หันมามองฉันสักหน่อยสิเธอ...

<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
4 กันยายน 2551
 

....หลวงพระบาง ครั้งที่ 3 ในรอบหนึ่งปี....

หลวงพระบาง กับครั้งที่ 3 ในรอบ 1 ปี และครั้งที่ 5 ของชีวิต...

ถามว่ามีอะไรแปลกใหม่หรือเปล่า? บอกได้เลยครับว่าไปทุกครั้งก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้ทุกครั้ง ซึ่งก็คงคล้ายๆ กับเมืองท่องเที่ยวหลายๆ เมืองทั่วโลกนั่นแหละครับ

นักท่องเที่ยวต่างถิ่นมากเท่าไหน สภาพของเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงเร็วเท่านั้น

นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยงเมืองหลวงพระบางในแต่ละปีเมื่อรวมกันแล้วมากกว่าประชากรชาวลาวที่อาศัยอยู่หลวงพระบางกว่า 3 เท่า

ซึ่งกรณีนี้เราสามารถพูดได้ว่าประชากรของหลวงพระบางนั้นมีมากกว่าล้านคน (เชียงใหม่ที่ผมอยู่ 2 ล้านกว่าๆ)

เป็นเหตุให้รัฐบาลลาวต้องมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะผลิตอาหารให้เพียงพอกับประชากรที่อยู่ในเมืองหลวงพระบางตลอดทั้งปีได้ ซึ่งต้องปรับกระบวนคิดในการผลิตของพื้นที่ใหม่หมด

อ่า..ชักวิชาการเกินไปหน่อยละ ^^

แน่นอนครับเมื่อคนหลายชาติหลายภาษามาอยู่รวมกัน ย่อมต้องสร้างความแปลกใหม่ให้กับคนในพื้นที่ และสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนจะดีขึ้นหรือแย่ลงอันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับด้านที่เราอยากจะมอง

สำหรับผม เมืองมรดกโลกหลวงพระบางก็ยังซาบซึ้งตรึงใจอยู่เช่นเคย...

เขียนเหมือนจะจบแล้ว แต่จริงๆ เพิ่งเริ่มครับ

ไปครั้งนี้อยู่เกือบสัปดาห์ ทำงานร่วมกับนักวิชาการของหลวงพระบาง และได้มีโอกาสออกไปสัมผัสกับชาวบ้านที่อยู่ชนบทของเขาด้วย ทำให้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้ เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น

กำไรครับ กำไรงานนี้..

เพราะโดยปรกติ คนโดยทั่วไปจะไปเดินดุ่มๆ เข้าโน่นออกนี้ตามอำเภอใจไม่ใคร่จะง่ายนัก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ

พูดไปพูดมาจะวกเข้าเรื่องที่ไปพบไปเห็นมาซะเรื่อยเชียว ออกมาเขียนอะไรชิวๆ ดีกว่านะครับ

....

..

อยู่ 6 วัน ฝนตกนับครั้งได้ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่อากาศดีของเมืองเลยทีเดียว

เช้าวันหนึ่งตื่นมาก็มองออกไปนอกหน้าต่างห้องพัก เห็นบรรยากาศยามเช้าของบริเวณที่พัก ก็ได้ความรู้สึกดีๆ กลับมา













ลักษณะของเมืองหลวงพระบาง เป็นรูปแบบเฉพาะตัว คือได้เปรียบตรงที่มีภูเขาที่ค่อนข้างมีเทกเจ่อ (texture) สูงต่ำอย่างไรเห็นกันชัดเจน ไม่ต้องแอบสูงแอบต่ำเหมือนบ้านผม

มองออกไปแล้วมันมีอะไรให้มองเยอะครับ แบบนี้

ช่วงที่ผมไปนั้น เป็นช่วงเวลางานบุญใหญ่ประจำปีของเขาน่ะครับ เขาเรียกว่า "งานบุญส่งเรือเดือนเก้า" ซึ่งเป็นงานระดับชาติกันเลย

ก็ประมาณลอยกระธง สงกรานต์แบบนั้นน่ะครับ







น้ำข้างบนนี่เป็นน้ำคาน ตอนแรกอ่านน้ำขาน ถามคนแถวนั้นบอกว่าน้ำคาน อย่างน้อยสำเนียงเขาก็ออกประมาณนั้นนะ งือๆ

น้ำเส้นนี้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือประเพณี

ผมเข้าใจว่า ช่วงเวลาน้ำหลากแบบนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่คนโบราณเขาเห็นว่ามีความเหมาะสมในการจัดแข่งเรือเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอน ก็ต้องมีเหตุผลในเรื่องอื่นๆ เยอะแยะครับ

เพราะเห็นที่เมืองไทย ก็จัดแข่งเรือในช่วงที่ผ่านมานี้เหมือนกัน

กลับมาที่แม่น้ำคาน

มีบางทีมมาซ้อมแล้ว เห็นป่ะ








หัวเรือที่เห็นนั้น ตามปรกติจะมีอีกส่วนหนึ่ง.....ใบ้กินนิดหน่อย เพราะไม่ทราบจริงๆ ว่าเขาเรียกว่าอะไร จะเหมือนเรือของไทยหรือไม่ที่มีแม่ย่านาง

ส่วนนี้เขาบูชาครับ แล้วก็จะนำไปแห่ในขบวนในวันเปิดพิธี หลังจากนั้นก็จะนำมาประทับกับหัวเรือ แล้วลงแข่ง

แต่น่าเสียดายที่ผมอยู่ไม่ทันวันที่เขาลงแข่ง ได้เห็นเขาแข่งกันก็ตอนนั่งเครื่องอยู่บนฟ้า มองลงมาเห็นเรือลำหนึ่งนำเรืออีกลำไปกว่าช่วงเรือ

เรียกว่าชนะขาดครับ แบบนี้

...

...

ไว้ค่อยกลับมาว่าในส่วนอื่นตอนหน้านะครับ




Create Date : 04 กันยายน 2551
Last Update : 4 กันยายน 2551 8:56:28 น. 18 comments
Counter : 491 Pageviews.  
 
 
 
 
น่าไปเที่ยวจังครับธรรมชาติ
 
 

โดย: boatboat วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:11:12:24 น.  

 
 
 
ชอบเมืองนี้มากๆ ภาพสวยจัง
 
 

โดย: vanillahome วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:11:41:26 น.  

 
 
 
แล้วในคณะที่ทำงานนี้มีสาวน้อย ไปเป็นไกด์ด้วยเปล่าคะ...

บรรยากาศดีเนาะ ...

เชียงใหม่ภูเขามันมีแอบสูงแอบต่ำได้ด้วยนิ บ้านเค้ายังดูเป็นป่าเขียว แล้วก็ร่มคลึ้มกว่าบ้านเราเยอะเลยเนาะ
 
 

โดย: SIMAKHA วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:16:37:24 น.  

 
 
 
เขียนเหมือนจะจบแล้ว แต่จริงๆ เพิ่งเริ่มครับ

......กร๊ากกกกกกก.........


สะบายดีจ้า

ชอบลาวมากที่สุดในบรรดาต่างประเทศทั้งหลาย
แต่เคยไปแค่ ลาวใต้
หลวงพะบาง อยู่ในข่ายที่หมายหัวเอาไว้
คงต้องรีบหาทางไปจริงๆภายในปีสองปีนี้
ก่อนที่...นักท่องเที่ยวไทยจะแห่กันไปทำพัง
 
 

โดย: ทากชมพู วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:16:58:05 น.  

 
 
 
พี่สาว จะไปก็ต้องรีบไปเน่อ เห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว ขอบอกว่า..ต้องรีบไป

เดี๋ยวจะเหมือนปายบ้านเรานะ (แอบกระซิบให้นะเนี่ย ได้ยินป่ะคับ)...

น้องสิมาครับ ถ้าทริบนี้มีไกด์อย่างที่น้องพูด ก็คงลัลล้าขึ้นอีกเป็นกอง T_T เอิ้กกๆๆๆๆ

นะเนี่ยนะ
 
 

โดย: ฤทัยนาวา วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:17:13:27 น.  

 
 
 
อยากกลับไปอีกมั่ง เร็วๆจัง
นอกจากน่าเที่ยวแล้ว ยังน่าอยู่อีกด้วย เนอะ
 
 

โดย: แซลลี่ (lazypiggy ) วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:17:15:41 น.  

 
 
 
ว้าววววววววววววววววววววว .. งามหลายอ้ายน้ำใจ

งามอิหลี้ อยากไปเที่ยวแต่งานยังไม่เสร็จเลย



สิ้นปี้เจอกันแน่ เตรียมตัวไว้เลย
 
 

โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:17:29:16 น.  

 
 
 
^
^

เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เลยใช่มะ เคร เคร
 
 

โดย: ฤทัยนาวา วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:18:02:11 น.  

 
 
 
แดนเพื่อนบ้านที่อยากไปก็คงมีเวียดนาม(ฮอยอัน) เสียมเรียบ(ก่อนจะมีเรื่องเขาเพรียะวิหาร แล้วก็หลวงพระบางนี่แหละ
แต่ได้ข่าวว่าค่าครองชีพที่หลวงพระบางขยับตัวสูงขึ้นเยอะ เยอะกว่าที่อื่นในลาว ด้วยความที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวไปแล้ว ใช่ไหมคะคุณฤทัยขา

แล้วขาคุณฤทัย เป็นไงมั่ง
 
 

โดย: นางไม้หน้า3 วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:23:19:52 น.  

 
 
 
แวะมาร่วมคิดถึงหลวงพระบางด้วยคนค่ะ ยังคงสวยเสมอ เห็นรูปแล้วอยากไปอีกค่ะ ถ่ายภาพสวยมากค่ะ
 
 

โดย: kidthung maanoy วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:3:06:13 น.  

 
 
 
นางไม้ครับ เรื่องค่าครองชีพสูงในหลวงพระบางนั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมกำลังจะเขียนถึง แต่บอกได้เลยว่าสูงนั้น สูงจริงๆ ไม่ได้โม้

และเข้าใจว่าขาที่ชาตอนนี้คงไม่ทำให้ค่าครองชีพลดลง...เจ้ยยยยย...

อ่านสองคำถามปนกันเลยเห็นมะเนี่ย...

ไม่ไหวๆ ^^
 
 

โดย: น้ำใจ IP: 202.28.24.245 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:9:18:45 น.  

 
 
 
ตอนไปลาวใต้ เคยคิดว่า จะใช้เงินกีบให้เพลินไปเลย

ปรากฏว่า ของแพงกว่าบ้านเราอีกอะ..จ๋อยเลย
เข้าห้องน้ำทีนึงก็ห้าบาท สิบบาทก็ยังมี

ของที่ลาวแพงทุกอย่าง...เค้าคิดเรา แบบเราเป็นนักท่องเที่ยวฝรั่งงั้นเลย

............................

ปี้อัพบล็อกแล้วนะจ๊ะน้องจาย อิอิ
 
 

โดย: ทากชมพู วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:21:24:19 น.  

 
 
 
รูปภูเขาชุดนี้สวย แหร่ม เลยค่ะ

เมื่อไหร่มาอีก แวะทักทายกันบ้างน๊า.....

 
 

โดย: คนไทยเมืองหลวงพระบาง (Minie' ) วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:11:20:29 น.  

 
 
 
ถ่ายรูปออกมาบรรยากาศดีมากค่ะ เป็นไปได้อยากไปบ้างจัง
 
 

โดย: ผลส้ม (ผลส้ม ) วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:17:44:05 น.  

 
 
 
โอ่...กลับมาแล้ว..

ไหนอะคะหนม...ไม่เห็นมีหนมมาฝากเลย

งุงิ

ปอลิง.ดอยงามแต๊ ๆ ชอบ ๆ
 
 

โดย: แม่นู๋มี่ วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:2:35:22 น.  

 
 
 
emoemo
 
 

โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:8:41:22 น.  

 
 
 
สวัสดีเจ้า อ้าย ฤ

มาแอ่ว เมืองหลวงพระบางโตยคน

อ้าย ไป แอ่วเมืองลาวบ่อย
แล้วมีปิ๊งๆๆ กะสาวเมืองลาว พร่องก๋าเจ้า......
 
 

โดย: คิตตี้..เหมียว วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:17:38:42 น.  

 
 
 
เมนต์บล็อกพี่ได้ใจสุดๆ

ครบถ้วนคุณสมบัติของแมวที่เราเกลียด ก๊ากกกกกกก..ถูกทุกข้อ

โดยเฉพาะตรงนี้...ชอบเป็นพิเศษ
......................................
งานไม่ทำ จำชื่อไม่ได้ ไหว้ไม่เป็น เย็นยังไม่กลับ หลับไม่เป็นเวลา หน้าไม่รับแขก

คิดได้ไง...ใช่ทั้งนั้น...

ก็เลยไปอ่านบล็อกแมวเก่าๆของน้องชายแล้ว...
555 สนุกสนานมากมาย

เป็นความเกลียดที่...เนอะ...ปากว่าตาขยิบอย่างรุนแรง
 
 

โดย: ทากชมพู วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:18:06:56 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ฤทัยนาวา
 
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บางครั้งสุข บางทีเศร้า....

บางวันเหงา บางคืนหงอย......

บางเวลา...ก็ใจลอย

แต่บางคนที่เฝ้าคอย...ตอนนี้อาจกำลังมา



web counter

online Online Blackjack Locations of visitors to this page
[Add ฤทัยนาวา's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com