มกราคม 2563

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
เกร็ดธรรม จากสมเด็จพระญาณสังวร
จากหนังสือ " ลักษณะพุทธศาสนา " โดยสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช
1.การแสดงลักษณะพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับกายและจิต

กายและจิตนี้ได้ตรัสแสดงโดยเป็นธาตุ๖ ก็มีเป็นขันธ์๕ ก็มี
กายและจิตนี้ได้ตรัสแสดงโดยเป็นธาตุ๖(ในวิภังคสุตร)ว่า บุรุษบุคคลนี่มีธาตุ๖ คือ
ปฐวีฐาตุ(ธาตุดิน)  อาโปธาตุ(ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ(ธาตุไฟ) วาโยธาตุ(ธาตุลม) อากาศธาตุ(ธาตุอากาศ) วิญญาณธาตุ(ธาตุรู้)
  ปฐวีฐาตุ(ธาตุดิน)  อาโปธาตุ(ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ(ธาตุไฟ) วาโยธาตุ(ธาตุลม) อากาศธาตุ(ธาตุอากาศ)  เป็นธาตุที่รวมเป็นกาย
วิญญาณธาตุ(ธาตุรู้) ก็คือจิ
2.จิต
จิตเป็นภาษาบาลี มีคำเรียกจิตใจอีก๒คำคือ วิญญาณ มโน ซึ่งภาษาไทยใช้คำว่าใจ
แต่จิตซึ่งเป็นธาตุรู้นี้ไม่ใช่อันเดียวกันกับวิญญาณในขันธ์๕( รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ) และไม่ใช่อันเดียวกับมโนในอายตนข้อที่๖( ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ )
จิต จิตนี้เป็นสิ่งไม่มีสรีรสัณฐาน จิตมีความหมาย ๓ อย่างคือ
๑ คิดและรู้
๒ สั่งสม (สั่งสมดีเรียก บารมี   สั่งสมชั่วเรียก อาสวะ)
๓ วิจิตร คือแตกต่างกันหลายประการ
เมื่อกาย( ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ รวม ๕ ธาตุ)และจิต(ธาตุรู้)อยู่รวมกันก็เป็นบุคคล
เมื่อกายแตกทำลาย จิตก็จะต้องเคลื่อนออกไปหรือเรียกว่าจุติ


ญาณที่พระพุทธองค์ทรงได้ในปฐมยามของราตรีที่ตรัสรู้ คือ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ
คือ ความหยั่งรู้ระลึกได้ถึงนิวาสน์(บ้าน)หรือขันธ์ที่อาศัยอยู่ในปางก่อนและเมื่อขันธ์ดับก็เห็นการจุติ (เคลื่อน) และการอุปบัติ (เข้าถึง)ในแต่ละชาติโดยลำดับ
เรียกง่ายๆคือการระลึกชาติได้นั่นเอง
ญาณที่๒ จุตตูปปาตญาณ 
คือได้ทรงหยั่งรู้ถึงความจุติและอุปบัติของสัตว์ต่างๆ ความท่องเที่ยวเวียนเกิดเวียนตายนี้เรียก สังสารวัฎ
การอุปบัตินี้มีทั้งสุคติและทุคติ

กายต้องการอาหาร และจิตก็ตองการอาหารเช่นกัน
อารมณ์(โลภะ โทสะ โมหะ) เป็นอาหารของจิตที่มีกิเลส ซึ่งกิเลสก็เปรียบเหมือนพยาธิในท้องของบุคคล
ส่วนอาหารที่แท้จริงของจิตคือ ธรรม และธรรมนี้ยังเป็นธรรมโอสถรักษาจิตอีกด้วย  (แก้กิเลส)
จิตหรือธาตุรู้นี้เป็นสิ่งที่ยังคงดำรงอยู่แม้เมื่อร่างกายอันนี้แตกสลาย แล้วก็เคลื่อนไปสู่บ้านใหม่ภพใหม่ต่อไป
ตายแล้วเกิดหรือตายแล้วไม่เกิด อันไหนถูกต้อง
ในการเวียนว่ายตายเกิดนั้นมีทางไปแค่ทุคติหรือสุคติเท่านั้น (จากพระญาณหยั่งรู้จากญาณที่๑และ๒) การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎ ทุคติบ้าง สุคติบ้าง เป็นเพราะกิเลสซึ่งเริ่มมาแต่อวิชชาคือความไม่รู้เป็นเหตุและก่อให้เกิดผลเป็นกรรม เกิดเป็น ภพ ชาติ ทุกข์ และก่อให้เกิดกิเลสอีกหมุนเวียนสืบต่อเนื่องกันเรียก ปฏิจจสมุปบาท
พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้  อริยสัจ ๔ (มี ๒ สายคือ ทุกข์และอาสวะ)

ตายแล้วไม่เกิด นั้นเมื่อหมดเหตุแห่งการเกิด ไม่เกิดอีกแต่ไม่สูญ





 



Create Date : 22 มกราคม 2563
Last Update : 27 มกราคม 2563 20:05:13 น.
Counter : 79 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 5705695
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ศัลยแพทย์มาเป็นนักเรียน(โข่ง)วิศวะคอมพิวเตอร์