|
เข็มส่งคลิปรีวิวเที่ยวเชียงใหม่มาให้ผมดูหลายคลิป เขาบอกให้ลองดูว่าชอบมั้ย อยากไปตรงไหนก็ลองบอกเขา จะได้วางแผนเที่ยว เข็มให้ผมเลือกเองเลย เพราะเขามีโปรเจคท์ของบริษัทป๊า ต้องรีบทำให้เสร็จ ผมอยากไปหลายที่มากเกินไป จนเข็มบอกว่า ไป 4 วันเลยมั้ย ผมคิดว่าเขาพูดเล่น แต่เขาจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ 4 วันจริงๆ ผมเกรงใจพีทที่ต้องไปหลายวัน แต่พีทกลับมองเรื่องนี้อีกอย่าง พีทพูดกับผมว่า ก็ลองดูว่าเป็นยังไง โจดูแลได้มั้ย เราไม่ได้จะยึดร้านนะ แต่อีกหน่อย ถ้าแต่งงาน คุณเข็มคงอยากให้ไปดูแลเขามากกว่ามาดูแลร้านมั้ง ไปหลายวันก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แล้วเขาก็บอกให้ผมบอกข้อมูลโจเรื่องสั่งของเข้าร้าน ผมถามพีทว่า แน่ใจนะ ไม่กลัวโจรู้แล้วออกไปทำร้านเองเหรอ พีทยักไหล่ ตอบว่า ถ้าเขาไป ก็ช่วยไม่ได้นี่ แต่ถ้าเราไม่ลองให้เขาทำ เราก็ไม่รู้ว่าเขารับผิดชอบได้แค่ไหน คิดตามแล้วก็ต้องเห็นด้วยกับพีท ทุกวันนี้ ผมได้อยู่กับเข็มแค่ตอนค่ำ มีเวลาให้คุยกันไม่เท่าไหร่ก็ถึงเวลานอนแล้ว เช้าก็มีเวลาแค่ตอนมื้อเช้า แล้วก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงาน ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าแต่งงานกันแล้ว ยังมีเวลาให้กันแค่นี้ ครอบครัวจะเป็นยังไง แต่ว่า เข็มอยากแต่งงานกับผมหรือยังนะ ผมรู้แค่ว่า บริษัทป๊ากำลังมีปัญหา แต่เข็มก็ไม่ได้เล่าอะไรมากกว่านั้น เขานั่งทำหน้าตาคร่ำเคร่งอยู่หน้าจอโต๊ตบุ๊ค กับ มือถือ จนเลยเวลานอน ผมอยากช่วยคิด อยากช่วยแก้ปัญหา แต่ว่า ผมคงไม่มีปัญญาพอ เข็มก็เลยไม่ปรึกษา แต่ก็ไม่รู้จะคิดไปทำไม ผมไม่ได้เก่งธุรกิจ แต่ผมมีอะไรที่ผมทำได้ดีกว่า ผมไปทำกาแฟมาให้เข็ม ลงมือนวดต้นคอ บ่า ไหล่ ที่มันตึงแข็ง พูดไปด้วยว่า ถ้ากินกาแฟหมดแล้ว ยังคิดไม่ออก ก็ไปนอนก่อนมั้ย เผื่อจะฝันเห็น เข็มหัวเราะกิ๊กออกมา ส่งสายตาขอบคุณผม แล้วอีกครึ่งชั่วโมง เขาก็มานอนกอดผม ผมไม่รู้ว่าเข็มฝันเห็นคำตอบอะไรหรือเปล่า แต่โปรเจคท์ที่ทำให้เขาหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หลายวัน ดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดีแล้ว ผมรู้เพราะเข็มให้ผมหาขนมไปแจกพนักงานในทีมที่ช่วยเขาทำงาน พี่คิมช่วยพิมพ์สติ๊กเกอร์คำว่า ขอบคุณครับ พร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ให้ผมได้เอาไปติดที่กล่องขนมธรรมดา ให้มันดูน่ารักขึ้น พี่คิมไม่คิดเงินค่าสติ๊กเกอร์ แต่ขอเป็นของฝากจากเชียงใหม่ ผมท้วงว่า สติ๊กเกอร์พี่คิม แพงมาก พี่คิมหัวเราะแล้วมองผม พูดว่า แพงอะไร ถ้าเป็นของจากจอม พวงกุญแจอันเดียว พี่ก็ดีใจแล้ว ผมฟังแล้วก็อดแซวไม่ได้ว่า ปากหวานขนาดนี้ พี่คิมไม่น่าอยู่เป็นโสดได้เลย พี่คิมยิ้มเบาๆ มองผม ก่อนจะตอบว่า อยู่ได้สิ ก็พี่ไม่มีใจให้ใครแล้ว ผมฟังแล้วก็สงสารอยู่ในใจ ความรักที่ดีของเข็ม ทำให้ผมมีความสุขมาก แต่ถ้าพี่คิมถูกความรักที่เขาเลือกเอง ทำร้ายจนไม่อยากรักใคร เขาก็อาจจะไม่ได้มีความสุขแบบผมอีกแล้ว ทีแรกผมก็รู้สึกแปลกๆ ที่จะได้เจอขุน ผมควรจะถามเรื่องกางเกงในมั้ย หรือจะบอกเขาไปเลยว่า เข็มเอามันทิ้งไปแล้ว แต่พอไปเจอจริงๆ ผมไม่อยากทำเลยสักอย่าง เพราะเข็มไม่ได้มีทีท่าอะไรพิเศษกับขุนเลย เข็มไม่ได้แนะนำให้เรารู้จักกันอย่างเป็นทางการ เขามัวแต่สนใจว่า ขุนเตรียมตัวเรียบร้อยหรือยัง เขาอยากรีบไป งานเสร็จไว จะได้เหลือเวลาไปเที่ยวเยอะขึ้น ขุนก็เลยไม่ได้มีโอกาสจะคุยกับผม ผมเห็นท่าทางเข็มแบบนั้น ผมก็เลยไม่อยากไปด้วยแล้ว ผมกลัวปืนยิงลูกดอกยาสลบที่เข็มเอามาด้วย พอเข็มบอกว่า ไม่ต้องไปก็ได้ เดี๋ยวเปิดห้องให้นอนรอ ผมรีบพยักหน้ารับ ขุนบอกเข็มว่า ไปรอที่ออฟฟิศเขาก็ได้ มีแอร์ มีเน็ต มีห้องน้ำ เข็มก็คงไม่อยากเสียเวลาไปเปิดห้อง ก็เลยจูงมือผมไปส่งที่ออฟฟิศซึ่งไม่มีใครอยู่เลย มีแต่โต๊ะทำงาน ตู้เอกสาร แล้วก็เก้าอี้รับแขกอีกสองสามตัว ผมอ่านหนังสือที่เอามาด้วยหมดไปเกินครึ่งเล่มแล้ว ตอนที่กริชโทร.มา เขาบอกว่า เขาตั้งใจมาหาผม อยากมาคุยด้วย เพราะคุณภูมิเทพหงุดหงิดใส่เขาไม่เลิก จนเขาไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ผมได้แต่รับฟัง อดคิดไม่ได้ว่า เพราะเข็มพาผมหนีมาเที่ยว กริชเลยต้องมารับกรรมที่เขาไม่ได้ก่อหรือเปล่า ผมได้แต่ปลอบเขาให้อดทน ไม่มีใครอารมณ์เสียอยู่ได้นานๆ หรอก กริชวางสายไปแล้วผมก็อ่านหนังสือต่ออีกพักใหญ่ ขุนก็เข้ามาในห้อง มีความสุขดีมั้ยครับ ขุนทักผมตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา มันฟังดูแปร่งๆ แต่ผมไม่อยากสนใจ ถามขุนกลับว่า เข็มอยู่ไหน เขาไม่ตอบ เดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง เทเข็มฉีดยาที่ต่อกับหลอดฉีดลงกองเป็นภูเขาอยู่บนนั้น ผมชะงัก มือเริ่มเย็น ตัวเริ่มสั่น ผมบอกตัวเองว่า ผมต้องรีบออกไปจากตรงนี้ ขุนเริ่มพูด พร้อมๆ กับเปิดตู้ด้านหลัง หยิบเข็มแบบเดียวกัน ทิ้งลงบนกองภูเขานั้นทีละอัน ทีละอัน ผมรู้จักพี่เข็มมาตั้งนาน เฝ้ารอเขามาตลอด วันที่เขายอมรับตัวเอง ทำไมต้องเป็นพี่วะ ทำไมไม่เป็นผม เสียงขุนดังขึ้นเรื่อยๆ พอๆ กับกภูเขาเข็มฉีดยาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขุนเป็นอันตราย ผมไม่อยากอยู่ในห้องนี้แล้ว แต่ผมก้าวขาไม่ออก เสียงขุนยังดังมาอีกว่า ผมขอแค่เป็นอีกคนก็ยังไม่ได้เลย ได้ยินมั้ย ขุนตะเบ็งเสียง และผมก็สะดุ้งสุดตัว พยายามนึกถึงเข็ม หายใจให้ช้าลง แต่ผมทำไม่ได้ และขุนยังไม่หยุด เขากำเข็มฉีดยาไว้ในมือ ยกขึ้นมาให้ผมเห็นปลายแหลมคมที่ยื่นมาทางผม เขาก้าวเข้ามาบีบต้นแขนผม พูดเสียงต่ำอยู่ใกล้ๆ ว่า พี่กลัวเข็มฉีดยานี่ งั้นก็กลัวให้บ้าไปเลย แล้วยกมือทำท่าเหมือนจะแทงเข็มใส่ผม ในหัวผมมีแต่ความมืด เสียงหวีดร้อง แสงสีแดงฟาดไปฟาดมา เสียงกราดเกรี้ยวสั่งให้อยู่นิ่งๆ ผมหดตัวลง หดเล็กลงอีก เล็กลงอีก ผมหายใจไม่ออก เข็มฉีดยาพุ่งมาแล้ว ผมบีบตัวเองลงอีก ไม่พ้นแล้ว ไม่รอดแล้ว อากาศสีดำรอบตัว กลายเป็นหมอกทึบ หนาหนักกดทับผมลงไปอีก ผมอยากแหวกมันออกไป แต่เสียงตะโกน เสียงกรีดร้องก้องอยู่ในหู อากาศสีดำนั้นเย็นเฉียบ ผมหายใจไม่ออก มีอะไรอุ่นๆ มาโดนตัวผม เสียงตะโกนเงียบไปแล้ว เหลือแต่เสียงคุ้นๆ ความอุ่นค่อยๆ แผ่เข้ามาทีละน้อย อากาศสีดำละลายหายไป ภาพตรงหน้าที่ค่อยๆ ชัดขึ้น คือ เข็มขาว กับเสียงแว่วๆ ว่า ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีเข็มฉีดยาแล้ว ผมพยายามหายใจเข้าลึกๆ ตามที่ได้ยินเสียงบอก เข็มขาว เข็มขาวจริงๆ เขากำลังบีบมือผม มองผม พูดกับผม เขาพูดว่า พูดกับผมหน่อย ผมพยายามฝืนความสั่นของตัวเอง พยายามตะโกนออกไปว่า ช่วยด้วย ผมกลัว แต่เสียงนั้นเบาจนผมคิดว่า เข็มคงไม่ได้ยิน แต่เขาได้ยิน เขาเข้ามากอดผม กดเบาๆ ให้หน้าผมแนบกับหน้าอกเขา ลูบหลังผม ปลอบผมว่า ไม่มีอะไรแล้ว คุณปลอดภัยแล้ว ทุกความรู้สึกที่ผมสัมผัสอยู่ ทำให้อะไรที่เขม็งเกลียวอยู่ในหัวผม ค่อยๆ คลายคง ผมพยายามหายใจให้ลึกกว่าเดิม พูดอีกว่า ผมกลัว ผมรู้สึกดีขึ้นที่ได้พูดออกมา ตระหนักแน่ชัดแล้วว่า ไม่มีอากาศสีดำแล้ว ผมยกมือขึ้นกอดเข็ม แล้วก็ร้องไห้ออกมาสุดตัว ระบายความรู้สึกอกสั่นขวัญหายออกมา แล้วรับความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง เข้าไปแทนที่ความเยือกเย็นของอากาศสีดำ เข็มนอนหลับสนิท หายใจยาวสม่ำเสมอ เข็มเอาถุงยางให้ผมใส่กระเป๋ามาด้วย 2 กล่อง แต่วันนี้เข้าวันที่ 4 แล้ว หลังจากเข็มพาผมออกจากปาง เข็มเพิ่งได้ใช้วันนี้แค่อันเดียว เข็มทายาที่ปากให้ผมมา 3 วันแล้ว มันก็ยังบวมอยู่หน่อยๆ เข็มจูบปากผมเบามาก ก่อนจะถามว่า เจ็บมั้ย ผมไม่ตอบ เพราะถ้าเขาบดแรงกว่านี้ก็คงเจ็บ แต่ก็ไม่อยากขัดใจเขา ผมยอมเจ็บนิดๆ หน่อยๆ ตอบแทนที่เขาใส่ใจดูแลผมอย่างดีมากตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่อาการแพนิคเล่นงานจนผมแย่ไปเลย เพลียจนไม่อยากไปไหน เข็มไม่ได้ทิ้งผมไปเที่ยว แล้วยังยอมซื้อข้าวกล่องมากินที่ห้องในโรงแรม เพื่อจะได้คอยดูผมกินของที่เขาซื้อมาให้ กล้องถ่ายรูปที่เขาเตรียมมา เพราะตั้งใจจะไปถ่ายรูปบ้านไม้โบราณ ก็ได้ถ่ายแค่รูปผมตอนอยู่ที่คาเฟ่แมวที่เข็มพาผมไป เขาบอกว่าไม่อยากให้ผมนอนเฉยๆ อยู่ทั้งวัน ไม่อยากเจอคนเยอะๆ ก็ไปเที่ยวแบบนี้ก็ได้ แต่จริงๆ ผมว่า เข็มคงอยากให้เจ้าตัวกลมขนนุ่มพวกนี้ ช่วยบำบัดจิตใจผมมากกว่า มันช่วยผมได้ก็จริง แต่ก็ไม่มากพอจะให้ผมกลับไปปกติได้ เราอยู่ที่คาเฟ่ถึงแค่เที่ยง แล้วกลับมานอนดูหนังที่โรงแรมจนค่ำ เข็มคงเห็นว่าผมยังดูไม่ดีเลย เขาเลยบอกว่า กลับกรุงเทพ ไปหาอย่างอื่นทำกันดีกว่า แล้วก็พาผมมาบ้านอาม่า อาม่าเตรียมข้าวแช่ไว้รอเราไปกินเป็นมื้อเที่ยง อาม่าบอกว่า กินเย็นๆ ได้ไม่เจ็บปาก ผมไม่รู้ว่าเข็มบอกอาม่าว่ายังไง ผมรู้แต่ว่า อาม่าเมตตาผมมาก หลังตื่นจากงีบตอนบ่าย อาม่าก็พาเราไปเดินดูเรือนกล้วยไม้ อาม่ามีกล้วยไม้เป็นร้อยต้น แม้แต่เข็มเอง ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ เขากระซิบบอกผมว่า ไม่ค่อยได้มาดู ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ อาม่าอวดอย่างภูมิใจว่า รู้จัก จำชื่อได้ทุกต้น สีหน้าท่าทางอาม่าดูมีความสุขมากจนต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ ออกจากเรือนกล้วยไม้ อาม่าก็ไปต่อที่บ่อปลาคาร์พ อาม่าทักทายพวกมันแล้วโปรยอาหารให้ มีบางตัวลอยอยู่นิ่งๆ ให้อาม่าลูบตัวได้ด้วย หลังมื้อเย็น ซึ่งอาหารพิเศษของผมเป็นขนมปังก้อนกลม กับเนื้อปลาหั่นเต๋าทอด และแครอทกับข้าวโพดต้มผัดเนย ไม่เผ็ดและไม่ร้อน อาม่าก็พาผมไปสอนเล่นไพ่นกกระจอก อาม่าชมว่าผมหัวไว เรียนรู้เร็ว แต่พอเล่นกันจริงๆ ผมก็แค่จำหน้าไพ่ได้ จำกติกาได้ แต่วางแผนสู้อาม่ากับเข็มไม่ได้เลย อาม่าหัวเราะที่ผมไม่ชนะเลยสักตา พูดกับผมว่า วันนี้ไม่ต้องกินน้ำชา เอาไว้คราวหน้าถ้าแพ้อีก ค่อยกิน เข็มคงใจดีเหมือนอาม่า ผมไม่ตอบ เขาก็รู้เองว่า ผมจะเจ็บ เขาตอบเองว่า ผมจูบตรงอื่นก็ได้ เข็มไล่ไซ้ไปตามติ่งหู ซอกคอ กลับมาแตะปากผม แล้วถามว่า อยากให้ทำมั้ย ถึงตอนนั้น อารมณ์ผมก็เตลิดลอยตามเขาจนลืมเรื่องน่ากลัวที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันก่อนไปสนิท เราไม่ได้มีอะไรกันหลายวัน ผมนึกว่าเข็มจะรีบ แต่เขากลับเนิบนาบ นุ่มนวล ทำทุกอย่างให้ผมพร้อม แล้วค่อยไปรวดเดียวจบ เข็มเลื่อนตัวขึ้นมาจูบหน้าผากผม กระซิบถามว่า ชอบมั้ย มีความสุขรึเปล่า ผมหลับตา พยักหน้ารับ คืนนี้ผมมีความสุขมาก มากกว่า 2 คืนก่อนที่ผมรู้สึกว่า ร่างกายตัวเองมันเรรวนไปหมด เข็มพยายามช่วยผมด้วยการไม่บังคับให้ผมออกไปไหน เรานอนดูหนังด้วยกันหมดไปหลายเรื่อง ทั้งที่เราไม่ได้อยากดูขนาดนั้น เข็มอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมเองก็อยากเล่า อยากบอกเขาว่า ขุนทำอะไรผม แต่แค่คิดถึงภาพเหตุการณ์ตอนนั้น ผมก็กลัวจนพูดไม่ออก ดีจัง ที่เข็มไม่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่บังคับให้ผมเล่า ไม่งั้น คืนนี้ ผมคงไม่ผ่อนคลาย สบายใจมากพอที่จะปล่อยอารมณ์ตัวเองไปกับเขาได้ เข็มบอกอาม่าแต่เช้าว่า กินข้าวเที่ยงเสร็จ เราต้องกลับแล้ว ผมต้องกลับไปดูร้าน เตรียมงาน เข็มก็ต้องเข้าคลินิกไปเซ็นเอกสาร ตอนสายๆ อาม่าก็เลยให้เราไปร้องคาราโอเกะเป็นเพื่อน อาม่าบอกว่า คิดว่าจะอยู่ถึงค่ำ แต่ถ้าจะกลับเร็ว ก็มาร้องเพลงกันตอนนี้แหละ อาม่าร้องเพลงจีนเก่าๆ ไปได้สองสามเพลง ก็บอกว่าเหนื่อยแล้ว จะนั่งฟังเข็มร้องเพลง ผมก็อยากฟังเหมือนกัน เข็มเคยร้องเพลงรักแสนหวานให้ผมฟัง แต่มันก็นานแล้ว เข็มถามอาม่าว่าอยากฟังเพลงอะไร อาม่าบอกให้เข็มเลือกเอง เพลงที่เข็มเลือก เป็นเพลงฝรั่งยุค 90 80 เพลงส่วนใหญ่ผมไม่รู้จัก แต่ดูเข็มกับอาม่าจะคุ้นเคย บางท่อนอาม่าก็ร้องคลอตาม ผ่านไปสามสี่เพลง อาม่าขยับเข้าไปใกล้เข็ม เอนตัวไปพิงไหล่ สอดมือเข้าไปควงแขนเข็ม เพลงที่ผมรู้จัก ที่เข็มกำลังร้อง เนื้อเพลงมีความหมายว่า มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ผมต้องตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็น อาม่ายิ้มหวาน สายตามองไปไกล ผมเดาเอาว่า อาม่าคงกำลังมองอากงอยู่ ผมออกจากบ้านอาม่าด้วยความสุขเต็มเปี่ยม แต่พอกลับมาถงห้องนอน เข็มฉีดยาวางอยู่บนหัวเตียงที่ประจำ ผมปิดประตูห้องกลับ แล้วลงไปใช้ห้องน้ำข้างล่าง บอกพีให้เก็บเข็มฉีดยาออกไปให้หมด รวมทั้งที่อยู่ในตู้เย็นด้วย เก็บให้หมด เก็บเดี๋ยวนี้เลย ผมจะไปข้างนอก เดี๋ยวมา ผมออกมานอกร้านแล้ว ถึงรู้สึกว่า หายใจได้ตามปกติ ภาพขุนกับเข็มฉีดยาในมือที่ยกสูงพร้อมแทงผมยังติดตาผมไม่หาย เข็มฉีดยาเต็มไปหมด แล้วตอนนี้เข็มไม่ได้อยู่ด้วย ผมไม่ไหวจริงๆ ผมไม่อยากตกใจอีก ก็เลยโทร.ถาม พีบอกว่า เก็บหมดแล้ว ผมถึงได้กลับเข้าไปในร้าน เก็บกระเป๋าสะพายไว้ใต้เคาน์เตอร์ พยายามคิดถึงตอนที่ฝึกหายใจกับเข็ม หายใจให้ช้า ลึก ยาว ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีอะไรต้องกลัว ผมบอกตัวเอง แล้วก็เริ่มลงมือเช็กงาน รับลูกค้า ตั้งใจอยู่กับงานจนร้านปิด แล้วเรียกรถไปบ้านเข็ม ผมรอจนเข็มเคลียร์เข็มฉีดยาออกจากห้องหมดแล้ว ผมถึงได้ขึ้นไปบนห้อง เข็มไม่ได้ตั้งใจจะให้ผมมาค้างที่นี่คืนนี้ และเข็มก็ไม่ได้คิดว่า ผมจะกลับไปกลัวเข็มฉีดยามากจนอยู่ใกล้ไม่ได้อีก ผมบอกเข็มว่า ผมกลัว ไม่กล้าเข้าห้องนอนตัวเอง เพราะไม่มีใครเข้าไปเก็บเข็มฉีดยาให้ผม จะให้พีเข้าไปเก็บ ก็กลัวจะเก็บไม่หมด ผมเห็นเข็มแอบถอนหายใจ ผมรู้สึกว่าเข็มไม่ชอบใจที่ได้ยินแบบนี้ แต่ที่เขาพูดกับผม คือ ดึกแล้ว ไปอาบน้ำ จะได้มานอน ผมจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วก็ค่อยๆ ย่องมาที่เตียง เพราะเข็มปิดไฟตรงเตียงนอนไปสักพักแล้ว เข็มไม่ได้หลับอย่างที่ผมคิด เขาถามผมว่า กินยาหรือยัง ผมสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม ตอบเข็มว่า กินแล้ว เข็มขยับเข้ามาโอบไหล่ผม พูดกับผมว่า ไม่ต้องกลัวแล้วนะ พรุ่งนี้เช้าผมไปส่งคุณแล้วเดี๋ยวไปเก็บให้ น้ำเสียงเรื่อยๆ กับวงแขนอุ่นๆ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดจนต้องพูดออกมาเบาๆ ว่า ขอโทษ ผมได้คำตอบเป็นอ้อมกอดที่กระชับแน่นขึ้น พร้อมๆ กับที่เข็มพูดว่า หยุดคิดได้แล้ว คุณไม่ได้ทำอะไรผิด เอาไว้คุณพร้อมเมื่อไหร่ เราค่อยมาเริ่มกันใหม่ ผมรักคุณเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วง นอนให้หลับนะ เพราะถ้าคุณไม่หลับ ผมจะไม่หลับไปด้วย ผมหลับตาลงอย่างว่าง่าย เพราะผมเกรงใจ ผมทำแผนเที่ยวพ้ง แล้วยังต้องให้เข็มมาดูแลราวกับผมเป็นคนป่วย เข็มพูดว่าไม่เป็นไร ค่อยมาเริ่มกันใหม่ ผมคงทำให้เขาผิดหวัง ที่ทำให้การมีลูกห่างไกลออกไปอีก จอม คิดอะไรอยู่ เสียงเข็มถามอยู่ข้างหู เขารู้ได้ยังไงว่าผมยังไม่หลับ ผมพยายามนอนนิ่งๆ แล้วแท้ๆ ผมกระซิบตอบกับอกเข็มว่า ไม่คิดแล้ว ฝันดีครับ เข็มทำตามที่เขาบอก พาผมมาร้านแต่เช้า พาผมขึ้นข้างบน ให้ผมยืนที่ปากประตู ดูเขาเก็บเข็มฉีดยาออกไปจนหมดทุกอัน เอากลับไปเก็บในรถ แล้วเลยไปซื้ออาหารเช้ามากินกับไข่ลวก กาแฟ ที่ผมเตรียมให้ เข็มพูดคุย หัวเราะกับผม หอมแก้มผมก่อนออกไปทำงานเหมือนทุกวัน เข็มลูบหัวผมด้วย ย้ำกับผมว่า ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว ทุกอย่างปกติดีแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ผมคิดว่า ผมโอเคดีแล้ว ไม่ได้เพลีย ไม่ได้ผวา ทำงานได้ ใช้ชีวิตได้ปกติ แต่เข็มกลับดูเนือยลง เข็มยังกอดผม แต่ไม่ทำท่าอยากมีอะไรกับผม เข็มบอกว่า ขุนฝากมาขอโทษ เขาไม่คิดว่า แค่เอาเข็มฉีดยาที่เหลือใช้ออกมาเก็บ จะทำให้ผมตกใจขนาดนั้น ผมอยากบอกเข็มว่า ไม่ใช่ ขุนโกหก แต่ผมพูด เข็มก็ต้องถาม ผมไม่อยากย้อนไปคิดถึงมัน ไม่อยากพูดถึง ผมก็เลยได้แต่ฟังเงียบๆ เข็มบอกอีกว่า เขายกเลิกนัดกับหมอให้แล้ว เข็มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้ฟังดูหงุดหงิด หรือ ไม่พอใจ แต่เสียงเรียบแบบนั้น ความคุ้นเคยบอกผมว่า เข็มกำลังเก็บความรู้สึกไม่ดีไว้ เพื่อไม่ให้ผมรู้สึกไม่ดีไปด้วย เข็มพูดจบ ก็เดินไปถอดเสื้อผ้า หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ ผมหยิบเสื้อเขามาพับ ถอดเสื้อผ้าตัวเอง ตามเข็มเข้าไปในห้องน้ำ ผมอยากบอกเขาว่า ผมไม่ได้ดีใจ ที่ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่เลย เข็มหันมามองผมแวบเดียว แล้วหันกลับไปยืนหันหลังนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำจากฝักบัว รดตัวเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมก้าวเข้าไปหา สอดแขนเข้าใต้รักแร้เขา แล้วกอดไว้ เขาเศร้า ผมก็เศร้า แต่ความเศร้ามันล้างออกได้ และความสุขก็สร้างได้ ผมถอยออกมา กดครีมอาบน้ำลงบนฝ่ามือ ถูจนเป็นฟอง แล้วค่อยบรรจงลูบลงบนไหล่ ไล่ไปตามแขน แผ่นหลัง แล้วค่อยอ้อมไปที่หน้าอก ผมพูดกับเข็มว่า ผมอยากกลับไปหาหมอได้เร็วๆ ช่วยผมหน่อยได้มั้ย เข็มถอนหายใจยาว ก่อนจะกดครีมอาบน้ำใส่มือ ถูมันบนตัวผมจนเป็นฟอง แล้วเราก็จูบกัน เข็มดูมีความสุขขึ้น พอผมพูดเรื่องไปหาหมอ แต่ถ้าผมทำไม่ได้ เขาจะคิดว่าผมมีลูกให้เขาไม่ได้ จะโกรธ จะเบื่อผมหรือเปล่า ผมสะดุ้งแรงจนถาดเอียง แก้วเปล่าที่ผมกำลังจะเอาไปให้ลูกค้า พากันตกพื้นแตกกระจาย ลูกค้าสองคนนั้น น่าจะเพิ่งมาจากคลาสเรียนปักผ้า ก็เลยเอางานปักที่ทำค้างอยู่ออกมาอวดกัน แล้วผมก็ดันไปเห็นตอนเขาดึงเข็มขึ้นมาปักผ้าต่อพอดี พี่คิมรีบลุกมาพาผมไปนั่งที่โต๊ะเขา กลับไปขอโทษลูกค้า ระหว่างที่พีกำลังกวาดเศษแก้ว และโจยกแก้วใหม่ไปให้ลูกค้า พี่คิมถามผมว่า เป็นอะไร ทำไมตกใจขนาดนั้น ผมบีบมือตัวเอง รอจนหายใจได้ช้าลงแล้ว ค่อยตอบพี่คิมว่า เข็มเย็บผ้า พี่คิมขมวดคิ้ว เดินไปที่เคาน์เตอร์ ขอน้ำมาให้ผมกิน ถามต่อว่า ก็ไหนว่าดีขึ้นแล้ว ผมหลบตาพี่คิม ตอบค่อยๆ ว่า ก็ดีขึ้นแล้ว แต่ อาทิตย์ก่อน ที่ไปเชียงใหม่ เข็มฉีดยาเป็นกองๆ เลย แล้วขุนกำเข็มฉีดยาเข้ามาหา ผมหยุดพูด เพราะรู้สึกว่า มือกำลังสั่น ผมหลับตา เงี่ยหูฟังเสียงเข็ม เขาบอกว่า อย่าหายใจแบบนี้ ผมกลัว หายใจช้าๆ นะจอม หายใจตามผม 1 2 3 4 จอม จอม ไหวมั้ย เสียงพี่คิมเรียกผมตื่นจากภวังค์ ผมหายใจลึก ยาว ช้า อีกหลายครั้ง แล้วค่อยตอบพี่คิมว่า ผมโอเคแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณครับ แล้วเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ โจทำน้ำมะนาวมาวางให้ ผมดูดรวดเดียวหมดแก้ว คืนนั้น เข็มไม่มา ผมต้องกินยาถึงจะหลับได้ ผมไม่ชอบตัวเองเลย ตั้งแต่กลับจากเชียงใหม่ ความรู้สึกผมยังไม่เหมือนเดิม เข็มก็ไม่เหมือนเดิม เราแทบไม่ได้คุยกัน เพราะเวลาเจอกัน เขาก็เอาแต่คร่ำเคร่งอยู่กับงาน วันที่เขาดูอยากคุยกับผม ก็เป็นเพราะว่า เขาหงุดหงิด เขาตวาดผมว่า ทำไมคุณบอกไอ้พี่คิมว่าขุนจะทำคุณ แต่ไม่บอกผม พูดกับมันได้ ทำไมพูดกับผมไม่ได้ ทำไม ผมกลัวเสียงเข็ม ภาพเข็มฉีดยาในมือขุน กับสายตาที่จ้องผมอย่างอาฆาตมาดร้าย วนกลับเข้ามาในหัวผมอีก ผมอยากตอบเข็ม แต่ที่ผมรู้สึกอยู่ คือผมกัดปากตัวเองแน่น น้ำตาซึมแต่ผมไม่มีแรงยกมือขึ้นเช็ด เข็มร้อง โอ๊ย ออกมาดังๆ กลับหลังหันไปยืนเท้าเอวใส่ฝาผนัง เขาร้อง โอ๊ย อีกที ก่อนจะเดินเข้ามาหา ดึงตัวผมเข้าไปกอด เข็มพูดเสียงเครือว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ผมไม่รู้จะตอบเข็มยังไงดี ได้แต่กอดเขา บอกตัวเองว่า พอได้แล้ว เข็มไม่อยากเห็นผมร้องไห้ พี่คิมไม่มาที่ร้านหลายวัน จนผมลืมไปแล้วว่า ผมอยากถามว่า ไปพูดเรื่องผมให้เข็มฟังทำไม พี่คิมมาถึงก็รีบเรียกผมไปนั่งด้วย เปิดมือถือให้ดู ถามผมว่า ขุนที่จอมเล่า คือคนนี้หรือเปล่า รูปในมือถือ คือ ผู้ชายสองคนกำลังกอดกันกลม คนที่หันหน้ามาคือ ขุน คนที่หันหลัง ผมจำได้ขึ้นใจ เข็มขาว คนรักของผม คนที่บอกผมว่า รักผมคนเดียว ผมดูรูปนั้นด้วยความมึน รู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงาน ผมต้องใช้เวลาหลายวินาที กว่าจะเข้าใจสิ่งที่พี่คิมพูด พี่คิมมาเพราะต้องการพูดเรื่องนี้เรื่องเดียว แล้วก็กลับไปแล้ว ทิ้งผมให้คิดวนซ้ำๆ ว่า จริงๆ แล้วคืออะไร พี่คิมบอกว่า เข็มอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้ผมไปโดนแบบนั้น แต่เขาอาจจะพาผมไป เพราะอยากตามใจขุนก็ได้ คืนนั้นที่ผมพยายามฝืนความกลัวของตัวเอง เล่าให้เข็มฟังว่า ขุนทำอะไรจนผมแพนิค เข็มนอนฟังเงียบๆ ลูบไหล่ปลอบผม พูดกับผมว่า เขาผิดเอง ไม่น่าปล่อยผมไว้คนเดียว น่าจะพาไปด้วยกันตั้งแต่แรก ผมไม่ได้ยินเข็มว่าอะไรขุนสักคำ เพราะรูปนี้เหรอ ผมไม่เข้าใจเลย เข็มรักผม หรือเข็มไม่ได้รักผมคนเดียว ผมรอจะถาม แต่คืนนี้เขาก็ไม่มาอีกเป็นคืนที่เท่าไหร่ ผมไม่อยากนับแล้ว เข็มบอกว่า เขาเหนื่อย ทั้งที่คลินิก ที่บริษัท มีแต่ปัญหา วุ่นวายไปหมด ผมอ่านข้อความด้วยความรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเฉยๆ อะไรๆ ก็สำคัญหมด ยกเว้นผม ผมบอกเข็มว่า ผมก็เหนื่อย นอนไม่ค่อยหลับ ต้องใช้ยาช่วย เข็มตอบกลับมาว่า งั้นคุณไม่ต้องมาหรอก จะได้นอนเยอะๆ ฝันดีครับ ผมอยากให้เขากอดผม กล่อมผมให้หลับ เข็มไม่เข้าใจผม หรือเขารักผมไม่เท่าเดิม เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเข็ม มันห่างออกไปเฉยๆ ทั้งที่เราไม่ได้ทะเลาะกัน วันที่กริชมาร้องห่มร้องไห้ ขอให้ผมช่วยเขาเรื่องเข็ม ผมก็เลยตัดสินใจง่ายๆ เพราะผมก็อยากรู้ว่า ความรักของเข็ม ยังหนักแน่น มั่นคง และเป็นของผมคนเดียวอยู่หรือเปล่า กริชมาขอให้ผมช่วยนัดเข็มให้ไปเจอเขาสองต่อสอง เขาบอกว่า ภูมิเทพไม่พอใจมากที่เข็มพาผมไปที่อื่น แทนที่จะไปงานของเขา เขาสั่งกริชว่า ทำยังไงก็ได้ ให้เข็มนอนกับเขา ให้ผมกับเข็มผิดใจกัน ผมถามกริชว่า ทำไมต้องทำขนาดนี้ กริชจะเจ็บมากนะ ทำไมคุณภูมิเทพไม่มาพูดกับพี่เอง กริชก้มหน้าตอบว่า ผมไม่มีทางเลือก เขาไม่มาเองหรอก เขาไม่ให้ใครมาดูถูกเขา คนอย่างเขา มีแต่โอเมกาต้องมาสยบแทบเท้าเขา ผมทั้งโกรธ ทั้งสงสาร แต่ก็ตัดใจปฏิเสธ เพราะผมไม่ได้ใจกว้างพอจะเต็มใจให้แฟนผมไปมีอะไรกับคนอื่น ไม่ได้ใจร้ายพอจะทำร้ายกริชด้วย ผมรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากริชไปมีอะไรกับคนที่ไม่ใช่เจ้าของรอยกัดที่คอเขา ผมบอกกริชว่า พี่ช่วยไม่ได้-- พูดไม่ทันจบ กริชก็รีบละล่ำละลักพูดว่า ไม่ได้ พี่ต้องช่วยผมนะ ไม่งั้นผมแย่แน่ๆ คุณเข็มขาวเขารักพี่ขนาดนั้น เขาไม่นอกใจพี่อยู่แล้ว แค่นัดให้มาเจอผม อย่างน้อยผมก็จะได้บอกคุณภูมิเทพว่า ผมพยายามแล้ว นะพี่ ช่วยผมนะ ประโยคสุดท้าย กริชพูดทั้งน้ำตา ความรักของเข็ม ยังหนักแน่นมั่นคงเหมือนเดิมมั้ยนะ เขาเอาใจขุนแบบที่พี่คิมว่าหรือเปล่า เขายังอยากมีผมคนเดียวอยู่มั้ยนะ ถ้าเขายังเป็นเข็มขาวคนเดิมของผม มันก็ควรจะเป็นอย่างที่กริชพูด จะยังไง ก็ไม่มีทางนอกใจผมไปนอนกับเขา ผมตอบกริชว่า ตกลง พี่ช่วย ครั้งเดียวนะ บอกเวลา สถานที่มา พี่นัดเข็มให้
| Create Date : 28 เมษายน 2569 |
| Last Update : 28 เมษายน 2569 21:56:01 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 298 Pageviews. |
 |
|