนอนจมกองเลือดสีแดงข้นอยู่บนเตียงพยาบาลตัวหนึ่ง เลือดสดๆหลั่งรินลงมาจากปากแผลที่ถูกกรีดเป็นทางยาวขวางลำคอ เสื้อและกางเกงถูกฉีกทึ้งจนขาดกะรุ่งกะริ่ง รอยมลทินประทับอยู่บนร่างกายทุกตารางนิ้วตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอนอนตายทั้งๆที่ตายังเบิกโพล่งและปากยังคงอ้าค้าง ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับเป็นคนละคน ทุกสิ่งทุกอย่างบ่งบอกถึงชะตากรรมที่มะลิต้องเผชิญก่อนที่เธอจะสิ้นใจได้เป็นอย่างดี
     ในวินาทีนั้นหัวใจของจอร์จเหมือนก้อนเนื้อสดๆที่ถูกกรงเล็บของสัตว์นรกบดขยี้บี้และป่นให้ละลายไหลไปกับสายน้ำที่หยดลงสู่ผืนดิน ใบหน้าถอดสีซีดเผือกไร้ความรู้สึกราวกับศพที่ตายซาก เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากเปื้อนเลือดของแฟนสาวช้าๆ น้ำตาสีแดงกร่ำไหลอาบลงมาไม่ขาดสาย ชายหนุ่มอุ้มร่างของคนรักขึ้นมากระชับไว้กับอกและออกเดินไปตามทางที่นำไปสู่ท่าน้ำหลังค่ายทหารโดยไม่รู้ตัว ในใจของเขายามนี้ตระหนักรู้ดีว่าความเจ็บปวดหรือความตายไม่ใช่สิ่งที่เขากริ่งเกรงมาตลอดชั่วชีวิต การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักนี่ต่างหากที่เขาไม่ต้องการจะเจอะเจอกับมันเพราะตัวเขารู้ดีว่ามันต้องสร้างความทุกข์ใจเสียยิ่งกว่าทุกข์ใดใดที่เคยเผชิญมาแล้วดั่งที่เป็นอยู่นี้
     จอร์จหวนกับไปคิดถึงชาติกำเนิดที่ตั้งอยู่บนความขัดแย้งของคู่สงครามของตนครั้งหนึ่งมันเคยเป็นความทุกข์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดสำหรับเด็กลูกครึ่งเช่นเขาใบหน้าคมสันและจมูกโด่งที่ได้รับกรรมพันธุ์มาจากพ่อเชื้อสายอเมริกันเมื่อผนวกเข้ากับผมดำหยิกหยักศกที่ได้รับมรดกเพียงหนึ่งเดียวจากแม่ชาวเวียดนามได้หลอมรวมเป็นรูปกายที่ใครๆหลายคนคิดอิจฉาแต่ไม่เคยมีใครรู้เลยว่ามันเป็นดั่งตราบาปที่สร้างความแปลกแยกจากผู้คนรอบข้างให้กับเขามาตั้งแต่จำความได้ เท่านั้นยังไม่พอสงครามและการแก่งแย่งผลประโยชน์ของคนไม่กี่คนก็ฉกฉวยโอกาสยัดเยียดความทุกข์ที่หนักหนาสาหัสกว่าเดิมให้กับชีวิตในวัยเยาว์ของเขาอีกครั้ง เขาจำได้ดีว่าตนรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวมากแค่ไหนเมื่อต้องสูญเสียแม่บังเกิดเกล้าไปในวันนั้นจวบจนวันนี้ชีวิตของเขาได้ผ่านพ้นช่วงชีวิตที่ทุกข์ระทมเหล่านั้นมาได้และผู้หญิงคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดเขาคนนี้ก็เป็นคนๆเดียวที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับคำว่าความรักอีกครั้งหนึ่ง
     มะลิเธอเป็นดั่งเรือนใจที่คนจรเช่นเขาได้อาศัยพักพิง ความปรารถนาดีและความรักที่บริสุทธิ์ใจของเธอ ช่วยปัดเป่าความหยาบกระด้างออกไปจากจิตวิญญาณของเขาจนหมดสิ้น ดุจเปลี่ยนฆาตกรเลือดเย็นให้กลับกลายมาเป็นเช่นปุถุชนที่มีหัวใจไว้เพื่อความรัก แล้วทำไมแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาต้องมาดับสิ้นลงด้วย เขาตะเบ็งเสียงถามตัวเองในใจกลับไปกลับมาตลอดทางที่ก้าวไปข้างหน้า พายุฝนเริ่มตกกระหน่ำลงมาอีกครั้งราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้
     จอร์จอุ้มร่างของคนรักเดินไปตามทางที่ลาดชันทางที่เคยเป็นดินแปรสภาพเป็นโคลนเลนเพราะน้ำที่เจิ่งนอง ความเจ็บปวดจากบาดแผลแม้มันจะไม่สามารถทำให้เขาตายตกตามคนรักไปได้เช่นที่ใจปรารถนาแต่ก็กัดกร่อนพละกำลังให้ถดถอยลงทุกวินาทีที่ผ่านเลย สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มเลือนรางทำให้เขาหวนกลับไปคิดถึงภาพความหลังที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง จอร์จจำทางเดินลาดชันนี้ได้ดี ในอดีตเขากับมะลิเคยมาเดินเล่นด้วยกัน ณ ท่าน้ำแห่งนี้ ในค่ำคืนวันนั้นสายน้ำฉ่ำเย็นและธรรมชาติอันงดงามเป็นดั่งลูกกุญแจที่ช่วยไขความรู้สึกซ่อนเร้นในหัวใจของเขาให้เผยตัวตนต่อหน้าเธอ เขายังจำวินาทีที่มะลิตอบรับความรักของเขาได้เป็นอย่างดีและยังจำสัมผัสแรกที่ทั้งคู่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันได้ ที่ตรงนี้จึงเป็นดั่งครรภ์ของมารดาผู้กำเนิดชีวิตใหม่ให้แก่เขาและยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำพิเศษที่หวานชื่นประทับแน่นอยู่ในจิตใจไม่จืดจาง
     แต่ทางเดินที่คู่รักเคยใช้ไปยังสรวงสวรรค์เมื่อกาลก่อนบัดนี้มันกลับกลายเป็นหนทางที่แสนวิปโยคเต็มไปด้วยขวากหนามได้อย่างไรเขาก็สุดที่จะเข้าใจ กำลังกายและกำลังใจที่ถูกฝืนจนถึงขีดสุดทำให้เขาก้าวเท้าพลาดลื่นไถลตกลงไปสู่สายน้ำเบื้องล่างโดยไม่ตั้งใจ ร่างของเขากับมะลิถูกสายน้ำที่เชี่ยวกรากพลัดแยกออกจากกันไปคนละทิศละทางเสี้ยววินาทีก่อนที่สติสุดท้ายของจอร์จจะดับวูบลงชายหนุ่มตระหนักรู้ในใจว่าสายธาราที่เคยหวานฉ่ำยามรักแรกผลิบานบัดนี้มันขื่นขมจนยากที่จะกล้ำกลืนลงคอไปได้เสียแล้ว ร่างที่ปราศจากเรือนใจของมะลิพลัดไปไกลจนสุดสายตาและแล้วสติของเขาก็ดับวูบลงเหมือนเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ที่ถูกปิดด้วยลีโมทคอนโทรลอีกครั้งหนึ่ง



Create Date : 30 เมษายน 2554
Last Update : 24 สิงหาคม 2554 13:03:19 น. 5 comments
Counter : 375 Pageviews.

 
ทักทายยามยเ็นนะจ่ะ อิิอิ


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:17:51:38 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ


โดย: วาโย (wayoodeb ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:45:08 น.  

 
ลงชื่ออ่านจ้า เอาวะได้เป็นนางเอกตอนเดียวก็เอา


โดย: bank IP: 49.228.7.202 วันที่: 30 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:14:55 น.  

 
ขอบคุณนางเอกแบงค์ เรื่องหน้าจะจัดให้หนัก เอาให้ ไฟรักอสูรอายไปเลย อิอิ


โดย: วาโย (wayoodeb ) วันที่: 2 สิงหาคม 2554 เวลา:12:26:14 น.  

 
ไม่กลัวจ้าเล็ก ปูเสื่อรอเลย


โดย: bank IP: 110.49.227.95 วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:10:42:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.