space
space
space
<<
พฤษภาคม 2568
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
3 พฤษภาคม 2568
space
space
space

เรื่อง รัก ลึก อุ่น (Omega Verse) - บทที่ 61

ผมเล่าเรื่องขุนให้จอมฟังหลายครั้งแล้ว จอมก็ฟังผมเล่าด้วยท่าทีที่เหมือนเวลาฟังเรื่องอื่นๆ พูดคุยแบบปกติ ไม่เคยซักถาม ไม่เคยทำท่าสงสัย จนเช้านี้แหละที่จอมขอผมดูแชทไลน์ที่ผมคุยกับขุน ผมรู้ว่าจอมไม่มีนิสัยหึงเรื่อยเปื่อย  แต่ไม่หึงผมเลย บางทีผมก็แอบนอย พอเห็นอาการจอมวันนี้ ผมเลยอารมณ์ดี ยื่นมือถือให้ เพราะในนั้นไม่มีอะไรที่ให้จอมเห็นไม่ได้อยู่แล้ว ผมเล่าให้จอมฟังว่า ปางช้างที่ขุนทำงาน มีบ้านพักให้ วันๆ ขุนเลยอยู่แต่ที่ปาง แทบไม่ได้เจอใคร ก็คงเหงา แล้วผมก็ยังจำแต่ภาพที่ขุนสนุกสนาน คอยทำให้พี่ๆ หัวเราะ เห็นขุนหงอยๆ ผมก็อดสงสารไม่ได้ จอมคืนมือถือให้ผม ไม่ว่าอะไร เขาคงสบายใจแล้ว เพราะที่ขุนทักมาเมื่อคืน ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ จอมทำขนมปังชุบไข่ให้ผมกินกับกล้วยต้ม แล้วก็โยเกิร์ตคลุกผลไม้สด อาหารง่ายๆ ที่ได้ใจผมตลอด อีกหน่อยถ้ามีลูก ผมคงต้องแย่งลูกกิน ผมกำลังกินเพลินๆ จอมก็พูดขึ้นมาว่า พี่คิมชวนไปงานฟู้ดแฟร์ และเขาจะไป

แค่ได้ยินชื่อพี่คิม ผมก็หมั่นไส้แล้ว เมื่อไหร่จะเลิกมายุ่งกับจอม ผมเคยสงสัยจนต้องไปถามพีทว่า ทำไมสองคนถึงสนิทกันขนาดนี้ พีทบอกว่า จอมปิ๊งพี่คิมตั้งแต่เข้าปี 1 แล้ว ก็เลยตามไปสมัครชมรมที่พี่คิมเป็นประธาน จะได้หาเรื่องไปเจอได้บ่อยๆ จนกลายเป็นสนิท ตัวติดกันอยู่นาน  จนไม่กี่วันก่อนพี่คิมเรียนจบ จอมไปสารภาพรักกับพี่คิม แต่โดนปฏิเสธกลับมา เพราะพี่คิมมีคนที่ตั้งใจจะแต่งงานด้วยอยู่แล้ว และคนนั้นก็คือ แม่ของแคนดี้ที่เลิกกันไปแล้ว เรื่องมันนานแล้ว แล้วผมก็มั่นใจว่าจอมรักผม แต่ผมก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี ผมหยุดกิน ถามว่าทำไมต้องไปด้วยกัน ไปกับผมก็ได้ จอมตอบผมเสียงเรียบสนิท ที่นานๆ เข้าผมก็รู้เองว่ามันแปลว่าจอมกำลังเริ่มโกรธ จอมปรามผมว่า อย่าเหวี่ยง ยังไม่ได้รับปาก พี่คิมแค่ชวน เพราะเขาอยากไป ถึงได้บอกผม ให้ผมหาวันว่างไปกับเขา

ผมเลยต้องพยายามหยุดอารมณ์ตัวเองไว้แค่นั้น อย่าหึงจนเวอร์ จอมไม่ได้ทำอะไรผิด

ผมถึงคลินิกแล้วก็รีบเช็กตารางตัวเอง แล้วไลน์บอกจอม มีเลข 8 ขึ้นแจ้งเตือนที่ข้อความของขุน ผมกดเข้าไปดู มีอันเดียวที่เป็นข้อความ ที่เหลือเป็นสติ๊กเกอร์หน้าเศร้ากับหน้าร้องไห้ ผมพิมพ์กลับไปว่า เป็นไร แล้ววางมือถือไว้บนโต๊ะในห้องทำงาน แล้วลงไปห้องผ่าตัด ผมกลับมาดูอีกที ขุนตอบกลับมาว่า เหนื่อย เหงา เมื่อไหร่พี่จะมาหาขุน ผมตอบกลับไปว่า กูต้องทำงาน

ขุนเป็นเด็กดี มีน้ำใจ ผมก็อยากช่วยเขามากกว่านี้ นึกอยากชวนเขามาทำงานที่นี่ แต่ผมไม่มีช้างให้ขุนรักษา แล้วขุนก็ไม่ยอมเล่าว่ามีปัญหาอะไรกับที่บ้าน ถึงต้องทำตัวโดดเดี่ยวอย่างนั้น ผมมีทั้งป๊า ม๊า แล้วก็จอม ที่เป็นเซฟโซนให้ผมระบายได้ทุกเรื่อง แต่ขุนไม่มีใครเลย

จอมทำหน้าเมื่อยอีกแล้ว พอผมบอกว่า ป๊าให้ไปงานด้วยกัน แถมพอรู้ว่า ต้องไปเจอลูกหลานเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน ไม่ก็พวกผู้บริหารเงินเดือนหลายแสน จอมถึงกับถามว่า จะให้ผมไปทำไม คุณจะอายเขานะ ผมไม่มีอะไรให้อวด ผมตอบจอมว่า ก็ไม่ได้ให้ไปอวด ให้ไปเก็บประสบการณ์ ไปเจอคนเก่งๆ ป๊าอยากให้คุณได้พัฒนาตัวเอง จอมถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนจะตอบว่า รับคำสั่งครับ

จอมยังมาเล่าเรื่องพี่คิมให้ผมฟังอยู่เรื่อย วันนี้ก็มาชมอีกว่า ที่พี่คิมแนะนำให้เขาไปคุยกับลูกค้า ได้ผลดีเกินคาด ช่วยเขาลดต้นทุนไปได้เยอะ ผมอดหมั่นไส้ไม่ได้ ผมนัดมาแต่งหน้าแต่งตัวไปงานที่คืนนี้ ผมตั้งใจจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักจอมในฐานะคู่หมั้นอย่างเป็นทางการของผม ยังจะพูดแต่เรื่องไอ้พี่คิมนี่อีก ผมไม่เข้าใจจริงๆ อะไรจะพอดี บังเอิญรู้ทุกเรื่อง ช่วยได้หมดทุกอย่างที่จอมไปปรึกษา แล้วจอมยังจะมาถามว่าผมเป็นอะไร ผมก็เลยตอบไปตรงๆ ว่า ผมไม่ชอบที่เขาไปคุยกับพี่คิมบ่อยๆ ทีแรกผมก็ว่าจะถาม แต่พออารมณ์ผมเป็นแบบนี้ ผมเลยเลือกเสื้อผ้าเองหมด หยิบมายัดใส่มือจอม บังคับให้เขาใส่ ไม่ต้องออกความเห็น จอมรับเสื้อผ้าไป แต่เขาถามผมว่า งั้นคุณไม่ต้องช่วยขุนได้มั้ย คุณจะได้ไม่ต้องคุยกับขุนบ่อยๆ คุณหึงผมได้ ผมหึงคุณได้มั้ย

ผมได้แต่มองบน ตามด้วยถอนหายใจ จอมกำลังบอกผมว่า เราเท่ากัน โอเมกาที่ไหนกล้าทำกับอัลฟาแบบนี้ ผมถอนหายใจอีกรอบ ก็ผมเป็นคนบอกเขาเองว่าให้ลืมอัลฟาโอเมกาไปให้หมด ที่เราเป็นคือ คนรักกัน ถ้าอยากให้จอมมีความสุข ถึงผมจะเป็นคนครอบครองเขา มีอำนาจเหนือเขา ผมก็ต้องตามใจเขาก่อนอยู่ดี ผมยังไม่อยากเลิกคุยกับขุน ผมก็ต้องปล่อยให้เขาคุยกับพี่คิมได้ ผมเลยได้แค่บ่นเบาๆ ว่า ตามใจผมง่ายๆ บ้าง ไม่ได้หรือไง ผมสวมแหวนของอากงที่อาม่าให้ผมเอามาเป็นแหวนหมั้น เข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของจอม ผมยอมแค่ไอ้พี่คิมคนเดียว ไม่ให้มีใครมาเพิ่มอีกแล้ว ผมจะโชว์ทุกคนว่า นี่ ของผม จอมยิ้มรับอย่างหวานชื่น พร้อมออกงานคืนนี้กับผมแล้ว

จอมคงเริ่มชินกับงานแบบนี้แล้ว เขาไม่ตื่นเต้น ไม่กลัวสายตาที่จับจ้องมาที่เขา บางคนก็เป็นมิตร บางคนก็ไม่ สายตาแบบนั้นฟาดผ่านมาถึงผมด้วย เพราะผมแนะนำว่า จอมคือคู่หมั้น บางคนก็อุทานแล้วพูดต่อว่า นึกว่าเป็นแค่แฟน คำพูดนั้นเหมือนแค่แปลกใจ แต่ผมรู้ว่า ลึกลงไป มันมีคำถามซ่อนอยู่ว่า ผมโง่หรือบ้า ที่เอาโอเมกามายกย่องเชิดชูให้อยู่ในสังคมระดับเดียวกัน ไม่ใช่แค่ควงมาเพื่ออวดอำนาจ เหมือนที่อัลฟามักจะทำกัน เวลาเจอคนแบบนั้น จอมจะถอยไปยืนหลังผม เหมือนจะตัดตัวเองออกจากวงสนทนา ส่วนผม ก็คุยด้วยแค่สั้นๆ แล้วขอตัวพาจอมไปทางอื่น ในเมื่อไม่มีมารยาทกับคนของผม ผมก็ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทด้วย

ผมเพิ่งรู้สึกเมื่อไม่นานมานี้เองว่า ภาพสวยงามหรูหรา ผู้คนยิ้มแย้ม โอภาปราศรัย ที่ผมเห็นจนเคยชิน มันมีความเสแสร้ง ไม่จริงใจ หน้าไหว้หลังหลอกอยู่ในนั้นเต็มไปหมด ท่าทีเป็นกันเองกับจอม แต่การถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งที่คำถามนั้นจงใจกดจอมให้ดูต่ำอย่างนั้น จอมเก่งกว่าผมอีก เขารับมือกับคนที่ระรานเขาด้วยอาการสุขุม ยืดอกรับความจริงที่เขาเป็นด้วยท่าทีภาคภูมิ จนคนถามไปต่อไม่ถูก ยิ่งคุณสินีเดินเข้ามาทักจอมอย่างสนิทสนม ผมก็ยิ่งได้เห็นความจริงเผยตัวออกมา คนที่ทำท่าว่าอยากจะเหยียบย่ำจอมให้สาแก่ใจเมื่อกี้นี้ กลับไปเห็นด้วยกับคำพูดชื่นชมจอมของคุณสินี แต่พอคุณสินีหันหลัง ชวนจอมไปหาขนมหน้าแตกกิน คนพวกนั้นก็เบะปากใส่ ก็สมแล้ว ที่คุณสินีบอกว่า คนเสแสร้งพวกนี้ไม่ควรเสียเวลาด้วย

อาม่าเคยเล่าให้ผมฟังว่า เด็กสมัยนี้ ชอบพูดแต่เรื่องสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ค่อยมีสัมมาคารวะกับคนเฒ่าคนแก่ พอมาเจอจอมแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน กระตือรือร้น ตั้งใจทำงาน คุณสินีก็ชอบแล้ว เจอใครก็ชมให้ฟังตลอด ผมว่าเพราะแบบนี้ล่ะมั้ง ถึงได้มีแต่คนอยากดิสเครดิตจอม แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอก อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุณสินี ที่เราช่วยกันยกของว่างไปเสิร์ฟ และคุณสินีเรียกเราว่า หลานๆ

ตั้งแต่ไปงานด้วยกันมา งานนี้น่าจะเป็นงานที่จอมสนุกมากที่สุด กลับถึงบ้านแล้ว  จอมยังพูดถึงเรื่องที่เขาได้คุยกับเพื่อนคุณสินีไม่จบเลย จอมน่าจะมีเรื่องให้เขียนรายงานส่งป๊าหลายหน้า แต่พอผมกำชับว่าอย่าลืม จอมก็ทำหน้าเมื่อยอีกแล้ว ต่อด้วยหน้าแหยๆ เพราะเข็มฉีดยาที่ผมสอดไว้ใต้หมอน จอมบอกว่า เขาโอเค แต่พอลงนอนจริงๆ ผมได้ยินเสียงจอมหายใจถี่เร็ว เลยต้องจับมือเขาไว้ บอกให้หายใจตามผม คอยบีบมือ ให้เขารู้สึกว่า ผมอยู่ด้วย แล้วเราก็หลับไปด้วยกันแบบนั้น

ว่านเข้ามาบอกผมเรื่องยาที่ขุนให้ช่วยหา แล้วถามผมว่า มหาลัยเขาตอบกลับมาหรือยัง ผมถามงงๆ ว่า มหาลัยไหน ว่านหัวเราะ ตอบผมว่า  พอมีแฟนแล้ว ลืมหมดเลยนะมึง ก็ที่มึงอยากไปเรียนต่ออเมริกาไง ผมร้อง อ๋อ เบาๆ ผมลืมไปแล้วจริงๆ ตอนสมัครไป ผมแค่เบื่อๆ อยากหาอะไรใหม่ๆ ทำ แต่พอคบจอมจริงจัง ผมก็สนใจแต่จอม ลืมเรื่องนั้นไปจริงๆ ผมถามว่านว่า ถามทำไม มหาลัยยังไม่ตอบอะไรกลับมา ว่านทำหน้าเสียดาย พูดต่อว่า กูกะว่า ถ้ามึงไปเรียนต่อ กูก็เป็นใหญ่ที่นี่คนเดียวไง ผมฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ ว่านตั้งใจทำงานมาตลอด เขาช่วยงานผมได้เยอะมาก ถ้าผมไม่ได้มาทำงานที่นี่เต็มตัว ผมก็คงยกให้ว่านคุมที่นี่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ ว่านเช็กเอกสารในแฟ้มว่าผมเซ็นครบหรือยัง ผมบอกเพื่อนว่า ยังไม่ครบนะ ขาดใบลาออกของมึง กูยังไม่ได้เซ็น ว่านหันมาเหล่ผม ทำเสียงประชดว่า แหม มึง แค่นี้ถึงกับจะประหารชีวิตกูเลยเหรอ กูจะเก็บไปฟ้องน้องตาหวานว่ามึงใจร้ายกับลูกน้องตาดำๆ ผมหัวเราะ บอกว่านว่า กูเปลี่ยนใจละ กูว่ากูไม่เซ็นใบลาออกแล้ว กูเซ็นใบไล่ออกเลยดีกว่า

ว่านออกไปแล้ว ผมอดนึกตามไม่ได้ว่า ถ้าว่านฟ้อง จอมจะทำไง ถ้าจอมบอกว่าอย่า ผมจะยอมตามเขามั้ย ถ้าผมไม่ยอม จะโดนคนทั้งคลินิกแอนตี้หรือเปล่า เพื่อนคุณสินีพูดกับจอมตอนเจอกันในงานเลี้ยงว่า ถ้าเขาจะทำธุรกิจกับใครสักคน เขาจะดูที่สมองของคนคนนั้น ไม่ใช่ที่เลือด ผมก็คิดเหมือนกัน ผมไม่ได้รักจอมที่เลือด ผมรักที่เขาน่ารัก ใจดี เอื้อเฟื้อ ไม่เอาเปรียบคนอื่น ไม่เคยไม่พอใจที่ผมช่วยเหลือคนอื่น รวมทั้งขุนด้วย ถึงแม้จอมจะเริ่มทำท่าว่า เขาไม่อยากให้ผมสนิทกับขุนมากเกินไปก็เถอะ

ผมตื่นมาออกกำลัง แล้วไปเดินดูต้นแก้วเจ้าจอมในสวน ดอกช่อใหม่ๆ กำลังเริ่มบาน ผมก้มลงไปดูใกล้ๆ ยิ้มเบาๆ กับตัวเอง แก้วเจ้าจอมน้อยๆ แสนน่ารัก ถ้าป๊าได้เจอแก้วเจ้าจอมน้อยของป๊า จะหลงตั้งแต่แรกเห็นมั้ยนะ สายๆ ผมจะไปรับจอมไปงานฟู้ดแฟร์ ผมกำลังจะกลับขึ้นบ้านไปกินมื้อเช้า ขุนก็โทร.เข้ามา เสียงเขาสั่นจนผมต้องบอกให้พูดใหม่ ผมฟังไม่รู้เรื่อง ขุนก็ยังละล่ำละลักพูด ผมจับความได้ว่า ขุนเช็กสต๊อกยาผิด ยาแก้ปวด กับยาฆ่าเชื้อ มีไม่ครบตามจำนวนที่ควรต้องสำรองไว้ ยาลดปวดอย่างแรงที่มีก็หมดอายุ เขาเพิ่งมารู้ เพราะมีช้างป่วยด้วยอาการปวดท้องค่อนข้างรุนแรง ผมบอกให้ขุนหาจากแถวนั้นก่อน แต่ขุนบอกว่า เขาไม่รู้จักใคร แล้วเขาก็ไม่มีเวลาพอด้วย เดี๋ยวเขาจะไปแทงน้ำเกลือ ให้ยาเท่าที่มีไปก่อน แล้วยังต้องปั่นผลไม้ไปลองป้อนดูว่าจะพอกินได้มั้ย ขุนจบประโยคสุดท้ายด้วยเสียงเครือเหมือนจะร้องไห้ว่า ขุนกลัวป้าเขาล้ม ผมเลยตัดสินใจเดี๋ยวนั้น บอกขุนว่า ผมเอายาไปให้เอง

ผมโทร.ไปขอโทษจอม บอกเขาว่า ผมไปด้วยไม่ได้แล้ว ผมจะไปหาขุน ผมมีสต๊อกยาอยู่พอสมควร แต่ถ้าคิดว่าเอาไปใช้กับช้าง มันก็ดูน้อยไปเลย ผมโพสต์ลงเฟสบุ๊คตัวเอง ผมกำลังไปช่วยช้าง แต่มียาไม่พอ ใครมีติดต่อผมด่วน แล้วผมก็เอาเท่าที่เอาไปได้ ขึ้นเครื่องบินไปหาขุน

ผมรีบที่สุดแล้ว แต่กว่าจะไปถึงปางก็เลยเที่ยง -ขุนเห็นยาที่ผมเอาไป เขาดีใจมาก เข้ามากอดผม พูดกับผมว่า ขุนรอดแล้ว ชอบคุณมากนะพี่ ขุนบอกว่า เขาให้ยาลดปวดไปแล้ว แต่ป้ากำปองยังปวดท้องอยู่ วัดอุณหภูมิตอนเช้า มีไข้นิดหน่อย ให้ยาลดไข้ไปแล้ว ขุนพาผมไปดูผัก ผลไม้ ที่เขาเตรียมเอามาปั่นเป็นอาหารให้ป้ากำปองกิน เขาดูนาฬิกา แล้วก็บอกว่า พี่เข็มมาทันเวลายาพอดี เดี๋ยวขุนเอายัดในกล้วยให้กินก่อน เดี๋ยวพอปวดท้องน้อยลงแล้ว น่าจะพอกินอาหารปั่นได้ ผมเห็นขุนเข้าไปหาช้าง พูดอะไรเบาๆ กับช้าง เกาแก้ม แล้วป้อนกล้วยให้ ป้ากำปองกินกล้วยใส่ยาหมดแล้ว ขุนก็ถอยออกมา แล้วยกมือไหว้ช้าง ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนเห็นขุนกำลังดูแลญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพรักมากๆ ไม่ใช่แค่การทำงาน ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นภาพนี้จากเด็กที่ดูตลกโปกฮาไปวันๆ เลย

ขุนบอกให้คนงานพาผมไปพัก เดี๋ยวเขาต้องเปลี่ยนน้ำเกลือ ควาญพูดขึ้นมาว่า หมอขุนยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ ผมหันไปมอง ขุนปฏิเสธบอกว่า ไม่เป็นไร ทำให้เสร็จก่อน ผมเลยบอกขุนว่า มึงไปกินข้าว กูทำให้เอง ขุนไปกินข้าวแป๊บเดียวก็มาแล้ว ขุนมาคุยเรื่องแผนการรักษาให้ฟัง ผมว่ายาที่เรามีอยู่น่าจะไม่พอรักษาจนหาย ขุนบอกว่า เขาสั่งไปแล้ว แต่น่าจะมาไม่ทัน ของที่เพื่อนผมจะช่วยส่งมาพรุ่งนี้ ก็ต้องถึงมะรืน เฉียดฉิวเกินไป ผมบอกขุนว่า ผมไปหาแถวนี้ให้ก่อน ขุนงงๆ ว่า ผมจะไปหาที่ไหน ผมบอกขุนว่า มึงไม่รู้จัก แต่กูรู้จัก มึงดูช้างไป กูจัดการเอง

แค่ 2 ชั่วโมง ผมก็ได้ยาครบแล้ว ก็ด้วยบารมีและเครดิตความเป็นอัลฟาของผมนี่แหละ ผมเลยได้มาง่ายๆ นึกไปก็สงสาร ขุนไม่ใช่คนพื้นที่ แล้วยังไม่ค่อยไปเจอใคร คงไม่มีคลินิกหรือโรงพยาบาลไหน ยอมขายยาให้เขาง่ายๆ เหมือนที่ผมได้ ผมเอายากลับไปถึง ขุนกำลังป้อนอาหารปั่นให้ป้ากำปอง ขุนบอกว่า ยาได้ผลดี ป้าปวดท้องน้อยลง เกร็งน้อยลง กินอาหารได้เยอะขึ้นแล้ว เดี๋ยวเขาจะไปทำมาอีก ฝากผมเปลี่ยนน้ำเกลือ ผมปีนซองรักษาขึ้นไปเอาขวดเดิมออก ใส่ขวดใหม่ให้ รอบนี้เป็นขวดที่ 29 และ 30 ขุนเปิดเส้นไว้ที่หลังหูทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ช้างรับน้ำเกลือได้เร็วขึ้น เพื่อลดอาการขาดน้ำ และช่วยลดไข้ งานรักษาช้างป่วยนี่ ไม่ง่ายเลย ต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการตลอดเวลา ป้อนอาหารเสร็จ ขุนก็มาเตรียมยาสำหรับฉีดรอบเย็น ผมเข้าไปช่วยอยู่พักหนึ่งแล้ว ขุนก็ถามว่า คืนนี้พี่เข็มนอนไหน นอนบ้านขุนมั้ย ผมเงยหน้ามองขุน อุทานออกมาว่า ฉิบหาย กูลืมจองตั๋ว 6 โมงกว่าแล้ว ผมกะว่าจะกลับไฟลท์สุดท้าย  แต่ยังไม่ทันได้จอง คนงานก็มาบอกว่า ระหว่างทางมีอุบัติเหตุ รถบรรทุกคว่ำขวางถนนอยู่ รถติดยาวเป็นกิโล ผมถามว่า แล้วไง คนงานตอบว่า ต้องรอรถเครนมายก ถึงจะเคลียร์ทางได้ น่าจะหลายชั่วโมง ผมอึ้งไปเลย จอมจะว่ายังไง วันนี้ก็โดนผมเบี้ยวนัดไปแล้ว ผมบอกขุนว่า กูโทร.บอกแฟนก่อน ว่ากูไม่ได้กลับ ผมเลี่ยงออกมาโทร.บอกจอมว่า ผมหาตั๋วกลับไม่ทัน พรุ่งนี้ได้ตั๋วแล้ว ผมจะรีบโทร.บอก ผมได้แค่บอกว่า ขอโทษ ถามว่ากินข้าวหรือยัง จอมตอบกลับมาไม่กี่คำ ก็มีคนมาตาม ผมเลยต้องวางสาย เพราะคิดว่ามีอะไรผิดปกติ แต่พอไปถึง ควาญบอกผมว่า น้ำเกลือจะหมดขวดแล้ว แต่ขุนไปเข้าห้องน้ำ ให้ผมช่วยทำแทน ผมอดงงไม่ได้ ทำไมขุนเกิดจะต้องไปห้องน้ำตอนผมไปโทรศัพท์ ผมเปลี่ยนขวดน้ำเกลือเสร็จ ขุนก็กลับมา เขารีบพูดว่า ขอโทษนะพี่ ขุนท้องเสีย พี่ได้คุยกับแฟนมั้ย ผมส่ายหน้า ตอบว่า ไม่เป็นไรหรอก พรุ่งนี้ค่อยไปเคลียร์ทีเดียว

เรานั่งเฝ้าช้างอยู่ด้วยกันจนน้ำเกลือหมดขวด และขุนแน่ใจว่า อาการไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ขุนพูดกับผมว่า ขุนรักลุงป้าช้างที่นี่เหมือนคนในครอบครัว ตอนนี้ขุนไม่มีใคร ก็มีแต่พวกเขา ถ้าป้ากำปองเป็นอะไรไป เพราะความชุ่ยของขุน ขุนคงรู้สึกผิดไปจนตายเลย ขุนหันมายิ้มให้ผม พูดต่อว่า ขอบคุณพี่เข็มมากนะครับ พี่ใจดี ขุนอยากได้อะไรก็หาให้ได้ ยังกับโดเรมอน แล้วขุนก็หัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะแรกที่ผมได้ยินตั้งแต่มาถึง ผมหัวเราะตาม พูดกับขุนว่า กูแค่หาให้ ไม่ได้ให้ฟรี ทำไมชอบพูดว่าไม่มีใคร พ่อแม่ก็มี ทำไมไม่กลับบ้าน ขุนมองไปทางอื่น ไม่ยอมตอบ แต่หันกลับมาถามผมว่า พี่เข็มชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่ ขุนเห็นพี่ลงรูปคู่หมั้น ขุนทั้งตกใจทั้งดีใจ ผมตอบอย่างอารมณ์ดีว่า ก็ตั้งแต่เจอจอม เขาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดที่กูเคยเจอเลย แล้วมึงดีใจทำไมวะ ขุนนิ่งไปก่อนจะพูดยิ้มๆ ว่าาก็ดีใจที่พี่เข็มมีความสุข

ขุนเอาเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นให้ผมใส่นอน ผมกลับเข้าเมืองไม่ได้เ ก็เลยต้องนอนที่นี่ แต่ยังไงผมก็ไม่อยากผิดคำพูดตัวเอง ผมยอมให้ขุนหัวเราะ บอกเขาว่า ขอไปนอนโซฟาข้างนอก ขุนถามว่า ทำไม เตียงมันเล็กไปเหรอ พี่เข็มนอนคนเดียวก็ได้ เดี๋ยวขุนนอนพื้น ผมส่ายหน้าว่า กูเกรงใจแฟน ไม่อยากทำอะไรให้เขาคิดมาก ขุนมองผมนิ่งอยู่แป๊บนึง แล้วก็หัวเราะ พูดว่า ถ้าขุนมีแฟนเป็นพี่เข็ม คงมีความสุขมากเลย แล้วเขาก็หาผ้าห่มมาให้ผม

แบตมือถือเหลือน้อยแล้ว ขุนไม่มีที่ชาร์จยี่ห้อที่ผมใช้ ผมก็เลยคุยกับจอมนานไม่ได้ ได้แค่ กู๊ดไนท์ แล้วบอกตัวเองว่า พรุ่งนี้จะชดเชยให้หมดเลย

ผมเอาของที่จะเอาไปฝากจอมออกมาดูเล่น ฆ่าเวลา ระหว่างรอขึ้นเครื่อง มีโมบายรูปช้างทำด้วยผ้า กับเสื้อยืดลายเดียวกับที่ผมใส่อยู่ มันเป็นของที่ระลึกที่ขายที่ปาง ขุนเอามาให้ผมเปลี่ยนเมื่อเช้า หลังจากเราไปอาบน้ำช้าง ผมเพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นทั้งการลงไปว่ายน้ำในลำธาร แล้วก็ได้ถูหลังช้างด้วย ผมว่าจอมก็น่าจะชอบ เสียอย่างเดียว ผมแพ้อะไรในน้ำก็ไม่รู้ ขึ้นเป็นผื่นแดงๆ อยู่ที่หลัง ขุนเห็นผมคันเลยไปหายามาทาให้ มันขึ้นที่หน้าท้องด้วย ผมจะทายาเองแต่ขุนบอกว่า มือขุนเลอะแล้ว ขุนทาให้ดีกว่า ขุนแตะยาแล้วกดย้ำๆ แทนที่จะทาวนๆ ขุนบอกว่า ทาแบบนั้น เดี๋ยวผมจะยิ่งคัน

ตอนนี้ผมหายคันแล้ว แต่ตอนขุนลงน้ำหนักมือ กดๆ ไปทั่วหลังและบนท้องผม มันทำให้ผมคิดถึงตอนจอมจูบเน้นๆ ไปทั่วทั้งตัวผม ผมอยากเจอจอมจะแย่แล้ว แต่ผมต้องเข้าคลินิก แล้วยังต้องรอให้จอมเลิกร้าน ถึงจะไปเจอผมที่บ้านได้ อดทนไว้ก่อนนะเข็มขาว เดี๋ยวก็ได้มีความสุขด้วยกันแล้ว

ผมเปิดน้ำใส่อ่างไว้แล้ว พอจอมมาถึง ผมก็ไปเปิดน้ำร้อนเพิ่ม บอกจอมว่า ผมอยากแช่น้ำ จอมมองผมงงๆ เดินตามผมมา แต่ลงนั่งตรงข้ามผม จอมทำหน้านิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลย จอมกำลังสงสัยผมแน่ๆ ผมเริ่มบอกเองว่า อยากแช่น้ำอุ่น เพราะเมื่อคืนนอนโซฟาทั้งคืน เมื่อยมาก แล้วก็เล่าไปเรื่อยๆ ว่า ทำไมผมถึงรีบไป ผมไปทำอะไรมาบ้าง ทำไมผมไม่กลับตั้งแต่เมื่อคืน ทำไมผมคุยกับเขาน้อยมาก และที่สำคัญที่สุด ผมยอมนอนโซฟา ไม่นอนห้องเดียวกับขุน เพราะผมคิดถึงเขา แล้วก็ถามต่อว่า หายงอนผมได้หรือยัง

จอมส่ายหน้าขยับมาเอนพิงไหล่ผม เขาบอกว่า เข็มฉีดยาอยู่ใต้หมอน คุณไม่อยู่ ผมไม่กล้านอน ผมกอดเขาแน่นเข้า เช็ดน้ำที่เกาะอยู่ที่ข้างแก้ม พูดกับเขาว่า ผมขอโทษ แล้วคุณทำไง จอมตอบว่า ก็มานอนหมอนที่คุณนอน ยังมีกลิ่นคุณอยู่

จอมเล่าให้ผมฟังว่า เขาบังเอิญเจอพี่คิมในงาน ก็เลยไปเดินด้วยกัน จอมพูดถึงพี่คิมแค่นั้น แล้วก็เล่าเรื่องของใหม่ๆ ที่เขาไปเจอในงาน ผมแอบหงุดหงิดนิดหน่อย ที่สุดท้าย จอมก็ไปกับไอ้พี่คิมจนได้ แต่พอจอมพูดถึงกลิ่นบนหมอนของผม โกรธเท่าไหร่ก็หายหมดแล้ว พี่คิมมันก็เป็นได้แค่มดแดงแฝงพวงมะม่วงไปเท่านั้น ไม่มีวันได้ครอบครองเหมือนผมหรอก น้ำเริ่มเย็น แต่ตัวเราเริ่มร้อน แล้วก็ร้อนขึ้นเพราะเราสัมผัสกัน และจบลงด้วยความอบอุ่นของลมหายใจและรอยจูบ

ผมเอาของฝากออกมาให้จอมดู ผมเลือกโมบายช้าง เพราะน่าจะเอาไว้ตกแต่งร้านได้ ส่วนเสื้อยืดลายเดียวกัน จะได้เอาไว้ใส่เป็นคู่ ตอนเราไปเที่ยวด้วยกัน จอมรับไปดู แล้วหอมแก้มผม ยังมีรอยผื่นที่หลังผม จอมถามผมว่า ใครทายาให้ พอผมบอกว่า ขุน จอมก็จิ้มหลังผมเต็มแรง ผมไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แต่ก็แกล้งร้อง จอมจะได้ไม่โกรธ แต่จอมก็ยังมองผมเหมือนหมั่นไส้ ยื่นหลอดยาคืนให้ ผมชี้ที่หน้าท้อง บอกว่า มีอีก คุณยังทาไม่หมด จอมมองผม แล้วก็ จิ้ม จิ้ม จิ้ม แต่ผมไม่ถอย แค่โก่งตัวหลบ แล้วหอมแก้มเขาถี่ๆ แล้วแค่ผมชมว่า คุณทายาเก่งที่สุดเลย จอมก็จูบผม

เข็มฉีดยายังอยู่ใต้หมอน แต่ฮอร์โมนหลายตัวที่หลั่งหลังจากถึงจุดสุดยอด 2 ครั้ง น่าจะทำให้จอมอยากหลับจนไม่สนใจมันแล้ว

ฝันดีนะครับ ที่รักของผม

จอมตื่นมายิ้มให้ผมแต่เช้า เราลงไปดูแก้วเจ้าจอมน้อยด้วยกัน นัดวันกันเอาของที่จอมซื้อจากงานฟู้ดแฟร์ไปให้บ้านอาม่ากับบ้านแม่ วันนี้เริ่มต้นด้วยดีแล้ว ก็น่าจะดีไปทั้งวัน แต่ก็ไม่ใช่เลย ผมไปถึงคลินิก ก็โดนว่านโวยใส่ยังกับมันเป็นเจ้าของคลินิก เรื่องที่ผมเอายาไปให้ขุนเกือบหมดสต๊อก โดยไม่รายงานมันก่อน ผมรู้ว่าว่านโกรธเพราะผมทำงานเขารวน ต้องเสียเวลามาแพลนสั่งยาใหม่ ผมแกล้งตีหน้าขรึม ถามกลับว่า นี่คลินิกใครวะ ว่านตอบหน้าตาเฉยว่า ของมึง แต่ถ้ามึงทำเจ๊ง กูจะเกาะใครกินวะ กูสั่งมึงไว้เลยนะ คราวหน้าจะไปช่วยใคร บอกกูด้วย กุจะได้รีบหามาเพิ่ม ไม่ใช่ให้กูมาตกใจเอง มึงรีบหาเงินมาจ่ายค่ายาที่มึงขโมยไป แล้วจ่ายค่าตกใจให้กูด้วย แล้วมันก็ออกจากห้องไปเลย

เพื่อลูกน้องที่เคารพ ผมเลยต้องพามันไปเลี้ยงข้าว ยาที่สั่งมาใหม่ ก็ให้ออกบิลเป็นชื่อผม จะได้ไม่ยุ่งกับบัญชีของคลินิก

ตอนบ่ายผมออกไปดูเฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้กับโรงพยาบาลที่กำลังสร้าง แล้วดันลืมเอามือถือไปด้วย กลับไปถึงคลินิก พนักงานบอกผมว่า จอมโทร.มา ให้โทร.กลับด่วน จอมบอกว่า แฟนนุ่นมาอาละวาดที่ร้าน ผมได้แต่ร้องว่า ห๊ะ อะไรนะ จอมตอบกลับมาว่า ผมก็อยากถามเหมือนกันว่านี่มันอะไร คุณไปเชียงใหม่ ไปหาใครกันแน่ แฟนนุ่นมาด่าผม จะมาพังร้านด้วย น้ำเสียงจอมฉุนเฉียวแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ผมรีบถามว่า มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย ใจผมตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่มันเรื่องบ้าอะไร ยังดีที่จอมบอกว่า ไม่มี เขามาคนเดียว แต่เราอยู่กันครบ ผมร้อง โอ๊ย ออกมาดังๆ ด้วยความโล่งอก เสียงจอมยังโมโห บอกผมว่า ส่งคลิปให้แล้ว มาอธิบายผมด้วย แล้วกดตัดสายไปเลย

ผมก็เลยไม่รู้เลยว่า ที่ร้านเป็นยังไง มีอะไรเสียหายหรือเปล่า นอกจากตกใจ จอมเป็นอะไรอีกมั้ย แฟนนุ่นจะพังร้านจอมทำไม เขาพูดอะไร จอมถึงคิดว่า ผมแอบไปเจอนุ่น ผมร้อนใจจนอยู่ไม่ติด รีบไปบอกว่านว่า ผมฝากเคสที่ผมนัดวันนี้ด้วย ผมต้องไปหาจอมเดี๋ยวนี้

ผมขับรถไป ก็ภาวนาไปตลอดทาง ขออย่าให้ติดไฟแดง ถึงติดก็อย่าติดนาน ขอให้จอมไม่เป็นไรจริงๆ ขอให้จอมยอมฟังผม อย่าเข้าใจผมผิดเลย




Create Date : 03 พฤษภาคม 2568
Last Update : 3 พฤษภาคม 2568 14:00:53 น. 0 comments
Counter : 407 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

วัลยา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






space
space
[Add วัลยา's blog to your web]
space
space
space
space
space