|
คำพูดไอ้พี่คิมยังค้างอยู่ในใจผม จนผมรู้สึกว่ายังไงก็ต้องให้จอมพูดออกมาให้ได้ว่า เพราะไปถ่ายรูปแนบชิดสนิทสนมขนาดนั้นกันมาใช่มั้ย ถึงต้องรีบลบรูปทิ้ง แต่พอเห็นแคนตาลูป เห็นกาแฟ แล้วก็อาการตื่นเต้นของจอม ที่จะได้ไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า ผมก็ลืมมันไปหมด จอมเอารายการอาหารมาให้ผมช่วยเลือก ถามผมว่า มีกิจกรรมให้เด็กๆ ด้วยดีมั้ย ผมเห็นท่าทางกระตือรือร้นของจอมแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ ผมบอกจอมว่า ไม่ต้องหรอก ของกินก็เอาง่ายๆ อย่าง 2 อย่างก็พอ ป๊าม๊าอยากไปด้วย ถามแม่ด้วยว่าไปได้วันไหน ค่อยไปนัดที่บ้านเด็กกำพร้า จอมทำท่าเกรงใจ แต่พอผมย้ำว่า ป๊าม๊าออกปากเอง แล้วผมก็รู้ว่าคุณก็อยากให้ไป ผมก็ได้เห็นภาพที่ผมคิดแล้วว่าต้องได้เห็น สีหน้าอบอุ่น ซาบซึ้ง ขอบคุณ จากส่วนลึกในหัวใจของเขาจริงๆ คืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่จอมหลับไปพร้อมกับเข็มฉีดยาในมือ คนที่ผมต้องสนใจคนเดียว คือ จอม เขากำลังแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นาน ผมคงได้เริ่มทำตามโจทย์ล่าสุดที่หมอให้มา และถ้ามันเป็นไปได้ด้วยดี ก็อีกไม่นานแล้ว ผมจะได้อ่านนิทานให้ลูกฟัง ไอ้พี่คิมอยากพูดอะไร ก็ไม่ใช่เรื่องของผม ผมแอบโล่งใจที่จองไม่มีอาการน้อยใจ ตอนผมบอกว่า อย่าทำอะไรเยอะให้มันวุ่นวาย เพราะใจจริงผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย จอมแทบไม่เคยขออะไรผม ทำไมผมจะไม่อยากตามใจ เพียงแต่อมอยากให้แบบพิเศษมากๆ เท่านั้นเอง ผมจ้างออแกไนซ์ให้จัดการงานวันเกิดจอม เขาเสนอรูปแบบงานหรูหราใหญ่โต คนละเรื่องกับที่ผมคิดไว้ ผมเลยต้องไปบรีๆใหม่ว่า ผมต้องการให้ทุกคนได้สนุก มีความสุขไปด้วยกันทุกคน ไม่ต้องตกแต่งสถานที่ให้สวยมากๆ แต่ขอให้เห็นแล้วรู้สึกสนุก ให้เด็กทุกคนได้ของขวัญ เหมือนกับว่าวันนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง ผมว่าจอมต้องชอบแบบนี้มากกว่าแน่ๆ ออแกไมซ์ทำแบบมาให้ผมดูใหม่ สถานที่ตกแต่งด้วยของง่ายๆ ทั้งหมดเป็นสีฟ้า มีวงดนตรีและพิธีกรที่ถนัดในการเอนเตอร์เทนกลุ่มเด็กและวัยรุ่น และมีบัตรแจกให้ทุกคนไปแลกของขวัญ ผมตกลงตามนั้น เป็นอันว่าเสร็จไป 1 เรื่อง เหลืองานที่ผมตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่า อยากเซอร์ไพรส์จอม ผมเห็นจอมไม่ค่อยไปไหน แต่ฟังจากเขาเล่า ตอนเรียน จอมเฮฮาปาร์ตี้มาก ทั้งเที่ยว ทั้งทำกิจกรรม เพื่อนไปไหนไปกัน จอมเคยบอกว่า เขาเลิกเที่ยว เพราะตั้งใจทำร้านให้ดี ส่วนเพื่อนๆ มีครอบครัว มีลูก ก็เลยห่างกันไปเอง ไม่ค่อยได้เจอ ถ้าผมพาพวกเขามาเจอจอมได้ จอมจะแฮปปี้ขนาดไหน ผมต้องหลอกจอมว่า ออกไปคุยงานข้างนอก แล้วจะกลับบ้านเลย ไม่ไปค้างด้วย ผมจะได้มีเวลาคุยกับพีทได้เต็มที่โดยที่จอมไม่รู้ พีทบอกว่า ถ้าผมให้พาแฟนพาลูกไปได้ ทุกคนในก๊วนก็น่าจะไปได้ ผมรีบตอบว่า ได้เลย ไม่มีปัญหา พีทหายไปชั่วโมงหนึ่ง ก็กลับมาพร้อมลิสต์รายชื่อเพื่อน พร้อมกับคนที่จะไปเพิ่มมาให้ บอกผมว่า ได้สถานที่แล้วบอกเขา เดี๋ยวเขาไปบอกทุกคนให้เอง แล้วก็แซวผมว่า ไม่ให้คนอื่นเอาของขวัญไป จอมจะได้ตื่นเต้นกับของขวัญของผมคนเดียว ผมตอบภีทว่า ผมไม่อยากรบกวน แล้วก็ไม่รู้ว่าจอมจะตื่นเต้นมั้ย เพราะผมก็ยังไม่รู้เลยว่า จะให้อะไร พีทหัวเราะกลับมา ตอบว่า สำหรับจอมน่ะ ความรักของคุณมันดีสุดอยู่แล้วนี่ หาของดีกว่านั้นก็คงยาก ผมเก็บคำพูดของพีทไปคิดอยู่ทั้งคืน ความรักของผม ความรักของผม ทำยังไงมันถึงจะกลายเป็นของขวัญให้จอมได้นะ ผมโอนเงินให้จอมตามจำนวนที่เขาขอ เพราะผมบอกเขาว่า ไม่ต้องทำอะไรเยอะ จอมก็เลยเลือกเป็นไก่ทอดยี่ห้อดังกับไอศครีมของโปรดของเขาให้เด็กๆ ส่วนอาหารกลางวันของเรา แม่จะทำปิ่นโตมาให้ จอมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันงานแล้ว เขาก็เลยดูจะไม่ตื่นเต้น ตรงข้ามกับผม ที่ต้องแอบทำไม่ให้จอมรู้ ต้องแอบลุ้นว่า งานจริงจะออกมาเป็นยังไง ก่อนวันงาน ผมออกจากคลินิกก็เลยไปดูที่บ้านเด็กกำพร้าว่า ออแกไนซ์ตกแต่งสถานที่ไปถึงไหน ตอนเช้าก็แวบไปดูให้แน่ใจอีกทีก่อนไปรับจอมมา ตอนมาดูคนเดียว ผมมัวแต่ตื่นเต้น ใจคิดแต่ว่า ต้องให้เป๊ะ อย่าให้มีอะไรไม่สมบูรณ์ ผมเลยรู้สึกเหมือนผมก็เพิ่งได้เห็นทุกอย่างพร้อมๆ กับจอม ของสีฟ้าที่ถูกเอามาตกแต่งไว้ตลอดทาง ทำให้ที่นี่ดูอบอุ่น มีชีวิตชีวา ไม่ได้รู้สึกเรียบโล่ง เหมือนวันที่มาครั้งแรก จอมมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย เขาถามเหมือนบ่นว่า ไหนบอกว่าไม่ต้องเยอะ แต่รอยยิ้มอิ่มเต็มนั้น บอกให้ผมรู้ว่า แผนผมสำเร็จ แต่มันยังไม่จบ ตลอดงาน ผมเห็นจอมยิ้ม จอมหัวเราะนับครั้งไม่ถ้วน ผมถ่ายวิดีโอตอนจอมเล่นเกมกับเด็กๆ เอาไว้หมด ผมว่าเกมแรกๆ จอมเล่นด้วยความสนุก แต่เล่นไปหลายเกม จอมคงเริ่มรู้แล้วว่าโดนผมแกล้ง เพราะเด็กทุกคนที่ลงไปร่วมเล่นเกม ได้รางวัลทุกคน แม้แต่คนแพ้ มีจอมไม่ได้อยู่คนเดียว เกมสุดท้าย จอมอุตส่าห์ไม่อ่อนข้อให้เด็ก ตั้งใจเล่นจนชนะ คงคิดว่า ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ ต้องให้รางวัลเขา แต่พอพิธีกรประกาศว่า รางวัลมีไว้สำหรับผู้เล่นอายุไม่เกิน 18 ปี ทุกคนก็หัวเราะกันครืน และจอมก็ต้องยอมออกจากแถวของเด็กที่รอรับรางวัล ตอนเดินกลับมานั่ง สายตาจอมมีคำว่า ฝากไว้ก่อน ฟาดมาทางผม แต่พอถึงตอนที่ทุกคนทั้งเด็กและเจ้าหน้าที่พากันก้มลงไปแกะบัตรออกจากใต้เก้าอี้ เพื่อเอาไปแลกของขวัญที่หอประชุม จอมก็ยิ้มแก้มปริ รอยยิ้มนั้นทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก ผมทำให้ทุกคนที่นี่มีความสุข และความสุขทั้งหมดนั้น ก็ทำให้จอมมีความสุขมากขึ้นไปอีก ของขวัญถูกแจกไปหมดแล้ว บางคนชอบ บางคนไม่ชอบของที่ได้ แต่ก็ดูไม่มีปัญหาอะไร เพราะเด็กๆ ก็เอาของไปแลกกันเอง จนได้ของที่ตัวเองพอใจ ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีใครทะเลาะกัน จอมกำลังมองภาพเดียวกัน และผมว่า จอมก็ต้องคิดเหมือนผม ภาพของทุกคนในตอนนี้ ทำให้เรารู้สึกดี ที่บางทีสังคมข้างนอกที่ดูจะมีพร้อมสมบูรณ์กว่า ก็ให้เราไม่ได้ ความอยากเป็นผู้ให้ของจอม ทำให้ทุกคนมีความสุข รวมทั้ง ผม ป๊าม๊า และก็แม่ด้วย ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม สิ่งที่ผมทำ มันดูมีค่ามากจริงๆ แต่วันนี้ยังไม่จบ จอมชวนผมไปบริจาคเงินที่เหลือจากจ่ายค่าอาหาร พี่เจ้าหน้าที่ คนที่รู้จักจอมมาตั้งแต่จอมยังเรียนมหาลัย ชวนจอมไปช่วยกันเล่นกับเด็กน้อยที่ยังอยู่ในวัยแบเบาะ จอมหันมาถามผมว่า มีเวลามั้ย คุณจะกลับไปทำงานหรือเปล่า ผมส่ายหน้า ตอบยิ้มๆ ว่า ไม่ล่ะ ผมยกให้คุณทั้งวันอยู่แล้ว จอมหันไปตอบตกลง แล้วให้ผมตามพี่เจ้าหน้าที่ไปก่อน เขาจะไปตามป๊าม๊ากับแม่ให้ไปเจอกัน ผมอยากจะตอบว่า ไม่เอา แต่มันจะดูเสียเชิงมาก ถ้าจะให้คนอื่นรู้ว่า ผมกลัวเด็ก ผมก็เลยได้แต่เดินตามไปเงียบๆ ห้องนั้นเป็นห้องสี่เหลี่ยมโล่งโปร่ง บนพื้นมีเบาะวางเรียงห่างๆ กันเป็นแถวไปตามความยาวห้อง พี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า ส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล มีบ้างที่พ่อแม่โดนคดี เลยต้องมาอยู่ที่นี่ ผมนั่งลงกับพื้น มองดูเด็กน้อยบนเบาะที่กำลังจ้องผมตาแป๋ว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แล้วยังดูเหมือนจะไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาที่ตัวเองกำลังเจออยู่ด้วย ช่างเปราะบางเหลือเกิน เด็กน้อยส่งเสียงอืออา ทำท่าเหมือนอยากจะพลิกตัว ผมเพิ่งเคยประจันหน้ากับเด็กอายุน้อยขนาดนี้แบบตัวต่อตัวเป็นครี้งแรก และตามลำพังด้วย ผมรู้สึกว่า เด็กคงกำลังพยายามสื่อสารอะไรกับผมสักอย่าง ผมก็เลยพยายามคุยด้วย แต่เด็กน้อยคงไม่ชอบใจ เขายกขาขึ้นแล้วทิ้งลงกระทบเบาะเต็มแรง ผมเริ่มไม่รู้จะทำยังไงแล้ว จอมก็เข้ามาพอดี ถามผมว่า ทำไมไม่อุ้มขึ้นมา ผมทำเสียงอุบอิบอยู่ในคอว่า ต้องอุ้มด้วยเหรอ ผมไม่กล้าอุ้ม ผมหวังว่าจอมจะไม่ได้ยิน แต่เขาตอบผมว่า ต้องอุ้มสิ เด็กทุกคนต้องการความอบอุ่น จอมยังนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ ผมค่อยๆ วางเด็กน้อยลงบนเบาะ ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ยังไง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเล่นกับเด็กอายุน้อยขนาดนี้ อุ้มเขา ป้อนนม แล้วยังกล่อมจนเขาหลับไปบนตักผม ผมลูบหัวเขาด้วยความรู้สึกเต็มตื้นแบบที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก่อนมารู้จักจอม ผมไม่เคยอยากมีลูก ไม่อยากเข้าใกล้เด็กเล็กขนาดนี้ เพราะกลัวทำเขาเจ็บ ทำเขาไม่สบาย วันนี้จอมทำให้ที่ผมกลัว มันหายไปหมด ผมเพิ่งรู้ว่าเสียงหัวเราะของเด็กน้อยเป็นพลังงานที่วิเศษมาก และมันก็เกิดขึ้นง่ายมากด้วย แค่เขี่ยฝ่าเท้า เด็กน้อยก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้ว ผมกังวลว่าท่าที่ผมอุ้มจะทำเขาอึดอัดรึเปล่า แต่พอจอมขยับเข้ามากอดผม เด็กน้อยที่อยู่ตรงกลางระหว่างเราก็ส่งเสียงหัวเราะ ผมรู้สึกเหมือนมีใครกำลังสั่นกระพรวนพร้อมกันร้อยลูก รอบตัวผมมีแต่ความระยิบระยับจนตาผมพร่าไปเลย หลังกินมื้อเย็นที่มีอาหารกับเค้กฝีมือม๊า ผมแอบไปคุยกับแม่ แม่น่ารักมากๆ ผมแค่บอกว่า ผมกำลังทำอะไร อยากได้อะไรแต่ไม่รู้จะทำมันออกมายังไง แม่ก็เข้าใจ ถามผมว่า ที่อยากได้คือแบบนี้มั้ย อธิบายให้ผมฟัง แล้วก็รับปากว่า จะทำให้เอง ผ่านไปไม่กี่วัน แม่ก็ถ่ายรูปส่งมาให้ดู บอกผมว่า ของขวัญเสร็จแล้ว ผมเห็นครั้งแรกก็ชอบมากๆ มันดูเป็น ครอบครัวที่รัก จริงๆ และจอมก็ต้องชอบด้วยแน่ๆ ยังเหลืออีกอย่างที่ผมต้องไปทำวันนี้ สไตลิสต์คู่ใจผมนัดช่างกล้องให้ สถานที่ถ่ายก็เป็นสตูดิโอของเขาเอง ผมอยู่หน้ากล้องคนเดียว พร้อมกับมีไฟหลายดวงสาดมาที่ผม ผมใช้เวลาไปทั้งวัน ถ่ายไปหลายเทค คลิปเต็มยาวเกือบยี่สิบนาที แต่ที่ตัดส่งมาให้ผมเอาไปเปิดที่งานวันเกิด เหลือแค่นาทีกว่า แต่มันก็กระชับ ได้ใจความที่ผมอยากบอก และหวังว่า มันจะได้ใจจอมด้วย เพื่อนจอมทุกคนรวมทั้งพีทด้วย ให้ความร่วมมือกับผมดีมากๆ ผมขอให้พีทปิดร้านตั้งแต่บ่าย จะได้มีเวลาที่งานเยอะหน่อย เพราะมีเด็กมาหลายคน เลิกดึกมากไม่ได้ บิวตี้เพื่อนสาวของจอม รับ Thumb Drive จากผมไปแล้ว หลังอาหาร เดี๋ยวเขาจะหาจังหวะเปิดให้เอง ร้านถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่า เขาจัดห้องให้ตามที่ผมบอกแล้ว มีโต๊ะอาหารสำหรับ 20 คน มุมสำหรับเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยเบาะนุ่มๆ และของเล่น และจอคาราโอเกะพร้อมไมค์ 5 ตัว ตามคำขอของเพื่อนจอม เป็นอันว่า ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ผมตื่นเต้นจัง จอมดูเหวี่ยงๆ ตอนผมส่งเขาลงที่หน้าร้าน เพราะอยากให้เขาเข้าไปเห็นห้องจัดงานก่อน ผมหลอกจอมว่า วันนี้จะตามใจ พาเขาไปเดินห้าง กินไก่ทอด พอผมพามาที่นี่ จอมก็เลยไม่ค่อยพอใจ ผมรีบหาที่จอดรถ เอาเค้กกับของขวัญตามไป เพื่อนๆ จอมที่มาถึงก่อนแล้ว พอเห็นจอมเข้าไปในห้องแล้ว ก็ทยอยกันตามเข้าไป ผมตามเข้าไปเป็นคนสุดท้าย เสียดายที่ไม่ได้เห็นสีหน้าจอมตั้งแต่แรก แต่เท่าที่เห็น ที่ทำหน้าตูมๆ เพราะรู้ว่าโดนหลอก ตอนนี้เหมือนดอกไม้บานพร้อมกันทั้งสวน แล้วยังส่งกลิ่นหอมยาวนานไปอีกหลายชั่วโมง ช่วงเวลาแห่งความสุข มักผ่านไปเร็วเสมอ จอมกำลังส่งเสียงครวญครางทุกครั้งที่ผมกระแทกตัวเข้าหา จอมยิ้มให้ผม สีหน้าเต็มไปด้วยความสุขเปี่ยมล้น เขากอดหมอนตัวหนังสือคำว่า ที่รัก เอาไว้แนบอกตลอดทางกลับบ้าน คืนนี้จอมขอบคุณผมเป็นร้อยครั้งได้แล้วมั้ง ขอบคุณที่ผมพาเพื่อนๆ มาสนุกสุดเหวี่ยงด้วยกัน ขอบคุณที่สั่งมันบดสุดอร่อยให้เขากิน ขอบคุณที่มีเค้กมาให้เขาได้เป่าเทียนมากที่สุดในชีวิต ขอบคุณที่รักเขา ผมขยับตัวถอยออกไปนอนหงายให้จอมทำตามใจชอบเขาบ้าง จอมเลื่อนตัวลงไปหาส่วนนั้น ผมยังจำภาพนั้นได้ติดตา ตอนที่จอมดูคลิปนั้นจบแล้วหันมาเจอผมถือของขวัญมาให้ สีหน้า แววตา และน้ำตาของจอม ทำให้ผมทั้งสั่น ทั้งเขิน ผมไม่แน่ใจว่าจอมได้ยินมั้ย ตอนผมพูดว่า สุขสันต์วันเกิด ที่รักของผม เขายืนตะลึงอยู่กับที่ จนผมเดินเข้าไปถึงตัวแล้ว ถึงได้โผเข้ากอดผม จอมขึ้นคร่อมผม สายตาที่มองผมมีทั้งความเสน่หาร้อนแรงและความรักอ่อนหวาน จอมคนเดียวกันนี้ เมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว ทั้งร้องทั้งเต้นไม่ยอมวางไมค์แบบรั่วสุดๆ อย่างที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากจอมผู้แสนเรียบร้อย ก๊วนจอมทุกคนแข่งกันพูดจนผมไม่รู้ว่า เขาคุยกันรู้เรื่องได้ยังไง แล้วก็แอบกังวลว่าบิวตี้จะสนุกจนลืม แต่ทุกอย่างก็ออกมาดี บิวตี้แกล้งทำเป็นหาเพลงที่อยากร้องไม่เจอ และระหว่างที่เพื่อนๆ ชนแก้วน้ำเปล่ากัน ภาพพร้อมกับเสียงสัมภาษณ์ของผม ก็ปรากฏขึ้นบนจอ จอมโยกตัวขึ้นๆ ลงๆ สลับกับโน้มตัวลงมาจูบผม ตอนนั้นจอมเอาแต่ร้องไห้ จนผมชักไม่แน่ใจ ต้องถามว่า ชอบหรือเปล่า แม่เป็นคนเย็บให้ ผมว่าจอมไม่แน่ใจว่าเพราะดีใจ ปลื้มใจอย่างเดียวหรือเปล่า จอมเพิ่งมาบอกผมตอนอยู่บนรถระหว่างทางกลับบ้านว่า เขาชอบปาร์ตี้วันนี้มากๆ ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว และเขาดีใจจริงๆ ที่ได้เป็น ที่รักของเข็มขาว กลับถึงบ้าน จอมจูงมือผมเข้าห้องนอน วางหมอนที่รักไว้ข้างฟ้าน้อย จูบผม ขอบคุณผม จูบผม บอกรักผม แล้วจูบผมอีก ห้วงเวลานั้นหอมหวานจนผมแทบละลายตายเพราะคำรักและลีลารักของจอม ผมขยับเข้าออกช้าลง แล้วก็แช่นิ่งไว้อย่างนั้น จนมันอ่อนตัวหลุดออกมาเอง ผมรู้ว่าอสุจิทั้งหมดอยู่ในถุงยาง ยังไงจอมก็ไม่ท้อง แต่ผมว่า จอมเข้าใจว่าผมอยากบอกอะไร ผมก้มลงไปกระซิบถามว่า ให้ผมเจาะนิ้วคุณได้หรือยัง จอมคลายยิ้มลง พยักหน้าเบาๆ ผมจูบแก้มจอมทั้งซ้ายทั้งขวาด้วยความดีใจ จอมหัวเราะออกมา พูดค่อยๆ ว่า แต่พรุ่งนี้นะ ผมรอให้จอมตื่น ถามเขาว่า เจาะเลยได้มั้ย จอมทำหน้างง แล้วก็ถอนหายใจ พลิกตัวไปอีกทาง มือยังวางอยู่นอกผ้าห่ม ผมก็เลยไปหยิบถาดสแตนเลสใส่เข็ม สำลี แอลกอฮอล์ กลับมาที่เตียง จอมนอนหลับตา ถามผมว่า คุณเจาะเลือดมาแล้วกี่คน ผมหัวเราะ เอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดปลายนิ้วจอม ตอบเขาว่า คุณเป็นคนแรก จอมคงตกใจ ถึงได้ลืมตาขึ้นมาทำตาโตมองผมแทบจะทันที ผมหัวเราะอีก พูดต่อว่า ผมเป็นสัตวแพทย์นะคุณ เคยแต่เจาะเลือดสัตว์ ผมบีบมือจอมเบาๆ มองตาเขา พูดกับเขาว่า ขอบคุณมากนะที่เข้าใจผม ยอมฝืนใจตัวเองเพื่อผม ผมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ไว้ใจผมนะ ผมค่อยๆ บรรจงกดเข็มลงไป พูดไปด้วยว่า หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ มือจอมไม่สั่น แต่เหงื่อออกเต็ม แล้วพอผมถอดเข็มออก ก็เห็นจอมร้องไห้กระซิกๆ อยู่กับผ้าห่ม ผมรีบบอกจอมว่า เสร็จแล้ว ประคองตัวเขาขึ้นมากอด จูบขมับที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ หรือผมไม่ควรอยากมีลูก ผมไม่อยากเห็นจอมทรมานแบบนี้เลย ผมเช็ดน้ำตาให้ จูบปลายนิ้วที่ผมเอาเข็มเจาะเมื่อกี้ พูดกับจอมว่า คุณเก่งมาก ภารกิจสำเร็จแล้ว อยากได้อะไรเป็นรางวัล จอมยังซุกหน้าอยู่กับไหล่ผม ไม่ตอบ แต่ก็สะอื้นเบาลง ผมพูดต่อว่า ไปอาบน้ำกัน สายกว่านี้ เดี๋ยวโดนม๊าล้ออีก ผมอดแปลกใจไม่ได้ที่จอมยอมลุกไปอาบน้ำพร้อมผมแต่โดยดี เพราะไม่อยากโดนม๊าล้อจริงๆ หรือเพราะชอบให้ผมอาบน้ำให้ก็ไม่รู้ จอมขอเอาคลิปไปลงโซเชียล ผมอายก็เลยบอกจอมว่า ไม่ดีกว่า มันเป็นเรื่องของเราสองคน แต่จอมบอกว่า ผมดีใจ อยากอวดทุกคนเลย เห็นแววตาจอมแบบนั้น ผมก็เลยต้องยอม แล้วก็ได้ผลตามคาด ว่านเรียกผมว่า แฟนคุณแก้ว ทั้งวัน จนผมขู่ว่าจะไล่ออก แล้วยังเพื่อนตั้งแต่สมัยไหนๆ ก็พากันเข้ามาแซว ไม่นับพวก Toxic ที่เอาคลิปผมไปเม้นท์ด่า แม้แต่ขุนที่เงียบไปนาน ก็ยังไลน์มาว่า อิจฉา เมื่อไหร่ขุนจะได้แบบนี้บ้าง ผมตอบกลับไปว่า บอกคนที่มึงชอบอยู่สิ ขุนถามมาอีกว่า จะมาช่วยยิงยาสลบเมื่อไหร่ ผมพิมพ์ไปว่า กูถามจอมก่อน ไม่อยากไปคนเดียว จอมแต่งตัวเสร็จแล้ว ผมเก็บมือถือแล้วลุกไปหา วันนี้ผมจะพาจอมไปกินข้าว ดูหนัง จริงๆ ชดใช้ที่ผมหลอกพาไปปาร์ตี้วันเกิด ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมโลกมันกลมนัก ผมเจอเพื่อนตะโกนเรียกเสียงดังลั่นว่า ไอ้แฟนคุณแก้ว แล้วก็ทักจอมว่า สวัสดีครับ เมียไอ้เข็ม มันดันมาคนเดียว แล้วจอมก็มารยาทดี ชวนมันไปกินข้าวด้วย วันนั้นเลยกลายเป็น เราสามคน ตั๋งคุยกับผมเรื่องงาน เรื่องธุรกิจใหม่ที่เขากำลังเริ่มทำ เขาบ่นเรื่อยเปื่อยไปถึงภูมิเทพว่า ดีลด้วยโคตรยาก คุยเรื่องธุรกิจ แต่เสือกขอคน สงสัยจะเบื่อไอ้คนล่าสุดนี่แล้วมั้ง มีคนบอกกูว่า แม่งต้องไปหาหมอเพราะช้ำไปทั้งตัว ผมมองตั๋ง ถามสั้นๆ ว่า ใคร ตั๋งปรายตามองจอม ตอบผมว่า ช่างแม่งเหอะ กูเลิกดีลไปแล้ว ทางอื่นช้าหน่อย แต่ก็เลวน้อยกว่า ก่อนแยกกัน ตั๋งยังย้ำกับผมว่า ดูแลดีๆ จอมถามผมว่า เพื่อนคุณหมายถึงผมหรือเปล่า ท่าทางจอมดูเครียดๆ ผมเลยบีบแก้มเขา พูดปนหัวเราะว่า หลงตัวเอง คุณน่ะ ดีเลิศสำหรับผมคนเดียวเท่านั้นแหละ ไปดูหนังได้แล้ว พูดจบผมก็จับมือจอมเดินไปโรงหนัง จอมเป็นของผม ผมไม่มีวันยอมให้ไปเป็นของคนอื่น จอมบอกผมว่า พี่คิมชวนไปงานเลี้ยงรุ่นกลุ่มที่ทำงานชมรมด้วยกัน ใจจริงผมไม่ค่อยอยากให้ไปเลย ผมไม่ชอบที่ไอ้พี่คิมมาหาจอมบ่อยๆ อยู่แล้ว ตอนที่มาเจอที่คลินิกก็พูดจาเหมือนอยากให้ผมเข้าใจจอมผิด แต่ถ้าผมไม่ให้ไป ก็เหมือนผมไม่ไว้ใจจอม จอมอาจจะเคยคิดแบบที่พี่คิมว่า แต่ตอนนี้ ไม่ใช่แน่ๆ ตั้งแต่วันนั้น จอมยอมให้ผมเจาะนิ้วเขา 3 ครั้งแล้ว จอมยอมให้เจาะดีๆ ถึงจะร้องไห้ทุกครั้ง ครั้งล่าสุด ผมลองคาเข็มไว้ แล้วชวนเขาคุย จอมก็ตอบผมไป ร้องไห้ไปด้วย ถ้าจอมไม่อยากมีลูก เขาจะสู้ไปเพื่ออะไร ผมพูดกับจอมตรงๆ ว่า ผมไม่ชอบที่จะไปกับไอ้พี่คิม แต่ผมเข้าใจ ว่า คุณอยากไปเจอเพื่อน จอมหอมแก้มผม ยิ้มหวานสุดๆ พูดกับผมว่า ขอไปเป็นไอ้จอมสักสองสามชั่วโมงนะครับ แล้วจะกลับมาเป็นที่รักของคุณเหมือนเดิม น่ารักอะไรเบอร์นั้น แต่ผมก็อดเซ็งไม่ได้อยู่ดี พอขุนบอกว่า จะมากรุงเทพวันนั้นพอดี ผมเลยตอบกลับไปว่า มาเลย กูว่าง ผมไม่รู้จักร้านที่ขุนนัดผมไปกินข้าว เขาส่งโลเคชั่นมาให้ แล้วผมก็ไปตามนั้น ไปถึงแล้วถึงได้เห็นว่า มันเป็น RoofTop Bar ที่บรรยากาศดีมากๆ และเป็นส่วนตัวมากๆ ด้วย บนนั้น มีโต๊ะวางห่างๆ กันอยู่แค่ 4 โต๊ะ มีต้นไม้แล้วก็ของอื่นๆ ตกแต่งคั่นกันไปมา จนทำให้มองเห็นโต๊ะอื่นไม่ถนัด ผมเห็นขุนก็ทักว่า ให้เลือกร้านเอง ถล่มกูเลยนะมึง ขุนหัวเราะเสียงใส ตอบผมว่า ขุนนัดกับอัลฟานะ ธรรมดาได้เหรอ จอมส่งรูปมาให้ดูว่า เขาถึงที่งานแล้ว ผมถ่ายเซลฟี่กับแก้วไวน์ส่งกลับไปบอกว่า ผมก็ถึงร้านแล้วเหมือนกัน ขุนมองผมเหมือนอยากถามอะไร แต่เขากลับเล่าให้ผมฟังว่าทำไมเขาเลือกร้านนี้ แล้วก็เมนูที่เขาเลือกให้ผมด้วย ขุนเล่าละเอียดจนผมนึกว่า กำลังฟังอินฟลูโปรโมทร้านอยู่ พออาหารมาเสิร์ฟ ขุนก็เปลี่ยนไปเล่าเรื่องงาน เรื่องโครงการที่เขาอยากทำให้ผมฟัง ขุนดื่มไวน์ไปหลายแก้ว จนผมอดถามไม่ได้ว่า เดี๋ยวกลับไง ขุนตอบด้วยเสียงรื่นเริงแบบคนกำลังกึ่มว่า ให้พี่ไปส่ง ขุนไม่มีรถ ผมหัวเราะเบาๆ กับท่าทางที่ผมเห็น ตอนนี้เขาค่อยดูเหมือนขุนที่เป็นรุ่นน้องที่มหาลัย คนที่พร้อมเป็นตัวตลก ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา ไม่ใช่คนที่ดูแอบเศร้าตลอดเวลา แบบที่ผมเพิ่งไปเจอมา ขุนตบมือ 2 ครั้ง แสงไฟบริเวณนั้นสลัวลง แล้วกลับสว่างอีกครั้ง ด้วยแสงจากเทียนสีชมพูที่อยู่บนเชิงเทียนรูปดอกไม้ มันถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมกับจานกระเบื้องใบใหญ่ ที่มีแก้วของหวานเล็กๆ วางเรียงกันเป็นรูปหัวใจ ของหวานในแต่ละแก้วสีสันแตกต่าง แต่ทุกแก้วมีหัวใจทำจากวัตถุดิบต่างๆ ประดับอยู่ ผมเห็นแล้วก็นึกถึงจอม ถ้าเห็นอะไรน่ารักแบบนี้ คงยิ้มแก้มแตก ผมรู้สึกว่าผมยิ้มอยู่ด้วย ตอนถามขุนว่า จะซ้อมไปบอกรักใครวะ ขุนยิ้มน้อยๆ หยิบขนมแก้วหนึ่งส่งให้ผม ผมลองตักชิมดู ได้รสชาติความนุ่มเนียน และกลิ่นเบอร์รี่เบาๆ แบบฝรั่งแท้ ไม่ได้หอมชัดเจนแบบขนมไทยที่ผมไปกินแถวร้านจอม อันที่จริง บรรยากาศแบบนี้มันค่อนข้างดีเลย ถ้าขุนไม่บอกรักผม เขาบอกว่า เข้าใจว่าผมรักจอม เขาไม่ได้อยากมาแทนที่ เขาขอแค่เป็นอีกคนของผม ผมส่ายหน้าซ้ำอีก พูดกับเขาว่า มันไม่ใช่เพราะกูรักจอม กูให้มึงไม่ได้เพราะกูไม่รักมึง ขุนน้ำตาหยด เขาสั่งไวน์ขวดใหม่ คร่ำครวญว่า เขาไม่เหลือใครแล้ว เพราะผมเป็นความหวังของเขา เขาถึงได้กล้าบอกที่บ้าน แล้วตอนนี้พ่อแม่ไม่รับเขา ผมก็ไม่รับเขาเหมือนกัน ถึงผมสงสาร ก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ถ้าไม่เห็นว่าเขาเป็นน้องที่ดีกับผมมานาน ผมคงทิ้งขุนกลับบ้านไปแล้ว เพราะขุนจงใจเก็บกางเกงในของผมไปส่งให้จอมจริงๆ ผมนั่งดูขุนยกขวดไวน์ขึ้นซดเหมือนประชดชีวิต ผมเป่าเทียนจนดับหมด พูดกับขุนว่า พอเหอะ มึงพักที่ไหน เดี๋ยวกูไปส่ง ขุนทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีก เรียกชื่อผมเสียงละห้อย ผมพูดต่อว่า ถ้ามึงยังอยวกเป็นน้องกู ก็กลับไปนอนได้แล้ว แต่ถ้ามึงไม่อยากเป็นอะไรเลย มึงก็นั่งต่อ กูให้มึงได้แค่นี้ แล้วผมก็ลุกออกมาเลย ขุนยังดูมีสติดีตอนที่บอกชื่อโรงแรมให้ผม แต่พอไปถึงเขาก็หลับไปแล้ว ผมปลุกแล้วก็ลงไปลากขุนลงจากรถ ประคองพาไปที่ล็อบบี้ ขุนถามผมว่า ขึ้นไปด้วยกันมั้ย ขุนจองห้องสวยๆ ไว ผมพึมพำเบาๆ ว่า เชี่ย แต่ก็บอกตัวเองว่า มันเมา ช่างมัน ผมปล่อยมือ กำลังจะหันหลัง ขุนก็โถมเข้ามากอดผม ทิ้งน้ำหนักตัวมาที่ผมเต็มๆ จนผมต้องกอดไว้ ไม่งั้นจะพากันล้มไปทั้งคู่ ผมตะโกนเรียกพนักงานให้มาช่วยจับขุนไว้ ผมล้วงกระเป๋าหยิบใบพันออกมา 2 ใบ บอกพนักงาน 2 คนนั้นว่าช่วยเอาไปส่งที่ห้องให้ด้วย ผมได้ยินเสียงขุนโวยวายตอนผมเดินออกมา แต่ผมไม่สนใจแล้ว เอาไว้ให้ขุนมีสติ ค่อยกลับไปคุยกันใหม่ ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้ อยากให้ขุนเข้าใจ และกลับไปเป็นเหมือนเดิม เป็นน้องที่ผมไว้ใจได้อย่างที่เขาเคยเป็น
| Create Date : 02 พฤศจิกายน 2568 |
| Last Update : 2 พฤศจิกายน 2568 12:35:01 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 202 Pageviews. |
 |
|