กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ประสบการณ์คลอดแอร์ฟอร์ซ

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 54 (แอร์ฟอร์ซ 40 สัปดาห์ 5 วัน)

07.30 น. ออกจากบ้านหัวหินไปธุระกับคุณสามีที่เพชรบุรี ระหว่างเดินทางรู้สึกท้องแข็งทุกเพลง (ฟังเพลงในรถ)


10.30 น. ทำธุระเรียบร้อย ระหว่างนั้นก็ลุ้นไปด้วย นี่มันเจ็บจริงรึเจ็บเตือนเหมือนทุกทีน๊าาา...คุณสามีถาม "ไป รพ.มั้ยๆ / จะไปทันมั้ยเนี่ย / แวะ รพ.เพชรบุรีก่อนมั้ย?  นุ้ยก็บอกสามี "ทนได้ชิลๆ คนอื่นเค้าเจ็บกันเป็นวันๆ กว่าจะคลอด นี่ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินข้าวเลย หาไรกินก่อนน๊าา Smiley" แต่คุณสามีไม่ยอมค่ะ บอกว่าให้ไปกินที่ รพ. (ก่อนถึงโรงพยาบาลมีแวะเติมแก๊ซด้วย ข้างปั๊มมีร้านขายก๋วยเตี๋ยว ชวนคุณสามีกินก็ไม่ยอมกิน Smiley


11.00 น. เดินทางถึง รพ. นุ้ยเข้าไปที่ฝ่ายสูตินารี อารมณ์จะไปจองคิวไว้ก่อน จะได้ไปกินข้าว ส่วนคุณสามีไปหาที่จอดรถ พยาบาลสอบถามอาการและเรียกรถเข็น นุ้ยบอกไม่เป็นไรค่ะ เดินได้สบาย ไม่เจ็บ (พยาบาลทำหน้างงๆ) พอเข้าห้องตรวจ พยาบาลมาตรวจภายใน (มันเจ็บมากเลยโรบิ้น.. Smiley ) แล้วแจ้งว่า "ปากมดลูกยังไม่เปิดเลยค่ะ แต่นุ่มแล้ว อายุครรภ์ขนาดนี้ตรวจสุขภาพเด็กหน่อยนะคะ" ว่าแล้วเค้าก็พาไปตรวจหัวใจและการดิ้นของลูก 1 ชม. ระหว่างนั้นคุณสามีรออยู่หน้าห้อง เค้าไม่ให้เข้า Smiley


12.00 น. นุ้ยนอนหิวตาลายอยู่บนเตียง คอยสังเกตการดิ้นของลูกแล้วกดที่เครื่องมือ นอนคิดนั่นคิดนี่ เอ้...ทำไมลูกไม่ดิ้นเลยน๊าาา ตอนอยู่ในรถก็ยังดิ้นอยู่เลย ทำไมพอมานอนกลับไม่ดิ้น พยาบาลคนที่ 1 มาเขย่าพุง....นิ่ง......พยาบาลคนที่ 2 เขย่าแรงขึ้น...ดิ้น 1 ตุ๊บ...พยาบาลทั้งสองคนเรียกพยาบาลอีกคนหนึ่งมา เจ๊มาเขย่าหน่อยไม่ยอมดิ้นเลย...(ใจเริ่มเสียละคราวนี้) คุณพยาบาลชุดสีเหลืองมาเขย่าพุงและกดแรงมากๆ จนจุก ลูกดิ้นอีก 1 ครั้ง "หัวใจก็เต้นดีนะ แต่ราบเรียบมากเลย ขอโทรแจ้งคุณหมอก่อนนะคะ" พยาบาลโทรแจ้งหมอชูเกียรติ คุณหมอบอกให้พยาบาลให้แจ้งคุณสามีเพื่อให้นุ้ยแอดมิท ให้ออกซิเจน น้ำเกลือ ตรวจสอบการดิ้นของแอร์ฟอซ และการเต้นของหัวใจอีกครั้ง ตอนนี้ใจนุ้ยเริ่มเสียแล้ว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยนอน รพ. และให้น้ำเกลือ แต่ไม่เคยต้องได้รับออกซิเจน หมอจะกลับจากกรุงเทพตอนเย็น ๆ จะมาทันมั้ยน๊าาา คิดนั่นคิดนี่มากมาย...คุณสามีกลับบ้านก่อนเพราะเค้าไม่ให้ญาติเฝ้า นุ้ยไม่มีอะไรติดตัวเลยแม้แต่รองเท้า ชุดชั้นใน และมือถือ Smiley


ระหว่างรอหมอก็นั่งดูกราฟการเต้นของหัวใจแอร์ฟอซ มันช่างราบเรียบจนเริ่มกลัวแล้วตอนนี้ จู่ๆ คุณพยาบาลก็มาขอจัดการกับนุ้ยน้อยและพุงให้เกลี้ยงเกลา นุ้ยก็ยังงง "ต้องทำแล้วหรอคะ?" คุณพยาบาล "โกนไว้ หมอมาจะได้จัดการเลย" (นึกในใจ...ถ้ามีบริการแวกซ์จะดีกว่ามิใช่น้อย Smiley)  

ระหว่างนี้ คุณพยาบาลทั้งหลายยย...คุยเสียงดัง นั่งแชท นั่งเปิดเฟสบุ๊ค กินข้าว กินส้มตำ กินขนม (ช้านก็หิวนะเฟร้ยยยย ถามกันบ้างอะไรบ้างงงงง Smiley ) ในขณะที่เตียงข้างๆ เริ่มครวญครางดังขึ้นเรื่อยๆ (นุ้ยก็เป็นห่วงเค้าจังอยากไปดูแล อยากไปให้กำลังใจ แต่ก็ไม่กล้า เพราะเราไม่รู้จักกัน)


16.00 น. คุณหมอมาเหมือนเทวดาโปรด คุณหมอหล่อที่สุดในสามโลกละตอนนี้ หมอเข้ามาตรวจภายใน (เอ๊ะ...ไม่เห็นเจ็บเหมือนตอนพยาบาลทำเลยอ่ะ) คุณหมอเอามือออกมาพร้อมกับเลือดสีแดงสด จำนวนมาก (เฮ้ยยยย...อะไรเนี่ย ไหนแม่ๆ ในชานเรือนบอกเป็นมูกเลือด นี่มันเลือดสดๆ ชัดๆ ) หมอบอก "กราฟหัวใจลูกเต้นราบเรียบเกินไปและการตอบสนองของเด็กไม่ค่อยดีแล้ว หมอขอเร่งคลอดนะ" (ม่ายยยย...แม่ๆ ในชานเรือนบอกว่าถ้าเร่งคลอดยังไงก็ต้องโดนจับผ่าอยู่ดีแหละ ช้านก็เจ็บหลายต่อสิ) "หมอคะ...ถ้าหมอคิดว่าเร่งแล้วจะไม่ได้ผล หมอจะผ่าก็ได้นะคะ คือหนูไม่อยากเจ็บหลายต่อน่ะค่ะ" หมอเงียบ...คิด "หมอว่าเร่งคลอดก่อนดีกว่านะ มันจะเจ็บนิดนึงนะ" (โห่...หมออย่ามาหลอก หนูศึกษามาหรอกว่ามันไม่นิดเลย มันเจ็บกว่าปกติอีกหลายเท่า หนูรู้ Smiley หนูอ่านมา)


16.30 น. พยาบาลก็มาฉีดยาเร่งลงไปในสายน้ำเกลือ...(มันจะเจ็บขนาดไหนอ่าาา...กลัวจัง คิดถึงคุณสามีมาก แต่หิวข้าววววมากกว่า 555 ) ถามคุณพยาบาล "คุณพยาบาลคะ ขอไปกินข้าวก่อนได้มั้ยคะ หิวมากเลย ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ Smiley" คุณพยาบาล "ไม่ได้ค่ะ ถ้าเผื่อฉุกเฉินอาจจะต้องผ่าคลอด กินข้าวไม่ได้นะคะ อันตรายมาก" (หา...ผ่าหรอ นี่วางแผนอะไรกันไว้ป่าวเนี่ย" 

แอบได้ยินพยาบาลคุยกันกับคุณหมออีกคนหนึ่งที่เหมือนจะมาใหม่ "เตียง 2 เค้าอายุครรภ์เยอะแล้ว นี่โดนยาเร่งอยู่ หมอชูเกียรติบอกให้เตรียมผ่าไว้ด้วย" (เฮ้ยย!! ช้านจะคลอดเอง) "นอกเวลาราชการผ่าไม่ได้ ต้องฉุกเฉินถึงผ่าค่ะ" (อ๋อ...มันเป็นอย่างนี้นี่เอง...หมอจงใจให้นุ้ยฉุกเฉินใช่ป่ะเนี่ย  Smiley )  ระหว่างนี้ทำใจ เตรียมใจ ยังไงช้านโดนผ่าแน่ๆ เตียงข้างๆ เริ่มกรี๊ด...ร้องไห้ ยัยคุณพยาบาลหน้าสวยคนหนึ่งตะโกนดุ "นี่คุณ ร้องเสียงดังทำไม หายใจดีๆ เดี๋ยวลูกจะไม่ฉลาดนะ คนอื่นเค้าก็เจ็บเหมือนกัน เค้าไม่เห็นจะต้องเสียงดังเลย" แล้ว She ก็ไปเม้าท์แตกต่อ...แง่มๆ ยัยหน้าสวยใจยักษ์ แล้วถ้านุ้ยกรี๊ดเค้าจะด่านุ้ยมั้ยเนี่ย ... "คุณพยาบาลคะ เตียงข้างๆ เค้าโดนยาเร่งป่าวคะ" พยาบาล "ไม่ค่ะ" (โห...ขนาดไม่โดนยาเร่งยังร้องขนาดนี้ แล้วช้านไม่เจ็บจนช็อคตายไปเลยหรอเนี่ย) นอนเบื่อๆ เซ็ง ไปหยิบหนังสือคู่สร้างคู่สมมาอ่าน อ่านไปจนหมดเล่ม เตียงข้าง ๆ พูด "คุณพยาบาลคะน้ำไหล" พยาบาล  " อ่าวหรอ ไม่เป็นไร รอแป๊บนึง อ๊าววว...ไปคลอดกัน" (คิดในใจ ดีใจด้วยน๊าาาาา เธอจะพ้นทุกข์แล้ว...เหลือแต่ชั้นนี่แหละ ไม่รู้ต้องนอนแหง่วอีกกี่ชั่วโมง) พยาบาลถาม "เตียง 2 เอายาแก้ปวดมั้ยคะ ขอได้นะ" นุ้ยตอบ "ไม่ล่ะค่ะ ไม่เป็นไร ไม่เจ็บ" พยาบาล "โห...เก่งจังค่ะ แต่ถ้าจะใช้ก็บอกนะคะ" อ่านคู่สร้างคู่สมต่อ 5 นาทีต่อมา

(ระหว่างนี้ เห็นคุณพยาบาลรับโทรศัพท์จากคุณสามีประมาณ 2 ครั้ง แอบดีใจ เค้ายังเป็นห่วงเรา Smiley)


17.30 น. (โอ๊ะ..ตายแล้วฉี่ราด พยาบาลด่าตายเล๊ยยยย ...เอ๊ย...ม่ายช่ายแล้ว)  "คุณพยาบาลค๊าา น้ำไหลค่ะ" พยาบาลมาตรวจภายใน "ปากมดลูกเปิดแล้ว 1 เซนค่ะ เอ๊ะ...แต่สีน้ำคร่ำแปลกๆ ทำไมเป็นสีแบบนี้" (ดีใจๆ เปิดแล้วตั้ง 1 ซม. แป๊บเดียวเอง ไม่เจ็บเลยซักนิดดดดดด ถ้าเป็นแบบนี้ก็ดีสิ เปิดไปเรื่อยๆ แบบไม่เจ็บ หุหุ (ตอนนั้นลืมเรื่องสีน้ำคร่ำไปสนิท) "คุณพยาบาลคะ ปวดฉี่น่ะค่ะ เข้าห้องน้ำได้มั้ย" อืมได้เดินไปเลยค่ะ ตรงโน้น..." นุ้ยก็เดินไปแบบลื่นๆ ไปด้วยเลือดของตัวเอง (เท่าที่รู้น้ำคร่ำไม่น่าจะมีเลือดเยอะขนาดนี้นะ พื้นเจิ่งนองไปด้วยเลือดและรอยเท้า 3 - 4 ก้าวของนุ้ย) "คุณพยาบาลคะ ไม่กล้าเดินค่ะ กลัวลื่น พื้นจะเลอะมากเลย" พยาบาล "โหยยยยย...อารายเนี่ยยย เขื่อนแตกรึไง ทำไมมันเยอะขนาดนี้ มานี่ ๆ มานั่งบนเตียงก่อน เดี๋ยวเอากระโถนมาให้ค่ะ" (พยาบาลเหลือคนเดียว เพราะที่เหลือไปทำคลอดเตียงข้างๆ มันช่างชุลมุนวุ่นวายมากเลยค่ะ นุ้ยก็ปวดฉี่ น้ำคร่ำก็ไหลไม่หยุด อยากจะฉี่ปนกับน้ำคร่ำก็ไม่กล้า Smiley


18.00 น. ความทุกข์เริ่มมาเยือน ปวดท้องมากกกก ปวดเหมือนปวดประจำเดือน+ปวดท้องบิดๆ แบบท้องเสีย+ปวดท้องอึ ทุกอย่างคูณ100 ปวดจนร้องไม่ออก (จริงๆ ไม่กล้าร้องกลัวโดนด่า 555) ได้ยินเสียงกริ๊ดดด...และเสียงร้องของเด็กดังมาก "ผู้หญิง 3,700" (โห...เค้าคลอดแล้ว ช้านยังทรมานอยู่เลย  Smiley )


19.30 น. "คุณพยาบาลค๊าาา...ไม่ไหวแล้วขอยาแก้ปวดหน่อยค่ะ Smiley" พยาบาล "คิดดูดีๆ นะคะ ฉีดได้เข็มเดียวเท่านั้น แล้วถ้าเจ็บมากกว่านี้จะฉีดอีกไม่ได้แล้วนะคะ" (ไหนบอกว่าขอได้ไง แง่มๆ) "งั้นยังไม่เอาก็ได้ค่ะ" (ได้ยินพยาบาลคุยกัน พยาบาล 1"เตียงนั้นของหมอชูเกียรติเค้าสั่งมาแล้วนะว่าอย่าให้คนไข้เจ็บมาก เดี๋ยวก็โดนดุหรอก" พยาบาล 2 "ดูคนไข้ก็ยังไม่เจ็บมากนี่นา" (โหย...หล่อน ช้านเจ็บจะตายอยู่แล้ว แต่ไม่กล้าแหกปาก เพราะไม่อยากโดนด่าเนี่ยแหละ แง่มๆ )


21.20 น. พยาบาลมาตรวจภายใน "ยัง 1 ซม. อยู่เลยนะคะ" (ห๊าาาาา...ม่ายน๊าาา ช้านต้องทนถึงเช้าป่าวเนี่ย) พยาบาลโทรหาคุณหมอชูเกียรติ หมอบอกให้เข้าห้องผ่าตัดได้เลย (บอกตามตรง โล่งอก เพราะจะหายจากความทรมานนี้แล้ว) เข้าห้องผ่าตัดรู้สึกทุลักทุเล เพราะนุ้ยก็เจ็บท้องมากกกก...ต้องย้ายเตียงทั้งหมด 6 เตียงโดยไม่รู้ว่าจะย้ายทำไมกันนักกันหนา ทำไมไม่ใช้เตียงเดียวขนๆ ไปเลยล่ะ พอเข้าห้องผ่าตัดรู้สึกกลัวขึ้นมาจนอยากเดินลงจากเตียง แต่ถูกพยาบาลประมาณ 6 คนมารายล้อมทำนั่นนี่จนหายใจหายคอไม่ทัน แล้วคนหนึ่งก็มาฉีดยาชาและบล็อคหลังให้ (อ่าาา...มันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง แต่ระหว่างฉีดยาจู่ๆ ก็ปวดท้องขึ้นมาอีก...ตอนนี้ไม่รู้อันไหนเจ็บกว่าอันไหนแล้ว  Smiley ) แล้วหมอก็มา...หมอเหมือนในหนังเลยค่ะ...Smiley ปกติเจอแต่หมอที่ลักษณะคล้ายๆ ครู แต่วันนี้หมอดูเป็นหมอเลยอ่าาา อิอิ 


ระหว่างนั้น...หมอก็ถามว่าเจ็บมั้ย นุ้ยบอกหมอ ไม่เจ็บค่ะ ตอนนั้นเหมือนเป็นเหน็บชาๆ ตั้งแต่หน้าอกลงไปถึงปลายเท้า นอนมองหน้าพยาบาล คิดถึงคุณสามี เค้าจะรู้มั้ยนะว่านุ้ยถูกจับผ่าแบบนี้ จะมีใครบอกเค้ามั้ย เค้าจะมาเมื่อไหร่ คิดสารพัด 


21.44 น. ได้ยินเสียงเด็กร้อง อ๊าว...แอร์ฟอร์ซของแม่เกิดแล้วววว และได้ยินเสียงพยาบาลพูด "เกิด ผู้ชาย 3,045" (อ่าาา..เสียงดังดีจังลูกช้านนนน...แต่ทำไมน้ำหนักเหลือ 3,045 นะ ไหนหมอบอก 3,200 อัพ แต่ไม่เป็นไร ลูกแข็งแรงปลอดภัยเป็นพอ

พยาบาลเอาลูกมาให้ดูหน้า..."คุณแม่คะ ได้ลูกชายนะคะ นี่นะคะหน้าตาของลูก"... นุ้ยมองหน้าลูก น้ำตาไหลพรากๆ (แต่ในใจคิด...โหจมูกแม่ชัดๆ เลย ทำไมปากกว้างแดงแป๊ดงี้เนี่ย ตัวม่วงๆ ย่นๆ ด้วย แต่ก็น่าร๊ากกกก) พยาบาล "อ่ะ...ให้หอมทีนึงค่ะ" นุ้ยหอมลูกเบา ๆ กลิ่นเด็กนี่หอมจริงๆ แก้มลูกอุ่นมากๆ ตัวลูกเป็นสีม่วงๆ นุ้ยเลยถามพยาบาลว่า คุณพยาบาลคะ ทำไมลูกหนูตัวม่วงๆ ล่ะคะ คุณพยาบาลตอบว่า "เด็กๆ ก็ตัวแดงๆ แบบนี้แหละค่ะ คุณแม่คงจะมึนยาเลยเห็นเป็นสีอื่นน่ะค่ะ"


22.00 น. นุ้ยถูกย้ายมาไว้ที่ห้องรวมแล้วเรียบร้อย เพราะไม่มีห้องพิเศษว่าง พยาบาลเดินเข้ามาบอก เจอลูกได้ตอน 8 โมงเช้านะ (โห...อยากเห็นหน้าลูกจังเลย) นอนไม่หลับ เพราะได้ยินเสียงเด็กร้องตลอดเวลา...เสียงนี้จะเป็นของลูกเรามั้ยน๊าา..เสียงโน้นจะเป็นของลูกเรามั้ยน๊าา...ทำไมเค้าปล่อยให้ร้องขนาดนี้น๊าาาา...เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้จนกระทั่งเช้า...


เจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์ของแม่ นามว่าแอร์ฟอร์ซ






Create Date : 08 กันยายน 2555
Last Update : 8 กันยายน 2555 1:58:48 น.
Counter : 2035 Pageviews.

3 comments
  
555 อ่านแล้วสนุกดีอ่ะ อยากเห็นหน้าพยาบาลนั้นมากกก
โดย: sindy_pv11 วันที่: 8 กันยายน 2555 เวลา:2:06:24 น.
  
คุณแม่เขียนได้สนุกมาก อ่านแล้วลุ้นตามเลยค่ะ เราก็ตั้งใจจะคลอดเอง จะเป็นแบบนี้ไม๊เนี้ยยย >_<
โดย: I-Yung วันที่: 8 กันยายน 2555 เวลา:12:29:36 น.
  
ยินดีด้วยคะ ลูกสาวเราชื่อ "แอร์บัด" คะ
โดย: air IP: 183.89.96.134 วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:17:22:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอกไม้สีน้ำผึ้ง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]