Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
ปราสาทเขาพระวิหาร เรื่องจริงที่ไทยทุกคนควรต้องพิจารณา



เก็บมาให้อ่านกับบทความเสวนาค่ะ


มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
ท่าพระจันทร์ จังหวัดพระนคร สยามประเทศ(ไทย)
20 มิถุนายน 2551

เรื่อง "ปราสาทเขาพระวิหาร-กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม"
ถึง นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกัลยาณมิตร
จาก ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

สืบเนื่องจากการที่ประเด็นเรื่องของ "ปราสาทเขาพระวิหาร" ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองในการโค่นล้มรัฐบาลของ นรม. สมัคร สุนทรเวช และ "ระบอบทักษิณ" เป็นปัญหาของการเมืองภายในของเรา แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญและมีความจำเป็นที่เราจะต้องทำความเข้าใจที่มาและที่ไปของเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทางประวัติศาสตร์ และทางรัฐศาสตร์การเมือง ดังนั้น จึงขอบรรยายตามลำดับ ดังต่อไปนี้


(1) "ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นส่วนหนึ่งของ "ประวัติศาสตร์แผลเก่า" ระหว่าง "ชาติไทย" กับ "ชาติ กัมพูชา" ระหว่าง "ลัทธิชาตินิยมไทย" และ "ลัทธิชาตินิยมกัมพูชา" แม้จะเกิดมานานเกือบ 50 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเป็นบาดแผลที่ไม่หายสนิท จะปะทุพุพองขึ้นมาอีก และถูกนำมาใช้ทางการเมื่อไรก็ได้ ในด้านของสยามประเทศ(ไทย) "ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นส่วนหนึ่งของ "การเมือง" และ "ลัทธิชาตินิยม" ในสกุลของ "อำมาตยาเสนาธิปไตย" ที่ถูกปลุกระดมและเคยเฟื่องฟูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และถูกตอกย้ำสมัย "สงครามเย็น" ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (และก็ถูกสืบทอดโดยจอมพลถนอม กิตติขจร และบรรดานายพลและอำมาตยาธิปไตยรุ่นต่อๆมา)

(2) "ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรม "บรรพชนของขะแมร์กัมพูชา (ขอม) แต่โบราณ" ที่อาศัยอยู่ทั้งในกัมพูชาปัจจุบัน และในภาคอีสานของเรา ขะแมร์กัมพูชา เป็นชนชาติที่มีความสามารถยิ่งในการสร้าง "ปราสาท" ด้วยหินทรายและศิลาแลง ต่างกับชนชาติไทย ลาว มอญ พม่าที่สร้าง "ปราสาท" ด้วยอิฐและไม้ ความสามารถและความยิ่งใหญ่ของขะแมร์กัมพูชา เทียบได้กับชมพูทวีป กรีก และอียิปต์ สุดยอดของขะแมร์กัมพูชา คือ Angkor หรือ "ศรียโสธรปุระ-นครวัด-นครธม"

ขะแมร์กัมพูชา ก่อสร้างปราสาทบนเขาพระวิหารติดต่อกันมายาวหลายรัชสมัย กว่า 300 ปี ตั้งแต่กษัตริย์ "ยโสวรมันที่ 1" ถึง "สุริยวรมันที่ 1" เรื่อยมาจน "ชัยวรมันที่ 5-6" จนกระทั่งท้ายสุด "สุริยวรมันที่ 2" และ "ชัยวรมันที่ 7" จากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 (หรือจากพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 หรือก่อนสมัยสุโขทัย 300 ปีนั่นเอง)
"ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นเสมือนเทพสถิตย์บนขุนเขาหรือ "ศรีศิขเรศร" เป็น "เพชรยอดมงกุฎ" ขององค์ศิวะเทพ (พระอิศวร) ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเทือกเขาพนมดงรัก ("พนมดงแร็ก" ในภาษาขะแมร์ แปลว่าภูเขาไม้คาน ซึ่งสูงจากพื้นดินกว่า 500 เมตร และเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 600 เมตร ปัจจุบันตั้งอยู่ใน (เขต) จังหวัด "เปรียะวิเฮียร" (Preah Vihear) ของกัมพูชา

(3) "ปราสาทเขาพระวิหาร" น่าจะถูกทิ้งปล่อยให้ร้างไปเมื่อหลังปี พ.ศ. 1974 (ค.ศ. 1431) คือภายหลังที่กรุงศรียโสธรปุระ (นครวัดนครธม) ของกัมพูชา "เสียกรุง" ให้แก่กองทัพของกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยของพระเจ้าสามพระยา) ขะแมร์กัมพูชาต้องหนีย้ายเมืองหลวงไปอยู่ละแวก อุดงมีชัย และพนมเปญ ตามลำดับ และ "หนีเสือไปปะจระเข้" คือเวียดนามที่ขยายรุกเข้ามาทางใต้ปากแม่น้ำโขง

แต่ประวัติศาสตร์โบราณเรื่องนี้ ไม่ปรากฏมีในตำราประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาฯ ของไทย (หรือของเวียดนาม) ดังนั้นคนในสยามประเทศ(ไทย) ส่วนใหญ่จึงรับรู้แต่เพียงเรื่องการ "เสียกรุงศรีอยุธยา" แก่พม่า (พ.ศ. 2112 และ 2310) แต่ไม่รู้เรื่องของ "เสียกรุงศรียโสธรปุระ" (พ.ศ. 1974) ของกัมพูชา
ทั้งกัมพูชาและสยามประเทศ(ไทย) คงลืมและทิ้งร้าง "ปราสาทเขาพระวิหาร" ไปประมาณเกือบ 500 ปี จนกระทั่งฝรั่งเศสเข้ามาล่าเมืองขึ้นในอุษาคเนย์ ได้ทั้งเวียดนาม ทั้งลาว และกัมพูชา ไปเป็น "อาณานิคม" ของตน และก็พยามยามเขมือบดินแดนของ "สยาม" สมัย ร.ศ. 112 ถึงขนาดใช้กำลังทหารเข้ายึดเมืองจันทบุรี เมืองตราด และเมืองด่านซ้าย (ในจังหวัดเลย) ไว้เป็นเครื่องต่อรองอยู่ 10 กว่าปี

(4) จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) ที่พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จยุโรปเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งที่ทรงแต่งเรื่อง "ไกลบ้าน") จึงได้ทรงลงนามสัตยาบันในสัญญากับประธานาธิบดีฝรั่งเศส แลกเปลี่ยนยกดินแดนเสียมเรียบ (อันเป็นที่ตั้งของนครวัด นครธม หรือกรุงศรียโสธรปุระ) กับพระตะบอง และศรีโสภณให้กับฝรั่งเศส ทั้งนี้โดยการแลก "จันทบุรี ตราด และด่านซ้าย (เลย)" กลับคืนมา (ครบรอบ 101 ปีในปี 2551 นี้)

เมื่อถึงตอนนี้นั่นแหละที่เส้นเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศส ทางด้านทิศตะวันออกของประเทศเรา มีพรมแดนและเส้นเขตแดนติดกัมพูชาและลาวอย่างที่เรารับรู้กันในปัจจุบัน และตัวปราสาทเขาพระวิหาร ก็ถูกขีดเส้นแดนให้ตกเป็นของฝรั่งเศส ดังนั้นเมื่อกัมพูชาได้รับเอกราช จึงอ้างสิทธิในการครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร. กล่าวโดยย่อในสมัยของรัชกาลที่ 5 ที่มีสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ เป็นเสนาบดีมหาดไทยนั้น ฝ่าย "รัฐบาลราชาธิปไตยสยาม" ได้ยอมรับเส้นเขตแดนที่ถือว่าปราสาทเขาพระวิหาร ขึ้นอยู่กับฝรั่งเศสไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันโดยสันติ และที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อเป็นหลักประกันในการรักษา "เอกราชและอธิปไตย" ส่วนใหญ่ของสยามประเทศเอาไว้

และดังนั้น เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ในปี พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) เมื่อทรงดำรงตำแหน่ง "อภิรัฐมนตรี" ในสมัยรัฐบาลของรัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งเสด็จไปทอดพระเนตรทั้งปราสาทเขาพนมรุ้ง และปราสาทเขาพระวิหาร จึงทรงขออนุญาตฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ที่จะขึ้นไปทอดพระเนตร "ปราสาทเขาพระวิหาร" ที่อยู่ภายใต้ธงไตรรงค์ของฝรั่งเศส (และนี่ ก็คือหลักฐานอย่างดีที่ทำให้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช และ ม.จ. วงษ์มหิป ชยางกูร ทนายและผู้แทนของฝ่ายรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่อ่อนแอข้อมูลและหลักฐานจดหมายเหตุ ต้องแพ้คดีปราสาทเขาพระวิหารเมื่อ 15 มิถุนายน 2505)

(5) กาลเวลาล่วงไปจนถึงสมัยสิ้นสุดระบอบ "ราชาธิปไตย" ภายหลังการปฏิวัติ 2475 เรื่องของ "ปราสาทเขาพระวิหาร" ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเป็นประเด็นครุกรุ่นทางการเมืองมาแล้ว 2 ครั้ง (ก่อนครั้งที่ 3 ของการ "โค่นรัฐบาลสมัคร" ในสมัยนี้) คือ

- ครั้งแรก สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม (ปีกขวาของคณะราษฎร) และ
- ครั้งที่สอง สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยุคสงครามเย็น (ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และต่อต้านนโยบายเป็นกลางของกัมพูชาสมัยพระเจ้านโรดม สีหนุ)

ในครั้งแรก สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามนั้น สืบเนื่องมาจากการปฏิวัติประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งเมื่อ "คณะราษฎร" ยึดอำนาจได้แล้วแม้จะโดยปราศจากความรุนแรงและนองเลือดในปีแรกก็ตาม แต่ก็ประสบปัญหาในการบริหารปกครองประเทศอย่างมาก เพราะเพียง 1 ปีต่อมาก็เกิด "กบฏบวรเดช" พ.ศ. 2476 (ที่นำด้วยพระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกลาโหมของรัชกาลที่ 7 และพระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ ผู้เป็นตาของพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์) เกิดการนองเลือดเป็น "สงครามกลางเมือง" และส่งผลให้รัชกาลที่ 7 ถึงกับสละราชสมบัติในปี พ.ศ. 2477 และประทับอยู่ที่อังกฤษจนสิ้นพระชนม์

ในท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองนั้น รัฐบาลพิบูลสงคราม หันไปพึ่ง "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" ปลุกระดมวาทกรรม "การเสียดินแดน 13 ครั้ง" ให้เกิดความ "รักชาติ" ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น 24 มิถุนายน 2482 รัฐบาลเปลี่ยนนามประเทศจาก "สยาม" เป็น "ไทย" (Siam เป็น Thailand แล้วเปลี่ยนอะไรต่อมิอะไรให้เป็น "ไทยๆ" ซึ่งรวมทั้ง-พระไทยเทวาธิราช -ธนาคารไทยพาณิชย์ -ปูนซิเมนต์ไทย) รัฐบาลปลุกระดมเรียกร้องดินแดนจากฝรั่งเศส (คือดินแดนที่ได้ตกลงแลกเปลี่ยนกันไปแล้วในสมัยรัชกาลที่ 5) ในเดือนตุลาคม 2483 ผลักดันให้นิสิตนักศึกษาทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง (มธก.) เดินขบวนเรียกร้องดินแดน "มณฑลบูรพา" และ "ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง"

จนในที่สุดก็เกิดสงครามชายแดน รัฐบาลส่ง "กองกำลังบูรพา" ไปรบกับฝรั่งเศส ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ญี่ปุ่น "มหามิตรใหม่" เข้ามาไกล่เกลี่ยบีบให้ฝรั่งเศส (ซึ่งตอนนั้นเมืองแม่หรือปารีสในยุโรปอ่อนเปลี้ย ถูกเยอรมนียึดครองไปเรียบร้อยแล้ว) จำต้องยอมยกดินแดนให้ "ไทย" สมัยพิบูลสงคราม (ทำให้นายพลตรีหลวงพิบูลสงคราม กระโดดข้ามยศพลโท-พลเอก กลายเป็นจอมพลคนแรกในยุคหลัง 2475) และนี่ก็เป็นที่มาที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ดินแดนทั้งเสียมเรียบ (ที่ถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นไทยๆ ว่า จังหวัดพิบูลสงคราม) พระตะบอง ศรีโสภณ จำปาศักดิ์ (ซึ่งรวมทั้งที่อยู่ในลาว และอยู่ในบริเวณพนมดงรัก เช่น ปราสาทเขาพระวิหาร และเมืองจอมกระสาน) ตลอดจนถึงไซยะบูลี (จังหวัดนี้อยู่ตรงข้ามหลวงพระบาง และถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นไทยๆ คือ จังหวัดลานช้าง คำว่า "ลาน" ในสมัยนั้นยังไม่มีไม้โท)

และก็ในตอนนี้นั่นแหละที่ทั้งปราสาทและเขาพระวิหาร กลับมาสู่ความสนใจและความรับรู้ของคนไทย รัฐบาลพิบูลสงคราม ดำเนินการให้กรมศิลปากร (ซึ่งในสมัยหลังการปฏิวัติ 2475 ได้หลวงวิจิตรวาทการ นักอำมาตยาเสนาชาตินิยม มือขวาของจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นอธิบดี หลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) ทั้งพูด ทั้งเขียน ทั้งแต่งเพลงแต่งละคร ปลุกใจให้รักชาติ) ได้จัดการขึ้นทะเบียนให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นโบราณสถานของไทย โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2483 (เราไม่ทราบได้ว่าในตอนนั้น ฝรั่งเศสในอินโดจีนจะทราบเรื่องนี้ หรือประท้วงเรื่องนี้หรือไม่)

ในสมัยดังกล่าวนี้ ที่รัฐบาลพิบูลสงคราม ชี้แจงต่อประชาชนว่า "ได้ปราสาทเขาพระวิหาร" มา ดังหลักฐานในหนังสือ "ประเทศไทยเรื่องการได้ดินแดนคืน" ของกองโฆษณาการงานฉลองรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2484 สมัยนั้น มีรูปปราสาทเขาพระวิหารพิมพ์อยู่ด้วย พร้อมด้วยคำอธิบายภาพว่า "ปราสาทหินเขาพระวิหาร ซึ่งไทยได้คืนมาคราวปรับปรุงเส้นเขตแดนด้านอินโดจีนฝรั่งเศส และทางการกำลังจัดการบูรณะให้สง่างามสมกับที่เป็นโบราณสถานสำคัญ"

(6) สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วย "มหามิตรญี่ปุ่น" ปราชัยอย่างย่อยยับ รัฐบาลพิบูลสงครามก็ล้ม ซึ่งก็หมายถึงว่า "ไทย" จะต้องถูกปรับเป็นประเทศแพ้สงครามด้วย ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษที่เสียทั้งดินแดนและผลประโยชน์ให้กับไทย ก็ต้องการ "ปรับ" และเอาคืน. โชคดีของสยามประเทศ(ไทย) (ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อในภาษาอังกฤษกลับเป็น Siam ได้ชั่วคราว) ที่มีทั้งมหาอำนาจใหม่ คือ สหรัฐฯ สนับสนุน และมีทั้ง "ขบวนการเสรีไทย" ภายใต้การนำของ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ที่กู้สถานการณ์เจรจาต่อรองกับฝ่ายสัมพันธมิตร ให้การประกาศสงครามของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และการเข้าร่วมกับญี่ปุ่น กลายเป็นโมฆะหรือ "เจ๊า" กับ "เสมอตัว" ไม่ต้องถูกปรับมากมายหรือถูกยึดเป็นเมืองขึ้นอย่างญี่ปุ่นหรือเยอรมนี

แต่รัฐบาลใหม่ของไทยที่เป็นฝ่ายเสรีประชาธิปไตย (ค่ายปรีดี พนมยงค์) ก็ต้องคืนดินแดนที่ไปยึดครองมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดินแดนในอินโดจีนของฝรั่งเศสที่กล่าวข้างต้น แต่ยังรวมถึงเมืองขึ้นของอังกฤษที่รัฐบาลพิบูลสงครามยึดครองและรับมอบมา เช่น เมืองเชียงตุง เมืองพานในพม่า หรือ 4 รัฐมลายู (ที่เคยถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นไทยๆ อย่างสวยหรูชั่วคราวว่า "สัฐมาลัย" คือ กลันตัน ตรังกานู ปะลิส และเคดะห์)

แต่ก็ในตอนนี้อีกนั่นเองที่ระเบิดเวลา "ปราสาทเขาพระวิหาร" ถูกวางไว้อย่างเงียบๆ กล่าวคือ ตัวปราสาทหาได้ถูกคืนไปไม่ และต่อมารัฐบาลอำมาตยาเสนาธิปไตยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม (ซึ่งคืนชีพมาด้วยการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 ภายใต้การนำของพลโทผิน ชุณหะวัณ ร่วมด้วยช่วยกันจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายควง อภัยวงศ์) ได้ส่งกองทหารไทยให้กลับขึ้นไปตั้งมั่นและชักธงไตรรงค์อยู่บนนั้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2497 (1954) กล่าวได้ว่า ความห่างไกลและความกันดารของทั้งตัวภูเขาและตัวปราสาทในสมัยนั้น และเพราะการที่เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ต้องพะวงกับสู้รบปราบปรามขบวนการกู้ชาติของเวียดนาม กัมพูชา และลาว ก็ไม่ทำให้เรื่องของปราสาทเขาพระวิหารเป็นข่าว หรืออยู่ในความรับรู้ของผู้คนโดยทั่วๆไป

(7) ระเบิดเวลาลูกนี้ระเบิดขึ้น เมื่อกัมพูชาได้เอกราชในปี พ.ศ. 2496 (1953) อีก 6 ปีต่อมา พระเจ้านโรดมสีหนุซึ่งทรงเป็นทั้ง "กษัตริย์และพระบิดาแห่งเอกราช" และ "นักราชาชาตินิยม" ของกัมพูชา ก็ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลโลก (International Court of Justice) เมื่อ 6 ตุลาคม 2502 (1959). รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ที่ทำปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม) แต่งตั้ง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช (อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) เป็นทนายสู้ความ รัฐบาลสฤษดิ์ ปลุกระดมให้ประชาชน "รักชาติ" บริจาคเงินคนละ 1 บาทเพื่อสู้คดี (เข้าใจว่าเมื่อจบคดีอาจจะมีเงินหลงเหลืออยู่ ณ ที่หนึ่งที่ใดประมาณ 3 ล้านบาท ค่าของเงินในสมัยนั้น เทียบได้กับก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ท่าพระจันทร์ตอนนั้น ชามละ 3 บาท (ตอนนี้ 30 บาท) ตอนนั้นทองคำหนัก 1 บาทราคาเท่ากับ 500 บาท (ตอนนี้ 1.4 หมื่นบาท)

ศาลโลกที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ใช้เวลา 3 ปี และลงมติเมื่อ 15 มิถุนายน 2505 (1962) ตัดสินด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 ให้ "ปราสาทเขาพระวิหาร" ตกเป็นของกัมพูชา และให้รัฐบาลไทยถอนทหาร ตำรวจ ยามและเจ้าหน้าที่ออกนอกบริเวณ ศาลโลกครั้งนั้นประกอบด้วยผู้พิพากษา 12 นาย จาก 12 ประเทศ 9 ประเทศที่ออกเสียงให้กัมพูชาชนะคดี คือ โปแลนด์, ปานามา, ฝรั่งเศส, สหสาธารณรัฐอาหรับ, อังกฤษ, สหภาพโซเวียต, ญี่ปุ่น, เปรู, และอิตาลี

ส่วนอีก 3 ประเทศ ที่ออกเสียงให้ไทย คือ อาร์เจนตินา, จีน, ออสเตรเลีย, น่าสังเกตว่าอาร์เจนตินา คือ ประเทศที่พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ ถูกเกมคณะปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ ส่งไปเป็นทูต (ลี้ภัยการเมือง) และมีส่วนวิ่งเต้นให้อาร์เจนตินาออกเสียงให้ฝ่ายไทย ส่วนจีนนั้นคือ จีนคณะชาติ หรือไต้หวันของนายพลเจียงไคเช็ค หาใช่จีนแผ่นดินใหญ่ของเหมาเจ๋อตุงไม่ ดังนั้น ก็ต้องออกเสียงอยู่ในฝ่ายค่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์สมัยสงครามเย็น

(8) ว่าไปแล้วรัฐบาลไทยแพ้คดีนี้อย่างค่อนข้างราบคาบ และคำพิพากษาของศาล ก็ยึดจากสนธิสัญญาและแผนที่ ซึ่งทำขึ้นหลายครั้งในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 นั่นเอง แผนที่และสัญญาเหล่านั้นขีดเส้นให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอินโดจีนของฝรั่งเศส หาได้ใช้หลักทางภูมิศาสตร์หรือสันปันน้ำ หรือทางขึ้นไม่ การกำหนดพรมแดนดังกล่าว รัฐบาลสยามในสมัยนั้นของรัชกาลที่ 5 และสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ได้ยอมรับไปโดยปริยาย โดยมิได้มีการท้วงติงแต่อย่างใด ดังนั้นผู้พิพากษาศาลโลก ก็ถือว่าการนิ่งเฉยเท่ากับเป็นการยอมรับหรือ "กฎหมายปิดปาก" ซึ่งไทยก็ต้องแพ้คดี นั่นเอง
(โปรดดูสรุปย่อคำพิพากษาของศาลโลกเป็นภาษาอังกฤษได้จาก //www.icj-cij.org/docket/files/45/12821.pdf)

กล่าวโดยย่อ ปราสาทเขาพระวิหาร ตกเป็นของกัมพูชาทั้งจากทางด้านประวัติศาสตร์ ทางด้านนิติศาสตร์ ข้ออ้างของฝ่ายไทยเราทางด้านภูมิศาสตร์คือ ทางขึ้นหรือสันปันน้ำ นั้นหาได้รับการรับรองจากศาลโลกไม่ แต่คดีปราสาทเขาพระวิหาร ก็มีผลกระทบอย่างประเมินมิได้ต่อจิตวิทยาของคนไทย ที่ถูกปลุกระดมด้วยวาทกรรมของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" และ "การเสียดินแดน"

ขอกล่าวขยายความไว้ตรงนี้ว่าวาทกรรมของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" และ "การเสียดินแดน" ถูกสร้างและ "ถูกผลิตซ้ำ" มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว เริ่มด้วยกระบวนการสร้างจิตสำนึกใหม่ว่าเขาและปราสาทพระวิหารเป็น "ของไทย" หรือขยายความการตีความประวัติศาสตร์ ให้ไทยมีความชอบธรรมในการครอบครองเขาพระวิหารยิ่งขึ้น มีการเสนอความคิดว่า "ขอมไม่ใช่เขมร" ดังนั้น เมื่อ "ขอม" มิได้เป็นบรรพบุรุษของเขมรหรือขะแมร์กัมพูชา ประเทศนั้นก็ไม่ควรมีสิทธิจะครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร

วิธีการตีความประวัติศาสตร์ที่ก่อให้เกิดจิตสำนึกว่าเป็น "ของไทย" แบบนี้ จะพบในงานเขียนมากมายของยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานของ ปรีดา ศรีชลาลัย, น. ณ ปากน้ำ, พลูหลวง รวมทั้งของบุคคลสำคัญที่มีงานเขียนเชิงโฆษณาชวนเชื่อ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" เช่น "นายหนหวย" เป็นต้น และยังถูกถ่ายทอดต่อมาในวงการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีของหลายสถาบัน รวมทั้งปรากฏอยู่เป็นประจำในงานสื่อสารมวลชน นสพ. รายวัน รายการวิทยุและทีวีโดยทั่วๆไปอีกด้วย

(9) สรุป เราจะเห็นได้ว่าวาทกรรมของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" และ "การเสียดินแดน" นั้นถูกสร้าง ถูกปลุกระดม ถูกผลิตซ้ำมาเป็นระยะเวลา 3-4 ชั่วอายุคน ฝังรากลึกมาก ดังนั้นประเด็นนี้จึงกลายเป็น "ร้อนแรง-ดุเดือด-เลือดพล่าน" จุดปุ๊บติดปั๊บขึ้นมาทันที. "5 พันธมิตรฯ" ดูจะได้อาวุธใหม่และพรรคพวกเพิ่มในอันที่จะรุกรบให้แพ้ชนะกันให้เด็ดขาด นำเอาเวอร์ชั่นของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" มาคลุกผสมกับ " "ราชาชาตินิยม" ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลสมัคร (ที่เป็นนอมินีทั้งของทักษิณ และเป็นนอมินีของอีกหลายๆ ฝ่ายหลายๆ สถาบัน ที่เรามักจะคิดไม่ถึงหรือมองข้ามไป) ก็ดูจะขาดความสุขุมรอบคอบ และความละเอียดอ่อนทางการทูตในการบริหารจัดการกับปัญหากรณีเกี่ยวกับเรื่องปราสาทและเขาพระวิหาร

ดังนั้น ในเมื่อเขาพระวิหารได้ถูกทำให้กลายเป็นการเมืองร้อนแรงเพื่อโค่นล้มรัฐบาล คำถามของเราในที่นี้ คือ ในแง่ของการเมืองภายใน -รัฐบาลสมัครจะล้มหรือไม่ -รัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่ -พันธมิตรจะรุกต่อหรือต้องถอย -จะเกิดการนองเลือดหรือไม่ -ทหารจะปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจอีกหรือไม่ หรือจะ "เกี้ยเซี้ย" รักสามัคคี สมานฉันท์ แตกต่าง หลากสีกันได้ ไม่มีเพียงแค่สีเหลือง กับสีแดง

คนไทยได้ผ่านเหตุการณ์ทั้งที่วิปโยคและปลื้มปิติกันมาแล้วเป็นเวลากว่า 70 ปี ทั้งการปฏิวัติ 2475, ทั้งกบฏบวรเดช 2476, ทั้งรัฐประหาร 2490, ทั้งปฏิวัติ 2500-2501, ทั้งการลุกฮือ 14 ตุลาคม 2516, ทั้งการรัฐประหารนองเลือด 6 ตุลาคม 2519, ทั้งพฤษภาเลือด (ไม่ใช่ทมิฬ) 2535, และท้ายสุดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549. ประสบการณ์และเหตุการณ์ดังกล่าวพอจะเป็นตัวอย่าง เป็นบทเรียนได้หรือไม่ หรือจะต้องรอให้สึนามิทางการเมืองถล่มทับสยามประเทศ(ไทย)ของเราให้ย่อยยับลงไป

ในแง่ของการเมืองระหว่างประเทศ เรื่องของเขาและปราสาทพระวิหาร จะบานปลายไปเป็นการเมืองระหว่างไทยและกัมพูชาหรือไม่ รุนแรงจนขั้นแบบเผาสถานทูตหรือไม่ จะมีการปิดการค้าชายแดนหรือไม่ จะกลายเป็นประเด็นสาดโคลนการเมืองภายในของกัมพูชา (ที่จะมีการเลือกตั้ง 27 กรกฏานี้) หรือไม่. หรือว่าทั้งไทยกับกัมพูชา จะตระหนักว่าต้องอยู่ร่วมกันโดยสันติ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านพรมแดนยาว 800 กม. เป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน จะตกลงเสนอทั้งปราสาทและทั้งเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกันบริหารจัดการและ (เอี่ยว) แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความสมานฉันท์ เพื่อคนไทย คนกัมพูชา คนลาว คนกูย คนขะแมร์อีสานใต้ คนกำหมุ คนแต้จิ๋ว คนไหหลำ คนฮกเกี้ยน คนกวางตุ้ง คนปาทาน ฯลฯ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นประชากรอันหลากหลายของรัฐชาติบนผืนแผ่นดินใหญ่อุษาคเนย์นี้

คำตอบไม่น่าจะอยู่ในสายลม มิใช่หรือ









<



‘จริยธรรม’ ทางสังคม





ร่วมมรดกโลก

l สร้างปราสาทพระวิหารให้สมบูรณ์
เทิดทูนปณิธานแห่งบรรพบุรุษ
มรดกอารยะของมวลมนุษย์
ผ่องพิสุทธิ์เหนือชาติพันธุ์กาลเวลา

l พระวิหารมิใช่เพียงตัวปราสาท
หากคือความมุ่งมาดปรารถนา
ศูนย์รวมแห่งความรักความศรัทธา
ศานติแห่งมวลมหาประชาชน

l มือที่เศกผาหินแผ่นดินหอม
ถวายจอมสุริยะพระเวหน
พระบารมีแผ่ไปในภูวดล
ไม่จำกัดปริมณฑลเทวาลัย

l ปราสาทพระวิหารจักสมบูรณ์
ต้องรวมศูนย์ศรัทธาชนคนส่วนใหญ่
ร่วมแผ่นภูมิ “เขมรินทร์-บดินทร์ไทย”
ปราสาทชัยบริบาลศานติธรรม

l อย่ากีดกันกั้นกลผลประโยชน์
อย่าดึงโขดพนมดงรักลงต่ำ
ร่วมฝั่งฟ้าร่วมหล้าชะตากรรม
ร่วมน้อมนำปณิธานวิหารพระ

l ศักดิ์สิทธิ์ปราสาทเขาพระวิหาร
ปรางค์ประธานปริมณฑลเป็นสัจจะ
ไพรพิหารสำแดงแหล่งอารยะ
คือพันธะเพื่อนไทย-กัมพูชา

l ร่วมแผ่นดินถิ่นมรดกโลก
ร่วมกันโบกธงธรรมให้งามสง่า
ร่วมขจัดโขมดมารม่านมายา
ร่วมมหาพระวิหารแห่งธรรมเทอญ.


เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์




Create Date : 06 กรกฎาคม 2551
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 11:47:19 น. 60 comments
Counter : 1327 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านนะครับ..


โดย: คนบ้านสามขา101ฯ. วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:21:02 น.  

 
Photobucket


.. สวัสดีค่ะ คุณขวัญ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม มาบ่อยๆๆนะคะ

.. ประทับใจ มากๆๆค่ะ ได้อ่านบทกวีของ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อีกครั้ง ชื่นชมมากๆๆเลยค่ะ

ดีจังค่ะ ที่ได้อ่านบทความเหล่านี้อีกครั้ง เหนื่อยค่ะ บอกตามตรง ต่างเหตุผล ต่างความคิด จุดสิ้นสุด หนีไม่พ้น สูญเสีย ... แต่ ??? ...


โดย: ธารสีม่วง วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:59:32 น.  

 
แวะมาทักพี่ขวัญค่ะ

เราก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลยค่ะ เรื่องเขาพระวิหาร

ดูข่าว ในโทรทัศน์ก็งง ๆ

คนอยู่ทางนี้ ส่วนมากจะงง กันหมดเลยค่ะ

อิอิ.....


ไม่ได้เข้ามานานพี่ขัวญเป็นไงบ้างค่ะ

สบายดีไหมเอ่ย



โดย: ค๊อปเตอร์ใบไม้ (arlendil ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:34:18 น.  

 
สวัสดีจ้า ขวัญ

สบายดีนะคะ
รวบรวมบทความได้น่าสนใจมากเลย
จะต้องเข้ามาตามอ่านให้จบค่ะ
รูปถ่ายก็สวยมาก ถ่ายเองหรือเปล่าคะนี่

ไดม่อน ละงง กับกระแสที่พวกพันธมาร อิอิ เรียกอย่างงี้ โอเคไม๊คะ แฮ่
แล้วลูกคู่รับกระแสได้อย่างไม่ต้องเตี้ยมกันเลย ก็เป็น นายมาร์ก อีกตามเคย
บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่สนเลยสักนิด

พูดเรื่องนี้แล้ว ของขึ้นนะคะ อิอิ

ขวัญ สบายดีนะคะ
เอา คุณหนูมาฝากค่ะ wof wof

คิดถึงจ้า

Cool comment CLICK HERE !!!


โดย: diamon วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:53:18 น.  

 


๐ อาทิตย์เยือนอีกครั้ง.......สวัสดี
ขอจิต คิดจ่อ มี.................สุขได้
นอนหลับ นับหล่อน ที........คลายเหนื่อย
นอนพัก หนักผ่อน ให้........สู่ห้วงนิทราฝัน ฯ
บ้านโคลงผวน

จงเป็นกลางจางเป็นกลจะวนดัก



โดย: คนสาธารณะ วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:41:50 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: noiiwaran วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:22:15 น.  

 
sleep dream Uttaradiet / glitter /comment hi5 / code hi5 


เจน แวะมาส่งเข้านอนค่ะ..อิอิ..ฝันดีนะค่ะ



โดย: Lady_Jane วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:03:10 น.  

 
เย็นพระพาย.....พัดเอื่อย.....เรื่อยเรื่อยฉิว
พัดใบไม้.....พร่างพริ้ว.....ปลิวไสว
แสงแดดอ่อน....ตอนเช้า....ส่องพราวไกล
ดังแสงทอง.....ของใจ....ส่งให้กัน/....


หวัดดีค่ะ


โดย: สุนันยา วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:14:12 น.  

 


โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:16:15 น.  

 
และแล้ว..ว.ว..
ก็ไม่ใช่ของเรา



โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:18:57 น.  

 


สุขสันต์วันเกิดค่ะ


โดย: the river of Aquarius วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:31:08 น.  

 


๐ สุข..ผ่าน สานผูก ห้วง......ใจขวัญ
สันต์..ก่อ เกิด สุขพลัน.........ใหม่รู้
วัน..คืนชื่นสุขผัน.................มาสู่
เกิด..สู่กาย ฉายกู้.................ก่อห้วงสุขมหันต์ ๚ะ๛
บ้านโคลงผวน


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:06:01 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ..มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: Why England วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:12:43 น.  

 


โดย: superss วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:19:51 น.  

 


โดย: dogamania วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:20:42 น.  

 
Wishing you a day

as special as you are

Happy Birthday!!!!!


โดย: Candydolls วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:41:57 น.  

 




โดย: กำปงพิราเทวี วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:3:11:43 น.  

 


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:00:44 น.  

 






โดย: porranat วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:06:33 น.  

 


::::::: H A P P Y :: B I R T H D A Y :::::::


ขอให้มีความสุขมากๆและมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ



โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:15:57 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ^^


โดย: Charlotte Russe วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:56:56 น.  

 
สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดค่ะ เจนนี่ขอให้คุณเจ้าของวันเกิดวันนี้ มีความสุขมากๆน่ะคะ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังดังใจปรารถนา เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงานน่ะคะ เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง สุขภาพแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปค่ะ เพี้ยง เพี้ยง เพี้ยง

ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าของบล็อคค่ะ ว่างๆก็แวะมาทักทายเจนนี่ได้เสมอน่ะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ





โดย: สาวอิตาลี วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:09:02 น.  

 



โดย: mamminnie วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:23:01 น.  

 

แวะมา Say Happy Birthday!!!!! และมีเค้กวันเกิดมาฝากด้วยครับ
เอาไป 2 ก้อนเลยนะ





โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:32:12 น.  

 
CommentLover.Com


สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จค่ะ


โดย: แม่น้องแปงแปง (แม่น้องแปงแปง ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:43:17 น.  

 
โอ้โฮ้ ความรู้สึกดีมาก ๆ ที่เข้ามา blog นี้
HAPPY YOUR LIFE ....Happy all your life


โดย: navymed IP: 202.91.18.205 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:32:06 น.  

 
มีความสุขมากๆๆๆๆ ค่ะ


โดย: Envi.Ed วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:40:56 น.  

 
เป็นการเสวนาที่น่าสนใจมากๆเลยค่ะ
จริงๆอยากจะรู้ความคิดะเห็นทั้งฝ่ายเรา และ ฝ่ายเขมร
ว่ามีุมุมมองต่างกันอย่างไร เสียดายที่ฟังภาษาและ อ่านเขมรไม่ออกเลยสักตัว แต่ขออ่านจากบทความนี้ก่อนละกันค่ะ
ได้ความรู้ไม่แพ้กัน

-----------

สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ สุขภาพแข็งแรง
ไม่เจ็บ ไ่ม่จน

็HAPPPY BIRTHDAY TO YOU
10 JULY 2008


โดย: Shallow Grave วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:38:04 น.  

 
มา Happy Birthday ด้วยคน...ค่ะ

ป้าขออวยพรให้คุณ Toy ฯ
มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง
สมความปรารถนาในทุกสิ่ง...นะคะ


แบ่งกันหม่ำ..กะเพื่อน ๆ..นะคะ
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่


โดย: พรหมญาณี วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:14:54 น.  

 



Photobucket


โดย: *ตู้-แดง* วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:50:52 น.  

 


โดย: นู๋กุลจัง วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:07:07 น.  

 


โดย: Takaw (Takaw ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:19:07 น.  

 




สุขสันต์วันดี....วันเกิด
ขอให้มีความสุข ความสนุก
มีทั้งโชคและลาภ
ประสบแต่สิ่งดี ๆ
สบายกาย สบายใจค่ะ


Thai Comment



โดย: โสดในซอย วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:28:13 น.  

 
ถ้าจริงจังกับโลกเกินไป จะต้องตายเพราะความเศร้า

ติดตามข่าวคราวตลอดเหมือนกันค่ะ

มีความสุขในทุกๆวันน่ะค่ะ


โดย: หมวย (เจ้านายหัวใจ ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:35:20 น.  

 
happy happy happy birthday!

happy


โดย: retrojass วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:49:58 น.  

 
บล็อคนี้อินเทรนด์แฮะ ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ



โดย: joblovenuk วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:45:09 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:18:07 น.  

 
H B D มี ค ว า ม สุ ข ม า ก ๆ น ะ ค่ ะ. . .


Get happy Nakhon Phanom / glitter /comment hi5 / code hi5


โดย: Lady_Jane วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:18:52 น.  

 
happy birthday


เรื่องนี้กำลังฮอททีเดียว เขียนเรีืองได้ทันการดีแท้
ให้มีความสุขสมหวัง สดชื่อสดสวย ขาวๆ ตลอดไปนะครับ



โดย: Yoawarat วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:55:55 น.  

 

HBD ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน คุณพระคุ้มครอง มีความสุขมากๆนะคะ






โดย: Joy*~Joystick~* วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:55:51 น.  

 

happy Birthday to you/ glitter /comment hi5 / code hi5

สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้มีความสุขมากค่ะ


โดย: คนชุมแสง วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:19:28 น.  

 








โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:19:44 น.  

 
Thank you for your friendship.
I hope that your birthday is as wonderful as you are.






happy-birthday - Scraps and images!



โดย: diamon วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:23:39 น.  

 
ฝากฟังเพลงเผื่อด้วยนะคะ วันจันทร์
นักร้องคุณภาพคลับคลั่ง แถมยังเป็น วงกาญจนผลิน อีก
ต้องประทับใจแน่ๆ
อย่าลืมเก็บภาพ เก็บความรู้สึกมาให้ด้วยนะคะ ขวัญ

ขอชะแว๊บออกไปหม่ำข้าวก่อน

เป็นกำลังใจให้จ้า
จุ๊บๆ


โดย: diamon วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:29:46 น.  

 
ด้วยความยินดีค่ะ ขอบคุณมากที่แวะไปทักทายกัน..มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: Why England วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:56:31 น.  

 
ขอบคุณสำหรับดอกไม้สวยๆๆนะค่ะ ดีใจจังที่เอาดอกไม้มาฝากเจนด้วย

วันนี้ไปเที่ยวไหนรึป่าวค่า มีความสุขมากๆๆนะ


โดย: Lady_Jane วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:37:37 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ มีวามสุขมากๆ
และขอบคุณกำลังใจที่ให้พี่็รสนะคะ



เป็นกำลังใจให้นะคะคุณขวัญเช่นกันค่ะ


โดย: นายกุหลาบ วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:43:34 น.  

 
สวัสดียามเย็นครับ



โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:08:48 น.  

 
ขอให้หายจากหวัดงอมแงมไวไวนะขอรับ อิอิ

เอ..มิได้นัดใครน๊า..ขอรับ อิอิ...


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:54:45 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ
สบายดีนะคะ


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:27:07 น.  

 
ร้านซีเอ็ด บี 2 เอส และเซเว่น ก็มีขายนะคะน้องขวัญ
ไม่จำต้องบ้านอารีย์หรอกค่ะ แต่ก็นะ บ้านอารีย์จะได้บรรยากาศมากกว่า อิอิ

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะคะ



โดย: porranat วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:30:52 น.  

 
วันหยุดอาทิตย์เข้า.........มาเยือน
ฟ้าแจ่มสุขนะเพื่อน......พี่น้อง
ความหวังสั่งยังย้ำเตือน.....แม้นตื่น
พักผ่อนเถิดพวกพ้อง......จันทร์ต้องทำงาน


โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:43:39 น.  

 
ขอบคุณสำหรับดอกลั่นทม....ค่ะ
ถูกใจป้ามาก..เพราะเป็นดอกไม้ในดวงใจเลยค่ะ

ดีใจค่ะที่หนูขวัญจะงดเหล้าในพรรษานี้
คุณแม่คงจะดีใจมากกว่าป้าหลายเท่า..นะคะ

ขอบุญกุศลครั้งนี้ จงส่งให้หนูขวัญ และครอบครัว
พบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา

ป้าขออนุโมทนาบุญ...ด้วยค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:47:01 น.  

 
แวะมาส่งเข้านอนค่ะ
ให้ฝันดีมากมายและมีความสุขมาก ๆนะคะ


โดย: nampikpatu วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:40:51 น.  

 
หลับฝันดีค่ะคุณขวัญ พรุ่งนี้วันอาทิตย์ตื่นเที่ยงคงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ญามี่ วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:46:06 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ให้ความรู้เยอะดีค่ะ ขอบคุณนะคะ แล้วจะมาอีกค่ะ


โดย: superss วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:4:28:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

มีความสุขมากมากนะคะ
คิดเงินให้ได้เงิน
คิดทองให้ได้ทองค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:5:41:25 น.  

 
สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ครับ HBD ด้วยครับ....


โดย: modisk วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:53:21 น.  

 

Comment Zuzaa...




ไปเที่ยวทะเลมาหรอค่ะน้องขวัญ ดีจังเลย พี่รันไม่ได้ไปไหนเลยแถมยุ่ง มีวันนี้แระค่ะ ที่ได้ทักทายเพื่อนๆกันไม่รู้ว่าจะทักทายได้สักกี่คน อิอิ
ก็ต้องออกอีกแระ
คิดถึงเสมอนะค่ะ
มีความสุขทุกวันค่ะ


โดย: กชมนวรรณ วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:40:12 น.  

 
สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ค่ะพี่ขวัญ
ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ น้องสบายดีค่ะ
คิดถึงพี่ขวัญเช่นกันค่ะ ..
Happy Birht Day ย้อนหลังนะคะ ..
มีความสุขมาก ๆ ค่ะ


โดย: เพชรรัตน์ วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:55:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

toyor
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add toyor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.