Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
14 เมษายน 2550
 
All Blogs
 

ใบไม้เปลี่ยนสี...เมื่อลมรักมาเยือน (ตอนที่7)

ใบไม้ใบที่เจ็ด (เรื่องน่าสับสน...อีกสักทีเถอะน่า)




“เดี๋ยวแวะร้านสะดวกซื้อตรงโน้นก่อนนะ พี่ต้องซื้อเสบียงให้เจ้าทโมนพวกนั้น”

กิริฎาหัวเราะคิกเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มคงไม่ได้หมายถึงใคร นอกจาก เควิน เค และโก สามหนุ่มที่พักอยู่บ้านเดียวกับเขา

ขำเจ้าพวกนั้นชะมัด กลายเป็นลูกน้องพระรามกันไปซะแล้ว...แต่ว่า...

“ป่านนี้ไม่หลับกันหมดแล้วหรือคะ”

“ยาก...คืนวันศุกร์แบบนี้ไม่แน่อาจจะโต้รุ่งกันด้วยซ้ำ”

แล้วพวกนั้นอยู่ทำอะไรจนโต้รุ่งกันล่ะ...? กิริฎาขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ไม่กล้าถามออกไป เพราะแอบกลัวคำตอบอยู่นิดหน่อย

เธออาศัยช่วงที่โทซื้อของขบเคี้ยว ซื้อของใช้จำเป็นของตัวเองไปด้วยเลย เธอเอียงคอมองเจ้ากล่องน้ำผักผลไม้รวมในตู้แช่อย่างชั่งใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ แล้วตัดสินใจซื้อกล่องเล็กมากล่องหนึ่ง

ถือว่าซื้อมากินแก้อยากก็แล้วกัน กล่องใหญ่มันแพงเน้อ...

หลังจากจ่ายเงินที่แคชเชียร์เรียบร้อย เธอก็รีบจัดแจงล้วงเข้าไปในถุงเจาะกล่องน้ำผักผลไม้รวมกล่องนั้นขึ้นมาดูดทันทีระหว่างยืนรอชายหนุ่มอยู่หน้าร้าน

คิ้วของเธอเริ่มขมวดเข้าหากันเมื่อต้องเพ่งมองฝ่าความมืดไปมองเงาลางๆ ที่กำลังขับจักรยานผ่านไป

“รอนานไหมแก้ว ไปกันเถอะ” โททักหญิงสาวที่รออยู่หน้าร้านเพราะรู้ตัวว่าตัวเองหายไปนานพอสมควร เขาไม่ทันเอะใจเพราะยังไม่เห็นสีหน้าของกิริฎาจนเข้าวางของลงในตะกร้าหน้ารถจักรยานเรียบร้อยแล้วนั่นแหละจึงหันไปมองเธอที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม “มีอะไรเหรอแก้ว ทำไมคิ้วขมวดกันอย่างนั้น”

“เมื่อกี้เหมือนเห็นโกขี่จักรยานผ่านไปทางบ้านแก้วแวบๆ ค่ะ เห็นดึกแล้วเลยสงสัยว่าหมอนั่นจะไปไหน”

“งั้นหรือ” คราวนี้โทเลยกลายเป็นเพื่อนร่วมขมวดคิ้วกับกิริฎาไปอีกคน “อาจไปธุระบ้านเพื่อนมั้ง เห็นว่าจับกลุ่มทำโปรเจ็คอะไรกันอยู่”

กิริฎาพยักหน้ากับเหตุผลของชายหนุ่ม แต่ภาพโกขี่จักรยานเหลียวหน้าเหลียวหลังยังติดตาเธออยู่ เหมือนเขากำลังหนีอะไรสักอย่างมา แต่เวลาก็ผ่านไปพอสมควรเธอก็ยังไม่เห็นมีใครไล่หลังเขามาสักคน เมื่อคิดได้ว่าตัวเองอาจคิดมากไปเอง เธอจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่ลมหายใจจะขาดช่วง โกก็ขี่จักรยานกลับมาอีกครั้ง ท่าทางปั่นจักรยานของเขาดูรีบร้อนจนเธอต้องรีบชี้ให้โทดูด้วยกลัวว่าเขาจะพลาดหากช้าไปสักเสี้ยววินาที

“พี่โทนั่นไงคะโก ปั่นจักรยานกลับมาแล้ว”

โทหันไปมองตามจุดที่หญิงสาวชี้ และเห็นหนุ่มรุ่นน้องกำลังปั่นพาหนะสองล้อด้วยท่าทีร้อนรนจนเขาเองยังแปลกใจ จึงตะโกนทักออกไป

“เฮ้...โกไปไหนมาน่ะ”

เสียงของโทเป็นผลทำให้หนุ่มน้อยบนจักรยานเบรกรถทันที เขาแทบกระโดดออกจากจักรยานคันนั้นทั้งๆ ที่มันยังไม่จอดสนิทดีด้วยซ้ำ และไม่สนใจสักนิดว่าเจ้าพาหนะสองล้อจะลงไปนอนบนพื้นถนนขณะเดินตรงดิ่งมาที่พวกเธอสองคน

“โอ้ย...” โกมาหยุดยืนหอบต่อหน้ากิริฎาและโท เป็นนานกว่าเขาจะเริ่มพูดอะไรได้ “ดีใจจริงๆ เจอนายสักทีโทนี่ โชคดีจังทิลด้าก็อยู่ด้วย”

“มีอะไรทำไมหน้าตาตื่นขนาดนั้น” กิริฎาถามขึ้น อดสังเกตไม่ได้ว่าใบหน้าของโกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังเห็นรอยเปียกชื้นอย่างชัดเจน

“เรื่องใหญ่ อองซูเอาอีกแล้ว คราวนี้อาละวาดด้วย ทำไงดี”

แค่ได้ยินว่า ‘อองซูอาละวาด’ กิริฎาก็นึกย้อนได้ทันทีเรื่องเกี่ยวกับอองซูที่โทเคยเล่าให้ฟังว่าหญิงสาวชาวเกาหลีผู้นั้นบอกว่าตัวเองมีอาการ ‘ผีเข้า’ อยู่เนืองๆ

“เรื่องปกตินี่ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น” โทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่เขาก็ยังประหลาดใจว่าเหตุใดหนุ่มรุ่นน้องทำเหมือนมันไม่ใช่เรื่องปกติ

“ก็อย่างที่บอกไง คราวนี้อาละวาดด้วย คลุ้มคลั่งใหญ่เลย เนี่ยพี่เคออกมารอดูสถานการณ์อยู่หน้าบ้านแล้วไม่กล้าเข้าบ้านบอกให้ผมมาตามทิลด้าเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง เห็นว่าเป็นเพื่อนกับอองซู”

กิริฎาสะดุ้งโหยง เมื่อโดนพาดพิงถึง เพื่อนๆ มีเรื่องเมื่อไหร่เธอยินดีเสียยิ่งกว่ายินดีที่จะช่วยเหลือ แต่ไอ้เรื่องผีเรื่องสางนี่เธอก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน น้ำเสียงที่หลุดออกจากปากเธอจึงจืดเจื่อนเต็มที

“แล้วฉันจะช่วยอะไรได้ล่ะ”

“ช่วยได้ไม่ได้ไม่รู้ล่ะ อย่างน้อยก็ไปอยู่เป็นเพื่อนกันหน่อย น่ากลัวจะตาย”

แม้จะพูดอย่างนั้นแต่สิหน้าของโกก็คลายความตื่นตระหนกไปได้มากแล้ว คงเพราะได้เจอเธอและโทซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่า และมีแนวโน้มพึ่งพาได้

“เอาไงดีคะพี่โท” กิริฎาเงยหน้ามองชายหนุ่มซึ่งนับตามอายุแล้วอาวุโสที่สุด

“แก้วไปบ้านพี่ก่อนแล้วกัน แล้วค่อยดูว่าจะทำอะไรต่อไปได้บ้าง ไป โก กลับบ้าน”

ถึงจะพยักหน้าเห็นด้วย แต่เมื่อลับหลังชายหนุ่มทั้งสอง กิริฏาก็กรอกตาไปมา เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดีกับประสบการณ์เจอคนผีเข้าครั้งแรกในชีวิต (ครั้งที่แล้วไม่นับเนื่องจากไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร)

เมื่อพวกเธอไปถึงหน้าบ้านพักของพวกเขาก็เห็นเคยืนวนเวียนรออยู่หน้าบ้านจริงๆ

“เฮ้อ...ทำไมมาช้ากันนักล่ะ อยู่คนเดียวมันวังเวงนะ”

“อ้าว แล้วเควินล่ะพี่เค” โกถามถึงเควินเพื่อนร่วมบ้านที่ตอนแรกยังรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันก่อนที่อองซูจะอาละวาด

“ไอ้บ้านั่น มันพาแฟนมันไปส่งบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าจะซวยโดนแฟนบอกเลิกเพราะผียายอองซูอาละวาดหรือเปล่า”

“เรื่องมันไปยังไงมายังไงล่ะเค” โทถามด้วยสีหน้าเรียบ อาจเพราะเขายังคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติไปแล้วก็ได้

“ไม่รู้เหมือนกัน ก็พวกเรากำลังเล่นไพ่กันอยู่ดีๆ ยายอองซูก็ลงมาจากด้านบน แล้วเปิดประตูผางเดินตาขวางเข้ามาในห้องนั่งเล่น” เคเล่าด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“พอเข้ามาปุ๊บ” โกรีบเสริม “ก็เริ่มขว้างปาข้าวของ ตอนนั้นแหละที่พวกเรารู้ว่าอองซูเอาอีกแล้ว แต่มันไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่สั่นๆ ชักๆ เหมือนทุกที ป่านนี้ห้องนั่งเล่นนั้นคงเละไปแล้ว”

“ใช่ พวกเราเลยรีบโกยอ้าวกันออกจากบ้าน ฉันก็เลยให้โกไปดูว่าทิลด้ากับนายกลับมาหรือยัง ดีใจเป็นบ้าที่เห็นทั้งสองคน”

“แล้วอองซูล่ะ ตอนนี้อองซูเป็นยังไงบ้าง” กิริฎาถามขึ้นอย่างห่วงใยเพื่อนสาวชาวเกาหลี

“ไม่รู้สิ” เคส่ายหน้า “ข้างในเงียบแล้วก็จริง แต่ฉันไม่กล้าเข้าไปดูคนเดียวหรอก”

หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มนึกถึงอาการหลัง ‘ผีเข้า’ ของสาวเกาหลีในครั้งก่อนได้ ทำให้ความหวาดกลัวเรื่องผีสางเมื่อครู่แทบหายไปสิ้น เธอจำได้ว่าอองซูตอนนั้นท่าทางอ่อนระโหยแทบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

หากตอนนี้อาการดังกล่าวของหญิงสาวในบ้านหายแล้ว ก็น่าห่วงไม่น้อย เพราะหนุ่มญี่ปุ่นสองพี่น้องต่างยืนยันว่าเป็นหนักกว่าทุกที

“ถ้างั้น ฉันว่าไปดูข้างในกันดีกว่า ป่านนี้อองซูอาจจะหายแล้วก็ได้”

หนุ่มญี่ปุ่นทั้งสองมองมาที่เธออย่างลังเล ก่อนจะหันไปมองกันเองราวกับจะปรึกษากันทางสายตาว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดีจนกระทั่งโทเอ่ยสนับสนุนคำพูดของเธอนั่นแหละ ทั้งหมดจึงได้เคลื่อนขบวนจากหน้าบ้าน เพราะความเป็นห่วงอองซูทำให้กิริฎาเป็นคนเดินนำเข้าไปยังตัวบ้านก่อนชายหนุ่มเจ้าของบ้านทั้งสาม

“อองซู! อองซู อยู่ไหม” กิริฎาตะโกนถามออกไป ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวผู้นั้นต้องอยู่ในบ้านนี้แน่ๆ หากแต่มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา เธอจึงหันกลับไปมองสามหนุ่ม “นี่เราแยกกันหาอองซูเถอะ ไม่รู้ไปเป็นลมอยู่ที่ไหนหรือเปล่า”

“จะดีเหรอ!!” เสียงเคกับโกประสานขึ้นมาพร้อมๆ กัน ท่าทางของทั้งสองคนยังไม่ไว้ใจสถานการณ์สักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ยอมแยกย้ายกันตามหาอองซู

“เหวอออออออ!!!!!!”

เสียงร้องลั่นของโกดังขึ้นหลังจากแยกกันเพียงครู่เดียว ทุกคนรีบกรูไปตามต้นเสียงทันที

“มีอะไร เกิดอะไรขึ้น โก” กิริฎาร้องถามเมื่อวิ่งมาเห็นโกยืนหน้าซีดตาเบิกโพลง เด็กหนุ่มไม่พูดอะไร หากแต่ชี้นิ้วขึ้นไปที่บันได เธอรีบมองตามทันที แรกทีเดียวเธอมองไม่เห็นอะไรเพราะบันไดที่นี่เมื่อเดินขึ้นไปห้าขั้นก็จะเป็นช่วงพักขา จากนั้นจะหักเลี้ยวไปทางขวามือ ซึ่งตั้งแต่ตรงนั้นเป็นต้นไปจะมีผนังปิดทึบ เมื่อเธอไล่สายตาไปเรื่อยๆ จึงเห็นปลายเท้าข้างหนึ่งโผล่มาเล็กน้อย นั่นก็หมายความว่ามีคนนั่งอยู่ที่บันไดเหนือช่วงพักขา

โทและเคซึ่งเพิ่งมาถึง พร้อมกันส่งเสียงกันถามโก แต่เด็กหนุ่มก็ยังชี้ไปที่จุดเดิม จากนั้นทุกคนต่างเงียบไปตามๆ กัน

“อองซู...นั่นอองซูใช่ไหม” กิริฏาทำใจกล้าลองถามเสียงแผ่ว ใจเธอเต้นระทึก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไปถูกกับความเงียบที่สาวเกาหลีผู้นั้นสร้างขึ้น

กิริฎาสะดุ้งโหยง เมื่อจู่ๆ เสียงสะอื้นก็ดังขึ้น คิดว่าชายหนุ่มทั้งสามที่บัดนี้อยู่เบื้องหลังเธอก็คงตกใจไม่แพ้กัน เพราะต่างมีเสียงสบถปนอุทานออกมาให้ได้ยิน

เอาล่ะ...อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าอองซูยังสบายดี ไม่ได้เป็นลมล้มพับลงที่ไหน

ขาข้างหนึ่งของกิริฏากำลังจะก้าวขึ้นบันได แต่แรงกระตุกเบาๆ ที่ชายเสื้อด้านหลังรั้งเธอไว้ เธอหันไปมองและเห็นโทยังกำชายเสื้อเธอไว้อยู่ มือข้างที่ยังว่างอยู่ของเขาโบกให้เธอถอยออกมา

เธอกำลังจะค้าน ทว่าเมื่อเห็นโทเบี่ยงร่างขึ้นมานำหน้าโดยดันร่างเธอไปอยู่ด้านหลัง เธอก็รู้เจตนาของเขาทันที


“อองซู เป็นอะไรหรือเปล่า”

เสียงโทดังขึ้นแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ เมื่อเขาเดินขึ้นบันไดไปถึงช่วงพักขา ดวงตาของเขาก็มองเขม็งไปยังขั้นบันไดที่อยู่สูงขึ้นไป

กิริฎาทนรอต่อไปไม่ได้ จึงเดินตามโทขึ้นไปด้วยฝีเท้าแผ่วเบา เธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวด้านหลัง คงเป็นเคหรือไม่ก็โกนั่นแหละที่กำลังตามเธอขึ้นมาเช่นกัน

ภาพอองซูที่เห็นทำให้เธอผงะไปด้านหลังเล็กน้อย ยกมือขึ้นกุมริมฝีปากเพื่อกั้นเสียงอุทานไม่ให้หลุดออกไป สาวร่างเล็กจากแดนกิมจิซึ่งปกติดูน่ารักน่าเอ็นดูตามสไตล์สาวเอเชีย บัดนี้กำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่โดยที่เอนศีรษะพิงซบกับราวบันได ผมที่เคยเหยียดตรงยาวสลวยดูยุ่งเหยิงลงมาปกปิดดวงหน้านั้นกว่าครึ่ง ชุดนอนตัวยาวสีขาวดูรุ่มร่ามขับผิวที่ขาวอยู่แล้วของเจ้าหล่อนให้ดูขาวยิ่งขึ้นจนซีดเซียวราวกับหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า สรุปแล้วภาพอองซูในขณะนี้ดูหลอนพอๆ กับหนังแนวสยองขวัญของเกาหลีทีเดียว

ดวงตาเลื่อนลอยของอองซูเริ่มจับมาที่กลุ่มของพวกเธอที่ยืนสลอนประจันหน้ากับเจ้าหล่อนอย่างไม่แน่ใจ เสียงพึมพำภาษาเกาหลีเบาๆ ทำให้ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน

“อีกคนล่ะ...”

“หือ?” กิริฏาทำเสียงในลำคอเมื่อคราวนี้ได้ยินอองซูพูดเป็นภาษาอังกฤษ

“ฉันถามว่าผู้ชายอีกคนไปไหน!!”

เสียงตะวาดแหวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของสาวเกาหลีทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยงอีกครั้งเพราะไม่ทันตั้งตัว กับท่าทีที่ดูราวกับจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาของหญิงสาวแดงกิมจิ ภาพอองซูลุกพรวดขึ้นยืนทำให้คนอื่นๆ ร่วมใจกันเดินถอยหลังลงจากบันไดอย่างรวดเร็ว แต่แน่ล่ะ ยังไงโทก็ยังคงเป็นทัพหน้าขวางทุกคนไว้จากอองซู

ความจริงกิริฏาคิดว่าเขาอาจไม่ทำอะไรแมนขนาดนั้นก็ได้ หากเธอไม่ได้เป็นคนขยุ้มเสื้อด้านหลังเขาไว้เพื่อดึงตัวเขาเอามาเป็นเกราะกำบังระหว่างเธอกับอองซู

“ทำไมไม่ตอบ!! ฉันถามได้ยินไหม!!”

อองซูยังคงตวาดลั่น เจ้าหล่อนเดินมายืนอยู่ตรงที่พักขาซึ่งพวกเธอยืนอยู่เมื่อครู่ แต่เมื่อทุกคนลงมายืนด้านล่างแล้ว หญิงสาวเกาหลีจึงยืนเด่นเป็นสง่าเหนือพวกเธอ ตาของเจ้าหล่อนจ้องมาที่พวกเธอฉายแววประสงค์ร้าย ภาพน่ากลัวตรงหน้าทำให้โกร้องโหยหวน ฉุดร่างพี่ชายให้วิ่งออกไปทางหน้าบ้าน

เมื่อมีคนวิ่งนำออกไปเช่นนี้แล้ว ก็เหลือแค่เธอกับโทแค่สองคนเท่านั้น แน่นอนว่าสถานการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินใจเดินถอยหลัง ไปทางประตูหน้าบ้านเช่นกัน และแน่นอนมือของเธอยังกำแน่นเข้ากับเสื้อของโทแล้วฉุดให้เขาเดินถอยหลังตามออกมาด้วย พออองซูพ้นสายตาเท่านั้น เธอก็ตัดสินใจคว้าข้อมือของโทวิ่งออกจากบ้านทันทีโดยไม่เหลียวหลังโดยมีเสียงตวาดเป็นภาษาเกาหลีไล่ตามมาเป็นชุด

กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็มายืนหอบแฮ่กๆ อยู่ที่จุดเริ่มต้น สรุปแล้วทั้งโท เค โก และตัวเธอเองก็วิ่งออกมาอยู่หน้าบ้านกันอีกครั้ง ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

“ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้วนะโท ยังไงฉันกับน้องจะย้ายออกแน่นอน!” เคกัดฟันพูดออกมาอย่างเหลืออดโดนที่โกก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย “ถึงค่าเช่าจะถูกแค่ไหน ฉันก็ไม่อยู่แล้ว นี่มันเรื่องบ้าบอชัดๆ”

“ใจเย็นๆ น่าเค ไว้เควินกลับมาเราค่อยมาปรึกษากันอีกทีว่าเอายังไง”

“จะยังไงก็แล้วแต่” เคส่ายหน้าไปมา “เราก็ไม่อยู่ที่นี่ต่อแน่ ให้มากาเร็ตหาคนเช่าบ้านใหม่ได้เลย”

กิริฏาขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินการสนทนาของสองหนุ่มทำให้เธอนึกอะไรบางอย่างได้ คำพูดของอองซู ใช่แล้ว!! อองซูถามถึงเควินนี่นา

เธอรีบกระตุกมือโททันที และตอนนั้นเองที่เธอรู้ว่ายังกุมมือชายหนุ่มไว้อยู่ จึงรีบปล่อยมือเขาแล้วหลบดวงตาที่มาที่เธอเป็นพัลวัน

“มีอะไรหรือเปล่าแก้ว”

คำถามของเขาทำให้กิริฏานึกได้ว่ามีเรื่องต้องปรึกษาเขา จึงเงยหน้าขึ้นพูดกับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“แก้วมีเรื่องสงสัยค่ะพี่โท ขอคุยด้วยนิดนึงนะคะ”

เมื่อสินคำพูดของหญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่ม เคกับโกก็ผละไปอย่างรู้หน้าที่ โดยอ้างว่าจะลองโทรตามเควินกลับมาปรึกษาเรื่องที่อยู่ใหม่

“มีอะไรหรือแก้ว”

เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถามเป็นภาษาไทย ทำให้กิริฏาคลายอาการเกร็งเนื่องจากกลัวว่าสิ่งที่เธอกำลังจะพูดออกไปอาจเป็นการคิดมากและระแวงเกินเหตุ เธอถามสิ่งที่เธอนึกสงสัยทันที

คำถามของเธอล้วนเป็นคำถามถึงเหตุการณ์ก่อนที่อองซูจะเกิดอาการผีเข้า และทุกคำถามนั้นจะมีคำถามต่อท้ายคือ ‘ตอนนั้นเควินกำลังทำอะไรอยู่?’ จนโทชักจะเอะใจเริ่มเข้าใจอะไรๆ ในคำถามของเธอมากขึ้น เสียดายที่คราวก่อนเธอมัวแต่อยู่ในครัวและโทก็เพิ่งมาหลังจากที่อองซูเกิดอาการสั่งงันงกแล้ว มิฉะนั้นคงได้เหตุการณ์ยืนยันคาตาอีกสักเรื่อง

“พี่คิดอย่างที่แก้วคิดไหมพี่โท”

“อืม...ไม่รู้สิ แต่พี่ก็เริ่มสงสัยนะ ไม่ๆ คือพี่เริ่มมั่นใจเลยล่ะ”

“ถ้างั้นเราน่าจะหาอะไรมายืนยันอีกสักอย่างนะคะ”

“แล้วนี่แก้วนึกยังไงถึงเอะใจขึ้นมาล่ะ”

“ก็เพราะ...อองซูพูดภาษาอังกฤษไงคะ”

“หือ?”

“ก่อนหน้านี้พี่โทบอกเองไม่ใช่หรือคะ ว่าตอนอองซูผีเข้าจะพูดแต่ภาษาเกาหลีแล้วพอดูอะไรด้วยก็ทำท่าไม่รู้เรื่อง แต่วันนี้เกิดพูดภาษาอังกฤษขึ้นมาพี่ไม่ว่ามันแปลกเหรอคะ ผีคงไม่เก่งภาษาอังกฤษขึ้นมากะทันหันจริงไหมล่ะคะ”

“ถ้าเรื่องเป็นอย่างนี้ พี่ว่ารอเควินมาน่าจะได้เรื่องอะไรดีๆ เยอะเชียวล่ะ”

กิริฏาพยักหน้าหงึก

ผลจากการตามกัดตามจิกทางโทรศัพท์ของกิริฏา โท เค และโก ทำให้เควินซึ่งมีทีท่าว่าจะอยู่กับแฟนจนถึงเช้า ในที่สุดเควินก็กลับมายืนรวมกลุ่มกับพวกเธอในชั่วโมงถัดมา

กิริฎาไม่พูดพล่ามทำเพลง จัดแจงยึดโทรศัพท์เควินมาไว้ในครอบครอง แล้วให้โทดำเนินการตามแผนที่วางไว้ด้วยกันก่อนที่เควินจะมา

สามหนุ่มต่างร้องค้านเมื่อเห็นโทกลับเข้าไปในบ้าน แต่กิริฏาแตะนิ้วชี้เข้ากับริมฝีปากตัวให้ให้พ่อหนุ่มทั้งสามเงียบๆ กันเอาไว้

สัญญาณโทรศัพท์ของเควินดังขึ้น กิริฏาก็ก้มมองพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจเพราะมันปรากฏชื่อโทที่หน้าจอ ตามที่เธอได้ตกลงกับโทไว้ คือเมื่อโทเข้าไปในบ้านให้เขายิงสัญญาณกลับมาบอกว่าเจออองซูแล้ว จากนั้นเธอก็กดโทรศัพท์มือถือของเควินเข้าโทรศัพท์มือถือของอองซูทันที รอเพียงไม่นานเจ้าของเครื่องก็รับสาย

กิริฎาทำสัญญาณให้สามหนุ่มเงียบอีกครั้งแล้วกดลำโพงเพื่อให้พวกนั้นได้ยินเสียงรัวเรียกชื่อเควินตามด้วยคำพูดอีกยาวเหยียด แน่นอนว่าการสนทนาครั้งนี้ของอองซูเหมือนคนปกติทุกประการ เมื่ออองซูเริ่มสังเกตว่าปลายสายเงียบเจ้าหล่อนจึงเริ่มเงียบบ้าง กิริฎาจึงต้องทำไม้ทำมือให้เควินพูออะไรก็ได้ออกไป

“เอ่อ...อองซู เอ่อ...ฉันกำลังจะกลับจะให้แวะซื้ออะไรไหม...” เควินทำตาหลุกหลิกเหลือบมองทุกคน ซึ่งพยักหน้าให้เขาคุยต่อไป แต่เพียงไม่นานเควินก็ตัดสาย พร้อมบอกว่าอองซูไม่ได้ฝากซื้ออะไร

เพราะมัวแต่สนใจเควินคุยโทรศัพท์กับอองซูอยู่ กิริฎาจึงเพิ่งรู้ตัวว่าโทกลับมารวมกลุ่มด้วยแล้ว เธอไม่รอช้ารีบหันไปถามโททันที

“ข้างในเป็นไงบ้างคะพี่โท”

“ตอนฉันเข้าไปอองซูยังนั่งก้มหน้าอยู่ที่บันไดเหมือนเดิมแต่...” โทเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เขาไปจับสังเกตอองซู “..เขาไม่เห็นฉันหรอกนะ ตอนที่โทรศัพท์ดังน่ะ รู้สึกว่าเขาจะตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นชื่อนายโดยเฉพาะเลยมั้งเควิน เพราะพอโทรศัพท์ดังเขาก็รีบวิ่งขึ้นข้างบนไปรับโทรศัพท์เฉยเลย ไม่มีอาการคลุ้มคลั่งสักนิด”

“เสียงในโทรศัพท์ก็เป็นปกติทุกอย่างเลยค่ะพี่โท คุยได้โต้ตอบเป็นปกติเลย” กิริฏาหันไปจ้องเควินเขม็ง “บอกมาเดี๋ยวนี้นะเควิน นายกับอองซูมีอะไรกันหรือเปล่า”

“เฮ้ย!! จะบ้าเหรอทิลด้า เรากับอองซูจะมีอะไรกันได้ไง แค่เพื่อนเท่านั้น”

ถึงปากจะปฏิเสธแต่อาการหลบตาไม่สู้สายตาหญิงสาวที่ตั้งคำถามอันล่อแหลมนั้นทำใหกิริฏายิ่งมั่นใจหนักกว่าเก่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างเควินกับอองซูต้องไม่ธรรมดา

“ถ้าไม่มีอะไรกัน แล้วทำไมอองซูถึงมีอาการแปลกๆ เกือบทุกครั้งเวลาที่นายมีผู้หญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” คำประการศของกิริฏาทำให้ชายหนุ่มทุกคนยกเว้นโทเกิดอาการตะลึงงัน

“อะไรนะ!! เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ก็ยายอองซูเป็นแบบนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”

“บ้า! พวกนายมัวแต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติน่ะสิถึงได้ไม่สังเกตกันเอาเสียเลย เค โก นายสองคนเมื่อกี้ก็ได้ยินใช่ไหมล่ะที่อองซูถามถึงเควินตอนที่พวกเราเข้าไปน่ะ”

“เหรอ...มีถามถึงเควินด้วยเหรอ” เคเอ่ยอย่างลังเล

“เหมือนจะถามนะ ใช่ๆ ถามว่าผู้ชายอีกคนไปไหนไง”

“เออๆ ใช่ จริงๆ ด้วย” เคนึกออกทันทีเมื่อน้องชายช่วยทวนเหตุการณ์ “แต่...มันจะเป็นไปได้เหรอ เควินนายกับอองซู...”

“พวกนายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ฉันกับอองซูไม่มีอะไรกันจริงๆ แค่ยายนั่น...” เควินชะงักคำพูดของตัวเอง ยิ่งทำให้เขาเป็นจุดสนใจยิ่งขึ้น

“ทำเงียบไปล่ะเควิน นายกับอองซูมีอะไรกันแน่” กิริฏากดดันเควินเมื่อเห็นว่างานนี้ความคิดเธอถูกต้องเป็นแน่

“ก็ได้! ความจริงเรื่องนี้พวกนายก็รู้กันอยู่แล้วนี่ เรื่องที่อองซูชอบฉันน่ะ” เควินไล่สายตาไปยังเพื่อนร่วมบ้าน แล้วมาจบที่กิริฏาที่กำลังเบิกตากว้างมองเควินราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน “...ยกเว้นเธอสินะทิลด้า”

กิริฏาพยักหน้าหงึก โธ่...ก็เธอจะไปรู้ได้ไงล่ะว่าอองซูชอบเควินอยู่ ถ้างั้นปัญหาคงอยู่ที่เควินไม่ได้ชอบอองซูด้วยสินะ ก็หมอนี่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วนี่นา

“มันเป็นเรื่องก่อนที่ฉันจะย้ายมากพักที่นี่เสียอีก อองซูบอกชอบฉันแต่ฉันปฏิเสธไปเพราะคบกับผู้หญิงอื่นอยู่ ฉันนึกว่าเจ้าหล่อนทำใจได้แล้วเสียอีก คิดไม่ถึงเลยอาการผีเข้านี่จะเป็นเรื่องหลอกเพื่อป่วนฉันกับแฟน” เหมือนเควินจะเพิ่งนึกได้เช่นกันว่าอองซูมักทำเป็นผีเข้าจนทำให้แฟนของเขาแต่ละคนกลัวจนไม่กล้ามาบ้านนี้

“สรุปว่า ผีที่เข้าอองซูนี่ไม่มีใช่ไหม เจ้าหล่อนแต่งเรื่องขึ้นมาเองล้วนๆ ใช่ไหม” เคเหมือนจะโล่งใจขึ้นมากเมื่อรู้ว่าไม่ได้มีผีจริงๆ ที่ไหน ทุกอย่างที่เห็นล้วนเป็นการสร้างสถานการณ์ของสาวเกาหลีทั้งสิ้น “แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องย้ายออกแล้วสิ”

“มันยังมีปัญหาอยู่นะ ถ้าเรื่องนี้ยังคาราคาซังอยู่ อองซูก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ” โทพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“งั้นเราเข้าไปบอกอองซูเลยดีกว่าว่าเรารู้เรื่องที่หล่อนเสแสร้งแล้ว” เควินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเดือนดาล เห็นชัดว่าโกรธอองซูที่ป่วนจนคนอื่นในบ้าน โดยเฉพาะตัวเขาวุ่นไปหมด

“ไม่ได้นะ อองซูเป็นผู้หญิงพวกนายจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง ไม่รู้หรือไงว่าจิตใจผู้หญิงละเอียดอ่อน” กิริฏาค้าน เมื่อเห็นว่าทั้งหมดจะรุมเล่นงานอองซู “พวกนายไม่คิดถึงจิตใจผู้หญิงกันบ้างหรือไง โดยเฉพาะนายนะ เควิน อองซูเขารักนายเขาทำทุกอย่างก็เพราะนาย แต่นายก็ควงผู้หญิงอื่นมาให้เขาเห็นตำตาตลอดแค่นี้เขาก็ช้ำใจมากอยู่แล้ว แล้วนี่ยังกล้าไปหักหน้าเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขารักนายอีกอย่างนั้นเหรอ ใจนายทำด้วยอะไรกันแน่” ยิ่งพูดก็ก็ยิ่งดูเหมือนอารมณ์ของกิริฏาจะเดือดขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงของเธอเพิ่มดีกรีความรุนแรงจนโทต้องบอกให้ใจเย็นๆ

กิริฎายังคงหรี่ตามองเควินอย่างเอาเรื่อง หมอนั่นก็ขึงตาตอบกลับมาเช่นกัน แต่กระนั้นทุกคนก็นั่งรวมกลุ่มกันที่หน้าบ้านว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรกันดี


******************************

...คุยกันไม่นานหรอกนะ พวกเราก็ได้ข้อสรุป เพราะเควินยินดีจะย้ายออก
เพราะถึงอยู่บ้านนี้ต่อไปตัวเขาก็อึดอัดใจ ที่ต้องอยู่ในสายตาอองซูตลอดเวลา
และพวกเรายังตกลงกันด้วยว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้อองซูต้องกระทบกระเทือนใจอะไรอีก...
(ความจริงต้องบอกว่าฉันบังคับให้เจ้าพวกนั้นหุบปากไว้มากกว่า ฉันล่ะกลุ้มกับมนุษย์ผู้ชาย!!)


อองซูดูซึมไปมากเลยเมื่อรู้ว่าเควินจะย้ายออก แต่ทำไงได้ล่ะเนอะ...
ไอ้ฉันก็ได้แต่คิดว่า การที่ไม่ต้องเห็นหน้าเควินคงทำให้อองซูดีขึ้น
จะดีมากถ้าอองซูเปิดใจมองหารักครั้งใหม่ได้

อาทิตย์นี้ฉันก็ต้องไปช่วยเจ้าเควินมันย้ายบ้านด้วย หวังว่าคงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น

From…แก้ว (แอ๊บแบ๊ว)


ปล. ผู้หญิงมีความรักนี่ทำได้ทุกอย่างน่ากลัวจริงๆ เลยนะ แกว่าอย่างฉันไหมไอ้ฝุ่น

******************************




 

Create Date : 14 เมษายน 2550
29 comments
Last Update : 18 เมษายน 2550 12:23:28 น.
Counter : 542 Pageviews.

 

Happy Songkran's Day ค่ะ

ขอให้มีความสุขสมหวัง และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปีนะคะ ^^

 

โดย: บทเพลงแห่งความฝัน 14 เมษายน 2550 19:27:06 น.  

 

เข้ามาอ่าน ได้นิดเดียวเอง

แบบว่า มันอ่านยากมากมาย

แหะๆ
ตัวหนังสือกับ BG แทบกลืน กันหมด

 

โดย: Nuke Skywalker IP: 124.121.4.213 14 เมษายน 2550 21:00:28 น.  

 

เรื่องนี้ก็สนุกคะ เพียงแต่อยากรู้จังว่า แก้วมีปัญหากับเพื่อนคนไทย

 

โดย: unna_jung IP: 124.121.35.78 15 เมษายน 2550 1:10:44 น.  

 

สวัสดีปี๋ใหม่ เจ้า

อยากรู้เหมือนกันจ้า ว่าแก้วโดนนินทาเรื่องอะไร

 

โดย: sunnyP IP: 72.40.128.191 15 เมษายน 2550 3:19:59 น.  

 

**บทเพลงแห่งความฝัน**
สุขสันต์วันสงกรานต์เช่นกันค่ะ
ขอให้มีความสุขตลอดปีนะคะ

**Nuke Skywalker** ง่า...สีอักษรมันอ่อนไปเหรอคะ เปลี่ยนให้แล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ตาลาย

**unna_jung**
ใกล้เฉลยแล้วค่ะว่าแก้วมีเรื่องอะไรกับเพื่อนคนไทย อดใจรออีกนิดค่ะ

**sunnyP**
อดใจรอค่ะอีกไม่กี่ตอนก็จะเฉลยออกมาแล้วว่านางเอกมีเรื่องอะไร ติดตามต่อให้ได้นะคะ

 

โดย: wayo 16 เมษายน 2550 20:17:13 น.  

 

สุขสันต์วันปีใหม่ไทยด้วยคนค่ะ
- อืม สีมันจางไปหน่อยจริง ๆ ด้วย ต้องเพ่งสายตายาว ๆ อยู่นานเหมือนกันค่ะ

- เอ ตอนนี้เป็นเนื้อความในจดหมาย หรือว่าเป็นเรื่องเล่าเอ่ย(ช่วงแรก ไม่รวมกะส่วนหลัง) คือว่ามีช่วงตอนที่อองซูผีเข้า คำว่า"พวกเรา" เนี่ย มันดูเหมือน นางเอกเราเป็นคนเล่าค่ะ ลองอ่านดูนะ

 

โดย: นู๋Poopy 17 เมษายน 2550 23:22:32 น.  

 

**นู๋Poopy**
สุขสันต์วันสงกรานต์ย้อนหลังด้วยค่า
เอาเป็นว่าคราวหน้าจะใช้สีเข้มๆ แล้วกันค่ะ (พอดีใช้โน้ตบุ๊กอัพ สีค่อนข้างเพี้ยน)

ไปหาคำนั้นมาแล้วค่ะ จัดการแก้ในต้นฉบับเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ

 

โดย: wayo IP: 58.181.186.138 18 เมษายน 2550 12:19:31 น.  

 

ลี่จำได้แต่แก้วกับพี่โทอ่ะค่ะพี่วาโยขา

ตอนนี้ก็ยังกลุ้มๆ อยู่เลยค่ะ กลุ้มว่าจะเอาไทย-ญี่ปุ่น ที่ได้เพิ่งเปิดปีแรก เรียนไอทีไปด้วย ภาษาญี่ปุ่นไปด้วย หรือว่าจะเลือกคณะดีอ่ะค่ะ มีเวลาให้เลือกคณะอีก 4 วันค่ะ สุดท้ายก็ยังคิดวนเวียนไปมาไม่เลิก เฮ่อ แต่ลี่ไม่มีคณะในใจที่จะเลือกเลยนะคะ กำลังคิดอยู่ว่าอาจจะเลือกให้ไม่ติด (แปลกๆ เนอะพี่วาโย) ก็ยังกลุ้มต่อไป

 

โดย: lily (lovekalo ) 18 เมษายน 2550 18:21:45 น.  

 


น้องลี่ อะไรคือเลือกให้ไม่ติดอะ มีด้วยเหรอ (แปลกจริงเด็กคนนี้)
ถ้าจะเรียนด้านภาษา แล้วไม่ได้อินเลิฟภาษาไหนเป็นพิเศษ พี่ว่าจีนก็เข้าท่านะ เที่ยวได้หลายที่ดี (เกี่ยวมั้ย)
พี่ว่ามันน่าจะมีคณะไหนที่โดดออกมาจากกลุ่มในใจน้องลี่บ้างล่ะน่า
พยายามเข้าค่า

 

โดย: wayo 18 เมษายน 2550 18:50:09 น.  

 

เลือกให้ไม่ติดก็คือเลือกคณะที่คะแนนสูงกว่าที่ตัวเองได้ค่ะ 555+

ก็คือว่าลี่อ่ะเรียนภาษาจีนมา 2 ปีแล้วค่ะ พอมีพื้นฐานบ้าง ถ้าจะเข้าพวกอักษร คะแนนก็ไม่ถึงซะแล้วค่ะ 555+

ส่วนตอนนี้มีที่เรียนแล้วค่ะ คือสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น แต่เพิ่งเปิดปีแรกค่ะ คณะไอที ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นควบไปด้วยค่ะ //www.tni.ac.th ลี่กำลังลังเลใจระหว่างการเรียนที่นี่กับการเลือกคณะค่ะว่าจะเลือกดีไหม

 

โดย: lily (lovekalo ) 18 เมษายน 2550 23:28:46 น.  

 

พี่ไปดูตามลิ้งค์ที่ลี่ให้แล้วนะ
ดูน่าสนใจดีเหมือนกัน วิทยาลัยเปิดใหม่ก็อาจจะมีปัญหานิดหน่อยตรงที่เราเองต้องเป็นคนบุกเบิกเองหลายอย่าง แต่ก็ได้อีกรสชาติของชีวิต

 

โดย: wayo IP: 58.181.177.171 19 เมษายน 2550 14:06:28 น.  

 

ขอบคุณค่ะพี่วาโย ตอนนี้ตัดสินใจได้ล่ะ จะเลือกคณะให้ไม่ติด (ฮา เล่าให้เพื่อนฟัง บอกว่าแกบ้ามากๆ เลย) แล้วก็เรียนที่นี่แหละค่ะ เดือนที่แล้วก็เพิ่งได้ไปบริษัทโตโยต้ากับกันตนากับทางสถาบันค่ะ

ป.ล. สังเกตว่าช่วงนี้พี่วาโยตอบบ่อยจังเลย สงสัยเป็นช่วงออร่ากำลังพุ่งแน่ๆ เลยค่ะ ตามอ่านนิยายพี่วาโยอยู่นะคะ

 

โดย: lily (lovekalo ) 19 เมษายน 2550 19:08:44 น.  

 

โห...น้องลี่น่าสนุกเชียว (อยากกลับไปเรียนอีกจัง )

ที่หมู่นี้พี่เข้ามาตอบบ่อยไม่ใช่อะไรหรอกนะ แบบว่าเริ่มบ้ามากกว่า เขียนนิยายไม่ออก เลยหาเว็บเข้าไปเรื่อยอะจ้า คริ คิร...

 

โดย: wayo 20 เมษายน 2550 15:07:15 น.  

 

ฮา ตอนพิเศษเจ๋งดีค่ะสำหรับพี่ภัทร์

อยากจะบอกว่าตอนขอลายเซ็นต์จากพี่กุ๊กอ่ะค่ะ ลี่ถามพี่กุ๊กว่า พี่ภัทร์กับเพิร์ลอ่ะ... กันตอนไหนเหรอ พี่กุ๊กก็ตอบทันทีว่าหลังตอนจบ ก่อนตอนพิเศษ 555+

ตามอ่านได้นะคะ อิอิ

วันนี้ไปเลือกคณะแบบพยายามจะเลือกให้ไม่ติดค่ะ อิอิ

 

โดย: lily (lovekalo ) 20 เมษายน 2550 17:33:38 น.  

 

ผีบ้าเข้าสิงอองซูนี่เอง...

 

โดย: waidhaya IP: 125.26.248.54 20 เมษายน 2550 18:31:21 น.  

 

**lily**
อะนะ อ่านแล้วมาทำให้เราอยากอีก
แต่ในที่สุดหนูลี่ก็ตัดสินใจได้แล้วสิน พยายามเข้าค่ะ สู้ๆ

**waidhaya**
แหะๆ เรื่องเขียนประดับบล็อกไว้ให้อ่านเล่นๆ กันอะค่ะ มีผีบ้าออกมาอาละวาดมั่งก็เป็นสีสันไงคะ โอ๊...โฮะๆๆ (หัวเราะแบบไม่รับผิดชอบ)

 

โดย: wayo 20 เมษายน 2550 22:35:49 น.  

 

ฮา วันก่อนไปค้นเจอแถลงการณ์ของกระทรวงเศรษฐกิจและการค้าของญี่ปุ่น ที่บอกว่าจะร่วมมือกับสถาบัน แล้วก็ส่งอาจารย์มาด้วย รวมทั้งให้ทุน กร๊าก ตอนที่ลี่เสิร์ทเจออ่ะค่ะ อ่านไม่ค่อยออกหรอกค่ะ ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย แต่พอเอาไปแปะที่บอร์ดของสถาบัน ขำอ่ะค่ะ พี่แอดมินบอกว่าทางสถาบันมีแต่ฉบับภาษาญี่ปุ่น ลี่หาเจอได้ไงเนี่ย จากนั้นวันต่อมาเขาก็เอาขึ้นหน้าเว็บเลยค่ะ กร๊ากๆๆๆ ไม่น่าเชื่อเราจะสร้างผลงานได้แล้วด้วย อิอิ

พี่ภัทร์น่ารักนะพี่วาโยยยยยยยยยยยยย วันนี้พี่กุ๊กน่ารักด้วยแหละค่ะ อิอิ ส่งโปสการ์ดเป็นปึกมาเลย แต่ที่ถูกใจสุดๆ ก็คือคำว่า "พี่ภัทร์รักลี่ที่สุดเลย" พี่กุ๊กเขียนตามที่ลี่บอกจริงด้วย อิอิ แบบว่าพี่กุ๊กคงเต็มใจที่จะเขียนจริงๆ นะพี่วาโย

ลี่ว่าพี่แนะนำนิยายที่รวมเล่มของพี่ไว้ที่บล็อกด้วยก็ได้นะคะ ไม่เป็นการโฆษณาหรอกค่ะ แต่ลี่มักตกข่าวประจำ รู้ทีหลังคนอื่นเสมออ่ะ อยากเก็บผลงานพี่นะคะ แต่มักหาไม่ค่อยเจออ่ะค่ะ

 

โดย: lily (lovekalo ) 20 เมษายน 2550 23:33:24 น.  

 

หนูลี่
พี่ได้พี่ภัทรมาไว้ในครอบครองแล้วนะ
แต่พี่ยังไม่ได้อ่านตอนพิเศษ
จะไล่อ่านตั้งกะแรกใหม่
คริคริ

 

โดย: wayo 23 เมษายน 2550 13:25:18 น.  

 

เข้ามาทวงตอนต่อไปคะ รออ่านอยู่นะคะ

 

โดย: unna_jung IP: 124.121.32.22 29 มิถุนายน 2550 0:19:03 น.  

 

เพิ่งเข้ามาอ่าน
สนุกดีจัง ยังลุ้นความลับที่ยังไม่เปิดเผยของสาวแก้วที่ทำให้เก็บตัวไม่คบคนไทยนะ

 

โดย: river (ริเวอร์ ) 24 กันยายน 2550 17:42:09 น.  

 

unna_jung...
โอ้...คุณพระช่วย โดนทวงตั้งแต่ปีที่แล้วไม่รู้ตัว
ขอโทษด้วยค่ะ คุณ unna_jung พอดีเสียเวลาเขียนพี่ณินกับคาร์โล สองเรื่องควบ เลยไม่ได้มาอัพ นิยายไม้ประดับของบล็อกเรื่องนี้เลย สองเรื่องนั้นจบคงได้กลับมาเขียนต่อค่ะ


river...
ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะคุณริเวอร์ ที่ไม่ได้เข้ามาตอบคอมเม้นต์ เรื่องนี้ตั้งใจเขียนประดับบล็อกเลยออกมาเป็นซีรี่ย์จบในตอน พอเขียนนิยายเรื่องอื่นเลยคาไว้ เพราะมันจบเป็นตอนๆ อยู่แล้ว ไม่น่าจะโดนด่ามาก (ละมั้ง

 

โดย: wayo 15 กุมภาพันธ์ 2551 3:53:44 น.  

 

อยากอ่านเรื่องนี้ต่อด้วยง่ะ วันนี้เดินสายประท้วง 555 ขอสามเรื่องรวดเลยค่า อิๆ

 

โดย: whatever it is 8 กันยายน 2551 17:57:37 น.  

 

เรื่องนี้สนุกน่าติดตามมากๆเลยนะคะ ตอนนี้ตั้งตารอคุณ wayo อยู่นะคะ เมื่อไหร่จะเข้ามาอัพอีกก็ไม่รู้ รีบๆมาอัพนะคะ

 

โดย: ดอกลำดวน IP: 117.121.208.2 12 มกราคม 2552 13:22:02 น.  

 

มาตอบคอมเม้นต์...
whatever it is...(ค้างมาตั้งกะปีที่แล้ว)
เดินสายเลยเหรอ ช่วงกันยาปีที่แล้ว รีไร้ท์กลเงาจันทร์ รอบ 3 อยู่มั้ง เหอๆๆ เดี๋ยวเคลียร์พี่ณินจบ ว่าจะมาต่อเรื่องนี้ค่ะ


ดอกลำดวน...
โปรดสังเกตวันอัพครั้งสุดท้ายค่ะ แล้วจะเห็นว่าเรื่องนี้ เป็น "นิยายดอง" แต่เห็นคนชอบหลายคนอยู่
เดี๋ยวเคลียร์พี่ณินเรียบร้อยแล้วมาต่อเรื่องนี้ท่าจะดีเนอะ
(แต่อาจโดนคนที่รอจิโอวานนี่อยู่ยำใหญ่ได้)

 

โดย: wayo 11 กุมภาพันธ์ 2552 13:57:13 น.  

 

จะรอนะคะรีบๆมาอัพเพื่อเด็กน้อยตาดำๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารออยู่นะคะ

 

โดย: ดอกลำดวน IP: unknown, 125.25.210.41 4 กุมภาพันธ์ 2553 13:47:40 น.  

 

ช่าย ช่าย รอจิโอวานนี่อยู่ด้วยหน่ะ แล้วมาติดเรื่องนี้ด้วย อ่านรวดเดียวตั้งแต่ตอนสี่ทุ่ม ถึง ตี สามครึ่งหน่ะ (อาจ 2 นาที)
ตอนแรกว่าจะมาหารัยอ่านฆ่าเวลา แต่กลับกลายเป็นว่าติดงอมแงมโดนเวลาฆ่าซะงั้น อิ อิ อิ

 

โดย: kid tream 23 เมษายน 2554 0:29:26 น.  

 

จะบอกว่า ขาด 2 นาที น่ะค่ะ มิใช่ อาจ 2 นาที โทษที พิมพ์ผิด ตาลาย ง่วงนอน แหะ แหะ แต่ติด.... จนโงหัวไม่ขึ้นแย้ว
อยากอ่านต่อหน่ะ แหะ แหะ

 

โดย: kid tream 23 เมษายน 2554 0:34:51 น.  

 

อ่านจิโอวานนี่แล้ว ก็แวะมาดูตรงนี้ด้วย อิ อิ รออยู่ รออยู่

 

โดย: kid tream 8 พฤษภาคม 2554 23:49:13 น.  

 

แอบเข้ามาดูความเคลื่อนไหวเงียบ ๆ แล้วก็เดินออกไปแบบเงียบ ๆ แต่ฝากไว้ซื่งความคิดถึง ^^

 

โดย: kid tream 27 กรกฎาคม 2554 21:47:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


wayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เอ่อ...ไม่เข้าใจว่า
ทำไมถึงคลิกกล่องคอมเม้นต์ไม่ได้
กดไม่ติดเลยอะค่ะ
ตอบคอมเม้นไม่ได้
เดี๋ยวขอหาทางแก้ก่อนนะคะ

ยังไงก็ขอบคุณทุกคน
ที่แวะมานะคะ
(Y)(^O^")(Y)
My books
Friends' blogs
[Add wayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.