ประสบการณ์ที่ทำให้ตัวเองเข้มแข็ง และเป็นคำแนะนำให้คนอื่น
นอนเช้า ตื่นเกือบสาย หลับไปตอนตี 4 ตื่นมาตอน 7 โมงกว่า!!! ตื่นมาทำอะไรเนี่ย >.

เปิดเฟซปุ๊บ! ผ่าง!!! เพื่อนทิ้งข้อความไว้ ยาวเป็นกิโลเลย เหมือนเดิมทะเลาะกับแฟนงอนแฟน...เฮ้อเทศน์ไป 3 ชม.กว่าจะสงบ รู้สึกว่าโชคดีที่ไม่มีแฟน 55555+ ไม่ใช่เพราะผู้ชายไม่ดีนะ แต่เพราะความงี่เง่าของผู้หญิงเนี่ยแหละ ปัญหาหลัก

สุดท้ายความรักมันก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าความเข้าใจไม่มีในคน 2 คน แทนที่จะเอาเวลาไปนั่งจับผิด นั่งนอยด์แดรก สู้เอาเวลาไปห่วงใยกัน เข้าใจและให้กำลังใจกันไม่ดีกว่าหรือ? คนเราเกิดมาไม่กี่พัน กี่หมื่นวันก็ตายกันแล้ว จะทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ทำไม 

เค้าถึงว่า...ความรักทำให้คนตาบอด รักแบบเสียสติ รักแบบงมงาย รักแบบหลงจนโงหัวไม่ขึ้น มันก็ทำให้ทุกข์เป็นธรรมดา ถ้าคนเรามีสติ ไตร่ตรองก่อนจะทำ คิดทั้งผล + และ - แล้วเลือกที่จะทำด้วยสติแล้วมันก็เป็นสุข บางทีการก้าวออกมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสติมันก็ทำให้เราเห็นปัญหาชัดเจนมากขึ้น

คนที่มองความผิดพลาดของตัวเองเป็นเรื่องเล็ก แล้วมองความผิดพลาดของคนอื่นเป็นเรื่องใหญ่ย่อมไม่เจริญ เพราะมันจะไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย บางครั้งก็คิดว่า เราโชคดีนะกับการใช้ชีวิตที่ผ่านมา โชคดีที่ได้ทำผิดพลาดในหลายๆเรื่อง เพราะตอนที่ผิดพลาดนั้นมีคนคอยพยุงขึ้น ประสบการณ์สอนให้เราป้องกันตัวเอง และเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น

จิตใจมนุษย์ยากที่จะเข้าใจ ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเราเอง ไม่เข้าใจความคิดของตัวเอง ก็ไม่มีทางเลยที่เราจะเข้าใจคนอื่น โลกมันถึงอยู่ยากขึ้นทุกวันเพราะขนาดตัวเอง เวลาทำอะไรยังให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล....

เพื่อนหลายคนมีครอบครัวไปแล้ว ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ สุดท้าย...ก็ต้องยุติชีวิตคู่ลงด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ แต่ท้ายที่สุดเหตุผลหลักๆก็คือการไม่เข้าใจกัน ไม่ใช่เพราะฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่เป็นเพราะทั้ง 2 ฝ่าย 

งานแต่งเพื่อนคนแรก และคนที่สนิทที่สุด รู้สึกใจหายมาก ร้องไห้เลยไม่ใช่เพราะหวงเพื่อนนะ แต่ดีใจกับมันที่มันเจอคนที่จะดูแลมันได้ ยังจำภาพวันนั้นได้เลย รู้สึกปราบปลื้มแบบบอกไม่ถูก  ช่วงระยะเวลาที่เป็นครอบครัวมันก็โทรมาปรึกษา อัยคนที่ยังไม่มีครอบครัว เออดีจริง! ทุกเรื่อง และเรื่องสุดท้ายที่ได้ยินจากปากมัน...คือการยุติชีวิตคู่ของมัน ถามว่าตกใจมั๊ย ไม่ค่อยตกใจเท่่าไหร่ เพราะคิดไว้แล้วว่าซักวันมันต้องโทรมาปรึกษาเรื่องแบบนี้...ไม่มีความเห็นใดๆนอกจากบอกว่า "มึงใช้สติ ไตร่ตรองดูให้ดีก่อนจะตัดสินใจละกัน" เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเซนซิทิฟ เพราะมันเป็นชีวิตของคน 2 คนซึ่งบุคคลที่ 3 ไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย นอกจากให้กำลังใจ และเตือนสติ 

บางครั้ง...ประสบการณ์ที่ผ่านมา มันก็เป็นแผลที่จะปกป้องตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น และมันยังเป็นคำแนะนำที่ดี(มั้ง)ให้คนใกล้ตัว ขอบคุณบทเรียนชีวิตที่สอนให้เรา เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น....




วันนี้คงเป็นอีกวันที่เราไม่ได้คุยกัน :) คิดถึงนะ อยากรู้ว่าเหนื่อยมั๊ย เครียดรึเปล่า 5555+ พูดง่ายๆ อยากเผือก! เอิ๊กๆๆ แต่ก็เดาได้ว่า เป็นใครก็ต้องเหนื่อยต้องเครียดเป็นธรรมดา แต่จะกินอิ่ม นอนหลับมั๊ยนี่สิ ไม่รู้เลย เอาเป็นว่า อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ละกันเนอะ ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และคอยมองความสำเร็จของเค้าไปในตัว ^^  I wait for you จุ๊บุ จุ๊บุ

ตอนนี้น้องเริ่มพัฒนาตัวเอง เพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า หวังว่า...พี่จะคอยมองน้องอยู่เหมือนกันนะ แบร่ๆๆ

รูปภาพ



Create Date : 26 สิงหาคม 2555
Last Update : 26 สิงหาคม 2555 11:28:52 น.
Counter : 2000 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Escherichia coli
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



สิงหาคม 2555

 
 
 
1
3
13
14
27
30
 
 
All Blog