***การอ่านหนังสือ คือ การเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง*** Open Your Mind by Reading***
Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
 
17 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
นิทานเซน - ดีดขาตาปรือ

พูซั่วหมีหลี : ดีดขาตาปรือ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 มกราคม 2552 19:22 น.


扑朔 (pū shuò) อ่านว่า พูซั่ว แปลว่า ดีดขาเหมือนจะกระโดด
迷离 (mí lí) อ่านว่า หมีหลี แปลว่า ตาปรือ

เล่ากันมาว่าในสมัยโบราณ มีสตรีนางหนึ่ง นามว่า ฮวามู่หลัน นางเป็นผู้ที่มีความกตัญญูต่อบุพการีเป็นอันมาก

วันหนึ่ง ฮวามู่หลันได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้อง นั่งถอนใจอยู่ริมหน้าต่าง ทำให้บิดาของนางเกิดความสงสัยเป็นอันมาก จึงไต่ถามถึงสาเหตุ

เมื่อโดนรุกเร้ามาก ๆ ฮวามู่หลันจึงจำใจต้องบอกบิดาไปว่า “ข้าไม่ได้มีเรื่องในใจอันใด เพียงแต่เมื่อคืนวานข้าเห็นสาสน์เกณฑ์ทหารที่ฮ่องเต้ส่งมาถึงท่านพ่อ ทว่าท่านพ่ออายุมากแล้ว คงรับความลำบากในกองทหารไม่ไหว น้องชายข้าก็ยังเล็กนัก บุตรีอย่างข้าจึงจำต้องขบคิดเรื่องนี้แทนท่าน”

จากนั้นมู่หลันยังกล่าวต่อไปว่า “ข้าติดตามท่านพ่อฝึกวิชาบู๊ตั้งแต่เล็ก สามารถเป็นตัวแทนของท่านไปร่วมกับกองทหารครั้งนี้ ส่วนปัญหาที่ว่าข้าเป็นหญิงนั้น มีวิธีแก้ไข”

เมื่อถึงวันเกณฑ์ทหาร ฮวามู่หลันแต่งตัวเป็นชาย อำลาครอบครัวออกเดินทางไปร่วมกับกองทัพ

ยามศึกสงคราม มู่หลันรบอย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ ผ่าน 10 กว่าปีอยู่ในกองทัพและการสงคราม

เมื่อการรบสิ้นสุดลง ฮวามู่หลันกลับบ้านพร้อมชัยชนะ ความห้าวหาญของนางได้ยินถึงหูฮ่องเต้ จึงต้องการมอบรางวัลเป็นเงินทอง และตำแหน่งเสนาบดีให้

ทว่า มู่หลันกลับปฏิเสธว่า “ขอบพระทัยในความเมตตาของฮ่องเต้ยิ่งนัก ทว่าข้าไม่ต้องการรับตำแหน่งขุนนาง เพียงขอให้ฮ่องเต้ประทานอนุญาตให้ข้ากลับไปอยู่กับครอบครัวที่บ้านนอก” ซึ่งฮ่องเต้ก็ยินยอมตามนั้น

มู่หลันกลับมาถึงบ้านเกิด จึงเปลี่ยนการแต่งตัวกลับมาเป็นหญิง ถักเปียเกล้าผม ประดับดอกไม้ กลับสู่สภาพปกติเมื่อครั้งก่อนออกไปรบ เมื่อถูกคู่หูร่วมรบในกองทัพที่มาด้วยกันพบเห็นถึงกับตะลึงเอ่ยว่า “อยู่ด้วยกันมา 12 ปี เหตุใดข้ากลับไม่รู้เลยว่าท่านเป็นหญิง!”

ภายหลังมีผู้นำเหตุการณ์นี้มาประพันธ์เป็นบทกวีบทหนึ่ง ชื่อว่า บทกวีมู่หลัน โดยเนื้อหาในตอนท้ายของบทกวีมีดังนี้

“กระต่ายตัวผู้เท้าดีดเด้ง
กระต่ายตัวเมียตาหรี่ปรือ
กระต่ายทั้งคู่วิ่งเคียงข้างกัน
ผู้ใดแยกแยะได้ ไหนผู้-เมีย?”

ความหมายของบทกวีบทนี้คือ กระต่ายตัวผู้นั้นยามเดินขึ้นหน้า เท้าจะกระดกขึ้นมา ส่วนกระต่ายตัวเมียตาจะปรือกว่าตัวผู้ แต่หากกระต่ายตัวผู้กับตัวเมียวิ่งอยู่คู่กัน ยากที่จะมีผู้แยกแยะได้ว่าตัวใดเป็นตัวผู้ ตัวใดเป็นตัวเมีย

“พูซั่วหมีหลี” หรือ “ดีดขาตาปรือ” เดิมใช้ในความหมายว่ายากจะแยกแยะว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย และใช้เปรียบเทียบกับคนที่ดูไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ต่อมาใช้เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ยุ่งยากซับซ้อนจนยากที่จะแยกข้อเท็จจริง


//www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000008917




Create Date : 17 เมษายน 2555
Last Update : 17 เมษายน 2555 21:26:28 น. 0 comments
Counter : 607 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanalee
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




คนธรรมดาที่กำลังพยายามละกิเลส เพื่อลดความอยากและไม่อยากให้มากที่สุด (ยากนะ แต่จะพยายาม)
New Comments
Friends' blogs
[Add wanalee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.