หน้าตาไม่ดี......แล้วหนักหัวใคร.....แค่เป็นคนดีก็พอแล้ว....จริงมั๊ย???
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
14 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
[[บันทึกสีจางกับความทรงจำแสนเหงา]]

คุณเคยมั๊ย เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้มันช่างอ้างว้างเหน็บหนาว ทำไมเราต้องเกิดมาเพื่อเผชิญกับความเงียบเหงาเดียวดายอันแสนจะโหดร้าย

ตัวฉันเองก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มีวิถีชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป เมื่อถึงวัยเรียนก็เล่าเรียนไปตามแต่ที่พ่อแม่จะส่งเสีย ตะเกียกตะกายตั้งหน้าตั้งตาเรียนไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร

เมื่อสำเร็จการศึกษาฉันก็กระโดดเข้ามาอยู่ในวงล้อมของคำว่า "มนุษย์เงินเดือน " ทำงานเหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งระบบเอาไว้ ติดอยู่ในวังวนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

รอบๆกายของฉันมีผู้คนมากมายผ่านเข้ามา แม้พวกเขาจะพยายามนำเสนอตัวเองให้ฉันดูว่าเป็นคนดีกันขนาดไหน แต่สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ก็คือการแก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ความเสแสร้ง หลอกลวง ความเอารัดเอาเปรียบ และเหยียบย่ำคนที่พลาดล้ม

แต่ทุกคนก็ใส่หน้ากากปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้อย่างแนบเนียนมิดชิด การกระทำของพวกเขาเหล่านี้สร้างความรู้สึกสะอิดสะเอียนและรังเกลียดที่จะเสวนาด้วย จนตัวฉันเองถูกกล่าวหาว่าเป็นคนหัวรั้น ใจแคบ ขวางโลก ชอบเดินทวนเข็มนาฬิกา ทำตัวทวนกระแสในขณะที่คนอื่นๆต่างก็เดินตามเข็มนาฬิกากันทั้งนั้น


ฉันจึงเหมือนมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง ไปไหนก็ไปคนเดียว ใช้ชีวิตไปตามแต่ความเหงาจะบัญชา และหลับทั้งน้ำตาทุกคืนวัน โลกนี้ทำไมช่างโหดร้ายกับฉันนักนะ? มีใครจะตอบคำถามนี้ให้กับฉันได้บ้าง สิ่งที่ฉันได้รับคือความเงียบไม่มีเสียงตอบ ฉันยังจะหวังให้ใครที่ไหนมาตอบคำถามโง่ๆของฉันล่ะ ก็ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่กับตัวเองนี่นา……


เมื่อฉันโตพอที่จะเรียนรู้กับคำว่าความรัก ฉันก็คิดว่าความรักมันช่างหอมหวานน่าลิ้มลอง มองมันเหมือนขนมหวานหลากสีสัน "ความรักสำหรับฉันเหมือนสิ่งเสพติด" เมื่อได้สัมผัสกับมันแล้วก็ยากยิ่งนักที่จะถอนตัวถอนใจไปจากมันได้ ฉันถลำลึกไปกับมัน หลงระเริงไปกับมัน


เมื่อความรักมาเคาะประตูเรียกฉัน ฉันรีบเปิดประตูต้อนรับมันด้วยความยินดี แต่….ความรักก็อยู่กับฉันเพียงไม่นาน คล้ายคนหลงทางที่มาเยือนยามวิกาล มาเพียงเพื่อจะขออาหารกินประทังชีวิต ขอน้ำดื่มดับกระหาย ขอเครื่องนุ่งห่มไว้คลุมกายเพื่อบรรเทาความเหน็บหนาวของราตรีกาล และเมื่อฉันหยิบยื่นสิ่งเหล่านั้นให้เขาด้วยความเต็มใจ เขาเพียงแค่กล่าวคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา และหันหลังเดินจากฉันไป ทิ้งไว้เพียงความผิดหวังและเสียใจ ไม่มีแม้แต่คำร่ำลา คนแล้วคนเล่าที่แวะเวียนมาสร้างแผลใจให้กับฉัน


สิ่งที่ฉันได้รับมันทำให้ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวฉันนั้นเกิดมาจากคำสาปแช่งของเทพเจ้า ท่านคงประทานพรให้กับคนอื่นไปเสียหมดสิ้น จนไม่มีเหลือพอที่จะจ่ายแจกพรแห่งความรักให้ฉันได้ ดังนั้นพรที่ท่านประทานให้ฉันมาคือความผิดหวังเสียใจอยู่ร่ำไป

ฉันแอบหวังอยู่เสมอๆว่า เมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า ฉันจะได้พบกับคนๆหนึ่งนอนอยู่ข้างๆกายฉัน กล่าวคำว่าอรุณสวัสดิ์….ตื่นแล้วหรือ? แล้วยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน เขาจะอยู่เคียงข้างฉันในยามที่ฉันไม่มีใคร คอยปลอบใจเมื่อฉันท้อแท้ เป็นกำลังใจยามฉันอ่อนแอ คอยดูแลยามฉันเจ็บป่วย เป็นมิตรแท้ที่เดินเคียงคู่กันไป อยู่เคียงข้างฉันตลอดไปตราบจนกว่าลมหายใจของฉันจะสิ้นสุด…..


คนๆนี้จะต้องก้าวเดินไปพร้อมๆกับฉัน ไม่นำหน้าและไม่ตามหลังฉัน เพราะฉันกลัวว่าหากเขาเดินนำหน้าฉันไป ฉันอาจจะก้าวตามเขาไม่ทัน ฉันจะรู้สึกเหนื่อยทุกครั้งที่ต้องไล่ตามอะไรซักอย่าง ฉันไม่ปรารถนาที่จะมองเห็นเพียงเบื้องหลังของเขา และเช่นกันฉันก็ไม่อยากให้เขาต้องเดินตามหลังฉันเพราะฉันกลัวว่าเมื่อฉันหันกลับไปมองแล้วจะพบว่าเขาได้หายไปแล้ว หายไปจากชีวิตฉันอย่างไม่มีทางหวนกลับมาได้ ดังนั้นฉันจึงยินดีที่จะก้าวเดินไปพร้อมๆกัน เพื่อที่ฉันจะได้รับรู้ว่าเขาอยู่ข้างๆฉันไม่ได้ไปไหนไกลจากฉันเลย


แต่….ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ฉันพบพานอยู่ทุกวันเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นคือผนังห้องที่ว่างเปล่า รอบๆตัวของฉันคือความเงียบเหงา บรรยากาศรอบกายคือความมืดมิด ทุกๆวันฉันตื่นขึ้นมาเพื่อจะรับรู้กับความเป็นจริงว่าแท้จริงแล้ว…ฉันยังคงไม่มีใคร…


และเพียงแค่ฉันก้าวขาออกจากชายคาบ้านฉันก็พบกับถนนที่ทอดยาว กับแสงสีเทาของเช้ามืด ฉันสูดลมหายใจเพื่อรวบรวมความกล้า…ความกล้าอะไรน่ะหรือ? ก็กล้าพอที่จะทำให้ฉันเดินคนเดียวบนถนนสายนี้ยังไงล่ะ ในขณะที่คนอื่นๆต่างก็เดินเคียงคู่กันไป บ้างก็เดินไปเป็นหมู่คณะ หากแต่ว่าฉันกลับต้องเดินคนเดียวทุกวัน เดินไป…ไกลออกไปเรื่อยๆ


เดินเข้าไปหาอ้อมกอดของมนุษย์หน้ากากที่ฉาบรอยยิ้มบนใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ไว้อย่างสดสวย แต่จะมีใครรู้บ้างว่าภายในหน้ากากนั้นมีดวงตามาดร้ายและรอยยิ้มแห่งความเหี้ยมโหดซ่อนอยู่ ในมือที่ไขว้หลังอยู่นั้นมีมีดปลายแหลมเปื้อนเลือด รอคอยและพร้อมที่จะจ้วงแทงทางด้านหลังเมื่อฉันเผลออยู่ตลอดเวลา


ทุกวันนี้ฉันมีเพียงความเหงาและหยดน้ำตาเป็นเพื่อนแท้ที่ซื่อสัตย์ พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งฉันไปไหน ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน พวกเขาเหล่านี้มักจะแวะเวียนมาทักทายฉันทุกครั้งเมื่อฉันอยู่คนเดียว…

และแล้วในวันหนึ่ง….วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกศัลย์อาดูร ฉันแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าฟ้ากำลังร้องไห้สงสารฉันที่ต้องอยู่อย่างอาภัพอับวาสนา ในขณะที่คนอื่นๆต่างวิ่งหนีหาที่กำบังเพื่อไม่ให้ร่างกายของตนต้องเปียกปอน แต่ฉันกลับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และร่วมร่ำไห้ไปกับฟากฟ้า ในความเหน็บหนาวของน้ำฝน ฉันได้ค้นพบความอบอุ่นอันยิ่งใหญ่ของน้ำตา ฉันคลี่ยิ้มให้และกล่าวคำขอบคุณให้กับมันอย่างจริงใจ ที่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันอบอุ่นขึ้นท่ามกลางความเย็นเยียบหนาวเหน็บ ขอบคุณที่มันกรุณาเดินมาเป็นเพื่อนฉันจนถึงประตูบ้าน บ้านที่มีญาติพี่น้องอยู่รายล้อม แต่บางครั้งพวกเขาเหล่านั้นกลับกลายเป็นใครที่ฉันไม่เคยรู้จักเลยซักนิด


…ฉันเดินตัวเปียกปอนผ่านคนเหล่านั้นไป แล้วค่อยๆเปิดประตูห้องของฉัน ห้องที่ฉันเรียกมันว่า " อาณาจักรแห่งความเหงา " ภายในมืดมิดมีเพียงแสงจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบเพียงชั่วครู่ก็เลือนหายไป เมื่อฉันเปิดไฟห้องทั้งห้องก็สว่างไสวขึ้น ตรงเก้าอี้ตัวเก่าที่ฉันใช้นั่งครวญคร่ำโหยหาความรัก พร่ำรำพันว่าฉันเหงาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น บัดนี้กลับปรากฏร่างของใครบางคนที่มองดูเลือนลางนั่งอยู่ เขาหันมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน ยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้ฉันเพื่อที่ฉันจะได้ใช้ห่อหุ้มร่างกายที่กำลังสั่นเทา สายตาที่เขามองมาที่ฉันเต็มไปด้วยความอาทร หวังดี และจริงใจ เขาเอ่ยปากถามฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลรื่นหูว่า
"กลับมาแล้วหรือ?…เป็นยังไงบ้างเหนื่อยหรือเปล่า?…เบื่อมากมั๊ย? ต้องเจอกับสิ่งเลวร้ายอะไรมาบ้าง? เล่าให้เราฟังบ้างจะได้ไหม?"


ฉันพยักหน้ารับแล้วบอกกับเขาว่าฉันเหนื่อยเหลือเกิน เวลานี้ฉันท้อแท้จนแทบสิ้นกำลัง ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย แม้แต่ตัวของฉันเอง ทุกคนที่ฉันพบเจอต่างหยิบยื่นแต่ความผิดหวัง โกหกหลอกลวง สร้างความเจ็บปวดให้กับฉันอย่างร้ายกาจ พลันร่างกายของฉันก็อ่อนยวบหมดสิ้นเรี่ยวแรง ฉันเหนื่อยกับการที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนไปตามกฏเกณฑ์และกระแสสังคมอันฟอนเฟะ เขาคนนั้นช้อนร่างของฉันไว้ด้วยลำแขนอันแข็งแกร่งก่อนที่ตัวฉันจะร่วงลงถึงพื้นเช่นลูกนกปีกหักที่พยายามจะฝืนบิน และบอกกับฉันว่า
"ถ้าเหนื่อยนักก็หลับตาพักผ่อนซะ นอนหลับให้สบายไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะ เราจะอยู่ข้างๆ จะอยู่เป็นเพื่อนไม่หนีไปไหน"
"จริงเหรอ สัญญานะ"
ฉันถามเขาอย่างไม่แน่ใจ พลางเรียกร้องคำสัญญาจากเขา
"สัญญา จะไม่ทิ้งไปไหนจริงๆ จะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าเธอจะไม่ต้องการ"
คำพูดเพียงแค่นี้ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย ฉันซุกตัวกับอกอุ่นๆของเขาเหมือนลูกนกเล็กๆที่ขนยังไม่ขึ้นซุกตัวหาไออุ่นจากใต้ปีกแม่ของมัน ฉันหลับตาลงพร้อมกับน้ำใสๆที่ไหลรินเป็นทาง ตอนนี้ฉันอยากหลับอยู่อย่างนี้ไม่อยากตื่นมาแล้วต้องพบกับความว่างเปล่า อยากหลับตาอยู่เช่นนี้แต่สามารถสัมผัสได้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆคอยโอบกอดฉันไว้ ปกป้องฉันเมื่อยามมีภัย และคอยเช็ดน้ำตาให้ฉันด้วยมืออันแผ่วเบาของเขา…


หลังจากวันนั้นเมื่อถึงเวลาเลิกงานฉันจะรีบกลับบ้าน เพราะฉันรู้ดีว่าเขาคนนั้นรอคอยฉันอยู่ รอที่จะให้ฉันกลับมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งสุขและทุกข์ เขาจะคอยปลอบโยนและเป็นกำลังใจให้ฉัน คอยซับน้ำตาให้ฉันในเวลาที่ฉันถูกอดีตอันขมขื่นย้อนกลับมาทำร้ายฉันให้เจ็บปวดทุรนทุราย และโอบกอดยามฉันหลับตานอน เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าฉันจะพบว่าเขานอนอยู่เคียงข้างฉัน จุมพิศฉันเบาๆอย่างอ่อนหวาน แล้วเอ่ยคำว่า
"อรุณสวัสดิ์…ตื่นแล้วหรือ เมื่อคืนฝันดีหรือเปล่า"
แล้วยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน เมื่อใดที่ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหมดเรี่ยวสิ้นแรง เขาจะดึงมือของฉันไปกุมไว้แล้วบีบอย่างแผ่วเบานุ่มนวล ถ่ายทอดพลังและความกล้าให้กับฉัน กระซิบข้างๆหูของฉันว่าให้ต่อสู้กับคืนวันอันโหดร้ายต่อไปอย่างกล้าหาญมั่นคง เขาจะปรากฏกายต่อหน้าฉันทุกครั้งเมื่อฉันรู้สึกเหงาและจากฉันไปยามที่ฉันมีความสุข โดยที่เขาคนนี้ไม่เคยร้องขอสิ่งตอบแทนจากฉันเลยซักครั้ง ฉันจะรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยทุกครั้งเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง


…แต่ฉันก็รู้ดีว่าเขาคนนี้ไม่มีตัวตนเป็นแค่เพียงคนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการที่หลอมรวมจากความเหงาของฉัน ตราบใดที่ความเหงายังแทรกซึมเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดซอกซอนเข้าไปในทุกอณูของลมหายใจเขาก็จะยังคงอยู่กับฉัน แต่เมื่อใดที่ฉันค้นพบกับความสุขร่างกายของเขาจะค่อยๆสูญสลายกลายเป็นฝุ่นละอองสีรุ้งที่แสนงดงามและปลิวกระจายหายไปในสายลม…


…หากเขาคนนั้นมีตัวตนจริงๆฉันจะไล่คว้าเขาเอาไว้ ไม่มีทางปล่อยให้เขาหลุดลอยไป จะอยู่กับเขาทั้งยามหลับและยามตื่น ฉันจะรักเขาให้มากที่สุดเท่าที่หัวใจของฉันจะรักใครสักคนได้ ทุกคืนก่อนจะนอนฉันก็เฝ้าแต่พร่ำขอและอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ท่านเมตตาส่งคนๆนั้น คนที่มีตัวตนจริงๆ มีเลือดเนื้อมีลมหายใจ และมีจิตวิญญาณ ที่ฉันสามารถแตะต้องสัมผัสได้มาให้กับฉันเสียทีเถิด อย่าได้ใจร้ายกับฉันนักเลย ฉันสัญญาว่าจะรักเขาให้มากๆและจะไม่มีวันทำให้เขาผิดหวังเสียใจเป็นอันขาด ถ้าคำขอร้องของฉันสัมฤทธิ์ผล ฉันคงจะหลับตานอนด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความสุขฉันคงจะหลับฝันดี หลังจากที่เมื่อก่อนนี้เพียงแค่ฉันปิดเปลือกตาลงฉันก็ต้องเผชิญกับฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนให้ผวาตื่น…

…ทุกวันนี้ไม่ว่าฉันจะเดินไปทางไหน ฉันจะคอยมองหาด้วยความหวังว่าเขาคนนั้นอาจจะกำลังยืนคอยฉันอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง แต่ในความเป็นจริงก็คือฉันยังอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง ไม่มีคนในฝัน มีแต่ความจริงอันแสนโหดร้ายเหมือนเช่นเคย…


…แต่ใครจะรู้ บางทีฉันอาจจะเจอคนๆนั้นแล้วก็ได้ เพียงแต่ว่าบนเส้นทางที่เราเดินฉันเลี้ยวไปทางซ้าย ส่วนเขาเลี้ยวไปทางขวา ฉันเดินขึ้นสะพานลอยแต่เขาข้ามทางม้าลายด้านล่าง ฉันอาจนั่งรถเมล์อยู่ทางด้านหน้าแต่เขายืนห้อยโหนอยู่ทางด้านหลัง และบางทีเราอาจจะเดินสวนกันอยู่แทบทุกวี่วัน ตอนนี้ฉันก็ได้แต่รอคอยวันที่สวรรค์เห็นใจฉันเมื่อไหร่ฉันก็คงได้พบกับเขาคนนั้นเสียที …จบบนทึกของคนขี้เหงา…
…เค้าโครงเรื่องจริงจากความเหงาของ…
"ตะแบกสีม่วง"
…เรียงร้อยตัวอักษรถ่ายทอดเป็นเรื่องราวโดย…
"ว่านสี่ทิศ"

เคยส่งเรื่องไปสำนักพิมพ์เค้าบอกต้องส่ง 5 เรื่อง แต่จะรับ2เรื่องที่ส่งไปไว้ก่อนให้ไปแต่งเพิ่มอีก 3 เรื่อง

แต่ตอนนี้แรงบันดาลใจยังไม่เกิด รอไปก่อนแล้วกัน



Create Date : 14 กรกฎาคม 2550
Last Update : 18 กรกฎาคม 2550 12:35:05 น. 3 comments
Counter : 284 Pageviews.

 


โดย: Yoawarat วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:43:12 น.  

 
โค๊ตสำหรับตระกูล .swf

<embed style="LEFT: 10px; WIDTH: 300px; TOP: 15px; HEIGHT: 45px" src="ลิงค์เพลง" width="300" height="45"type="text/plain;charset=TIS-620" loop="-1"autoplay="false"/>


ลิงค์เพลง ต้องไปหาโค๊ตเพลงเอา ไปดูในเว็บยัยฟับฟี้บอยตามลิงค์นี้ ยัยนีแจกโค๊ตเพลงเจ็ดพันห้าร้อยล้านเพลง Pls click

ข้างล่างคือโค๊ตเพลง Akon : Don’t Matter นำไปใส่แทน คำว่า ลิงค์เพลง

//i80.photobucket.com/albums/j198/fluffyboy101/fluffyboy102/fluffyboy103/fluffyboy104/12-DontMatter.swf


ลองทำดู แล้วจะสนุก
อ้…อแนะนำไปอ่านในบล็อก “ป้ามด” ป้าใจดียกให้เป็นครูสอนทำบล็อก คลิกที่นี่
Pls click



โดย: Yoawarat วันที่: 15 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:50:41 น.  

 
การแปะโค๊ตทำได้สองแบบ

1. เอาโค๊ตเพลงไปแปะใน script are ก็จะแสดงในทุกๆหน้า

2. เอาโค๊ตไปแปะในหน้าใด (เวลาเขียนบทความ) เพลงจะแสดงเฉพาะหน้านั้น

.....................ขอให้สนุกกับการใส่เพลงน๊า...................



โดย: Yoawarat วันที่: 15 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:55:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คุณนายตระกูลี ฮูหยินตระกูลอู๋
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นู๋คลับ...เฮ้...มามาเล๊ย
Friends' blogs
[Add คุณนายตระกูลี ฮูหยินตระกูลอู๋'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.