มองโลกให้งาม ชีวิตก็งดงาม....................
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Bฺackpack to วัดป่ามหาปัญโญ จ.เชียงใหม่

อยากจะเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปี 2553

คงต้องไปวัดแล้วล่ะ....น่าจะไปท่องวัดปฏิบัติธรรม

จุดหมายปลายทางที่เลือกไว้ คือ วัดป่ามหาปัญโญ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ดูจากแผนที่ของเวบวัดป่ามหาปัญโญ ก็น่าจะไปถึงได้แน่นอน

เริ่มต้นด้วย


จากกรุงเทพ - เชียงใหม่ ถึงอาเขต
นั่งรถสองแถวจากอาเขต ไป กาดหลวงเพื่อเตรียมเสบียงสำหรับเิดินทางไปวัด ต้องเตรียมของสำหรับเพลด้วย ออกเดินทางกันเลยดีกว่า



เพิ่มพลังด้วย อาหารเช้าที่กาดหลวง โจ๊กกับน้ำเต้าหู้



วัดที่เราจะไปเป็นวัดป่า ต้องไม่เป็นภาระของพระ จัดเตรียมเสบียงให้ครบวัน โดยตกลงกันว่าเราจะพากันฉันมื้อเดียวเหมือนครูบา จะได้จัดเตรียมได้เพียงพอ ทั้งของเรา และของที่จะทำถวายพระ เมื่อวางแผนกันเรียบร้อย ก็ออกสำรวจตลาด เลือกซื้อสิ่งที่ต้องการ


ตลาดมีของพื้นบ้านให้เลือกมากมาย อยากได้หลายอย่าง แต่ด้วยความที่บนหลังก็สะพานเป้ อีกมือก็ถุงนอน มือที่เหลือต้องถือเสบียงไปให้หมด





ออกเดินทางด้วยรถสองแถวจากกาดหลวงต่อไปแม่ริม เพื่อไปเมืองก๊ะ



รถไปจอดที่วัดหนองก๋าย คราวนี้ต้องต่อด้วยรถชาวบ้านขึ้นดอย ไปที่วัดซึ่งอยู่ที่เมืองก๊ะ



ในที่สุดก็เดินทางมาถึงวัดป่ามหาปัญโญ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ วัดที่เคยเห็นแต่ในรูป
บรรยากาศวัด เงียบสงบ เหมาะกับการปฏิบัติธรรมยิ่งนัก

ขอเล่าภารกิจประจำวันบ้าง

วันแรก

ตั้งแต่เช้ามืด ไปแวะซื้อเสบียงที่กาดหลวง แล้วต่อรถสองแถวไปวัดหนองก๋ายที่ อ. แม่ริม เหมารถกระบะของชาวบ้านไปส่งที่วัด ถึงก็เกือบจะเพล รีบทำอาหารเบาๆ ไปถวายพระ เพราะพระวัดป่าจะฉันมื้อเดียว ทราบว่ามีพระมาธุดงค์ ปักกลดที่ในป่า ในบริเวณวัดเหลือน้ำตกขึ้นไปบนเขา

รีบพากันปิ้งลูกชิ้น และหั่นสตอเบอรี่สดๆ ให้พระนำไปถวายในจุดที่ท่านปักกลดเดินจงกรม

เสร็จแล้วครูบาก็พาเยี่ยมชมบริเวณวัด.เก็บกระเป๋าเข้าที่เลือกที่พัก หรือจะกางเต้นท์ก็ได้






จะมีโยม 3 คน ก็คือพวกเรานี่เอง หน้าที่ที่ต้องทำก็คือทำน้ำปานะถวายสำหรับครูบา 6 รูป หลังทำวัตรเย็นเสร็จประมาณทุ่มกว่า ก็กลับเข้าที่พัก ต่างคน ต่างแยกย้ายไปนั่งเจริญสติจนถึงเวลา 3 ทุ่มก็เข้านอน

วันที่สอง

เดินจงกรมก่อนลงมาทำวัตรเช้า เมื่อทำวัตรเช้าเสร็จ ก็แบ่งงานกันทำโดยอัตโนมัติ ทำอาหารเช้า และทำความสะอาดศาลา / โรงครัว วันนี้ครูบาเจ๊าะให้เร่งมือให้ทำเสร็จโดยเร็ว เพราะเสียเวลามากแล้ว มาน้อยวันอย่างไรก็ควรได้อะไรกลับไปบ้าง ครูบาให้เตรียมห่อข้าวสำหรับมื้อเพลไปด้วยเลยไม่ต้องกลับมาที่โรงครัวอีก พวกเราเลือกห่อเอาผลไม้ไปทานแทนข้าว ครูบาเลือกสถานที่ใกล้น้ำตกให้แต่ละคน ก่อนเดินจากไปได้กำชับให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติจนถึงห้าโมงเย็น



ก็พากันตั้งใจปฏิบัติอย่างเต็มที่ประกอบกับบรรยากาศรอบตัวแปลกใหม่ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติมาก ตอนบ่ายเห็นหลวงตาเดินมาดูอยู่ห่างๆ

บ่ายนี้มีหลวงตาพร้อมทั้งครูบาอีก 4 รูป มีโยมมาเพิ่มอีก 2 คน คือป้าตุ่น กับคุณหมอแป๋ง วันนี้ทำวัตรเย็นถึงเกือบถึงสามทุ่ม หลวงตาสอนทั้งพระทั้งโยมไปด้วยกัน เสร็จแล้วให้กลับที่พักไปเดินจงกรมต่อ

น้ำตกสวยมาก อยู่กลางวัดทีเดียว ธรรมชาติสุดๆ


วันที่สาม

รีบทำงานให้เสร็จแต่เช้า แล้วพากันออกไปปฏิบัติทันที ทางเดินจงกรมที่อยู่ใกล้ป่า ทำให้รู้สึกหนาวเย็นตลอดเวลา เหมือนป่าติดแอร์ทั้งวัน ความง่วงเข้าโจมตี ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ต้องนั่งสร้างจังหวะหมุนไปเกือบทุกทิศ หันเข้าป่า หันไปทางน้ำตก ไปทางโขดหินบ้าง แต่ก็โดนกิเลสชกสะบักสะบอมไปหมด หันไปดูรอบข้าง ต่างคน ก็ต่างสู้กับตัวเอง เห็นคุณหมอแป๋งปืนขึ้นไปสร้างจังหวะบนต้นลิ้นจี่ น้องอีกคนก็วิ่งสบัดหัวไปมาบนลานเดินจงกรม ส่วนตัวเอง ไม่ไหวแล้ว มีพละกำลังไม่มากพอ ฝืนทะลุอารมณ์ไปไม่ได้ต้อง พักยก เดินไปที่น้ำตกอยากจะลงเล่นน้ำจริงๆ อยากเอาหัวไปซุกในน้ำตก แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะน้ำเย็นมาก... กลับมาสู้ต่อ ต้องคอยแอบดูความคิดของตัวเอง จนหมดเวลาห้าโมงเย็น วันนี้ต้องย้ายที่พักไปนอนศาลาเรือนพักหญิงหลังใหม่ ซึ่งห้องใหญ่มาก ตกดึกอากาศวันนี้หนาวเย็นกว่าทุกคืน

วันที่สี่

เป็นวันสุดท้ายสำหรับพวกเรา ก็ทำความสะอาดอาคาร ศาลา ห้องน้ำ เคลียร์โรงครัว ช่วยกลุ่มอาศรมบ้านดินเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ สำหรับการปฏิบัติธรรมที่บ้านดิน

ออกจากเชียงใหม่เวลา 3 ทุ่ม กลับถึงกรุงเทพ รุ่งเช้า พร้อมมาทำงานทันที

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง / คน

รถทัวร์กรุงเทพ - เชียงใหม่ ไปกลับ 1,210 บาท

รถสองแถวจากอาเขต - กาดหลวง 15 บาท

รถสองแถวจากกาดหลวง - วัดหนองก๋าย 35 บาท

ค่ารถจากวัดหนองก๋าย - เมืองก๊ะ 60 บาท

ขากลับ มีญาติธรรมมาส่งจนถึง อาเขต เลยประหยัดค่ารถไปได้อีกหน่อย

ทั้งนี้สามารถเช่ารถสองแถวจากอาเขต ถึงวัดป่ามหาปัญโญได้เลย แต่ด้วยความที่พวกเราอยากจะผจญภัยให้สุดทางเลยเลือกการเดินทางอย่างแรก

บทส่งท้าย

ขอขอบคุณน้องนิน ที่ให้ข้อมูลในการเดินทางและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ที่ทำรีวิวในครั้งนี้เพื่อท่านใดที่สนใจอยากเดินทางไปปฏิบัติเหมือนพวกเราบ้าง การเดินทางสะดวก

วัดป่ามหาปัญโญ อากาศดี กลางคืนเงียบสงบรอบตัวมืดมิด ทำให้เห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยกลุ่มดาวน้อยใหญ่ ระยิบระยับเต็มท้องฟ้า อากาศหนาวเย็นตอนกลางคืน ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมทำให้เรียนรู้ว่า ยิ่งใกล้ธรรมชาติมากเท่าไร เวทนาก็จะมากขึ้นหลายเท่าตัว

กราบขอบพระคุณหลวงตา และครูบาเจ๊าะที่ให้ความเมตตาแก่พวกเราเป็นอย่างมาก ให้ทั้งสติ ปัญญา และกำลังใจ ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ที่คิดว่าดีที่สุดในปีนี้




การปฏิบัติธรรม ก็ด้วยความอยู่ใกล้แนบชิดแอบอิงธรรมชาติ ต้องบอกว่าเวทนาเยอะมาก กว่าจะผ่านไปได้ถึงเย็น พยายามเพิ่มความเพียร ความรู้สึกตัว ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง



โลกนี้เป็นเพียงของเล่นจะรีบเพียรให้เห็นของจริง




หลังจากกลับมา ก็ฝึกเจริญสติ เรียนรู้กายใจ...สวดมนต์ทำวัตรเช้าไม่ได้ขาด ทุกคืนวันจะเร่งเพียรภาวนา ถวายเป็นพุทธบูชาแด่ครูบาอาจารย์ ให้สมกับที่ได้รับความเมตตาจากท่าน






Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 29 มกราคม 2553 20:49:12 น. 0 comments
Counter : 2055 Pageviews.

Mena Summer
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




1.ชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง
2.ศึกษาปฎิบัติธรรม เจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียน ตามธรรมะจัดสรร
3.สนใจงานถักนิตติ้ง
4.สะสมไหมพรม มีอุปกรณ์งานถักหลากหลาย
5.รักการอ่านหนังสือ สนุกกับการอ่านหนังสือหลายแนว มีความฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง แต่สุดท้ายก็เอาหนังสือที่ตนเองมีอยู่ทะยอยแบ่งปันกันไป ...
6.ชอบซีรีย์ญี่ปุ่น และเกาหลี
7.ชอบกีฬาว่ายน้ำ
8.เติมเต็มเรื่องราวดีๆ ให้ชีวิต ไปเรื่อยๆ
Friends' blogs
[Add Mena Summer's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.